เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 มหาสมุทรไร้สิ้น

บทที่ 60 มหาสมุทรไร้สิ้น

บทที่ 60 มหาสมุทรไร้สิ้น


บทที่ 60 มหาสมุทรไร้สิ้น

 

ที่ศาลาหมอก

ศาลาหมอกจัดได้ว่าเป็นขุมพลังที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งซึ่งจะจัดประมูลและค้าขายสิ่งของหายากต่างๆที่ช่วยในการบ่มเพาะ และมันก็มีแค่เพียงในเมืองเทียนหยุนของสมาคมการค้าเท่านั้น

มันมีข่าวลืออยู่ว่าศาลาหมอกนั้นได้รับการสนับสนุนจากนักรบในมหาสมุทรไร้สิ้นที่กว้างใหญ่, มันเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่ อยู่ทางทิศตะวันออกของสมาคมการค้า

มีหมู่เกาะหลายพันแห่งในผืนมหาสมุทรแห่งนั้น ซึ่งกระจัดกระจายกันไปเหมือนดวงดาว บางเกาะนั้นมีขนาดใหญ่กว่าจักวรรดิ์อัคคีและจักวรรดิ์พรพระเจ้ารวมกันเสียอีก

นักรบจากทะเลไร้สิ้นนั้นมักจะไม่ค่อยมาทีแผ่นดินรุ่งเรืองนัก เพราะพวกเขาเป็นยอดฝีมือที่มีอยู่มากมายในผืนสมุทรแห่งนั้น และพวกเขาแต่ละคนยังได้รับการสนับสนุนจากตระกูลใหญ่ๆอีกด้วย

ว่ากันว่ามีแม้กระทั่งนักรบในระดับวิญญาน

ในวันนั้น ที่ประตูทางเข้าศาลาหมอกผู้จัดการร้าน กู่ลั่ว กำลังยืนอยู่ เขาเป็นนักรบในนภาแรกของระดับรู้แจ้ง และยังได้รับทรัพยากรมากมายจากศาลาหมอก

สำหรับหลาย ๆคนในศาลาหมอกแห่งนี้ กู่ลั่วนับได้ว่าเป็นนายท่านของศาลาแห่งนี้

แต่ วันนี้ กู่ลั่ว และยอดฝีมือในศาลาหมอกกลับมายืนรออยู่ที่นี่เพื่อรอใครสักคนอยู่

เวลาผ่านไป

ในที่สุดก็ถึงช่วงเวลากลางคืน แม้ว่ากู่ลั่วจะยืนรอมาทั้งวันแล้ว แต่เขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจบนใบหน้าของเขาเลย

" ท่านพ่อ เราต้องรออีกนานแค่ไหน ? เรากำลังรอใครอยู่ " ลูกชายคนเดียวของกู่ลั่ว กู่ป๋านถอนหายใจออกมา " เจ้านี่ช่างกล้านัก ! ที่ทำให้เรารอเพียงนี้ "

" หุบปากสะ ! เจ้าเด็กน้อย เจ้าที่เกิดในสมาคมการค้า ไม่รู้เสียแล้วว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่เพียงใด ! เจ้าอย่าได้คิดว่าตระกูลเป่ยหมิงนั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินรุ่งเรือง เมื่อเทียบกับตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของมหาสมุทรไร้สิ้นที่กว้างใหญ่แล้ว , ตระกูลเป่ยหมิงนับเป็นตัวอะไรได้ ! "

กู่ลั่ว จ้องมองไปที่ลูกชายของเขาและพูดอย่างเย็นชา " ตัวข้านั้นมาจากมหาสมุทรไร้สิ้น และเป็นตระกูลเซี่ยที่ส่งข้ามาที่นี่ เพื่อมาดูแลศาลาหมอกแห่งนี้ และผู้ที่เรารอคอยอยู่ ก็คือ เซี่ยซิงหยาน จากตระกูลเซี่ย . นางคือเจ้านายของข้า หากไม่ใช่เพราะชิ้นส่วนของแผนที่ได้กระจัดกระจายออกเป็นสองส่วน นางก็คงไม่เสียเวลาเดินทางเป็นพันไมล์เพื่อมาที่แห่งนี้หลอก . "

" ท่านพ่อ ตระกูลของเราไม่ได้อยู่ที่ใจกลางของแผ่นดินรุ่งเรืองแห่งนี้รึ ? " กู่ป๋านตะลึง หลังจากนั้น เขาก็ถามด้วยความประหลาดใจ

" ที่นี่ ? เจ้าบอกว่าที่นี่คือใจกลางแผ่นดินรุ่งเรื่องงั้นรึ ? " กู่ลั่ว แสยะยิ้ม และส่ายหัว " จักวรรดิ์อัคคี , จักวรรดิ์พรพระเจ้า และสมาคมการค้า ต่างก็นับว่าเป็นแคว้นที่อยู่ชายแดนของแผ่นดินรุ่งเรื่องทั้งสิ้น อย่าได้นับว่าพวกมันเป็นแคว้นที่อยู่ในใจกลางของแผ่นดินรุ่งเรืองเด็ดขาด จำเอาไว้ ! แผ่นดินรุ่งเรืองนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เจ้าคิด ผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นยอดฝีมือในที่แห่งนี้ ก็เป็นได้เพียงแค่นักรบกากเดนในใจกลางของแผ่นดินรุ่งเรืองเท่านั้น ! "

" จริงรึ ? " กู่ป๋านไม่เชื่อสิ่งที่เขาได้ยิน

เมื่อดวงตะวันค่อยๆลับไป ดวงจันทร์ก็ลอยขึ้นมาแทน บนท้องฟ้าที่มืดมิด ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่าง กู่ป๋านยังคงรอคอยอย่างอดทน

ยามเที่ยงคืน ก็ปรากฏเงาทั้งสามบนเส้นทางที่ไกลออกไป

ภายใต้โคมไฟสีแดงบนถนนเงาทั้งสามเคลื่อนไหวไปมาเหมือนวิญญานที่น่ากลัว .

" พวกเขามากันแล้ว ฟังข้านะ พวกเจ้าอย่าได้พูดอะไรออกมาเด็ดขาด ! " กู่ลั่วประกาศออกไปเบาๆ

คนที่เป็นผู้นำนั้นเป็นผู้หญิงรูปร่างผอมบางสวมใส่ด้วยเสื้อคลุมสีดำและหมวกไม้ไผ่กว้าง ปิดบังใบหน้าของนางไว้ไม่อาจเห็นได้

นอกจากหญิงสาวแล้วก็ปรากฏชายร่างยักษ์สองคนที่สูงสองเมตรขึ้นในเวลาเดียวกัน และหากมองไปที่พวกมันก็จะรู้ได้ทันทีว่าทั้งสองเป็นฝาแฝดกัน

ทั้งสองเหมือนกับปราสาทยักษ์ที่มีผิวสีเข้ม และคล้ายกับราชสีเพศผู้ พวกมันเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกหนักอย่างใดเลยกับร่างกายที่ใหญ่โตนั่นเลย

" ในที่สุดพวกท่านก็มาถึง " กู่ลั่วโค้งและกล่าวด้วยความเคารพ " ข้าน้อยกู่ลั่ว รอพวกท่านอยู่นานแล้ว "

" เข้าไปด้านในเถอะ "

เสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากใต้หมวกไผ่ที่ปกปิดอยู่ หญิงสาวคนนั้นไม่ได้พูดอะไรอีก นางเคลื่อนไหวร่างกายที่เพียวบางผ่านกูลั่วไป และเดินตรงเข้าไปศาลาหมอก ราวกับว่านางนั้นเป็นเจ้าของที่แห่งนี้ !

" ขอรับ คุณหนู " กู่ลั่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แล้วเขาก็เดินตามนางไป ด้วยความรู้สึกโล่งใจ

ที่สวนด้านในของศาลาหมอก ในห้องที่เงียบสงัด

หญิงสาวชุดดำนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่กลางห้อง ซึ่งมันได้ถูกเตรียมพร้อมไว้สำหรับนาง หลังจากนั้นชายร่างยักษ์ทั้งสองก็ไปยืนอยู่ด้านหลังของนาง นางโบกมือของนาง " กู่ลั่วอยู่ที่นี่ก่อน และทุกคนก็ออกไปสะ " .

" พวกเจ้าออกไป " กู่ลั่วประกาศออกมาเสียงดังเป็นพิเศษ จ้องมองไปที่ลูกชาย กู่ป๋านของเขา

กู่ลั่ว นั้นเป็นผู้จัดการของศาลาหมอก เมื่อได้ยินคำสั่งของเขาคนอื่นๆก็เดินออกจากห้องไป

กู่ลั่วป้องมือเคาระหญิงสาว แล้วรีบหยิบเอาสมุดบัญชีจากออกมากระเป๋าหน้าอกของเขาและส่งให้หญิงสาวด้วยมือทั้งสอง " นี่เป็นบัญชีสำหรับสิบปีที่ผ่านมาก เชิญท่านตรวจสอบ"

" อืม เก็บมันไปก่อน ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อตรวจสอบบัญชี”

 

นางโบกมืออย่างสบายพร้อมกับถอดหมวกไม้ไผ่ที่สวมอยู่ออก และในตอนนั้น ก็ปรากฏใบหน้าที่งดงามขึ้น นางขมวดคิ้วคู่สวยของนาง และพูดเบาๆว่า " ข้าต้องการดูแผนที่ ที่ไม่สมบูรณ์นั่น "

" ขอรับ " กู่ลั่วหยิบแผนที่ไม่สมบูณณ์ของประตูนภาออกมาจากใต้เสื้อผ้าของเขาและส่งมันให้กับนางด้วยความเคารพ

เซี่ยวซิงหยาน หยิบแผนที่นั่นมาด้วยนิ้วมือที่ระเอียดอ่อนของนาง นางมองไปที่แผนที่แล้วพยักหน้าเบาๆ " ดี ! นี่ย่อมเป็นของจริงแน่นอน”

" คุณหนู ยังมีเม็ดยาบำรุงสามเม็ด และผลึกอาคมโลหิต ซึ่งถูกส่งมาจากตระกูลอมตะ ตระกูลหยางผ่านมิติที่ว่างเปล่ามา พวกเขาบอกว่ามอบมันให้กับท่าน ".

กู่ลั่ว เอาสิ่งที่กล่าวเหล่านั้นออกมาและส่งไปให้เซี่ยวซิงหยานด้วยความเคารพ " คุณหนู เม็ดยาทั้งสามเหมาะสำหรับท่านในสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ท่านบาดเจ็บสาหัสหลังจากที่ใช้จิตวิญญานต่อสู้ เมื่อทานยาเหล่านี้ , ท่านก็จะหายเป็นปลิดทิ้งทันที .

" อืม ตระกูลหยางช่างเป็นคนใจกว้างและรู้ดียิ่งนัก ! "เซี่ยวซิงหยานถอนหายใจออกมา " ศาลาหมอกนั้นไม่ได้ถูกครอบครองโดยตระกูลเซี่ยเพียงผู้เดียว ตระกูลหยางเองก็เป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน "พวกเขาไม่ได้ส่งใครมาที่นี่สักคนแต่กลับส่งเม็ดยาบำรุงทั้งสามเม็ดมาให้ข้างั้นรึ ? ฮ่าๆๆ ดูเหมือนพวกเขาจะเชื่อใจข้ามากสินะ "

ขณะที่นางพูด เซี่ยวซิงหยานก็เก็บยาบำรุงขนาดเท่าผลลำไยทั้งสามเม็ดเข้าไป นางลูบไปที่ผลึกอาคมโลหิต และถามว่า " นี่ย่อมเป็นผลึกอาคมโลหิต  "

" ตระกูลหยางต้องการให้ท่านช่วยท่านตามหาคนผู้หนึ่ง หัวหน้าตระกูลหยาง หยางชิงตี้ ได้บอกว่าหลานชายเขาหยางไห่ยังมีชีวิตอยู่และยังอยู่ในที่แห่งนี้ เขารับรู้ได้จากวิชา [ สืบโลหิต ]  ดังนั้น เขาจึงขอให้ท่านช่วยตามหาหลานชายของเขา เพื่อตอบแทนเม็ดยาบำรุงทั้งสามนั่น " กู่ลั่วก้มหัวลงและเขาก็พูดเบาๆ ไม่กล้าที่จะมองไปที่นาง

" เจ้าว่าอะไรนะ ? " เซี่ยซิงหยาน อุทานด้วยความโกรธเคือง นางพูดอย่างเย็นชา " หึหึ ข้าก็ว่าอยู่แล้ว เหตุใดพวกเขาถึงใจกว้างนัก ! ที่แท้พวกเขาก็แค่อยากใช้งานข้า และก็ให้เม็ดยาทั้งสามนั้นเป็นสิ่งตอบแทนสินะ มันจะมากเกินไปแล้ว ! "

กู่ลั่ว เก็บหัวของเขาลง และไม่กล้าพูดอะไรออกไป

" คุณหนู เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว หยางชิงตี้ และเหล่ายอดฝีมือได้บุกไปที่ดินแดนสี่อสูร บุตรชายของเขาหยางเสี่ยวได้ถูกฆ่าตายในการต่อสู้ จากนั้นภรรยาของหยางเสี่ยวก็ได้คลอดทารกออกมา หลังจากที่หยางชิงตี้ได้สังหารหนึ่งในราชาของดินแดนสี่อสูรไป และราชาทั้งสามที่เหลืออีกสามตนก็ได้ไล่ล่าเขา และทำให้ลูกสะใภ้ของเขาต้องตายไป ในตอนนั้นเอง หยางชิงตี้ก็ถูกต้อนจนมุมและเกรงกว่าทารกจะได้รับบาดเจ็บ เขาจึงคิดจะหลบหนีออกมาจากที่แห่งนั้นด้วยวิชา [ โลหิตหลบลี้ ]และได้โยนทารกออกมาจากดินแดนสี่อสูร

หนึ่งในชายร่างใหญ่อธิบายด้วยเสียงเก่าแก่ของเขา

" แล้วไงต่อ ? " เซี่ยซิงหยาน ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถามแบบไม่สนใจ

ชายร่างใหญ่นิ่งคิดสักพัก แล้วพูดต่อว่า " หลังจากที่เขาทิ้งทารกให้ออกมาจากดินแดนสี่อสูรแล้ว หยางชิงตี้ก็ติดอยู่ใน ' ดินแดนสี่อสูร ' เป็นเวลาอีกยี่สิบปี และถูกลุมล้อมไปด้วยราชาทั้งสามในดินแดน แต่โชคดีที่เขาหนีรอดมาได้  แต่เขานั้นกลับได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างมาก และเมื่อเร็วๆนี้ หยางชิงตี้ ได้เสร็จสิ้นการฝึกฝนลับบางอย่างและได้บรรลุเป็นนับระในระดับวิญญานแล้ว จากนั้นเขาก็ได้หยดเลือดของเขาหนึ่งยดและใช้วิชา [ สืบโลหิต ] เพื่อตามหาทารกที่เขาโยนออกมาจากดินแดนแห่งนั้น และหยดเลือดก็ได้ชี้ทางมาที่สมาคมการค้าแห่งนี้ นั่นคือเหตุผลที่เขาได้มอบเม็ดยาบำรุงทั้งสามให้แก่ท่านเพื่อให้ท่านช่วยเหลือ ดูเหมือนว่าเขานั้นเป็นห่วงหลานชายของเขาหยางไห้เป็นอย่างมาก " .

" ราชาอสูรทั้งสามดูเหมือนว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่เมื่อเร็วๆมานี้เหมือนกัน ดังนั้นข้าเดาว่าหยางชางตี้คงจะยุ่งเกินกว่าจะตามหาทารากคนนั้นได้ . " ชายตัวสูงพูดเพิ่ม

" ถูกต้อง พวกเขาได้ส่งข่าวมาว่า หนึ่งในราชาอสูรทั้งสามของตระกู,หยาง  เสี่ยวหานยี่ ได้ออกมาจากเกาะอมตะมาพร้อมกับอสูรคุ้มกันอีกห้าสิบตน . ในเวลาหนึ่งเดือน พวกเขาจะเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง และข้าก็หวังว่าท่านจะหาเด็กทาราคนนั้นพบ ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง" กู่ลั่ว พูดช้าๆ ด้วยความเคารพ .

" ราชาอสูร เสี่ยวหานยี่ ! พร้อมกับอสูรคุ้มกันอีกห้าสิบตน ! " เซี่ยซิงหยานถอนหายใจออกมา" ดูเหมือนว่าหยางชิงตี้จะเป็นห่วงเด็กทารกคนนั้นมากจริงๆสินะ ! "

" ตระกูลหยางนั้นเป็นจอมเผด็จการในมหาสมุทรไร้สิ้น นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้คนมากมายโกรธเคืองเป็นอย่างมากในไม่กี่ปีที่ผ่านมา , พวกเขามั่วแต่ยุ่งอยู่กับสงครามระหว่างดินแดนสี่อสูร และ ยังต้องมาพลัดพลากจากลูกหลานที่ได้รับสืบทอดจิตวิญญาณอมตะตั้งแต่ยังเป็นทารก ซึ่งเป็นหลานชายของเขาของเขาเอง อีกทั้งยังเป็นหลานชายแท้ๆของเขาที่เกิดหยางเสี่ยวบุตรชายของเขาอีกด้วย เขาคงจะเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก มาเป็นเวลานาน " หนึ่งในชายร่างใหญ่ตอบ

" กู่ลั่ว จากนี้ไป ข้าจะดูแลศาลาหมอกแห่งนี้เองและส่วนเจ้าก็ออกไปตามหาหลานชายของหยางชิงตี้อย่างระมัดระวังสะ ! ราชาอสูร เสี่ยวหานยี่ กำลังมา ข้าจะไม่ได้รับเม็ดยาบำรุงแน่ หากเราไม่สามารถตามหาหยางไห่ ได้พบก่อนที่พวกเขาจะมาถึง เจ้าเข้าใจหรือไม่ ! " เซี่ยซิงหยาน มองกู่ลั่วอย่างไม่แยแส

" ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว " กู่ลู่พยักหน้า

" ข้าจะเก็บผลึกอาคมโลหิตนี่ไว้เอง หลังจากที่เจ้าหาหยางไห่พบแล้ว เจ้าจงนำเขามายังศาลาหมอกสะ แล้วข้าจะใช้ผลึกอาคมโลหิตทดสอบดูว่าเขาใช่หยางไห่คนเดียวกับที่หยางชิงตี้กำลังตามหาอยู่หรือไม่ " เซี่ยวซิงหยาน กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาและนางลูบไปที่ผลึกอาคมโลหิต

 

" ขอรับ ! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ " กู่ลั่วก้มหน้าลง และถอนหายใจกับตัวเองอย่างขมขื่น " ตระกูลใหญ่ทั้งห้ากำลังตามหาติงหยาน และข้ายังต้องไปตามหาหยางไห่อีก สมาคมการค้าจะต้องวุ่นวายเป็นแน่ ! "

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 60 มหาสมุทรไร้สิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว