เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104 ภัยพิบัติครั้งใหญ่ !

บทที่ 104 ภัยพิบัติครั้งใหญ่ !

บทที่ 104 ภัยพิบัติครั้งใหญ่ !


[TL. โอ๊ยย ผู้แปล แปลผิดอีกแล้ว ขอแก้ความใหม่อีกครั้ง ราชาอสูรทั้งสามที่เหลือรอดจากการสู้กับหยางชิงตี้ -หยางชิงตี้ เป็นปู่ของฉื่อหยาน ก่อนหน้านี้ผมบอกชื่อของปู่ไป ชื่อที่ถูกต้องคือ หยางชิงตี้- ราชาอสูรทั้งสามพ่ายแพ้และกลายเป็นลูกน้องของหยางชิงตี้ไป เสียวฮานยี่เองก็เช่นกัน เสี่ยวฮานยี่เป็นราชาอสูรซึ่งตอนนี้ก็เป็นข้ารับใช้ตระกูลหยาง แล้วก่อนหน้านี้ที่หยางชิงตี้ไม่ออกตามหาหยางไห่ก็เพราะ พึ่งกำหราบราชาอสูรทั้งสามรวมถึงเสี่ยวฮานยี่ได้ไม่นาน นี่ก็เท่ากับว่า ดินแดนสี่อสูรถูกตระกูลหยางยึดครองไปแล้ว ….. โอ๋ท่านปู่ของพี่หยานเราโหดจริม ๆ !!

บทที่ 104 ภัยพิบัติครั้งใหญ่ !

ในหุบเขาพลังหยิน

ซูซีเฮ้อบินอยู่กลางอากาศพร้อมกับแผ่พลังจิตวิญญาณของมันไปทุกเส้นทาง มันเริ่มขยายไปทั่วหุบเขาพลังหยิน

สีหน้าของ เป่ยหมิงชางกลายเป็นเหมือนกับสัตว์ดุร้าย มันกำลังคิดเรื่องการต่อสู้เพื่อตกตายกับชิเสี่ยว แต่ก็ตระหนักได้ถึงการกระทำของ ซูซีเฮอมันก็เงียบลงและลอยขึ้นสู่อากาศ

จิตใจของมันก็ปรากฏความคิดขึ้น และมันก็จำได้ทันทีถึงสิ่งที่มันเห็นในพื้นที่แปลกประหลาดและมันก็คิดว่าฉื่อหยานนั้นยังคงอยู่ใกล้ๆแถวนี้

" ชิ เสี่ยว ! อีกไม่นานข้าจะจัดการเจ้า "

เป่ยหมิงชางขบฟันของมันและการแสดงออกของมันก็ดูน่ากลัว แต่มันก็ไม่ได้ลงมือทำอะไร มันเรียกเปลวเพลิงจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันออกมา และลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และแผ่จิตวิญญาณของมันเพื่อค้นหาร่องรอยของ ฉื่อหยาน

" หยินกุ่ย , จิ่วฉาน เจ้าทั้งสอง กระจายกำลังกันออกไป ค้นหาบริเวณด้านนอกของบึงมรณะ จำไว้ว่า ถ้าพวกเจ้าพบฉื่อหยาน อย่าพึ่งฆ่ามัน ข้าต้องการมันเป็นๆ " เป่ยหมิงชางตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดูเยือกเย็นในขณะที่ถูกลอยอยู่กลางอากาศ

หยินกุ่ยและจิ่วฉานโดยไม่ลังเลทันทีพวกมันก็ออกจากหุบเขาพลังหยิน

ช่วงเวลานี้มีเพียงชิเสี่ยว ซัวฉี และคนที่มาจากครอบครัวซั่ว รวมถึงมู่หยู่เตี๋็ยและตี่ย่าหลาน ยังคงอยู่ในหุบเขาพลังหยิน

" อาจารย์ ! " ซั่วฉื่อจ้องมองไปที่ชิเสี่ยว " ก่อนเราจะมา ท่านปู่ฉื่อบอกให้ท่านดูแลฉื่อหยาน ท่านไม่ได้แกล้งทำเป็นหุทวนลมใช่หรือไม่ ? "

สีหน้าของชิเสี่ยวดูกังวลและ เขาก็ส่ายหัวและถอนหายใจออกมา " ข้าพยายามที่จะหยุดเป่ยหมิงชางแล้ว แต่ตอนนี้มียอดฝีมือในระดับนภาสองคนต้องการให้เด็กนนั่นตาย ถ้าข้าพูดออกไป ข้าจะต้องเผชิญกับสองนักรบระดับนภาแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้สองคนนั้นกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธ ถ้าข้าลงมือตอนนี้ ข้ากลัวว่า . . . . . . . "

" ท่านอาจารย์ ท่านกลัวของพวกเขาใช่หรือไม่ ! " ซั่วฉื่อยกหัวของนางขึ้นและคำรามออกมา .

" เสี่ยวซือ ! " หวู่หยุนเหลียนพูดพร้อมกัยถอนหายใจออกมา " ท่านชิเสี่ยว ทำแบบนี้เพราะพวกเรา ด้วยความสามารถของเขา หากต้องเจอกับนักรบในระดับนภาสองคน เจ้าคิดว่าพกวเราจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยรึ ท่านเป็นห่วงเรา เจ้าไม่เข้าใจหลอกรึ ? "

ซั่วฉื่อสับสน แล้วหลังจากนั้นสักพัก นางก็พึมพำ " แล้วฉื่อหยานหละ ? ถ้าเขาตายไปท่านปู่ฉื่อจะต้องทุกข์แน่ๆ”

" ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้ เราทำได้แต่ภาวนาเท่านั้น "หวู่หยุนเหลียนขมวดคิ้ว . นางส่ายหน้าและบอกว่าด้วยความสับสน " มันจะเป็นไปได้ยังไง ? ทำไมเจ้าสารเลวน้อย ฉื่อหยานถึงสังหารเป่ยหมิงเช้อได้ ? เป่ยหมิงเช้อ นั้นได้รับสืบทอดจิตวิญญานแฝดและยังเป็นนักรบในระดับหายนะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? "

ชิเสี่ยวดูสับสรเช่นกัน แต่ในใจของเขา เขาก็แอบเดาว่าเป็นเพราะพื้นที่ประหลาดแห่งนั้น

ในขณะที่อยู่ภายในและเขาลอยอยู่บนท้องฟ้า เขาเห็นแสงสาดเข้าไปในร่างกายของฉื่อหยานก่อนที่เขาจะออกมา และแสงนั่นก็ทำให้ร่างของฉื่อหยานหายไปเขาสงสัยว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นต้องเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่แปลกประหลาดนั่นแน่ๆ

" เฮ้ ! "

ชิเสี่ยวอุทานออกมาทันทีและเขาก็พูดอย่างประหลาดใจ " หากมีสมบัติปรากฏขึ้นภายในที่แห่งนั้น แล้วเจ้าเด็กนั้นได้รับมันไป แน่นอนว่าเป่ยหมิงชาง และนักรบในระดับนภาจะต้องตามหาฉื่อหยานแน่ ข้าว่านั่นอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึาง "

" ชิ เสี่ยว ข้าต้องไปแล้ว จากนี้ไป , เจ้ากับข้า.. . " ในขณะนี้ซัวฉีก็พูดว่าลาก่อนกับชิเสี่ยว และก็ไม่พูดอะไรอีก จากนั้นเขารีบวิ่งออกไปจากหุบเขาพลังหยิน

" ซัวฉี ! " ชิ เสี่ยว ตะโกนใส่

" อะไร ? " ซัวฉีหันกลับมา และพูดอย่างหงุดหงิด .

" ข้ารู้นะว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ " ชิเสี่ยวขมวดคิ้ว และกล่าวอย่างไม่แยแส " หากเจ้าพบฉื่อหยาน มันจะดีถ้าเจ้าเอาแต่สิ่งขอกไป ข้าหวังว่าเจ้าจะไว้ชีวิตเจ้าเด็กนั่น อย่าได้ฆ่าเขาเลย "

. . . . .

บริเวณด้านนอกของบึงมรณะเต็มไปด้วยพืชหลายชนิด มีหนองน้ำและหมอกพิษกระจายอยู่ทุกที่ นอกจากนี้ ยังมีนักรบที่อยู่ในบึงแห่งนั้นอยู่ ถ้าเป่ยหมิงชางและซูซีเฮ้อต้องการจะหาฉื่อหยาน นั่นก็ต้องลำบากหน่อย .

แต่มันก็แตกต่างไปจากซัวฉี

เขาเป็นเจ้าแห่งขอบด้านนอกของบึงมรณะ เขาสามารถลงไปในหนองน้ำ , ควบคุมหมอกพิษ และบรรดาสัตว์อสูนในบริเวณด้านนอกให้เชื่อฟังเขาได้

ถ้าใครสามารถหาฉื่อหยานพบได้อย่างง่ายดายที่สุดก็ย่อมเป็นซัวฉี

" ถ้าเขาทำตามที่ข้าพูด ข้าจะไม่ทำให้เขาลำบากแน่นอน " ซัวฉีแสยะยิ้ม " แต่ถ้าเขาทำเป็นไม่รู้เรื่อง ข้าก็จะไม่ปราณี ชิเสี่ยว นี่มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้าเลย เจ้าไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง ความเกลียดชังจากนักรบในระดับนภาสองคนไม่ใช่เรื่องตลก ถ้าคุณต้องการให้ลูกศิษย์ของเจ้ารอด เจ้าก็เลิกสนใจชีวิจของเจ้าเด็กนั่นสะ "

แล้ว ซั่วฉีก็พุ่งออกไปและหายไปในพริบตา

. . . . .

คืนนั้น ดวงดาวเต็มท้องฟ้า ดวงจันทร์ส่องสว่างสดใสและชัดเจน

ทางทิศตะวันออกของบึงมรณะ ที่กิ้งของต้นไม้เก่าแก่สูงเสียดฟ้าต้นหนึ่ง

ฉื่อหยานทำหน้าบึ้งอยู่ . เขาจ้องมองอย่างว่างเปล่าไปที่ดวงดาวในยามราตรี แสงประหลาดวูบวาบผ่านในดวงตาของเขาอย่างลึกลับและคาดเดาไม่ได้

ภายในพื้นที่แปลกประหลาด แสงจากดวงดาว ส่องลงมาจากท้องฟ้าและกระทบกับร่างกายของเขาโดยตรงจากนั้นก็ส่งเขาออกท่จากพื้นที่แห่งนั้นมาอยู่ในสถานที่ ที่งดงามเช่นนี้

ทันทีที่เขามาถึงที่นี่ ดูจากพิษหมอกที่อยู่ไม่ไกล และหนองน้ำที่กระจายอยู่ทั่ว เขาก็รู้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นด้านนอกของบึงมรณะ

ตอนที่เขาเพิ่งออกมานั้นยังคงเป็นตอนกลางวัน ฉื่อหยานตรวจสอบหน้าอกของเขาซ้ำไปมา แต่ก็ไม่รู้อะไรเลยนอกจากแสงที่เหมือนคลื่นดวงดาวทีกำลังส่องประกายในหัวใจของเขา ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะไม่มีอะไรผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวคือ เขารู้สึกได้ถึงแสงจางๆกำลังค่อยๆส่องลงมาจากบนฟ้าและหลอมรวมเข้าไปในหัวใจของเขา

นั่นคือในช่วงเวลากลางวัน

ในเวลากลางคืนเมื่อดวงดาวส่องแสงระยิบระยับจากบนท้องฟ้า หัวใจของ ฉื่อหยาน ดูเหมือนจะมีพลังแห่งชีวิตเพิ่มขึ้นสิบเท่า แต่อัตราการเต้นของชีพจรของเขากลับกลายเป็นช้าลงแทน

อย่างไรก็ตาม อำนาจของดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ส่องประกายลอยลงมาจากท้องฟ้า ก็แอบไหลเข้าไปในร่างกายของเขาและเข้าไปในหัวของเขา พลังของดวงดาวเหล่านั้นในตอนกลางคืนแข็งแกร่งกว่าตอนกลางวันนัก

เขารู้สึกถึงมันได้อย่างชัดเจน !

เขาสัมพัสถึงมันได้อย่างชัดเจน เขารู้สึกว่าดวงดาวบนท้องฟ้าปล่อยพลังจากดวงดาวจางๆ แต่พลังจากดวงดาวนั้นไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า พลังจากดวงดาวนั้นไม่ได้ก่อตัวกันเป็นจุดแสงนับร้อย คุณไม่สามารถมองเห็นแสงสว่างของพวกมันได้ แต่ว่าพวกมันนั้นมีอยู่จริง

เขาไม่ต้องทำอะไรเลย เขายกเลิกความคิดของเขา ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน หัวใจของเขาก็จะดูดซับพลังจากดวงดาวได้โดยไม่มีสิ้นสุด อีกทั้งเขาไม่ต้องตั้งสมาธิเพื่อรวบรวมมันเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นหลังจากที่สงสัยสักพัก ฉื่อหยานก็หยุดให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงในจิตใจของเขาชั่วคราว

สาเหตุที่เขาฆ่า เป่ยหมิงเช้อ นั่นก็เพราะเพียงคริสตัลก้อนเดียว ซึ่งคริสตัลนี่ ทั้งเขาและเป่ยหมิงเช้อต่างก็ต้องการมัน !

ดังนั้น เขาจึงแสดงพลังที่แท้จริงของเขาเพียงเพื่อจัดการกับเป่ยหมิงเช้อเพียงผู้เดียว

ฉื่อหยาน เข้าใจดีว่า เป่ยหมิงเช้อ เป็นหัวหน้าของตระกูลเป่ยหมิงในอนาคต มันเด็ดขาด และมีสายตาที่กว้างไกล เมื่อเห็นว่าฉื่อหยาน อยู่ในระดับมนุษญ์ แต่กลับมีพลังที่แข็งแกร่ง เป่ยหมิงเช้อจึงทนไม่ได้ที่จะให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าเขาไม่ได้ให้เข้าไปในพื้นที่แปลกประหลาดนั่นหละก็ หลังจากที่พวกเขาออกมาได้ เป่ยหมิงเช้อ คงจะต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อฆ่าเขาแน่ๆ

เป่ยหมิงชางเองก็จะทำเช่นกัน !

พวกเขาจะทำเพียงเพื่ออนาคตของตระกูลเป่ยหมิงตัวเองเท่านั้น เพื่อกำจัดภัยคุกคามใด ๆในอนาคตที่จะคุกคามอำนาจของตระกูลเป่ยหมิงในอีกร้อยปี

ถ้าเขาฆ่า เป่ยหมิงเช้อ มีหรือที่ เป่ยหมิงเช้อ จะปล่อยเขาไป ในสถานการณ์เช่นั้นนั้น เขาจะต้องคิดอะไรอีก แน่นอนเขาต้องฆ่ามันก่อนเท่านั้น ?

หลังจากฆ่า เป่ยหมิงเช้อ และดูดซับทั้งหมดของมันมา ลึกลงไปพลังงานเชิงลบในเส้นชีพจรของเขา เขาอาจจะรู้สึกได้ถึงความกระหายเลือดที่เพิ่มขึ้น .

อย่างไรก็ตาม เมื่อแสงจากดวงดาวส่องลงบนเขา อารมณ์เชิงลบที่แตกหน่อในหัวใจของเขาก็ถูกชำระล้างออกไปและบรรเทาทุกอารมณ์ทุกคุกคามเขา

หลังจากเส้นชีพจรของเขาได้กลั่นพลังปราณลึกลับของเป่ยหมิงเช้อให้บริสุทธิ์ในช่วงบ่ายของวันนั้นแล้ว บางครั้งก็จะมีพลังบางอย่างที่ไหลอยู่ร่างของเขา พลังนั้นทั้งหมดไหลสู่หัวใจของเขา และไหลไปสู่แสงดวงดาวที่เป็นจุดเล็กๆนับไม่ถ้วนที่อยู่ในหัวใจของเขา นั่นทำให้ฉื่อหยานประหลาดใจและรู้สึกยินดี

เขายกศีรษะขึ้น มองดูท้องฟ้าที่มีดวงดาวนับไม่ถ้วนกระจายอยู่ข้างบน เขารู้สึกได้ถึงพลังจากดวงดาวที่ไหลออกมาจากดวงดาว ฉื่อหยานยิ้มอย่างยินดี และส่ายหัว เขาหลับตาลง สัมพัสไปรอบๆเมื่อรู้ว่าไม่มีผู้ใดอยู่รอบๆ ในที่สุดเขาก็ลงมาจากต้นไม้เก่าแก่และมุ่งหน้าไปทางตะวันออกของบึงมรณะ

เมืองเทียนหยุนอยู่ทางทิศใต้ของสมาคมการค้า ถ้าเขาอยากกลับไปที่เมืองเทียนหยุน เขาจะต้องเดินทางไปทิศใต้ แต่ตอนนี้เขานั้นกำลังเดินไปทางตะวันออก

เพราะทิศตะวันออกเป็นทิศทางไปสู่ทะเลไม่มีที่สิ้นสุด !

เขาไม่ได้วางแผนที่จะกลับไปยังสมาคมการค้า

เขาทำเช่นนั้นไม่ใช่เพราะกลัวหลังจากสังหาน เป่ยหมิงเช้อ และมู่ฮุยให้ตกตายไป แต่เพราะเขาได้รับคริสตัลมา นักรบทุกคนในระดับนภาจะต้องไม่ปล่อยเขาไว้แน่ ฉื่อหยานรู้ว่าในหัวใจของเขา

ถึงแม้ว่าตระกูลฉื่อจะเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ในสมาคมการค้า แต่ก็ไม่มีนักรบในระดับนภา ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะปกป้องเขาได้

ถ้าเขากลับไปหาตระกูบฉื่อ เขาจะต้องนำหายนะสู่พวกเขาแน่นอน และเพราะเขา ตระกูลฉื่ออาจจะถูกสังหารทั้งหมด

เขารู้ว่าลึกๆในใจของเขา เขานั้นแหละที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน

จากเซี่ยซินเหยี่ยน เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับสิ่งลึกลับจำนวนมากในทะเลกว้างใหญ่ และเขารู้ว่าทะเลไม่มีที่สิ้นสุดคือศูนย์กลางที่เต็มไปด้วยนักรบ มันมีเมืองและแคว้นที่ยิ่งใหญ่กว่าสมาคมการค้า จักวรรดิ์อัคคี และจักวรรดิ์พรพระเจ้า อยู่มากมาย และภายในนั้นเมื่องเหล่านั้นต่างก็เต็มไปด้วยนักรบที่แข็งแกร่งมากมาย

นั่นคือจุดหมายที่แท้จริงของเขา

ในขณะที่มันยังคงมืดอยู่ เขาก็ค่อยๆปล่อยพลังจิตวิญญาณของเขาและแอบสอดแนมไปรอบๆ ฉื่อหยานตัดสินใจแล้วว่าจะไปทางทิศตะวันออก

. . . . .

" ไม่พบอะไรเลย "

ทางทิศใต้ของบึงมรณะ ใบหน้าของ เป่ยหมิงชางกลายเป็นมืดมน และการแสดงออกของมันก็ดูน่ากลัว

ไม่ไกลกันนัก เจ้าแห่งโลกมืด ซูซีเฮ้อก็กำลังมองไปรอบๆ " วันนี้ เราได้ค้นหาทุกที่ในบริเวณนี้แล้ว ไม่ว่าจะนักรบหรือทหารคน ที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ต่างก็ถูกพลังจิตวิญญานของเราตรวจสอบหมดแล้ว แต่เราก็ไม่พบอะไรเลย อาจเป็นไปได้หรือไม่ ว่าเจ้าเด็กนนั้นจะกลับไปที่เมืองเทียนหยุน ? "

" มันไม่กลับไปที่เมืองเทียนหยุนแน่นอน . . . . . . . " เป่ยหมิงชางขมวดคิ้ว กล่าวอย่างเย็นชาว่า " ดูเหมือนว่าเราต้องเปลี่ยนเส้นทาง ไปทางตะวันออก ส่วนเจ้าเองก็คิดเอาละกันว่าจะทำเช่นไร "

แล้ว เป่ยหมิงชางก็พุ่งออกไปและไปทางทิศตะวันออกของบึงมรณะ

. . . . .

"คุณหนู ถ้าหมอนั่นอยู่ในบึงมรณะจริง มิใช่ว่ามันไปทางใต้หลอกรึ ? ถ้ามันไม่กลับไปที่เมืองเทียนหยุน ก็ไม่มีอะไรสามารถปกป้องมันได้อีก ! " ทางด้านตะวันออกของพื้นที่ด้านข้างของบึงมร๊ะ ชายร่างยักษ์ยืนอยู๋ข้างๆเซี่ยซินเหยียนก็พูดขึ้น .

" กลับไปเมืองเทียนหยุนรึ ? " เซี่ยซินเหยียนเหยียดมุมปากของนาง " เขาจะกลับไปทำไม ? ตระกูลฉื่อนั้นไม่มีนักรบในระดับนภา ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆแล้ว เขายังจะนำภัยพิบัติไปให้กับตระกูลฉื่ออีก ถ้าข้าเป็นเขา ข้าจะไม่กลับไปจนกว่าจะบรรลุเข้าสู่ระดับนภาแน่นอน มันจะดีกว่าถ้าจะไปไกลจากตระกูลฉื่อ ถ้าเป็นไปได้ ! "

ในขณะที่พูด เซี่ยซินเหยียน ก็คุกเข่าลงและล้างหน้าของนางด้วยน้ำในทะเลสาบ แล้วนางก็ลุกขึ้นยืนจากนั้นก็พูดว่า " ไปกันเถอะ ไปทางด้านตะวันออก ทิศตะวันออกเป็นทิศของทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเราหาเขาไม่พบจริงๆ ก็ถือเสียว่าเรากลับไปยังทะเลที่ไม่สิ้นสุดละกัน "

" ขอรีบ " ชายร่างยักษ์ทั้งคนพยักหน้าพร้อมกัน

" ฮึม ฮึม ฮืมมม ! "

ในช่วงเวลานั้นเองก็มีเสียงฮัมเพลงแปลกๆดังมาจากกระเป๋าของเซี่ยซินหยาน ใบหน้าของนางสวยของนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย นางช่วยไม่ได้ที่จะหยิบอา ระฆังลมออกมา จากกระเป๋าของนาง นางจ้องมอง ไปที่ระฆังลม สักครู่แล้วกล่าวอย่างประหลาดใจ " ราชาอสูรเสี่ยวฮันยีจะมาที่นี่เร็วๆนี้ ! "

" ห๊ะ ทำไมราชาอสูรเสี่ยวฮานยี่ถึงจะมายังบึงมรณะ มิใช่ว่าเขากำลังตามหาหยางไห่อยู่งั้นรึ ? "

" ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน "

เซี่ยซินหยาน ส่ายหน้า แล้วพูดเรียบๆ " แต่ไม่เป็นไร เสี่ยวฮันยีเป็นนักรบในนภาที่สองของระดับนภา และสิ่งที่เขาใช้บ่มเพาะก็คือ เลือดอสูรของอสูรห้าประเภท ถ้าเขากระตุ้นความชั่วร้ายในเลือดของเขา เขาก็จะบรรลุเข้าสู่นภาที่สามของระดับนภา ยอดฝีมือที่อยู่ในบึงมรณะแห่งนี้ต่างก็อยู่ในนภาแรกของระดับนภาเท่านั้น เมื่อเสี่ยวฮานยี่ มาถึง คนเหล่านั้นก็จะใจเย็นลงและไม่กล้าขัดใจราชาอสูรแน่ แต่ข้าเกรงว่าพวกคนเหล่านั้นจะโชคร้ายหนะสิ”

" ราชาอสูรทั้งสามของตระกูลหยางพวกมันทั้งหมดเป็นพวกบ้าเลือด ! เจ้าควรระมัดระวังและต้องแน่ใจว่าเจ้าจะไม่ไปยุ่งเกียวกับพวกมัน”

" ขอรับ ข้ารู้ว่าควรทำเช่นไร . "_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 104 ภัยพิบัติครั้งใหญ่ !

คัดลอกลิงก์แล้ว