เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 102 ไม่มีอะไรที่ข้าทำไม่ได้ !

บทที่ 102 ไม่มีอะไรที่ข้าทำไม่ได้ !

บทที่ 102 ไม่มีอะไรที่ข้าทำไม่ได้ !


บทที่ 102 ไม่มีอะไรที่ข้าทำไม่ได้ !

พลังงานแห่งชีวิตหมุนเวียนในแขนข้างขวาและพลังงานแห่งความตายก็หมุนเวียนในแขนข้างซ้ายของเขา ทั้งสองเป็นพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พลังแห่งชีวิตและความตายก็ปรากฏออกมาจากแขนซ้ายขวาของเขา

ฉื่อหยานหันขึ้นไปมองดาบแยกนภาที่ลอยอยู่บนฟ้าพร้อมกับร่างปกคลุมไปด้วย [ บ้าคลั่ง ] ซึ่งมันดูเหมือนกับว่าเขากำลังจะถูกควบคุมโดยมัน

ในช่วงเวลาของชีวิตและความตาย ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขากลายเป็นเฉียบคมยิ่งขึ้น ปริมาณพลังที่อยู่ในแขนซ้ายและขวาของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด

แขนขวาของเขาปูดบวมขึ้นและมันก็ใหญ่เป็นสองเท่าจากปกติ ในขณะที่แขนซ้ายนั้นหดตัวลงมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า ภายใต้ [ บ้าคลั่ง ] มันเหมือนกับว่าชี่นผิวหนังถูกห่อหุ้มด้วยกระดูก ซึ่งมันดูลึกลับและน่ากลัวเป็นอย่างมาก

ปรากฏลวดลายขึ้นบนมือทั้งสองข้างพร้อมกับแสงสว่างที่ส่องจ้าออกมา จากมือทั้งสองข้างของเขาพร้อมกัน

ฝ่ามือทั้งสองของเขาแยกเป็น [ ผลึกแห่งวามเป็นความตาย ] ข้างละเจ็ดผนึก , [ผนึกแห่งชีวิต] ทั้ง 7 และ [ผนึกแห่งความตาย] ทั้ง7ก็ลอยออกมาพร้อมกัน

ทันที [ผนึกแห่งชีวิต] และ [ผนึกแห่งความตาย] พวกมันก็ผสานกันเพียงหนึ่ง เพียงครู่เดียว เจ็ด [ผนึกแห่งชีวิต] และเจ็ด [ผนึกแห่งความตาย] ทั้งหมดผนึกผสานเข้าด้วยและกลายเป็นผนึกอีกรูปแบบขึ้นมา

เป็น [ ผลึกแห่งวามเป็นความตาย ] !

" บูม บูม บูม บูม บูม บูม บูม "

ปรากฏเป็น [ ผลึกแห่งวามเป็นความตาย ] ขึ้นมาเจ็ดผนึก และมันก็ขยายขึ้นหลายเท่าจนขนาดเท่ากับประตู จากนั้นพวกมันก็ลอยไปที่ดาบแยกนภาที่อยู่บนท้องฟ้า

เกิดเป็นเสียงระเบิดที่น่ากลัวดังขึ้น และไฟสีแดงและน้ำแข็งสีฟ้าก็หยุดชะงักลงพร้อมกับส่องแสงมัวๆออกมา อำนาจพลังลึกลับที่ไม่สามารถคาดเดาได้ของ [ ผลึกแห่งวามเป็นความตาย ] ก็พุ่งเข้าไปที่ดาบแยกนภา

" ฮึม ฮึม ฮึม ฮึม ! "

เกิดเสียงดังขึ้นที่ดาบแยกนภาในอากาศ และมันก็ปลิวไปตามแรงระเบิดและหนามทั้งหมดที่กำลังพุ่งผ่านอากาศทั้งหมดก็หายไป

เป่ยหมิงเช้อ ที่ควบคุมดาบแยกนภาอยู่ในจิตใจ มันก็กลายเป็นซีดเหมือนกระดาษ เลือดของมันไหลออกมาจากรูทวารทั้งเจ็ดและมันก็ร้องออกมาอย่างโหยหวน .

ดาบแยกนภาและจิตใจของมันนั้นเชื่อมต่อกันอยู่ ความเสียหายที่เกิดจากดาบก็จะส่งผลถึงจิตใจของมันด้วยเช่นกัน ทั้งดาบและมันต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส

สำหรับผู้ที่ควบคุมดาบด้วยจิตใจ เมื่อดาบที่ควบคุมได้รับความเสียหาย เจ้าของก็จะได้รับบาดเจ็บเช่นกัน .

" กริ๊ก ! "

หลังจากหนามหยุดลงสักพัก ดาบแยกนภาก็ล่วงหล่นลงพื้นจากความสูงหนึ่งร้อยเมตร สีของมันขุนมัวและในที่สุดมันก็สูญเสียจิตวิญญานทั้งไปไป

เป่ยหมิงเช้อ ก็หยุดร้อง มันใช้ความคิดของมันควบคุมไปที่ดาบแยกนภา แต่เมื่อมันรู้ว่าดาบนั้นไม่ได้ตลอดสนองอย่างใด เป่ยหมิงเช้อ ก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของมันแสดงความหวาดกลัวออกมา

หลังจากเกิดการระเบิดของ [ ผลึกแห่งวามเป็นความตาย ] พลังในร่างกายของ ฉื่อหยาน ก็สูญเสียไปถึง 1 ใน 3 เช่นนกันและเขาก็รู้สึกว่าค่อนข้างอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก

แต่เมื่อเขาเห็นดาบแยกนภาสูญเสียประกายแสงไปหลังจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขารู้สึกยินดีขึ้นในจิตใจและกำลังใจของเขาก็เพิ่มขึ้น

และเมื่อเขาเห็น เป่ยหมิงเช้อเลือดไหลออกมาจากรูทวารทั้งเจ็ด เขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ทั้งทั้งสองที่จ้องไปที่ฉื่อหยาน พวกนางก้็ไม่อาจซ่อนความประหลาดใจบนใบหน้าของพวกนางได้ แม้แต่มู่หยู่เตี๋ยเองก็อ้าปากกว้าง พร้อมกับใช้มือเล็กๆปิดไปที่ปาก และหยุดร้องออกมา

ฉื่อหยานนั้นเป็นนักรบในระดับมนุษย์ แต่กลับสามารถระเบิดทำลายอาวุธระดับวิญญานที่ถูกควบคุมโดยเป่ยหมิงเช้อผู้ซึ่งอยู่ในระดับหายนะได้ ! และเขาก็ยังสามารถทำลายการเชื่อมต่อจิตวิญญาระหว่างดาบแยกนภาได้อีก !

นี่มันคืออะไรกัน ?

มู่หยู่เตี๋ยรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก นางนั้นไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

ว่าเขาจะเป็นเด็กหนุ่มคนเดียวกับที่นางเจอที่ป่าทมิฬ

มู่หยู่เตี๋ยตระหนักได้ทันทีว่าฉื่อหยานไม่ใช่คนเดิมที่นางรู้จักอีกต่อไป ฉื่อหยานในปัจจุบันนั้นแข็งแกร่งขึ้นเป็งอย่างมากและต่างออกไปจากที่นางเคยรู้จัก ซึ่งนางนั้นไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของนางกับฉื่อหยานจะเป็นเช่นไรต่อไป

" ติงหยาน ! " ตี่ย่าหลาน นางตะโกนออกมา , " เจ้าทำอะไร ? "

มู่หยู่เตี๋ยก้ฃ็พูดเพิ่ม และยังกล่าวอย่างใจจดใจจ่อ " ติงหยาน ! อย่าทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรอง ! เป่ยหมิงชางเองก็มาที่นี่เช่นกัน ถ้าเจ้าแตะต้องบุตรชายของเขา ตระกูลเป่ยหมิงจะไม่ปล่อยเจ้าและตระกูลฉื่อไว้แน่ ! "

สีหน้าของฉื่อหยาน ก็เย็นชา เขาไม่ได้พูดอะไร และเลือกที่จะไม่สนใจหญิงสาวทั้งสอง

เขาพันธนการ เป่ยหมิงเช้อ โดยใช้ [ หลุมแรงโน้มถ่วง ]

เป่ยหมิงเช้อ นั่งนิ่งโดยไม่ขยับ มันไม่ได้รู้สึกการมีอยู่ของ [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] เลย มันประมาทและติดอยู่ในวงหมุนโดยไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆได้

คราวนี้ ฉื่อหยานก็ได้เพิ่มพลังงานเชิงลบเข้าไปใน [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] ด้วย !

ตอนนี้วงหมุนเองก็มีพลังสามประเภทที่แตกต่างกันออกไปรวมอยู่ด้วยกัน ; พลังปราณหหยิน พลังปราณลึกลับ และพลังงานเชิงลบ ทั้งสามพลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน และพลังของ [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] ก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ในใหม่ [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] เป่ยหมิงเช้อตกอยู่ในความสิ้นหวัง หมดหนทาง กล้ามเนื้อบนใบหน้าของมันสั่นสะท้าน และภายในการหมุนวนอย่างบ้าคลั่งของ [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] พลังปราณลึกลับและร่างของมันต่างก็ถูกพันธนาการไว้

มีเพียงจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันของมันที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] มันยังคงไหลเข้าสู่เกราะคริสตัลอย่างต่อเนื่องและปกป้องร่างกายของเป่ยหมิงเช้ออย่างแน่นหนา .

ฉื่อหยานพุ่งเข้าไปในวงหมุน

เขายกแขนซ้ายของเขาขึ้นและ [ผนึกแห่งความตาย] ก็ปรากฏขึ้นและเขาก็ควบคุมให้มันพุ่งไปที่เป่ยหมิงเช้อโดยไม่ลังเล

" แกร๊ก แกร๊ก ! "

เสียงแตกหักที่คมชัดดังมาจากกะโหลกศีรษะของเป่ยหมิงเช้อ . พลังงานเชิงลบที่อยู่ใน [ผนึกแห่งความตาย] ก็ไหลเข้าไปยังกะโหลกศีรษะของมันและก็สะบั้นชีวิตของมันให้ตกตายในทันที .

ในที่สุดของพลังงานที่บริสุทธิ์ก็ไหลออกจากร่างกายของเป่ยหมิงเช้ออย่างรวดเร็ว .

ไม่นาน ศพของเป่ยหมิงเช้อก็กลายเป็นแห้งเหือดและพลังปราณลึกลับของมันทั้งหมดก็ดูดซับไปโดยฉื่อหยานอย่ารวดเร็ว

" ตุบ ! "

เป็นศพของ เป่ยหมิงเช้อที่ล่วงหล่นลงพื้น โดยที่ดวงตาของมันยังคงเบิกกว้าง ราวกับว่ามันได้ตกตายด้วยความเสียใจ

มันนั้นไม่มีโอกาศแม้แต่จะกรีดร้องออกมา

เมื่อ เป่ยหมิงเช้อ ตกตายไป ร่างกายของมันหดตัวและเกราะคริสตัลที่อยู่ร่างกายของมันก็หย่อนออกมาชัดเจน .

ฉื่อหยานสูดลมหายใจเข้าลึกๆและถอดเกราะคริสตัลออกมาจากร่างของเป่ยหมิงเช้อ , และนำไปวางไว้ในกระเป๋าของเขา แล้วเขาไม่ได้สนใจ มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ที่กำลังงุนงงเลย เขาหยิบดาบแยกนภาที่ตกอยู่บนพื้นด้วยความรวดเร็ว

ในตัวของ เป่ยหมิงเช้อ , สองสิ่งนี้แข็งแกร่งและประทับใจที่สุดในความคิดของเขา

ไม่ว่าจะเป็นดาบแยกนภาหรือเกราะคริสตัล ทั้งสองต่างก็เป็นสมบัติวิเศษ ตอ่ให้ฉื่อหยานไม่สามารถใช้พวกมันได้ เขาก็ไม่ให้ทั้งสองสาวนั้นเอาไปแน่นอน

" ติงหยาน เจ้าบ้าไปแล้วงั้นรึ เจ้าบ้าไปแล้วจริงๆ " มู่หยู่เตี๋ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้างุนงง นางพึมพำ " เป่ยหมิงเช้อนั้นเป็นยิ่งกว่าชีวิตของเป่ยหมิงชาง แต่ตอนนี้เจ้ากลับฆ่าเป่ยหมิงเช้อ ! นั่นหมายความว่า เป่ยหมิงชางจะไม่เพียงจัดการกับเจ้าแต่จะจัดการกระตระกูลของเจ้าทั้งหมดด้วย ติงหยานเจ้าทำพลาดไปแล้ว จำทำพลาดไปแล้วจริงๆ ! เจ้าขุดหลุมฝังศพตัวเองแล้ว "

" เฮ้ย ! ! ! ! ! ! " ฉื่อหยานหันศีรษะของเขาไปและเหลือบมองอย่างเย็นชาจากนั้นก็ กล่าวว่า " ถ้าเจ้ายังพูดมากอยู่ ข้าจะฆ่าเจ้าเช่นกัน "

" อะไรกัน เจ้าพูดเรื่องอะไร ! " การแสดงออก มู่หยู่เตี๋ยก็เต็มไปด้วยความสับสน นางยกมือและชี้ไปที่ ฉื่อหยานและร้องออกมา " ติงหยาน ! ข้าช่วยชีวิตเจ้าไปนะ และนี่คือสิ่งที่เจ้าตอบแทนข้างั้นรึ "

ใบหน้าฉื่อหยานเต็มไปด้วยความร้อนรน ดวงตาของเขากลายเป็นเย็นชา เขารีบย้ายไปไปอยู่ข้างมู่หยู่เตี๋ย

" เปี่ย ! "

ฉื่อหยานปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าของมู่หยู่เตี๋ยและเอามือตบไปที่ใบหน้าของนางและนางก็สะดุ้งถอยหลังไปสามก้าวด้วยใบหน้าที่ปูดแดง

" นี่ ! ! ! ! ! ! ฟังนะ ข้าไม่ได้ติดหนี้อะไรเจ้า ถ้าเจ้ายังพูดอะไรให้ข้าได้ยินอีกหละก็ ข้าจะทำทุกอย่างและหุบปากของเจ้าสะ ! " ฉื่อหยานพูดและมองไปที่มู่หยู่เตี๋ยอย่างเย็นชา เขาแสดงออกอย่างโหดร้ายและพูดพร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารออกมา " เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนเช่นไร จะไม่เคยเมตตาใครก็ตามที่ข้าต้องการฆ่า แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงก็ตาม "

" ติงหยาน ! " ตี่ย่าหลาน กรีดร้องออกมา , " เจ้ากล้าทำเสี่ยวเตี๋ยงั้นรึ ! "

" เจ้าหุบปากสะ "

ฉื่อหยานแสยะยิ้ม และจ้องมองไปที่นางด้วยสายตาเย็นชา " เมื่อเราได้แยกทางกันในป่าศิลา ความสัมพันธุ์ทุกอย่างของเราก็จบลงแค่นั้นแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิจะมาพูดอะไรกับข้า ข้าไม่เคยคิดซักนิดว่า ข้าเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าเพียงเพราะข้ามีอะไรกับเจ้า เจ้าเองก็ได้รับบางอย่างจากข้าไป เจ้านั้นเป็นหนี้ข้า "

ตี่ย่าหลาน ร่างละเอียดอ่อนร่ของนางก็สั่นเทา นางมองไปที่ฉื่อหยานที่แสดงออกอย่างโหดร้าย นางรู้สึกเหมือนกับว่านางกำลังอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง ซึ้งทั้งหัวใจและร่างกายของนางต่างก็ถูกแช่แข็ง

ตี่ย่าหลาน ขบฟันของนางแน่น และนางก็พยายามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา แต่น้ำตาหยดสดใสก็ยังคงปรากฏอยู่ที่มุมตาของนาง หัวใจนางรู้สึกเหมือนถูกแทงด้วยมีดที่แหลมคมและความเจ็บปวดก็กระจายไปทั่วหัวใจชองนาง

ในช่วงเวลานี้ ตี่ย่าหลาน ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่านางนั้นห่วงใยเขามากเพียงใด เมื่อมองไปที่สีหน้าที่เย็นชาของเขา ตี่ย่าหลาน ในที่สุดก็รู้แล้วว่า เขานั้นเป็นส่วนที่เหลือทั้งหมดในชีวิตของนาง

" ติงหยาน ! เจ้าจะต้องเสียใจ ! เจ้าจะต้องเสียใจ " มู่หยู่เตี๋ยใบหน้าจริงจัง และนางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ " เจ้าจะต้องเสียใจ ! เจ้าและตระกูลของเจ้าทั้งหมดจะต้องถูกทำลายโดยเป่ยหมิงชาง ! "

" เปี้ย ! "

ฉื่อหยานที่กำลังจะจากไป เขาก็หันไป และตบไปที่ใบหน้าของมู่หยู่เตี๋ยอีกครั้ง การแสดงออกของเขากลายเป็นมืดมนและเขาก็กล่าวว่า " เฮ้ ! ! ! ! ! ! เจ้าคิดว่าเจ้าจะปลอดภัยหากหลบอยู่ในตระกูลเป่ยหมิง และตระกูลเป่ยหมิงจะแก้แค้นให้เจ้างั้นรึ บ้าไปแล้ว เป่ยหมิงชางเป็นคนโหดเหี้ยม และทะเยอทะยาน เจ้าคิดว่ามันจะสู้ตกตายกับโลกมืดเพื่อช่วยเจ้างั้รึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมคนของโลกมืด มาทำอะไรที่นี่ ? เจ้ารู้หรือไม่โชคชะตาของเจ้าจะเป็นเช่นไรเมื่อออกไปจากที่นี่ ! "

หน้ามู่หยู่เตี๋ยค่อนข้างซีดและดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ในที่สุดนางก็สิ้นเสียงที่จะพูด

แต่เองก็คิดเช่นกัน แต่นางก็ปฏิเสธที่จะยอมรับมัน ตอนนี้เองที่ฉื่อหยานพูดออกมาอย่างโหดเหี้ยม มู่หยู่เตี๋ยก็ไม่สามารถหยุดระแวงได้อีกต่อไป นางรู้สึกหนาวตั้งแต่หัวจรดเท้า และรู้สึกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับนางเป็นภาพลวงตา

" จากนี้ไป พวกเจ้าจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้าอีก ! " ฉื่อหยานชายตามองไปที่สองสาวเป็นครั้งสุดท้าย และหันกลับกลับไปพร้อมกับเดินลงไปที่หลุมแล เขาก็พูดด้วยเสียงเย็นชากับสองสาวที่อยู่ด้านหลัง " อย่ามาขวางทางข้า ไม่งั้นเจ้าจะเจอชะตากรรมเดียวกับ เป่ยหมิงเช้อ ! "

แล้วฉื่อหยาน ก็ค่อยๆ เดินไปที่หลุม

ใบหน้าของตี่ย่าหลานก็เต็มไปด้วยน้ำตา และแขนขาของนางก็ถูกแช่แข็ง เหมือนกับพลังชีวิตของนางนั้นไหลออกไปจรหมด หัวใจของนางรู้สึกราวกับว่ามันถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดทิ่มแทงทะลุไปทั่วหัวใจนาง

ใบหน้ามู่หยู่เตี๋ยเองก็มีรอยนิ้วมือสีแดง บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเหมือนกับชีวิตของนางกำลังจะจบสิ้น นางจ้องมองไปอย่างไร้จุดหมายบนท้องฟ้า ถ้านางไม่สามารถหาทางหนีไปจากที่นี่ได้ นางจะต้องสูญเสียทุกๆอย่างไปแน่นอน

" เสี่ยวเตี๋ย เรา . . . เราทำผิดกับเขาจริงๆ " เสียงของ ตี่ย่าหลาน แห้งเหือดนางครอบคลุมใบหน้าของนางมือและค่อยๆร้องสะอื้นออกมา .

" ฮือ…... ! "

มู่หยู่เตี๋ยในที่สุดก็อดกลั้นไม่ได้อีกต่อไป สุดท้ายครอบคลุมใบหน้าของนางและร้องไห้ออกมา นางร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและจิตใจของนางก็เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

. . . . .

ฉื่อหยานที่ยืนอยู๋ที่หลุมด้วยสีหน้าเย็นชาของเขา เขานั้นไม่ได้สนใจเสียงร้องไห้ของหญิงสาวทั้งสองเลย เขาเพียงแค่ขมวดคิ้วและก้าวไปข้างหน้า

" หวืบ ! หวืบ , หวืบ ! "

ไข่มุกพลังหยินทั้งหมดในจุดชีพจร เฉินเค้อ เทียนเค้อ และ หยินตู๋ กลายเป็นแข็งแกร่งขึ้น . หลังจากมาที่นี่ ไข่มุกพลังหยินนั้นได้ดูดซับพลังเป็นจำนวนมาก

มันส่องแสงวิบวับอยู่ในร่างของฉื่อหยาน เขารู้ได้ทันทีเมื่อสังเกตุไปที่ไข่มุกพลังหยิน พลังลึกลับนั้นไหลออกมาจากคริสตัลและดูดซับเข้าไปในไข่มุกพลังหยิน , พลังทั้งสองดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงบางอย่างที่ลึกลับซึ่งกันและกัน

อย่างไรก็ตาม เขายืนอยู่หน้าหลุมเช่นั้น โดย ฉื่อหยา ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เขาคิดหาวิธีที่จะจัดการกับผลึกคริสตัล

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยายามโคจรวังวนหลังหยิน ,และพลังปราณหยินก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา

พลังปราณหยินค่อยๆรวมตัวกันและลอยออกจากฝ่ามือของฉื่อหยาน สร้างเป็นมือยักสีเขียวเข้มส่องแสงออกมาและคว้าไปที่คริสตัลจากที่ห่างไกล

ในที่สุดพลังหยินแปลกประหลาดก็ไหลออกมาจากไข่มุกพลังหยิน พลังหยินนี้เป็นเหมือนกับเส้นด้ายและมันก็ไหลเข้าไปในผลึก

ในความมืด มือสีเขียวเข้ม ก็ค่อยๆกดลงอย่างต่อเนื่องบนโล่แสงของคริสตัล

" ปัป ! "

จู่ๆ โล่แสงก็ส่งเสียงออกมา อุปสรรคนี้ได้ถูกจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันทำให้อ่อนแอลงไปแล้ว และตอนนี้เองมันก็เปิดกว้างด้วยมือยักษ์สีเขียวเข้มของฉื่อหยาน

และแสงคริสตัลที่แพรวพราวสวยงามก็จางหายไปพร้อมกับลอยเข้ามาที่มือยักษ์สีเขียวเข้ม_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 102 ไม่มีอะไรที่ข้าทำไม่ได้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว