เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 แบ่งสมบัติ

บทที่ 40 แบ่งสมบัติ

บทที่ 40 แบ่งสมบัติ


บทที่ 40 แบ่งสมบัติ

" เจ้ารู้ตัวอักษรโบราณพวกนี้รึ ? " ตี่ย่าหลาน ช่วยไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ

" เพียงเล็กน้อยเท่านั้น.. "

ฉื่อหยานพยักหน้า และเขาก็ไม่ได้อ่านไปที่เนื้อหาของหนังสือ แต่เขาเก็บหนังสือนั้นไว้ในเสื้อของเขาราบเรียบแทน และกล่าวด้วยเสียงเรียบเฉย " ท่านนำขวดหยกเปลวเพลิงปฐพีแท้จริงไป ส่วนข้าจะขอเก็บวิชาต่อสู้ระดับวิญญานนี่ไว้เอง . "

ตี่ย่าหลาน พยักหน้าเพื่อตกลง ขวดหยกเปลวเพลิงปฐพีแท้จริงที่นางได้ แน่นอนว่ามันต้องเป็นของที่มีค่ามากสำหรับนาง นางยืนขึ้นพร้อมกับถือขวดหยกในมือ

" แล้วผลึกอสูรสามก้อนนั้นหละ ? "

หลังจากนั้น ตี่ย่าหลาน ก็ถามอีกครั้ง และคราวนี้ ในขณะที่นางกำลังจะพูดบางอย่าง นางก็เหลือบมองไปที่มู่หยู่เตี๋ย ด้วยความซับซ้อนในดวงตาสวยของนาง

ฉื่อหยานเองก็ได้หนังสือวิชาต่อสู้ระดับวิญญาน ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่ามันมีค่าหลายล้านนัก อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ มีแค่ มู่หยู่เตี๋ย ที่ยังไม่ได้รับส่วนแบ่งอะไรเลย

ผลึกอสูรทั้งสามก้อนไม่สามารถเทียบเท่าได้กับเปลวเพลิงปฐพีแท้และวิชาระดับวิญญานได้ ดังนั้น ตี่ย่าหลาน ตั้งใจจะให้ผลึกอสูรเหล่านี้แก่มู่หยู่เตี๋ย อย่างไรก็ตาม นางก็กังวลว่า ฉื่อหยานจะไม่เห็นด้วย นั่นคือเหตุผลที่นางหยุดพูดแบบนั้นและดูปฏิกิริยาของฉื่อหยาน

" งั้นก็มอบมันให้แก่แม่นางมู่เถอะ ถ้านางต้องการละนะ . "

แน่นอน ฉื่อหยานรู้ว่าตี่ย่าหลานกำลังคิดอะไรอยู่ เขากล่าวอย่างใจเย็น " เราไม่สามารถที่จะไม่แบ่งอะไรให้แม่นางมู่ได้ . เราทั้งสองเองก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เช่นนั้นมอบผลึกอสูรทั้งสามให้แก่แม่นางมู่เถอะ "

" เยี่ยม ข้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ " ตี่ย่าหลาน ยิ้มด้วยความพึงพอใจ นางค่อนข้างดีใจที่เห็นฉื่อหยานนั้นเข้าใจและมีความเห็นอกเห็นใจ

มู่หยู่เตี๋ยดูแปลกใจเล็กน้อยที่ฉื่อหยานพูดเช่นนั้น นางจ้องไปที่ ฉื่อหยาน สักครู่ แล้วสั่นศีรษะ และตอบกลับด้วยรอยยิ้มเขินๆ " ข้าไม่ได้ทำประโยชน์อันใดและยังถูกปกป้องอยู่ตลอดเวลา ข้าไม่สามารถรับผลึกอสูรทั้งสามได้หลอก .

" เตี๋ยเอ๋อ . . . . . . . " ตี่ย่าหลาน อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ลังเล

" ไม่ ข้าไม่สามารถรับมันได้ . " มู่หยู่เตี๋ยดูมุ่งมั่น นางส่ายหัวของนางหนักแน่น และเริ่มพูดหยอกล้อกับตัวเอง " ข้าเป็นภาระให้กับพวกเจ้า พวกเจ้าเกือบจะเสียชีวิตเพราะปกป้องข้า เช่นนั้นผลึกอสูรทั้งสามก้อนควรเป็นของท่านและติงหยาน ข้ารู้ว่าพวกท่านใจดีกับข้ามาก แต่ข้าละอายเกินไปที่รับผลึกอสูรเหล่านี้ . "

" งั้นเจ้าก็รับไปสักก้อนสะ . " ฉื่อหยานกล่าวว่า หลังจากลังเล " อย่างไรก็ตาม เจ้าก็ต้องรับผลึกอสูรพวกนี้ไปหนึ่งก้อน เราไม่สามารถที่จะเห็นแก่ตัวได้ "

" ถูกต้อง ยังไงเจ้าก็ควรรับมันไปหนึ่งก้อน . " ตี่ย่าหลานพูดยืนกราน

เมื่อเห็นพวกเขาสองคนต่างยืนกรานเช่นนี้ มู่หยู่เตี๋ยก็พบว่ามันยากมากที่จะปฏิเสธน้ำใจใดๆจากพวกเขา จากนั้น นางก็พยักหน้า หลังจากลังเลนางก็พูดว่า " ข้าขอบคุณสำหรับน้ำใจมาก "

ฉื่อหยานหยุดพูดและหลับตาลงอีกครั้ง และกลับไปโคจรพลังปราณลึกลับภายในร่างกายของเขาเพื่อฟื้นฟูตัวเอง

เมื่อ เขาทำจิตใจให้ว่างเปล่าและอัดแน่นพลังปราณพวกนั้นอยู่ข้างใน เขาก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในร่างกายของเขา

เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ว่า เพียงแค่เขานั่งอยู่กับที่ เขาก็รู้สึกได้ว่าบาดแผลและอาการเจ็บปวดในกล้ามเนื้อของเขากำลังจะหายไป

ฉื่อหยานทำจิตใจให้ว่างเปล่าและตั้งสมาธิผ่านไปในร่างกายอย่างสมบูรณ์เพื่อสังเกตุการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขา

ทันใดนั้น จิตใจของเขาก็รู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาด จิตวิญญานต่อสู้ของเขาส่องแสงออกมา และดูเหมือนว่าเขาจะคิดบางสิ่งได้

นี่นะหรือ จิตวิญญาณอมตะ !

ภายในร่างกายของเขา ร่างกาย กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเลือด อวัยวะภายในทั้งหมดล้วนเปลี่ยนไปด้วยพลังปราณลึกลับของเขา .

จิตวิญญาณอมตะได้แอบฟื้นฟูร่างกายของเขาในแบบที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ ดูเหมือนมันกำลังฟื้นฟู ผลข้างเคียงที่ได้รับจาก " บ้าคลั่ง "

ฉื่อหยาน ก็ยิ่งแปลกใจ เขารู้ว่าจิตวิญญาณอมตะไม่เพียงแต่สามารถ ฟื้นฟูบาดแผลให้เท่านั้น แต่มันยังสามารถรักษาอาการจากผลข้างเคียงของ " อาละวาด " ได้อีกด้วย

ด้วยความช่วยเหลือของจิตวิญญาณอมตะ ในตอนแรกเขาแน่ใจว่าเขาสามารถประมือกับศัตรูได้ภายใน 3 วัน หลังการใช้ " บ้าคลั่ง "

อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณจิตวิญญาณอมตะนี่ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่พลังส่วนหนึ่งของมันเท่านั้น

ด้วยความช่วยเหลือของจิตวิญญาณอมตะ อาการปวดและความเมื่อยล้าในร่างกายของเขาก็ค่อยๆหายไป

ดูจากสภาพของร่างกายของเขาในตอนนี้ มันอาจจะใช้เวลามากสุด เพียง 1 วัน ในการฟื้นฟูพลังของเขาครึ่งหนึ่ง มันคงจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา หากเขาคิดจะต่อสู้กับศัตรู

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่เขาถูกครอบงำด้วยความกระหายเลือด คลื่นพลังที่ชั่วร้ายและเจตนาในการฆ่าฟันที่บ้าคลั่ง พวกมันพุ่งพลานออกมาจากหัวใจของเขา

มันระเบิดพลังงานเชิงลบออกมาอย่างรุนแรงและดุร้ายเหมือนคลื่นสึนามิ และมันก็ยังรุนแรงมากขึ้นกว่าที่เคย อีกเ่วย!

คลื่นพลังงานนั้นได้หลอมรวมกับความสิ้นหวัง ความกลัว และความแค้น มันได้พุ่งออกมาจากเส้นชีพจรทั่วร่างกายของเขา พวกมันเป็นคลื่นของพลังที่อยู่ในจิตใจ มันคำรามผ่านจิตใจของเขาพยายามที่จะควบคุมความคิดของเขา และเปลี่ยนเขาให้เป็นสัตว์กระหายเลือดไร้ซึ่งจิตใจและคุณธรรม

ในครั้งนี้เขาได้ดูดซับพลังปราณลึกลับจากนักรบทั้งสี่ที่อยู่ในระดับก่อตั้ง และรวมกับนักรบในระมนุษย์อีกสองคน เมื่อพวกมันทั้งสี่ได้ตกตายไป ฉื่อหยานเองก็อยู่ในถ้ำด้วยเช่นกัน

เขาจึงดูดซับพลังปราณลึกลับมาจากนักรบทั้ง 6 อย่างครบถ้วนไม่มีพลังปราณลึกลับใดสูญสลายไปเลย ซึ่งมันหนาแน่นและแข็งแกร่งกว่าพลังปราณที่เขาเคยดูดซับมาก่อนหน้านี้อย่างมากมาย

ดังนั้น การครอบงำจิตใจของเขาในครั้งนี้จึงรุนแรงขึ้นเป็นอย่างมาก

แม้ว่าฉื่อหยาน ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น แต่ลมหายใจของเขาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ และร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นเล็กน้อย ร่างของเขาถูกห่อหุ่มอย่างแน่นหน่าด้วยเจตนาแห่งการฆ่าฟัน ทำให้เขากลายเป็นชั่วร้ายมากขึ้น

หลังจากนั้นไม่กี่นาที เขาคิดว่าตัวเขาไม่สามารถต้านทานแรงของมันได้อีกแล้ว เขาก็ลืมตาขึ้น มองไปที่ ตี่ย่าหลาน ความปรารถนาลุกโชนอยู่ในแววตาของเขา เขาพูดด้วยเสียงเบาๆ , " มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของข้าอีกแล้ว "

ตี่ย่าหลาน ตะลึงไปชั่วขณะ และแล้วหน้าก็แดงขึ้นมา นางพูดกับมู่หยู่เตี๋ยด้วยเสียงเบา " เตี๋ยเอ๋อ . . . เจ้าหันไปทางนั้นก่อนได้หรือไม่ ? .

มู่หยู่เตี๋ยหันหน้าที่แดงเรื่อของนางไปอย่างรวดเร็ว นางกัดริมฝีปากเล็กน้อย หันไปทางเข้าถ้ำพร้อมกับหันหลังให้กับพวกเขาทั้งสอง และกล่าวว่า " เจ้าสองคนช่วยทำกันเงียบๆด้วย อย่าได้ดึงความสนใจจากสัตว์อสูรมาที่นี่เด็ด ข้า . . . ข้าจะเฝ้าอยู่ที่ทางเข้าเอง "

" อื่มม ! " ตี่ย่าหลาน ตอบเบาๆแล้วรีบทิ้งตัวเองลงไปในอ้อมแขนของฉื่อหยาน

หลังจากนั้นไม่นาน ภายในถ้ำ ก็มีเสียงครางเป็นจังหวะดังออกมาให้ได้ยิน

. . . . . . .

หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน ด้วยเสียงครางและร่างกายที่สั่นเทา ฉื่อหยานก็ได้ถ่ายทอดน้ำวิสุทธิ์ของเขาเข้าไปภายในร่างกายของ ตี่ย่าหลานอีกครั้ง .

จากในเส้นชีพจรทั้งหมดของเขา จู่ๆมันก็ปรากฏพลังอัศจรรย์บางอย่างขึ้น

เป็นพลังที่แปลกประหลาดนี้อีกครั้ง มันไหลวนเวียนสุ่มไปรอบๆอยู่ภายในร่างกายของเขา มีเพียงส่วนเล็ก ๆของมันเท่านั้น ที่พุ่งเข้าไปในร่างกายตี่ย่าหลานพร้อมกับเข้าไปที่หัวใจของเขา ในที่สุดพลังประหลาดนี้พุ่งไปและเข้าไปในเส้นชีพจรของเขาและมันก็ได้หลอมรวมกับร่างกายของเขา

ฉื่อหยานก็ลืมตาขึ้น

เขาดึงกางเกงของเขาขึ้นและปล่อยตี่ย่าหลานให้ยังคงนอนบนพื้นและเพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสุขเขารีบเดินไปที่ มู่หยู่เตี๋ยและกล่าวว่า " แม่นางมู่ กลับมาได้แล้ว "

มู่หยู่เตี๋ยตกใจมาก ด้วยการกระทำของเขา มันช่วยไม่ได้ที่นางจะหันกลับไปและใบหน้าสวยของนางก็ซีดทันที นางร้องออกมาด้วยความกลัว " ไม่ ! อย่าเข้ามาใกล้นะ ! "

" พลังอัศจรรย์นี่ยังคงลั่วไหลออกมาจากร่างกายข้านิดหน่อย " ฉื่อหยาน ก็ย้ายไป อยู่ข้างๆมู่หยู่เตี๋ยด้วยเสียงหอบหนัก และกล่าวอย่างหงุดหงิด " ข้าต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมมัน ให้ข้าลองทำบางอย่างดูก่อน และมาดูกันว่ามันจะสามารถช่วยเจ้าฟื้นฟูเส้นเลือดและกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดของเจ้าได้หรือไม่ "

" ไม่มีทาง ! ! ! " มู่หยู่เตี๋ยเริ่มกรีดร้อง " ไม่ ไม่ ไม่ ข้ายังไม่พร้อมเลยนะ ! ข้าไม่อยากทำอย่างนั้นกับเจ้า อย่าเข้ามาใกล้นะ ! "

" ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น " ฉื่อหยานคำรามด้วยเสียงต่ำ

เขารู้สึกได้ถึงพลังอัศจรรย์ที่แยกออกเป็นหลายสิบสาย ที่กำลังโคจรไปรอบ ๆ ภายในร่างกายของเขาทั้งกล้ามเนื้่อเส้นเลือด และ จิตวิญญานต่อสู้ กระทั่งในพลังปราณลึกลับอยู่ในช่วงท้องของเขาตามลำดับ

ด้วยความเร็วนี้ ไม่นานพลังอัศจรรย์นี้ได้กระจายไปทั่วตัวของเขาและพวกมันก็จะซึบซับไปในร่างของเขา

แต่ฉื่อหยานนั้นใช้สมาธิเป็นอย่างมากในตอนนี้ เพื่อที่เขาจะควบคุมให้พลังอัศจรรย์ไหลไปอัดแน่นอยู่ในแขนของเขา เขาโคจรมันไว้เช่นนั้น และ พลังอัดแน่นรวมกันอย่างมหาศาล เขาวางแผนที่จะถ่ายทอดพลังอัศจรรย์ที่ล้นทะลักออกมานี้ให้มันไปสู่พลังปราณลึกลับในร่างกายของมู่หยู่เตี๋ย

มู่หยู่เตี๋ยเห็นอย่างนั้น จึงถอยออกไปเรื่อยๆ ด้วยความใจร้อนของฉื่อหยาน จู่ๆ เขาก็ก้าวออกไปและคว้ามู่หยู่เตี๋ยมากระชับแน่นในอ้อมแขนของเขา

ด้วยร่างกายที่อ่อนนุ่มและโค้งได้รูปของมู่หยู่เตี๋ยที่อยู่ในอ้อมแขนเขา เขาสามารถได้กลิ่นหอมและสดชื่นออกมาจากตัวนาง และทันทีเขาก็จูบไปที่ใบหน้าของนางด้วยความอ่อนโยน นีานทำให้วิญญานของเขาทั้งหมดกระตุ้นทันที

" ปล่อยข้านะ ! " มู่หยู่เตี๋ยนั้นลั่น นางเกลีดวิธีการทั้งหมดของฉื่อหยานเป็นอย่างมาก นางทุบตีไปที่หน้าอกของ ฉื่อหยาน อย่างขมักเขม้นด้วยหมัดเล็ก ๆของนาง และนางก็ดิ้นรนสุดกำลัง

อย่างไรก็ตาม ด้วยหลอดเลือดและกล้ามเนื้อทั้งหมดที่กำลังบาดเจ็บ นางจึงไม่สามารถใช้พลังปราณลึกลับของนางได้อย่างราบรื่นนัก

ด้วยพลังทั้งหมดของนางที่หายไป นางก็ไม่ต่างไปจากสาวน้อยอ่อนแอและเปราะบาง นางก็ไม่สามารถแยกตัวออกจากอ้อมแขนของฉื่อหยานได้เลยแม้แต่น้อย

" หยุดได้แล้ว ! เงียบสักที ! " ฉื่อหยาน จับแขนของนางอย่างแน่นหนาเพื่อบังคับร่างกายที่บอบบางและหอมหวานของนางให้แน่นเข้ากับร่างกายของเขา โดยไม่ปล่อยให้นางตอบโต้ใดๆ

ตอนนั้นเอง ฉื่อหยานก็โคจรพลังอัศจรรย์ที่อยู่ภายในอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว ให้มันไปที่ข้อมือของเขา ไหลผ่านไปสู่ฝ่ามือ และเข้าไปในเส้นเลือดและกล้ามเนื้อภายในของมู่หยู่เตี๋ย ที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา

" ตอนนี้เจ้าจงพยายามโคจรพลังอัศจรรย์ที่ข้าถ่ายทอดไป เพื่อให้มันไปฟื้นฟูเส้นเลือดและกล้ามเนื้อที่เสียหายของเจ้าสะ เร็วเข้า ! ! ! " ด้วยมู่หยู่เตี๋ยที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของเขา ฉื่อหยานก็รีบกระซิบที่ข้างหูที่บอบบางของนาง

มู่หยู่เตี๋ยหูกระตุก และร่างกายของนางอ่อนลงอย่างช่วยไม่ได้ นางเงียบและด่าฉื่อหยานอยู่ในใจว่า เจ้าคนสารเลว

อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงคลื่นพลังประหลาดสองสายที่ไหลเข้ามาในร่างกายของนางผ่านฉื่อหยานที่อยุ่ด้านหลังของนางและมันไหลไปที่เส้นเลือดและกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในของนาง

ภายใต้กระทำที่หยาบกระด้างของฉื่อหยาน มู่หยู่เตี๋ยก็กลายเป็นเงียบและหยุดดิ้นรน นางก็เริ่มที่จะใช้ความพยายามของนางอย่างมากให้รู้สึกถึงพลังอัศจรรย์ที่กำลังไหลอยู่ในตัวนาง และนางก็เริ่มที่จะควบคุมมันและใช้มันฟื้นฟูเส้นเลือดและกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดของนาง

มู่หยู่เตี๋ยยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างแนบแน่น เมื่อเขารู้สึกได้ถึงส่วนโค้งเว้าและกลิ่นที่หอมหวนจากร่างกายของนาง ฉื่อหยานก็เกิดอารมณ์ฟุ้งซ่านขึ้นมาและเริ่มที่จะเพลิดเพลินไปกับความคิดสกปรกบางอย่างในจิตใจของเขา ช่วยไม่ได้ที่มันจะทำให้ร่างกายส่วนล่างของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง

" อ๊ะ ! "

มู่หยู่เตี๋ยก็กรีดร้องด้วยความอับอาย นางพูดพร้อมกับหน้าแดงหน้า " ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ! ! เจ้า . . . . . . . ทำแบบนี้ . . . . . . . เจ้า . . . ข้าจะไม่ทนอีกแล้ว !"

" ตอนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน " ฉื่อหยานรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับเขาที่จะฉวยโอกาสจากนาง เขาพยักหน้า แล้วจูบไปที่แก้มเล็กๆของ มู่หยู่เตี๋ย " งั้นข้าจะขอสิ่งนี้เพื่อเป็นของตอบแทนสำหรับพลังอัศจรรย์ของข้าละกัน "

หลังจากพูดเสร็จฉื่อหยานปล่อยมู่หยู่เตี๋ยจากแขนของเขา และเดินถอยไปข้างหลัง จากนั้นเขาก็พิงลงกับกำแพงหิน และค่อยๆปิดดวงตาของเขาลง

ใบหน้ามู่หยู่เตี๋ยเป็นสีแดงทั้งหมด นางทั้งอายและโกรธอย่างมากในเวลาเดียวกัน นางถลึงตามองฉื่อหยานด้วยความโกรธและสาปแช่ง " เจ้าสารเลว ! "

จากนั้น ด้วยหน้าอกที่สวยงามของนางที่กำลังสั่นเทาขยับขึ้นลงไปมา มู่หยู่เตี๋ยสูดลมหายใจเข้า ลึกๆก่อนที่จะสงบเงียบลง

นางเข้าใจสถานการณ์วิกฤตนี้ดี นางไม่อยากจะเสียเวลาไปกล่าวโทษฉื่อหยานนัก นางจึงรีบนั่งลงและพยายามที่จะใช้พลังอัศจรรย์ที่นางได้รับจากฉื่อหยานมา เพื่อให้มันฟื้นคืนความเสียหายภายในเส้นเลือดและกล้ามเนื้อในร่างกายของนาง

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 40 แบ่งสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว