เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 การจากลา

บทที่ 42 การจากลา

บทที่ 42 การจากลา


บทที่ 42 การจากลา

 

ในป่าศิลา ข้างๆก้อรหินยักษ์

เป็น โม่ช่าวเกอ เบอร์นาร์ด และนักฆ่าจัทน์เสี้ยวที่ยืนอยู่คนละมุมเหมือนกำลังรอข่าวอะไรบางอย่างอยู่

ไม่นานนัก , นักฆ่าระดับดาวก็ปรากฏขึ้นบนหินที่ห่างไกล และกำลังมุ่งหน้ามาในทิศทางที่พวกมันยืนอยู่อย่างรีบร้อน .

นักฆ่าระดับดาวใกล้เข้ามา และก้มหัวให้นักฆ่าจัทน์เสี้ยวทมิฬ " ยังไม่พบร่องรอยของพวกมัน ขอรับ . "

นักฆ่าจัทน์เสี้ยวทมิฬพยักหน้าและโบกมือ " ไปจับตาดูไว้ และมาแจ้งเตือนข้า ! "

" ขอรับ ! "

นักฆ่าระดับดาวผู้ที่รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูล ก้าวกลับไปที่ก้อรหินและหายไปอย่างเงียบเฉียบ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ชายร่างใหญ่ จอห์นสัน ที่ต้องสูญเสียแขนไป ก็โผล่ออกมาจากหินอีกทางหนึ่ง มันเดินไปที่โม่ช่าวเกอ และป้องมือทำความเคารพ " ไม่พบข่าวของพวกมันเลย ขอรับ . "

" อืม " โม่ช่าวเกอ พยักหน้า " จับตาดูต่อไป ข้าไม่เชื่อหลอกว่าพวกมันจะไม่ออกมา "

" อาจารย์สาม เป็นไปได้ไหมว่า พวกมันอาจจะถูกฆ่าตายโดยสัตว์อสูรในป่าทมิฬแล้ว ? " จอห์นสันถามหลังจากลังเล " ข้าจะบอกท่านว่า ไม่นานมานี้สัตว์อสูรในป่าทมิฬต่างบ้าคลั่งหลังจากที่เราออกมา นักรบหลายคนตกตายและสูยญหายไปเพราะพวกมัน บางทีพวกมันอาจจะถูกสัตว์อสูรเหล่านั้นสังหารแล้วก็เป็นได้”

" ก็อาจจะเป็นได้ "

จู่ ๆ โม่ช่าวเกอ ไม่ได้คัดค้าน แต่พยักหน้าและบอกว่า " แต่หากพวกมันไม่ได้ถูกสัตว์อสูรฆ่าตาย และหนีรอดไปถึงสมาคมการค้าได้ เช่นนั้นเราก็จะทำอะไรพวกมันไม่ได้อีก เจ้ารู้ใช่ไหมว่าข้าหมายความว่าอย่างไร "

" ขอรับ ! ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้ ! " จอห์นสัน พูดรับคำสั่งและจากไปทันที

โม่ช่าวเกอขมวดคิ้ว กล่าวกับนักฆ่าจันทร์เสี้ยวข้างๆเขา " รอไปอีกเดือน ถ้ามันยังไม่มา ข้าว่าพวกมันต้องถูกฆ่าตายที่นั่นไปแล้ว เจ้าคิดว่าอย่างไร ? "

" ตกลง ข้าเห็นด้วยกับเจ้า " นักฆ่าจันทร์เสี้ยวตอบตกลง เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า " ข้าได้ข้อมูลมาว่า ราชันย์หุบเขายากานเสี่ยวและหมาป่าอัศนีขนเงิน ประทะกันในป่าทมิฬ แต่เนื่องจากมีสัตว์อสูรมากเกินไป กานเสี่ยว ดูเหมือนจะเริ่มถอนตัว เมื่อเห็นสัตว์อสูรมากมายมาล้อมรอบหมาป่าอัศนีขนเงิน หมาป่านั่นได้ไล่ตามกานเสี่ยวและคนคุ้มกันของเขาไป เช่นนั้นในพื้นที่แถวนั้นจึงปลอดภัยเป็นแน่ "

" เจ้าหมายความว่าพวกมันอาจจะยังมีชีวิตอยู่งั้นรึ ? " โม่ช่าวเกอ ถาม

" เป็นไปได้ " นักฆ่าจันทร์เสี้ยวกล่าวว่า " นักรบหลายคนถูกฆ่าตายในเขตนั้น และผู้ที่ยังไม่ถูกฆ่าตายก็ได้หนีรอดออกมาจากป่าทมิฬมานานแล้ว ดังนั้น พวกมันน่าจะหาทางออกมาได้เช่นกัน ถ้าพวกมันไม่โชคร้ายหละนะ "

" พวกมันจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน " เบอร์นาร์ดจากสมาคมทหารรับจ้างเต็มไปด้วยความเกลียดชังและพูดอย่างเย็นชา " พวกมันจะเสียใจที่ยังมีชีวิตอยู่ "

แสงเย็นยะเยือกประกายในดวงตาของนักฆ่าจันทร์เสี้ยว เขาเองก็คิดไม่ต่างกัน " ข้อต้องการเพียงมู่หยู่เตี๋ยเท่านั้น”

" ส่วนไอ่เจ้าเด็กหนุ่มผอมแห้งเป็นของข้า มันขโมยของบางสิ่งบางอย่างจากตระกูลโม่ของข้า ดังนั้นเจ้าต้องส่งตัวมันมาให้ข้าก่อน จากนั้นเจ้าจะทำอะไรกับมันก็เรื่องของเจ้า " โม่ช่าวเกอ ใช้เวลาเหลือบมองที่เบอร์นาร์ดและพูดดูถูกเหยียดหยาม

เบอร์นาร์ด เอาแต่เงียบ ครุ่นคิดกับอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครรู้

. . . . . . .

ฉื่อหยาน เดินบนหินที่ขรุขระด้วยความระมัดระวัง ไม่กล้าที่จะผ่อนคลายความระมัดระวังของเขาลง

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน เองก็กำลังพูดถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า เขาไม่สามารถได้ยินมันอย่างชัดเจน

" ติงหยาน " มู่หยู่เตี๋ยหยุดชะงักและหันกลับไปมองเขา

"ว่าไง " ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ และผ่อนคลายลงนิดหน่อย " มีอะไรรึ ? "

" เจ้าเป็นพ่อค้าจากสมาคมงั้นรึ ? " มู่หยู่เตี๋ยลังเลแล้วถามไปเรื่อย ๆ

" ถูกต้อง " .

" เจ้าฝึกฝนทั้งหมดนั่นด้วยตัวเองรึ ? "

" ถูกต้อง " .

" เจ้าช่วยเหลือข้ามาตลอดทางดังนั้น ข้าต้องการที่จะแนะนำเจ้าให้รู้จักกับใครบางคน ถ้าเขาถูกใจเจ้า มันจะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝนของเจ้าแน่นอน เจ้าคิดเช่นไร ? " มู่หยู่เตี๋ยจริงจัง ดวงตาที่สวยงามของนางส่องประกาย และจ้องมองเขา

ฉื่อหยาน ก็ตกใจในตอนแรก และหลังจากนั้น เขาส่ายหัวและตอบว่า " แม่นางมู่ ขอบคุณสำหรับน้ำใจดีของเจ้า แต่ข้านั้นไม่ต้องการผูกมัดกับสิ่งใด "

เขาเข้าใจดีว่า มู่หยู่เตี๋ยอยากแนะนำเขาให้รู้จักกับบุคคลที่มีอิทธิพลหรืออำนาจบางคน

ในโลกนี้มีนักรบอยู่หลายคน ที่อยู่ในระดับที่สูง และคนเหล่านั้นก็สามารถทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการโดยไม่มีใครสามารถขัดใจได้

และนักรบส่วนใหญ่ ก็เลือกที่จะเกาะผู้ที่มีพลังมากกว่า หรือเข้าร่วมกับตระกูลใหญ่

ตระกูลใหญ่ๆล้วนทรงอำนาจและมีทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการฝึกฝนวิชาต่อสู้ และสำคัญที่สุดคือ ชื่อเสียง นักรบเหล่านั้นจะมีชื่อเสียงได้ จะต้องฝึกฝนตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และก้าวเข้าสู่ระดับที่สูงขึ้นไป

อย่างไรก็ตามผู้ที่มีอิทธิพลหรืออำนาจ มักจะอยู่ร่วมกับตระกูลใดตระกูลหนึ่งเท่านั้น จะเป็นเรื่องยากสำหรับนักรบเป็นอย่างมากที่จะฝึกฝนโดยไม่มีผู้หนุนหลัง

เห็นได้ชัดว่า มู่หยู่เตี๋ยเองก็รู้จักใครบางคนที่มีอิทธิพลและนางต้องอยากจะตอบแทนฉื่อหยานในแบบนั้น

" มันยากมากที่เจ้าจะฝึกฝนทั้งหมดด้วยตัวเอง" มู่หยู่เตี๋ยตกใจนิดหน่อย นางนั้นไม่สามารถเข้าใจฉื่อหยานได้ " คนๆหนึ่งอาจจะได้รับการก้าวหน้าอย่างรวดเร็วหากเขาเข้าร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และสิ่งนี้ก็จะคอยปกป้องเจ้าเมื่อเจ้ามีแนวโน้มว่าจะถูกจู่โจมจากนักรบคนอื่น เจ้าเข้าใจหรือไม่ ? "

 

" ถูกต้อง ฝึกด้วยตัวคนเดียวมีข้อเสียมากมาย เตี๋ยเอ๋อมีน้ำใจกับเจ้าอย่างมาก เจ้าจะปฏิเสธที่หลังก็ได้ แต่ข้าอยากให้เจ้าไปพบกับเขาดูก่อน " ตี่ย่าหลานก็ชักชวนเช่นกัน

" ไม่หละ ข้าไม่อยากเป็นภาระให้กับใคร และข้าก็ไม่อยากจะตกอยู่ใต้อำนาจของใครด้วย " ฉื่อหยาน ส่ายหัวแรงๆ

" งั้นก็ได้ . . . " มู่หยู่เตี๋ยขมวดคิ้วเข้าหากัน และรู้สึกว่า นางนั้นยังติดหนี้บุญคุณฉื่อหยานอยู่ และยังไม่ได้ทดแทน

ตี่ย่าหลาน ถอนหายใจเล็กน้อยด้วยความขมขื่น

นางจะต้องไปกับมู่หยู่เตี๋ย และหากฉื่อหยานปฏิเสธคำเชิญ มู่หยู่เตี๋ยและนางก็จะออกเดินทางจากไป , และอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก

ในไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉื่อหยาน ได้เดินเข้าไปในจิตใจของนาง นางนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าโศกทันทีเมื่อคิดว่าจะต้องจากลากับเขา

" ติงหยาน เจ้า . . . . . . .ห้ามตายเด็ดขาดเลยนะ "

หลังจากคิดอยู่นาน ตี่ย่าหลาน ช่วยไม่ได้ที่นางจะขอร้องออกไปเช่นนั้น นางมองฉื่อหยานด้วยความเสียใจ

" เจ้าสามารถไปกับข้าได้นะ " ฉื่อหยาน ตะลึงแล้วก็ กล่าวว่า " ถ้าเจ้าต้องการ . "

" ข้า . . . "

ตี่ย่าหลาน ดูอึมครึมและนางก็พึมพำ " พลังอำนาจที่อยู่เบื้องหลังของเตี๋ยเอ๋อไม่เพียงแต่จะปกป้องเตี๋ยเอ๋อได้ แต่ยังช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนของข้า นอกจากนี้ เตี๋ยเอ๋อ สัญญาว่า ข้าจะได้รับการฝึกฝนขั้นสูง และได้รับอาวุธระดับวิญญาน และยังได้รับโอกาสในการฝึกฝนวิชาต่อสู้ระดับวิญญานอีก ข้า . . . "

" เช่นนั้นก็ดี "ฉื่อหยานพูดขัดอย่างเด็ดขาด " เจ้ามีทางเลือกของเจ้าเอง ดังนั้น ตัวข้าที่ไม่สามารถให้เจ้าในสิ่งที่เจ้าต้องการได้ . . . . . . .  จะออกเดินทางได้ทันทีที่เราเข้าสู่เมืองเงียบสงัด”

เห็นได้ชัดว่า ตี่ย่าหลาน เลือกมู่หยู่เตี๋ยเพราะนางคิดว่าขุมพลังที่อยู่เบื้องหลังมู่หยู่เตี๋ยเป็นประโยชน์สําหรับนางมากกว่า และมู่หยู่เตี๋ย จริงๆแล้วเป็นคนชนชั้นสูง ดังนั้น มันก็เป็นเรื่องยากที่นางจะปฏิเสธ

" ติงหยาน . . . . . . . " ตี่ย่าหลานรู้สึกเจ็บที่หัวใจ " ข้าขอโทษ "

" เก็บคำขอโทษของเจ้าไว้เถอะ " ฉื่อหยานส่ายหัวและตอบว่า " คนเราล้วนทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง และเราไม่ได้เป็นหนี้ซึ่งกันและกันเสียหน่อย"

" เจ้า ! " ตี่ย่าหลาน โกรธเล็กน้อย นางจ้องฉื่อหยานด้วยความไม่พอใจ หน้าอกของนางสั่นสะท้าน นางพูดพร้อมกับถอนหายใจอย่างขมขื่นออกมา " อย่างไรก็ตาม เจ้าคิดว่าเจ้ารู้เกี่ยวกับมันงั้นรึ ข้ามีแผนของข้าเอง เจ้ายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจ . . . . . . . "

ฉื่อหยานขดริมฝีปากของเขาและมองตอบไปอย่างเย็นชา โดยไม่พูดอะไรสักคำ

" ท่านไม่ต้องไปขอบคุณเขา . " มู่หยู่เตี๋ยพูดคำรามออกไป .

" เช่นนั้น ถ้าที่นี่ไม่มีพื้นที่สำหรับข้า เพียงแค่ข้าพูดคำเดียวก็สิ้นเปลืองลมหายใจแล้ว " ฉื่อหยานส่ายหัวและเดินแยกไปอีกทางโดยไม่ต้องสละมองหญิงสาวทั้งสอง เขาหันกลับไป เขาพูดอย่างเย็นชา " ลาก่อนตลอดกาล "

" ติงหยาน ! " ตี่ย่าหลาน ตะโกน , " เจ้าไม่ได้บอกหลอกรึว่าจะแยกกันเมื่อถึงเมืองเงียบสงัด ? "

" แม่นางมู่อยู่ในนภาที่สามของระดับมนุษย์ และมีนักรบฝีมือดีคอยสนับสนุนนางอยู่ในป่าศิลา เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าจะไม่ใช้ประโยชน์จากพวกเจ้าแน่นอน " เสียงและร่างกายของเขากำลังเคลื่อนห่างออกไป

" บุรุษผู้นี้ยิงทรนงเกินไป สักวันมันต้องสร้างปัญหาให้เราแน่ " มู่หยู่เตี๋ยส่ายหน้า " หากใครบางคนหยิ่งทนงจนเกินไปและไม่ยอมวางมันลงบ้าง ในโลกนี้ มันอาจจะอยู่รอดได้ยากนัก โดยเฉพาะกับพวกเราเหล่านักรบ "

ตี่ย่าหลานรู้สึกผิดหวัง " ดังนั้นข้าถึงกังวลเช่นนี้ไง เหตุใดเขาไม่ไปกับเรากัน ? เหตุใดเขาถึงปฏิเสธ ? "

" ช่างมันเถอะ ท่านหยุดกังวลได้แล้ว พวกเราทุกคนล้วนอยู่ในสมาคมการค้า และจะมีโอกาสได้พบกันอีก " มู่หยู่เตี๋ยปลอบนาง " พี่สาวหลาน แต่เราเป็นผู้หญิง เราก็มีภารกิจที่จะต้องทำให้ครอบครัวของเราเจริญและแก้แค้นให้ลุงลั่วและสหายของเรา เราต้องพึ่งพลังที่ยิ่งใหญ่เพื่อภารกิจของเรา "

หลังจากหยุดพูด ร่างบางของนางก็สั่นเล็กน้อย ผสมกับอารมณ์ยางอย่างในดวงตาของนาง มู่หยู่เตี๋ยจำวันที่พวกเขาเดินทางกับร่วมกับฉื่อหยานได้ และจำได้ถึงจูบของฉื่อหยานตอนอยู่ในถ้ำ . . . . . . .

แต่ในที่สุด นางสั่นศีรษะอย่างหนักแน่น และกำจัดเงาของฉื่อหยานออกจากใจของนาง " เราควรปล่อยให้เขาเป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ดีพอ "

ดูเหมือนนางจะพูดกับตัวเอง

" เขาไม่ใช่คนไร้ค่า . . . . . . . เขาเกือบบรรลุเข้าสู่ระดับมนุษย์ได้ . . . . . . .ตั้งแต่อายุยังน้อย . . . . . . . " ตี่ย่าหลาน พึมพำ .

" มันจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบปีสำหรับเขาที่จะบรรลุถึงระดับหายนะ หรือ ปฐพี และแม้แต่นิพพาน และนถา และนั้นก้ช่างเป็นหนทางที่ยาวไกลเกินไป เราไม่มีเวลามากขนาดนั้น นอกจากนี้ เขาก็บอกเองว่า เขาสามารถอยู่ของเขาเองได้ โดยปราศจากการสนับสนุนจากขุมพลังที่แข็งแกร่ง . . . . . . . "

" อืม เช่นนั้น ข้าหวังว่าเราจะเลือกทางได้ถูกต้องนะ . "

" ข้าไม่เคยทำพลาดอยู่แล้ว "

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

 

จบบทที่ บทที่ 42 การจากลา

คัดลอกลิงก์แล้ว