เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ปิดกั้นทางเข้า

บทที่ 35 ปิดกั้นทางเข้า

บทที่ 35 ปิดกั้นทางเข้า


บทที่ 35 ปิดกั้นทางเข้า

 

ฉื่อหยานค่อยๆลืมตาขึ้น เขามองไปที่ตี่ย่าหลาน ที่กำลังตกอยู่ในห้วงความสุข และกล่าวด้วยรอยยิ้ม " ยินดีด้วย ! พี่สาวลาน ! "

หลังจากได้ค้นพบความจริงเกี่ยวกับจิตวิญญานเร้นลับนี่ ฉื่อหยานก็ตื่นเต้นด้วยเช่นกัน ถึงแม้ ตี่ย่าหลานจะมีอะไรกับเขาเพียงแค่สองถึงสามวันเท่านั้น แต่นางนั้นกลับได้ประโยชน์อย่างมหาศาลนัก มันได้ทำให้นางบรรลุไปถึงระดับมนุษย์ นี่จะเรียกว่าปาฏิหาริย์ก็ย่อมได้ ซึ่งสิ่งนี้พิสูจน์ได้ว่าจิตวิญญานเร้นลับของเขามีความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดจริงๆ

 

" ข้าขอบใจเจ้ามากนะ "

มีความอบอุ่นผสมกับความกตัญญูส่องแสงผ่านดวงตาที่สวยงามของตี่ย่าหลาน

ถึงนางจะไม่ได้เป็นคนที่ฉลาดนัก แต่นางก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนาง ทั้งหมดนี่เป็นเพราะฉื่อหยาน เขาได้ทำให้หลายวันที่ผ่านมานี้ นางได้พัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก

" เอ่อ นี่อาจะเป็นเพราะยาที่อยู่ภายในร่างกายของข้าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พี่สาวหลาน , ทุกอย่างที่ท่านได้รับ ล้วนแต่มาจากตัวท่านเอง " ฉื่อหยานตอบกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย " ดังนั้นตอนนี้ท่านได้อยู่ในระดับมนุษย์แล้ว ท่านสามารถแสดงจิตวิญญานอัคคีครามให้ข้าชมได้หรือไม่ ข้าอยากรู้จริงๆว่ามันจะมีความแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างไร "

ตี่ย่าหลาน ยิ้มเหมือนดอกไม้ และนางค่อยๆ ยกมือซ้ายของนางขึ้น จากนั้นก็มีเพลิงสีฟ้าระเบิดออกมาบนฝ่ามือของนาง

เปลวไฟมีขนาดเท่าผลแตงโม และมันก็ค่อยๆปกคลุมมือทั้งหมดของนาง

เปลวไฟสีฟ้านี้เคลื่อนไหวไปมาเหมือนกับว่ามันมีชีวิต มันเคลื่อนไหวเหมือนกับอสรพิษเพลิงหลายสิบตัว ขณะที่นางขยับแขนที่สวยงามของนาง

นอกจากนี้ เปลวไฟสีฟ้าที่น่าอัศจรรย์นี้ ยังสามารถเปลี่ยนรูปทรงต่าง ๆได้อีก ตี่ย่าหลานนึกอยากจะให้มันเป็นอสรพิษมันก็เป็นอสรพิษ  จากนั้นนางก็นึกให้มันเป็นนก มันก็กลายเป็นนก เหมือนกับว่าพวกมันล้วนมีชีวิตอยู่จริงๆ ซึ่งพวกมันพยายามที่จะลอยออกไปจากฝ่ามือของนางตลอดเวลา

" ตอนที่ข้าได้บรรลุถึงระดับมนุษย์ ข้ารู้สึกได้ว่าจิตวิญญานอัคคีครามของข้ามันเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมันแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม " ตี่ย่าหลาน ไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นของนาง " ไม่เพียงเท่านั้นนะ แต่มันยังมีขนาดใหญ่ขึ้นจนเท่ากับขนาดของศีรษะมนุษย์ และมันก็ยังสามารถที่จะควบแน่นกันได้อีกเ่วย นั่นหมายความว่ามันได้เข้าสู่ขั้นที่ สองแล้วแน่นอน"

นางสามารถควบแน่นจิตวิญญานต่อสู้ของนางได้งั้นรึ ?

ฉื่อหยานพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของ จิตวิญญานอัคคีครามของตี่ย่าหลาน และเขากล่าว " ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านอีกครั้งด้วย "

" ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะเจ้า ! " ตี่ย่าหลาน พูดด้วยประกายตาที่มีเสน่ห์ของนาง โดยไม่สามารถซ่อนความปรารถนาทางเพศของนางได้อีก และนางก็ยิ้มขึ้น

" นี่ . . . นี่มันเป็นไปได้ยังไง ? "

มู่หยู่เตี๋ย , ที่พักอยู่บนต้นไม้ เต็มไปด้วยความสงสัยและถามออกไป " พี่สาวหลาน ท่านใช้เวลาเพียงสองวันในการทะลวงเข้าสู่ระดับมนุษย์ นั่นมันเร็วเกินไป ! ท่านทำได้อย่างไร ? พี่สาวหลาน ข้าจำได้ว่าท่านพึ่งถึงในนภาที่สามของระดับก่อตั้ง เมื่อหกเดือนก่อนเองนะ "

" ถูกต้อง " ตี่ย่าหลาน ที่ยืนอยู่บนพื้น กล่าวอย่างภูมิใจว่า " เมื่อหกเดือนก่อนข้าเพียงอยู่ในนภาที่สามของระดับก่อตั้ง ข้าเองก็ไม่คิดเช่นกันว่าข้าจะได้ทะลวงเข้าสู่ระดับมนุษย์ได้เร็วเช่นนี้ ! ข้าคิดว่ามันต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกสัก 3 ถึง 5 ปี เสียวอีก อีกทั้งข้ายังต้องฝึกฝนอย่างหนักอีกด้วย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้าคิดเมื่อตอนที่ยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู้ระดับมนุษย์ได้หละนะ ฮ่าฮ่า ! "

มู่หยู่เตี๋ยไม่รู้ว่าจะรับมือกับคำโอ้อวดของนางอย่างได้ นางม้วนตาของนางขึ้น

เหตุใดกัน . . . . . . . หรือว่าความหื่นกระหายของเขา . . . . . . . จริงๆแล้วมันเป็นอาคมเร้นลับ ?

ด้วยความหมกมุ่นกับความคิดนั้น ช่วยไม่ได้ที่มู่หยู่เตี๋ยจะหน้าแดงอีกครั้ง จากนนั้นนางก็หยุดคิดทันที และเกือบจะเรียกว่าตัวเองหญิงชั่ว

. . . . . . .

แล้วก็ผ่านไปอีก 5 วัน

พวกเขาทั้งสามคนยังคงเดินทางอยู่ในป่าทมิฬอย่างระมัดระวัง

ใน 5 วันมานี้ แต่ละคืนจะได้ยินเสียงความวุ่นวายดังขึ้นในป่าทมิฬ ผสมกับเสียงคำรามของสัตว์อสูรและเสียงร้องไห้และกรีดร้องมนุษย์ ของ นักรบ ทหารรับจ้าง มันดังแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เสียงวุ่นวายนี้ทำให้แม้แต่คนที่กล้าหาญ ก็รู้สึกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวได้

ฉื่อหยานตระหนักได้ทันทีว่า มันจะต้องมีคนที่คอยไปยั่วโมโหสัตว์อสูรพวกนั้นแน่นอน และนั่นก็คือต้นเหตุที่ทำสัตว์อสูรพวกนั้นคลั่ง ดังนั้นเขาจึงต้องหาพื้นที่ที่เขาแน่ใจว่าปลอดภัยและสงบที่สุดเพื่อหลบซ่อน เขารู้ดีว่าตอนนี้ควรทำเช่นไร และเขาก็ไม่เคยออกจากที่หลบซ่อนในช่วงเวลากลางคืนเลย

ในตอนนี้ เขากำลังคิดว่า จะเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรและพวกทหารรับจ้าง ดีหรือไม่ หรือว่าเขาควรหลีกเลี่ยงปัญหาใดๆจากทั้งสองฝ่ายดี

ในช่วง5วันที่ผ่านมาพวกเขาได้หลบซ่อนอย่างระมัดระวัง พวกเขาเองก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากที่เกิดเหตุนัก แต่พวกเขาไม่พบเจอปัญหาใด ๆ

นอกเหนือจากนั้น ถ้าฉื่อหยาน โชคดีพบร่างที่พึ่งถูกสัตว์อสูรฆ่าตายได้ไม่นาน ทันทีที่พวกสัตว์อสูรจากไป ฉื่อหยานจะพุ่งเข้าไปและดูดซับพลังปราณลึกลับจากศพนั้นอย่างรวดเร็ว

แต่เพื่อความปลอดภัย เขามักจะรอสักครู่ให้พวกสัตยว์อสูรจากไปเสียก่อน เขาถึงจะปรากฏตัวขึ้นใกล้ๆศพพวกนั้น

ถึงแม้เขาจะไม่ได้รับพลังปราณลึกลับจากศพพวกนั้นมากนัก แต่พลังปราณลึกลับเหล่านั้นที่เขาปล้นมามันก็จะสะสมอยู่ในร่างของเขา ฉื่อหยานยังคงเน้นไปที่การเพิ่มพลังของจิตวิญญานกายาแข็งของเขาถึงแม้มันจะเพิ่มขึ้นเพียงทีละน้อยนิดก็ตาม

 

ในตอนนี้ เขาสามารถทำให้ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยจิตวิญญานกายาแข็งได้ทั้งร่าง โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีแล้ว เพียงแค่เขาคิด ผิวของเขาทั้งหมดก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มทันที และพลังป้องกันของเขาก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น

หลายวันที่ผ่านมา เขาไม่เคยลืมที่จะควบคุมความบ้าคลั่งที่กำลังเพิ่มพูนขึ้นในตัวเขาเลย

 

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายมันก็ยากเกินไปที่จะตัดพวกมันออกไปได้ ทุกครั้งที่เขาพยายามควบคุมพลังงานเชิงลบในเส้นชีพจรของเขาโดยใช้ความคิด เขาจะรู้สึกจิตใจปวดร้าวเสมอ และเมื่อเขาโคจรพลังปราณลึกลับให้กลับเข้ามาภายในร่างกายของเขา เขาจะตกอยู่ภายใต้ความเจ็บปวดมากมายจนแทบเป็นลมทันที

หลังจากการฝึกไม่กี่วัน เขาก็ยังคงไม่สามารถกำจัดขั้นตอนสุดท้ายของความบ้าคลั่งไปได้

และหลังจากที่สลบไปหลายครั้ง ฉื่อหยาน เดาว่าเขาอาจจะใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเขาจึงเลิกใช้วิธีเช่นนี้อีกและคิดว่าเขาน่าจะลองวิธีอื่นบ้าง ดูจากเขาผลข้างเคียงที่เขาได้รับในไม่กี่วันที่ผ่านมา

. . . . . . .

มันเป็นอีกค้ำคืนหนึ่ง

พวกเขาสามคนซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่มืดมิดภายในหุบเขา ด้วยการที่ปากถ้ำปกคลุมไปด้วยพุ่มไม้ และเขาก็พูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ

 

ตอนนั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงของทหารรับจ้างและสัตว์อสูรเคลื่อนไหวผ่านไปที่ด้านนอก และมันยังมีเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังไปทุกที่ ในตอนนี้ มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าข้างนอกนั้นมีสัตว์อสูรจำนวนเท่าใด

" ในค่ำคืนนี้มีบางอย่างผิดปกติ ดูเหมือนว่าสัตว์อสูรทั้งหมดจะออกเคลื่อนไหวไปทั่วป่าทมิฬ " ตี่ย่าหลาน พูดพร้อมกับขมวดใบหน้าของนาง " นี่มันแปลกนัก โดยปกติ ถ้านักรบและทหารเดินออกมาจากเส้นทาง พวกสัตว์ปีศาจเหล่านั้นมากสุดก็จะออกล่าเพียงแค่ 2-3 วัน มันมีไม่มีเหตุผลเลยที่จนป่านนี้สัตว์อสูรพวกนั้นยังคงออกล่าไปทั่วป่าทมิฬอยู่ เราไม่สามารถรู้ได้ มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างนอกนั้น "

" ด้วยการจู่โจมจากกองทัพขนาดใหญ่ของสัตว์อสูร และการเคลื่อนไหวแปลกๆของสัตว์อสูรเหล่านี้ มันจะต้องมีสัตว์อสูรระดับสูงคอยออกคำสั่งอย่างแน่นอน . " ฉื่อหยานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "หมาป่าอัศนีขนเงินเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับ 7 , มันเทียบเท่าได้กับนักรบในระดับนภา ไม่เพียงแต่สัตว์อสูรจะมีผลึกเสริมความแข็งแกร่งในร่างกายของมันเท่านั้น แต่มันยังมีความฉลาดในระดับเดียวกับมนุษย์อีกด้วย หากหมาป่าอัศนีขนเงินปรากฏตัวขึ้น จะต้องมีศึกใหญ่เกิดขึ้นหลังจากนั้น " .

" ขอบคุณพระเจ้าที่เราได้หลบซ่อนด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมากในหลายวันมานี้ และดีนักที่พวกเราไม่ได้สนใจไปยังสิ่งอื่น เราเพียงแต่สนใจไปที่ความปลอดภัยของเราเป็นลำดับแรก ไม่อย่างงั้นละก็ เราคงต้องพบเจอกับปัญหาเป็นแน่ " ตี่ย่าหลาน พยักหน้า

" แทดแทด ! แทดแทด ! "

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างดังอยู่นอกถ้ำ พวกเขาสันนิษฐานว่า นี้ต้องเป็นเสียงที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของมนุษย์นักรบที่อยู่ข้างนอก

ด้วยการที่พวกสัตว์อสูรเคลื่อนไหวไปมาอยู่บ่อยครั้ง เพียงแค่เสียงที่เกิดขึ้นถึงแม้จะเพียงแค่เสียงเท้า พวกมันก็อาจจะพบเจอกับปัญหาได้ และเมื่อถูกพบโดยพวกสัตว์อสูร พวกมันก็จะถูกไล่ตามทันที

" บางที เราน่าจะออกไปดูดีหรือไม่ ? บางทีเราอาจจะช่วยเหลือพวกเขาได้ " มู่หยู่เตี๋ยถามอีกสองคนด้วยเสียงเบาๆ

ฉื่อหยาน และ ตี่ย่าหลาน ทั้งสองใช้เวลาเหลือบมองที่มู่หยู่เตี๋ย แต่ไม่ได้พูดอะไร

" อะไร ? พวกท่านต้องการให้พวกเขาตกตายอย่างงั้นรึ ? " มู่หยู่เตี๋ยขมวดคิ้ว . ค่อนข้างอารมณ์เสีย

" มีสัตว์อสูรอยู่มากมาย เราจะไม่สามารถหลบซ่อนในถ้ำแห่งนี้ได้ หากมีใครเข้ามาเพิ่มอีก , ข้าเกรงว่าเราคงจะไม่โชคดีกับพวกสัตว์อสูรด้านนอกนัก นอกเหนือจากนั้น เจ้าแน่ใจได้งั้นรึว่าพวกทหารเหล่านั้นจะเป็นคนดี ถ้าพวกมันหลงไหลในความงามของเจ้าแล้วเกิดทำอะไรเจ้าขึ้นมาหละ ? แม้แต่พระเจ้ายังรู้เลยว่าการกระทำเหล่านั้นล้วนแต่นำปัญหามาให้ ข้าขอแนะนำให้เจ้าเลิกคิดเช่นนั้นเสีย  " ฉื่อหยานพ้นลมหายใจออกมาและพูดอย่างไร้เมตตา

มู่หยู่เตี๋ยนั้นไม่ได้ไร้เดียงสา แน่นอนนางรู้เรื่องทั้งหมดนั้นดี นางพูดแบบนี้เพราะว่านางไม่สามารถแบกความรู้สึกที่ว่านางเป็นคนปล่อยให้มนุษย์ถูกกัดกินโดยสัตว์อสูรได้

แต่หลังจากถูกฉื่อหยานสั่งสอนไปแบบนั้น นางนั้นสึกเสียศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก นางเบ๊ะปากของนางและก็พึมพำ " เจ้าสัตว์เลือดเย็น ! เจ้ามันไม่ใช่มนุษย์ ! หึม ! ข้าเดาได้เลยว่า เจ้าคงจะกลัวสินะ ข้าดูเจ้าผิดไปจริงๆ . . . . . . . "

" แต่ด้วยคำพูดของเจ้า มันไม่เพียงแต่เจ้าจะไม่กลัวตาย แต่เจ้ายังเรียกร้องหาความตายอีก ! "

ฉื่อหยาน พ้นลมหายใจออกมา และปรากฏรอยยิ้มอย่างดูถูกขึ้น " แม่นางมู่ เจ้าได้ช่วยชีวิตข้าไว้ถึงสองครั้ง แต่ข้าได้ตอบแทนบุญคุณนั้นของเจ้าไปแล้ว เจ้าควรจะรู้ไว้ว่า เหตุผลเดียวที่ข้ายังอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะเจ้า แต่เป็นเพราะมันเป็นสิ่งที่ลุงลั่วได้มอบหมายให้ข้าก่อนที่เขาจะตกตายไปต่างหาก ! "

ฉื่อหยานชะงักเล็กน้อย และกล่าวอีกว่า " เจ้าไม่ใช่ผู้หญิงของข้า , ดังนั้น อย่าได้มาแสดงกิริยาเช่นนี้ต่อหน้าข้า มันทำให้ข้ารู้สึกรำคาญนัก หากข้าโกรธจนทนไม่ได้หละก็ วันนึง ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่สะ และจากนั้นเจ้าจะทำอะไรก็เรื่องของเจ้า เพราะมันไม่ใช่ธุระของข้า ! " .

" ไอ้สารเลว ! " มู่หยู่เตี๋ย ในที่สุดก็รู้แล้วว่าตัวเองตัดสินใจผิด ที่ตาของนางเริ่มจะเปียกชื้น นางพยายามควบคุมน้ำตาของนางไว้ และกล่าวด้วยเสียงสะอื้น " เจ้ารู้อะไรดีเกี่ยวกับข้างั้นรึ ถึงได้มาพูดแบบนั้นกับข้า ! "

 

" นี่ พวกเจ้าสองคนหยุดได้แล้ว ! ในเวลานี้เราต้องสามัคคีกันไว้นะ พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปยังสมาคมการค้าเหมือนกันดังนั้นเราควรจะอยู่ร่วมกันไว้ จงดูแลซึ่งกันและกันและหยุดทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆเสียที " ตี่ย่าหลาน พูดอย่างเป็นกลาง

" อ๊ะ แย่แล้ว ! "

ฉื่อหยานลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเขากลายเป็นวิตกทันที " ดูเหมือนว่า เจ้าพวกนั้นจะค้นพบถ้ำนี้แล้ว พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ "

" บัดซบ ! เป็นไปไม่ได้ ! " ตี่ย่าหลาน เองก็ประหลาดใจ นางรีบหยิบดาบสั้นของนางและเฝ้าอยู่ที่ทางเข้าถ้ำด้วยกันกับฉื่อหยาน " ตอนนี้พวกเราจะทำยังไงดี ? "

" โอ๊ย ! " อูวววว "

เสียงคำรามโหยหวนของสัตว์อสูรดังอยู่ที่นอกถ้ำ ดูเหมือนจะมีสัตว์อสูรจำนวนมากอยู่ตรงนั้น

" ปิดกั้นทางเข้า ! "

ฉื่อหยาน ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขาเอามือของเขายันกับหินบนทางเข้าถ้ำและตะโกนออกมา , " มาช่วยกันดันหินนี่ที อย่าให้พวกมันเข้ามาได้ ทันทีที่มนุษย์คนอื่น ๆเข้ามาในถ้ำนี้ บรรดาสัตว์อสูรก็จะรู้ได้อย่างรวดเร็วเลยว่าพวกเราอยู่ที่นี่ หากเป็นเช่นนั้นพวกสัตว์อสูรก็จะบุกมาที่นี่แน่นอน และนั่นจะเป็นหายนะของเรา ! ข้าไม่อยากไปลงนรกกับไอ่พวกข้างนอกนั้นหลอกนะ ! "

หลังจากที่ฉื่อหยานเข้ามาในถ้ำนี้ เขาไม่เพียง แต่เอาต้นไม้และใบไม้คลุมไว้ แต่ยังย้ายหินก้อนใหญ่บางก้อนมาปิดที่ปากทางเข้า เผื่อไว้สำหรับเหตุณ์การที่ไม่คาดคิด เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าเขาจะได้ใช้ก้อนหินเหล่านี้

" ตกลง ! " ตี่ย่าหลาน ตกใจนิดหน่อย และนางก็ได้ไปช่วยฉื่อหยานอย่างรวดเร็ว นางไปช่วยดันหินก้อนใหญ่ก็ปิดกั้นอยู่ที่ทางเข้าถ้ำไว้

 

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 35 ปิดกั้นทางเข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว