เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 หลบหนี

บทที่ 9 หลบหนี

บทที่ 9 หลบหนี


บทที่ 9 หลบหนี

 

ทันทีที่อาจารย์ การู ลงมาแตะพื้น มันก็เร่งความเร็วของตัวเองพุ่งไปทางฉี่หยานราวสายฟ้าฟาด

พลังและความแข็งแกร่งของนักรบระดับก่อตั้ง ช่างต่างชั้นจากระดับเริ่มต้นยิ่งนัก

 

โม่หยานหยูยังคงไล่ตามเขาด้วยเจตนาฆ่าในดวงตาคู่งามของนาง นางทิ้งคาราวานของตัวเองไว้ข้างหลัง นางสาบานกับตัวเองว่า จะต้องฆ่าฉี่หยานฆ่าทันที หลังจากที่จับเขาได้

ฉี่หยานสีหน้าจริงจัง เขาโคจรพลังปราณลึกลับทั้งหมดเข้าไปในเส้นเลือดในขาของเขา ทุกครั้งที่เขาก้าวบนพื้นแข็ง ร่างกายผอมของเขาจะพุ่งไปข้างหน้าเจ็ดถึงแปดเมตร ไม่นานเขาก็ไปหลบอยู่บนหลังของแมงมุมยัก

" คัก ! คัก คัก !"

แมงมุมดาบหยกเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำขาทั้งแปดของมันเสียบลงไปในบ่อโคลน ในไม่ช้าพวกมันก็หายไปในพุ่มไม้หนา .

ฉี่หยานตามพวกมันเข้าไปในพุ่มไม้หนาซึ่งสูง 5-6 เมตร ใบหน้าของเขาก็ยิ่งกังวลมากขึ้น เขานั้นลืมไปว่าแมงมุมดาบหยกนั้นน่ากลัวขนาดไหน และเขาก็มองไปที่แมงมุมตัวหนึ่งที่อยู่ข้างหน้า

ไม่นานเขาก็ได้เข้าไปในพุ่มไม้ แมงมุมดาบหยกก็ชะลอตัวลง แมงมุมสองตัวหันไปรอบ ๆ ในตาของพวกมันพลันปรากฏแสงแปลกๆออกมา พวกมันดูเหมือนจะรำคาญที่ถูกไล่ตามตลอดทาง

แมงมุมดาบหยกนั้นไม่รู้เจตนาของฉี่หยาน . แต่มันนั้นถูกไล่ตามโดยมนุษย์ พวกมันคิดว่ามนุษย์ที่ตามมานั้นต้องการจะสู้กับมัน หนึ่งในแมงมุมดาบหยกกรีดร้องออกมาด้วยเสียงแหลมแปลกๆ ทันใดนั้น แมงมุมดาบหยกตัวอื่นๆ ทั้งหมดก็หันไปรอบ ๆและมองตรงมาที่ ฉี่หยาน

ฉี่หยานยังคงเงียบสงบ เขายังคงเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเช่นเดิม แต่แมงมุมดาบหยกนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น

ฉี่หยานนั้นรวบรวมสมาธิมากกว่าที่ผ่านมา จิตใจของเขากลายนั้นกลายเป็นกระจ่างใสเหมือนกระจก ทันใดนั้น เขาได้พุ่งตัวออกไปเพื่อเว้นละยะห่าง ทุกอย่างรอบตัวเขากลายเป็นชัดเจนขึ้น เขาได้ยินเสียงคลื่นความถี่ต่ำที่เหล่าแมงมุมใช้สื่อสารกัน รวมไปถึงมองเห็นอาจารย์การูที่กำลังพุ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้นั้นเขานั้นสามารถมองเห็นได้ทุกอย่าง

" วู้ ! ! ! ! ! "

ด้วยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของฉีหยาน อากาศรอบๆพลันถูกแบ่งครึ่งและก่อตัวขึ้นรอบๆตัวของเขา

เขาได้ยินเสียงของลมดังหวีดหวิวอยู่ข้างหู

การเคลื่อนของเขานั้นเหมือนจะพุ่งเข้าไปในฝูงแมงมุม แต่จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนทิศกลางอากาศและพุ่งผ่าน แมงมุมดาบหยกตัวหนึ่งด้วยระยะห่างเพียงหนึ่งมิลลิเมตร มันใกล้ซะจนเขาเกือบจะถูกจับได้

จากนั้นเขาก็พุ่งผ่านกลุ่มของแมงมุมดาบหยกไปและยังคงวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล

พวกแมงมุมดาบหยกรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก

แมงมุมดาบหยกทั้ง6ตัวรู้สึกเหมือนถูกหลอกโดยชายที่อยู่ข้างหน้า พวกมันไม่เคยรู้สึกอับอายขนาดนี้มาก่อน พร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมของแมงมุมทั้ง6ตัว และพวกมันเริ่มไล่ตามฉี่หยานไป

อาจารย์การูและโม่หยานหยูวิ่งเข้าไปในพุ่มไม้พุ่ม หนึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้คลาดเคลื่อนกับฉี่หยาน พวกเขาเห็นเพียงแมงมุมดาบหยกหกตัวที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่

อาจารย์ การู ก็หยุดไล่ตามและพูดพร้อมกับส่งสายตาที่เย็นชา . "เจ้าเด็กนั่นจะต้องซ่อนที่ไหนสักแห่งในพุ่มไม้เหล่านี้เป็นแน่ "

" บางที เจ้านั่นมันอาจจะวิ่งผ่านฝูงแมงมุมดาบหยกและล่วงหน้าไปแล้วก็เป็นได้ ? " โม่หยานหยูถามพลางขมวดคิ้วและปรากฏความไม่มั่นใจขึ้นในเสียงของเธอ

อาจารย์ การู สูดลมหายใจเข้า " ถึงแม้ว่ามันจะกล้าพอ มันคงไม่อาจรอดจากแมงมุมดาบหยกพวกนี้เป็นแน่ ขาทั้งแปดของพวกมันเปรียบได้เหมือนเครื่องบดเนื้อ ที่นี่เป็นอาณาเขตของแมงมุมดาบหยก ถ้ามันยังไม่ตกเป็นเป้าหมายของพวกแมงมุม นั่นหมายความว่ามันอาจจะตกตายไปแล้วก็ได้ "

" ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน " โม่หยานหยูตกลงกับอาจารย์การู . จากนั้น ทั้งสองคนแยกกันออกไป และเริ่มค้นไปตามพุ่มไม้เพื่อหาร่องรอยของฉี่หยาน

อีกด้านหนึ่ง ฉี่เยี่ยน นั้นกำลังหาทางออกจากพุ่มไม้ในป่าทมิฬอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง เขาวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ แต่แมงมุมดาบก็ยังตามหลังเขามาติดๆ แมงมุมกำลังใกล้เขาเข้ามาขึ้นเรื่อยๆ

ในส่วนนี้ของป่าทมิฬ มีต้นไม้สูง และมีพุ่มนี่ดูเหมือนว่าจะยืดยาวออกไป ฉี่หยานไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดของทางที่เขากำลังวิ่งอยู่ได้ ต้นไม้ที่ไม่แข็งแรงพอ มันจะถูกทำลายด้วยขาของแมงมุม

ดังนั้น ฉี่หยานไม่สามารถหาต้นไม้เพื่อซ่อนหรือพักผ่อนได้ ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือวิ่งให้เหมือนกับว่าเขากำลังอยู่ในนรก โดยหวังจะสามารถสะลัดพวกแมงมุมดาบหยกที่ไล่ตามอยู่ข้างหลังเขาได้

โชคดีสำหรับเขา ที่มีพลังพิเศษบางอย่างทะลักออกมาจากเส้นชีพจรไหลไปที่ หลอดเลือดดำ และผสมกับพลังปราณลึกลับของเขา พลังปราณลึกลับของเขาจึงแข็งแกร่งมากขึ้น และมันก็เข้มข้นมากกว่าเดิม ไม่งั้น เค้าจะไม่สามารถรักษาชีวิตของเขาไว้ได้ และอาจจะถูกฆ่าโดยขาของแมงมุมดาบหยกไปแล้ว

 

ด้วยความแข็งแกร่งของพลังปราณลึกลับที่อยู่ในเส้นเลือดช่วงขาของเขา ฉี่หยานรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ทุกๆครั้งที่เขาก้าวเท้าบนพื้นดิน เขาจะพุ่งออกไปเหมือนขนนกที่บางเบา พุ่งออกไปข้างหน้าหลายร้อยเมตร ฉี่หยานช่วยไม่ได้ที่เขาจะทึ่งกับพลังปราณลึกลับและเมื่อมันแข็งแกร่งขึ้นเขานั้นก็ได้เข้าใกล้ไปสู่การเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่มากขึ้น

ฉี่หยาน จำไม่ได้ว่าเขาเคยวิ่งมาเท่าไหร่แล้วในชีวิตของเขา แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยจริงๆ หลังจากวิ่งมาเป็นเวลานาน เขารู้สึกได้ว่าพลังปราณลึกลับที่ขาของเขานั้นลดลงอย่างมาก และเขาก็ไม่ได้เร็วเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

ความเร็วของเขาตกลง แต่ความเร็วของแมงมุมดาบหยกนั้นไม่ได้ช้าลงเลย สัตว์ปีศาจแต่ละตัวนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่ง พวกมันนั้นล้วนไม่ต้องการพลังงานเสริมใด ๆ พวกมันเพียงใช้แค่สัญชาตญานของตัวเอง

" บ้าเอ๊ย ! ! ! ไอ่พวกแปดขานี่ มันเป็นลูกไม่มีพ่อหรืออย่างไร มันคงจะออกมาจากทางรูก้นของป่าทมิฬเป็นแน่! "

แมงมุมดาบหยกเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เขาขึ้นเรื่อยๆ

หัวใจของฉี่หยานเต้นโครมครามเหมือนกลองป่า หลังของเขาหลั่งเหงื่อไหลออกมาเหมือนน้ำตก ตามสถานการณ์ เขารู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วเขาก็คงจะถูกพวกแมงมุมดาบหยกจับได้ ในตอนนี้ เขาจะต้องหนีไปโดยใช้พลังปราณลึกลับของเขาทั้งหมด และ เขาไม่มีทางที่จะรับการโจมตีของแมงมุมยักษ์นั้นแน่ ๆ

น้ำรึ ! ทันใดนั้นฉี่หยานรู้สึกมีความหวัง เขาสามารถรู้สึกได้ถึงความชื้นในอากาศที่เข้ามากระทบกับผิวของเขาเขาจากทางด้านซ้ายเขาสัมพัสถึงมันได้อย่างชัดเจน ฉี่หยาน หายใจเข้าลึกๆ และยิ้มด้วยความปิติยินดี จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนทิศทาง และพุ่งไปทางด้านซ้ายอย่างรวดเร็ว

มีแม่น้ำอยู่นั่น !

ฉี่หยานสัมพัสถึงมันได้อย่างชัดเจนและเขาได้ยินเสียงของมันอยู่รอบๆ ไม่แปลกใจเลย เพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่เขาเปลี่ยนทิศทาง ฉี่หยานได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ไกลๆ

เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ทิวทัศน์ใหม่ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของฉี่หยาน มันเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีม่านน้ำที่ไหลตกลงมากระทบกับน้ำแอ่ง มันไหลลงไปยังส่วนลึกของแอ่งคล้ายกับดาวตกที่อยู่ในจักรวาล

บางส่วนของม่านน้ำที่ไหลลงมานั้น กระทบลงบนก้อนหินยักษ์ที่ชายฝั่ง น้ำที่ตกมากระทบกับผิวน้ำพลันเกิดเป็นเม็ดหยดน้ำกระจายขึ้นมาในอากาศมันดูคล้ายกับไข่มุกและมีไอน้ำที่ดูคล้ายกับตาข่ายลอยขึ้นมาเหนือแอ่ง

" ซู่! ! "

ฉี่หยานกระโดดลงไปในแอ่งน้ำเย็นดั่งลูกศรที่พุ่งไปอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกโล่งใจทันที และเขาก็คิดว่าสามารถหลบหนีจากพวกแมงมุมนั่นได้สำเร็จ

" ซู่! ซู่! ซู่! "

อย่างไรก็ตาม แมงมุมยักษ์ทั้งหกนั้นก็ยังคงตามเขาลงมาในแม่น้ำทีละตัว พวกมันลอยอยู่เหนือน้ำซึ่งดูคล้ายกับเรือ. มันใช้ขาทั้งแปดของพวกมันว่ายเคลื่อนที่ไปหาฉี่หยาน

" บัดซบ ! " ฉี่หยานนั้นไม่มีเวลาแม้แต่จะหยุดพัก และเขาค่อนข้างรู้สึกหมดหวัง เห็นพวกแมงมุมดาบหยกใกล้เข้ามา เขาไม่มีทางเลือก ได้แต่ต้องดำลงไปในน้ำและว่ายไปที่ก้นสระ

ฉี่หยานกั้นลมหายใจของเขาและดำน้ำลึกลงไปในสระ เขาทำได้เพียงมองขึ้นไปบนผิวน้ำหลังจากเขาได้ดำลึกลงมาถึง 7 เมตร

จากเบื้องล่าง เขาเห็นขาที่คมกริบของแมงมุมดาบหยกทั้งหกตัว พวกแมงมุมแทงขาที่คมเหมือนมีดของพวกมัน ว่ายไปมาบนผิวน้ำ ขาของมันตัดผ่านผิวน้ำที่อยู่รอบๆ

แมงมุมดาบหยกนั้นมิได้เกรงกลัวน้ำ และสำหรับพวกมันการลอยอยู่บนผิวน้ำนั้นไม่ใช่เรื่องยากลำบากเลย แต่ดูเหมือนพวกมันนั้นไม่สามารถที่จะดำลงมาใต้น้ำได้ สัตว์อสูรทั้ง 6 ตัวนั้นได้แต่เพียงแทงขาของพวกมันไปมาอยู่บนผิวน้ำ

ฉี่หยานเห็นดังนั้น ก็รู้สึกโล่งอก เขากลั้นหายใจและเฝ้ารออย่างอดทนในน้ำ

การกลั้นหายใจนั้นถือว่าเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของฉี่หยานเลยก็ว่าได้ . ที่ผ่านมานั้นเขาได้เล่นกีฬาผาดโผนมากมายในชีวิต เขาจึงค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับการกั้นลมหายใจ เขาสามารถอยู่รอดใต้น้ำได้มากกว่า 10 นาที

แมงมุมดาบหยกไม่ได้อยู่ในน้ำนานนัก หลังจากที่พวกมันตวัดขาว่ายไปมาอยู่นานและไม่สังเกตเห็นฉี่หยานแมงมุมยักษ์ทั้งหกนั้นก็ได้ขึ้นจากสระไป

ตอนนั้นเองฉี่หยานที่กำลังลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ . เมื่อเขาเห็นแมงมุมดาบหยกทั้งหกตัวยังอยู่ที่ชายฝั่ง เขาพลันหยุดลอยตัวขึ้นและเริ่มสังเกตพวกมันอย่างระมัดระวัง

ในไม่ช้าพวกแมงมุมเหล่านั้นก็ได้จากไป

ตอนนั้นเองฉี่หยานก็ได้ลอยตัวขึ้นไปเหนือผิวน้ำ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆเอาอากาศที่อยู่รอบๆเข้าไป และดำกลับลงไปที่ใต้สระ หลังจากที่หมดลมหาย เขาก็จะลอยขึ้นขึ้นมาผิวน้ำอีกครั้งใกล้ๆกับหนึ่งในก้อนหินยักษ์ที่อยู่อีกมุมของสระ เขาทำอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมา , ขึ้นมาหายใจ , และดำลงไปอีก , ขึ้นมาหายใจ , และก็ดำลงไปอีกครั้ง

เขาเป็นกังวลเล็กน้อยว่าแมงมุมดาบหยกจะกลับมา แต่ที่เขากังวลมากกว่านั้นก็คือ อาจารย์การูและโม่หยานหยูอาจจะมาเจอเขาก็ได้ โดยติดตามเจ้าสัตว์อสูรพวกนั้นมา ดังนั้น , เขาจึงเพิ่มความระมัดระวัง และไม่คิดจะออกจากสระเลย

 

ที่ก้นสระ

ฉี่หยานยังคงกลั้นหายใจของเขาและทำสมาธิ เขาเริ่มที่จะคิดเกี่ยวกับพลังแปลกๆที่เกิดขึ้นในเส้นชีพจรของเขา เขาจำได้ว่านักรบสองคนที่ตายไปนั้น เขาบังเอิญอยู่ใกล้ๆ และดูเหมือนเขาจะได้ขโมยพลังปราณลึกลับของศพนั่นมา โดยการดูดซับผ่านเข้ามาในเส้นชีพจรของเขา อย่างไม่คาดคิด เขานั้นจะต้องได้รับบางสิ่งที่มีค่าจากนักรบสองคนนั้นมาเป็นแน่

 

เมื่อตอนที่เขากำลังหลบหนีแมงมุมดาบหยก เขารู้สึกได้ถึงพลังงานแปลกๆในเส้นชีพจรของเขา พลังนี่มันบริสุทธิ์อย่างมาก และเมื่อมันผสมกับพลังปราณลึกลับภายในร่างของเขา ทันทีพลังงานนั้นก็ได้ทำให้พลังปราณลึกลับของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมันเกือบจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในเวลาหนึ่งนาที และนั่น ฉี่หยานก็ไม่รู้่ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

หรือว่า เส้นชีพจรของเขานั่นได้ดูดกลืนพลังของนักรบทั้งสองคนนั่น และมันก็กลั่นพลังนั้นให้บริสุทธิ์มากขึ้นและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพลังปราณลึกลับในร่างกายของเขา ?

 

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

 

จบบทที่ บทที่ 9 หลบหนี

คัดลอกลิงก์แล้ว