เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 เจ้าคนประหลาด !

บทที่ 55 เจ้าคนประหลาด !

บทที่ 55 เจ้าคนประหลาด !


บทที่ 55 เจ้าคนประหลาด !

 

ในสวนที่อยู่ด้านหน้าของห้องรับแขก

พวกรุ่นเยาว์ตระกูลฉื่อกำลังพูดประจบซั่วฉื่อกันอยู่ พวกมันเจียมเนื้อเจียมตัวและยิ้มทุกครั้งที่ซั่วฉือถามอะไรมา นางถามอะไร พวกมันก็จะตอบอบ่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความประทับใจต่อนาง

พวกมันบางคนก็มาจากตระกูลสาขาบางคนก็มาจากตระกูลหลัก เช่น ฉื่อเทียนเซียว และ ฉื่อเทียนลั่ว ที่มาจากตระกูลหลักโดยตรง

นางเดินช้าๆอยู่ท่ามกลางดอกไม้ที่สดใส นางดูเหม่อลอย ถึงแม้นางจะยังคงก้าวเดินอย่างปกติ  นางเขย่าถังน้ำในมืออย่างเบื่อหนาย เหมือนกับผีสาวที่งดงามที่อยู่ท่ามกลางดอกไม้

ฉื่อหยานเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นมาและหยุดคิดสักพัก จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปในสวนดอกไม้ และก็เดินไปที่ ซั่วฉือ เขาก็เหยียดมือออกไป และกล่าวว่า " ขอข้าดูกระดองเต่าของเจ้าหน่อย”

" เจ้าโง่ เหตุใดเจ้าจึงมายืนต่อหน้าฉื่อน้อย ! เจ้ามาที่นี่ทำไมกัน ? " ฉื่อเทียนเซียว ถอนหายใจออกมาอย่างดูถูก .

" ให้ไปหารือกับท่านปู่มา " ฉื่อหยานอธิบายง่ายๆ " ข้าสัญญากับผู้อวุโสซั่วชูไว้ว่าจะมาอ่านอักษรโบราณบนกระดองเต่าให้นาง เจ้าอย่าได้เข้าใจเจตนาของข้าผิดไป"

" เจตนางั้นรึ ? แล้วมันต่างกันยังไงหละ ? " ฉื่อเทียนเซียว เขาเอามือปิดจมูกของและร้องออกมา " อ๊ะ กลิ่นอะไร … ฉื่อหยาน ตัวเจ้าเหมือนกลิ่นอะไรหนะ ! "

เป็นกลิ่นเหม็นเปรี้ยวลอยออกมาจากเขา

ฝูงชนนั้นไม่ได้สังเกตเห็นเขาในตอนแรกเลย เพราะพวกมันต่างกำลังประจบซั่วฉืออยู่ เมื่อพวกมันทั้งหลายได้ยินฉื่อเทียนเซียว ตะโกนออกมา พวกมันจึงสังเกตเห็นฉื่อหยานได้อย่างรวดเร็วและเอามือไปปิดที่จมูกพร้อมกับพูดต่อว่าฉื่อหยานว่าหน้าไม่อาย

โดยไม่คาดคิด หญิงสาว นางเป็นคนเดียวที่ยืนอยู่ปกติและไม่ได้เดินถอยไปหรือก่นด่าเขาเลย นางยืนถือถังน้ำอยู่ตรงนั้น และดูเหมือนจะไม่สนใจกลิ่นนั่นเลยแม้แต่น้อย

ซั่วฉือจ้องไปที่ฉื่อหยานอย่างประหลาดใจ และรู้สึกถึงบางอย่างที่ตราตรึงอยู่ในใจของนาง

ทุก ๆ คน รวมทั้ง ฉื่อเทียนเซียว และ ฉื่อเทียนลั่ว พวกมันต่างก็ต้องพรมน้ำอบก่อนที่จะมาพบกับซั่วฉือ บางคนถึงกับต้องนำดอกไม้มาไว้ในเสื้อผ้าเพื่อที่จะเพิ่มความมั่นใจว่าจะทำให้ซั่วฉือประทับใจได้

แต่เจ้าเด็กนี่ต่างออกไป ร่างของเขาผอมแห้งและเต็มไปด้วยฝุ่น ; ชุดของเขาดูเก่าโทรมและเริ่มส่งกลิ่นออกมา นี่ย่อมหมายความว่าเขาพึ่งออกจากการฝึกฝนที่ใช้เวลานานมาแน่นอน

เจ้าคนนี้ช่างประหลาดนัก !

ซั่วฉือตกตะลึงและนางก็สรุปเช่นนี้ นางเริ่มจะสนใจบางอย่างในตัวฉื่อหยาน

เมื่อเห็นฝูงชนเริ่มถอยไปด้านหลัง แต่ซั่วฉือก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ฉื่อหยานก็รู้สึกมีความสุขเล็ก ๆเขาจึงถามออกไปอย่างอ่อนโยน " กระดองเต่าของเจ้าอยู่ไหนรึ ? "

" มันอยู่ที่ห้องรับแขก ข้าจะไปเอามาให้เดี๋ยวนี้ " ซั่วฉือตอบกลับด้วยเสียงที่ไพเราะ . จากนั้นนางก็ก้าวเดินด้วยขาสวยงามและร่างที่ผอมบางของนาง ก็หายไปในทันที

หญิงสาวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เห็นได้เพียงได้แต่เงาของนาง ฉื่อหยานไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของนางได้เลย

ฝูงชนและฉื่อเทียนเซียวเองเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงประหลาดใจเช่นกัน

พวกมันรู้ดีกว่าซั่วฉือนั้นไม่เพียงแต่งดงาม แต่นางยังเป็นนักรบคนหนึ่งที่มีระดับสูงกว่าพวกมันอีกด้วย

ใช้เวลาไม่นานนัก ซั่วฉือก็กลับมา ฝูงชนก็ยังคงจมอยู่ในความประหลาดใจ นั่นผ่านมาแค่หกวินาทีเท่านั้น

ซั่วฉือก็ปรากฏตัวต่อหน้าฉื่อหยาน พร้อมกับกระดองเต่าที่มีขนาดเท่ากับกะละมังหนึ่งใบในมือของนาง และนางก็ส่งมันให้เขา " มันอยู่นี่ . . . "

ฉื่อหยานพยักหน้าและหยิบกระดองนั่นมาเท่านั้น เมื่อเขารับมันมาเขาก็รู้สึกได้ถึงความหนักของมันมีทันที และเขาก็เกือบจะล้มลง

เขาเริ่มโคจรพลังปราณลึกลับ และทำให้ร่างกายของเขาถือมันไว้ได้และ เขาก็อุทานออกมา " นี่หนักยิ่งนัก ! "

เขามองไปที่ซั่วฉื่ออย่างไม่พอใจ และคิดว่านางกำลังพยายามล้นเล่นกับเขา

อย่างไรก็ตาม เขาก็พบว่า ซั่วฉือ ตายังคงเป็นประกายสีฟ้าใสและปราศจากเจตนาร้ายใด ๆ .

" ถูกต้อง ข้าไม่รู้ว่ามันทำมาจากสิ่งใด มันมีน้ำหนักประมาณสี่ร้อยกิโลเห็นจะได้ " ซั่วฉือนั้นไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า ฉื่อหยานนั้นได้แอบก่นด่านางในใจ นางลูบผมข้างๆหูของนาง และกล่าวเสริมว่า " ข้าประหลาดเป็นอย่างมากเมื่อข้าได้พบมันครั้งแรก "

" สี่ร้อยกิโล " ฉื่อเทียนเซียว ลูบขมับของเขา และรู้สึกได้ว่าศีรษะของเขาชา

ซั่วฉือสามารถถือกระดองเต่าด้วยมือข้างเดียวและยังสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเช่นนั้นอีกรึ ! นี้ทำให้มันตระหนักถึงระยะห่างระหว่างมันและ ซั่วฉือ มันจึงรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง

ฉื่อหยาน ถือกระดองเต่าไว้ในมือและเริ่มปรับสมดุล ซึ่งการกระทำเช่นนี้ของฉื่อหยาน ก็ทำให้เขาเข้าใจเรื่องที่ซั่วฉื่อกล่าวทันที

" ฉื่อหยาน เจ้า เจ้า ไอ้ . . . "

ถึงแม้ว่าฉื่อเทียนเซียว จะไม่ได้เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มากนัก แต่เขาก็ฉลาดพอ เขาตระหนักได้ว่าซือเจี้ยนนั้นได้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับแน่นอน เขาจึงหยุดตัวเองลงก่อนที่เขาจะพูดเรื่องฉื่อหยานออกไป นี่เป็นเรื่องที่เขาตกใจเป็นอย่างมาก

ฉื่อหยานยังคงไม่แยแส ไม่ตอบสนองใดกลับไปที่ฉื่อเทียนเซียว เขาตรวจสอบกระดองเต่าอย่างรอบคอบ และพยักหน้าให้ ซั่วฉื่อ " นี้เป็นหนึ่งในภาษาที่เก่าแก่ที่สุด , ดังนั้นการที่ข้าจะอ่านมันได้จะต้องใช้หนังสือบางเล่ม ตามข้ามาที่ห้อง " .

ในทันที ฉื่อหยานก็ไปที่บ้านของเขาพร้อมกับกระดองเต่าอยู่ในมือ

" ตกลง "ซั่วฉื่อพยักหน้าและก้าวตามไปอย่างสบาย

 

" นี่พี่ใหญ่ เราควรตามพวกเขาไปหรือ ? " ฉื่อเทียนลั่ว มีใบหน้าแปลกๆ และถามออกไปเบาๆ หลังจากที่ทั้งสองได้จากไปไกลแล้ว

" อืม เป็นความคิดที่ดี " ฉื่อเทียนเซียว ไม่สามารถอดกลั้นความอยากรู้อยากเห็นของเขาได้ เมื่อผู้คนรอบๆสังเกตุเห็นเช่นนั้น พวกเขาจึงตามไปยังบ้านของฉื่อหยาน

. . . . . . .

ฉื่อหยาน ในบ้านหินที่มีสามชั้น

ชั้นแรกเต็มไปด้วยข้าวของจุกจิกต่างๆ ชั้นสองมีไว้พักผ่อน และชั้นสามเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ซึ่งฉื่อหยานได้เก็บหนังสืออักษรโบราณมากมายไว้

หลังจากฉื่อหยานพาซั่วฉือมาที่บ้านแล้วเขาก็สังเกตุเห็น เห็นฝูงชนยังตามพวกเขามา เขาตะโกนออกมาจากประตูใส่พวกมัน " ข้าต้องการความสงบ อย่าได้เข้ามาเด็ดขาด " .

แล้วเขาก็ปิดประตูและกล่าวแก่ ซั่วฉื่อ " ขึ้นไปข้างบนกันเถอะ "

ซั่วฉือพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง และตามเขาไปที่ชั้นสอง

" เอ่อ เจ้าขึ้นไปรอข้าที่ชันสามสักพัก ข้าต้องอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ไม่นานข้าจะไปพบเจ้า " เขายื่นกระดองเต่ากลับไปให้ซั่วฉือและเดินนำมาที่บันไดขึ้นไปชั้นสาม " ทางนี้ "

" เหตุใดเจ้าต้องอาบน้ำหละ ? " ซั่วฉือมองไปที่เขาด้วยสายตาคมและถอนหายใจออกมาจมูกที่ละเอียดอ่อน

" ข้าแค่รู้สึกไม่สบายตัว ข้าไม่ได้ทำเพื่อจะสร้างความประทับใจจากเจ้าหลอก เจ้าอย่าได้กังวล "

" เจ้านั่นแหละที่คิดมากไป ! "

" อย่าทำให้ข้าเสียเวลาเลย ขึ้นไปที่ชั้นสามเถอะ ข้าจะถอดเสื้อผ้าของข้าออกแล้ว " .

ฉื่อหยานไม่สนใจและ ถอดชุดฝึกของเขาลง . เผยให้เห็นร่างกายที่เกือบเปลือยของเขา ตอนนี้เขาเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียวเท่านั้น เขาชายตามองไปที่ซั่วฉือและพูดออกไปอย่างปกติ  " เหตุใดเจ้ายังอยู่ที่นี่อีก ? "

หลังจากผ่านการฝึกหนักมาเป็นเวลานาน ร่างกายฉื่อหยานตอนนี้ดูแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก กล้ามเนื้อทุกส่วนดูเงาและหนักแน่น เหมือนกับรูปปั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเหล็ก ด้วยความแข็งแกร่งเชกเช่นชายชาตรี

เมื่อซั่วฉือเห็นเขาถอดเสื้อผ้าของเขาออกโดยไม่ละอาย นางก็ตกใจ และนางก็สาปแช่งออกมา " เจ้าสารเลว ! " และนางก้เดินขึ้นไปชั้นสามอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระดองเต่าในมือ นางขึ้นไปยังชั้นสามด้วยใบหน้าขวยเขินของนาง

คนๆนี้ รูปร่างของเขาช่าง…. ซั่วฉือคิดกับตัวเองพร้อมกับก้าวเดินขึ้นไปข้างบน

ในชั้นสามนั้นมีพื้นที่กว้างประมาณสองร้อยเมตร

นอกเหนือจากหนังสือและชั้นวางของแล้ว ยีงมีขวดอยู่หลายขวด หม้อและแก้วเต็มไปทั่วชั้นสาม

ซั่วฉือหยิบหนังสือโบราณบางเล่มออกมาอ่าน และนางก็คิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

และ ซั่วฉือส่ายหน้า และคิดกับตัวเองว่า " อะไรของเจ้านั่นกัน ! "

ซั่วฉือ มีงานอดิเรกต่าง ๆมากมาย

ทั้งปลูกพืช , พิธีชงชา , โหราศาสตร์ ศึกษา อาวุธ ยา และ อื่นๆ แต่นั้นก็เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่นางสนใจเท่านั้น นางเกียจค้านจนเกินไป นางไม่สามารถสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลนานาน ไม่นานนางก็จะเปลี่ยนมันไปเรื่อยๆ

หนังสือโบราณที่อยู่ในชั้นสามเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์โบราณและซากโบราณ

ซั่วฉือนั้นไม่ได้สนใจพวกมันแม้แต่นิด นางพบว่าพวกมันช่างน่าเบื่อและเข้าใจได้ยากนัก ในตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่า ฉื่่อหยานนั้นเป็น เจ้าคนประหลาด แน่นอน !

ของโบราณพวกนี้มันน่าสนใจตรงไหนกัน แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับเขา ? เขาจะทำอะไรกับมันกันแน่

ซั่วฉือขดริมฝีปากของนาง และคิดว่า ฉื่อหยานนั้นประหลาดจริงๆ

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 55 เจ้าคนประหลาด !

คัดลอกลิงก์แล้ว