เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ทาสยา

บทที่ 4 ทาสยา

บทที่ 4 ทาสยา


บทที่ 4 ทาสยา

 

ต้นไม้สูงใหญ่คล้ายร่มอยู่เหนือแม่น้ำเล็กๆ ข้างๆนั้นปรากฏสัตว์รูปร่างคล้ายมังกรกำลังกินน้ำอยู่บนหลังของมันนั้นแบกกระเป๋าอยู่หลายใบ

มีนักรบ 10 คนมีร่างกายสูงใหญ่ดูแข็งแรง กำลังกินอาหารกันอยู่พร้อมกับพูดคุยเรื่องลามกกันไปด้วย ใกล้ๆนั้นมีมังกรดินอยู่ หลังของมังกรดินนั้น ปรากฏกลุ่มคนที่มีร่างกายผอมแห้งเหมือนคนขาดสารอาหารกำลังหมอบคลาน และกินอาหารอย่างตะกละตะกามอยู่ พวกเขาทั้งหมดถูกใส่โซ่ตรวน ดวงตาของพวกเขาดูหมองมัวดูไร้ซึ่งชีวิต

 

เฉลี่ยงที่อยู่บนหลังมังกรดิน ,ปรากฏชายชราซึ่งมีหน้าตาที่ดูขี้โกงนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ . เขาสวมเสื้อคลุมสีดำปักด้วย ลายขวดยาสีขาว 5 ขวดอยู่ตรงอก เขามองไปที่นักรบและเหล่าคนที่ถูกล่ามโซ่ นักรบทุกคนรู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีและหันหน้ากลับไปอย่างเงียบๆ ชายชรามองดูพวกเขาด้วยสายตาเหี้ยมโหด

 

" เจ้าทำอะไรกันอยู่ ?ย้ายก้นของพวกเจ้าและเดินทางกันได้แล้ว " โม่หยานหยูโผล่มาจากพุ่มไม้ที่หนาแข็งและยกฉื่อหยานขึ้นในมือของนาง

นักรบเหล่านั้นรีบเก็บข้าวของและห่ออาหารของพวกเขาอย่างลุกลี้ลุกลน " ขอรับนายท่าน. พวกเราไปแล้ว พวกเราไปแล้ว . "

 

โมหยานหยูขึ้นไปนั่งกับชายชราที่นั่งอยู่พลันส่งยิ้มให้ ซึ่งดูยังไงก็เป็นการเสแสร้งยิ้ม " อาจารย์การู ท่านรับประทานอาหารเสร็จแล้วรึ ? "

ชายชราพยักหน้าอย่างเย็นชาและพึมพำว่า " แม่นางโม่ มันจะยังคงใช้เวลา 3 เดือนเพื่อไปสมาคมการค้า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีทาสยาเพียง 16 คน ข้าเกรงว่า ข้าจะไม่สามารถทำมันได้ . . . . . . . "

" อย่าได้กังวลไป อาจารย์ การู . ข้าจะหาทาสยาให้ท่านมากขึ้นเอง . " โม่หยานหยู่โยนฉื่อหยานไปบนพื้นแล้วหัวเราะ " ดู นี่คือทาสคนใหม่ "

" อืม " การูพยักหน้า เขาตรวจสอบฉื่อหยานด้วยตาที่ดูเจ้าเลหืของเขา " ผอมเกินไป ! มันอยู่รอดไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ ! " ขมวดคิ้ว

" ใช่ ข้ารู้ แต่มันนั้นมีพลังปราณลึกลับภายในร่าง . . . . . . . " โมยันยูอธิบาย

" มันเป็นนักรบงั้นรึ ? " เห็นได้ชัดว่าดวงตาของการูสว่างขึ้น ขณะที่มองด้วยความสนใจ

" ถูกแล้ว ! " โม่หยานหยูยืนยัน

" เยี่ยมนัก " อาจารย์ การู แสยะยิ้ม เขายังคงจ้องสายตาของเขาไปที่ฉื่อหยาน หลังจากนั้นสักพัก เขาพยักหน้าช้าๆ " นี่ช่างเยี่ยมนัก แม่นางโม่ ให้อาหารมันกินสะ ข้าอยากให้มันแข็งแรงก่อน มันจะล้มป่วยไม่ได้ ไม่งั้นสิ่งที่ข้าจะทำนั้นมันจะสูญเปล่า มันจะตกตายไปเสียก่อนที่จะได้ทดลองยาหากมันอ่อนแอเกินไป . "

" อย่าได้กังวล อาจารย์การู " โม่หยานหยูพูดด้วยเสียงแข็ง " จอห์นสัน เจ้ามัวทำอะไรอยู่ ! ใส่โซ่ตรวนมันให้สะ! "

" ขอรับ ! " ชายหัวตัวอ้วนหัวล้านสูง6ฟุต เขาเอาโซ่ตรวนชุดใหม่ออกจากถุงที่มัดอยู่หลังมังกรและนำไปมัดมือและเท้าของฉื่อหยายอย่างรวดเร็ว

เจ้าร่างยักษ์นี่ใส่เกราะหนักและมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง มันดูทรงพลังเป็นอย่างมาก เกราะสีดำหนักที่มันใส่นั้น สำหรับมันแล้วคงจะเบาเหมือนขนนก ในขณะที่ทันกำลังเคลื่อนที่

" จอห์นสัน ดูแลมัน และจับตาดูมันให้ดี " โม่หยานหยูจ้องมองฉื่อหยานด้วยความเกลียดชัง และรีบเคลื่้อนตัวไปที่แถวหน้าของคาราวาน สำหรับพวกมันแล้ว มันไม่ได้รู้สึกไม่พอใจที่จะต้องเสียที่อีกสองที่ให้เขา

" ข้าน้อยจัดการเอง ! ข้าน้อยจะทำมันได้ดีที่สุด ! " ชายหัวล้าน หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ และพูดอย่างมั่นใจพลางกับเอามือตบไปที่หน้าอก

ฉื่อหยานสังเกตอย่างเงียบ ๆ แม้ร่างกายของเขาจะรู้สึกปวดไปหมด

เขารู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะทำอะไรในตอนนี้ ในโลกแห่งนี้แม้แต่สุนัขยังกินกันเอง ศีลธรรมคือสิ่งสุดท้ายที่ยังเชื่อได้ เขาจะไม่รับความสงสารใดๆ และเขาจะต้องกลายเป็นซากกระดูกแน่ๆ ถ้าเขายังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกใบนี้ได้เร็วๆ

ดังนั้นเขาจึงค่อยๆโคจรพลังปราณลึกลับอย่างช้าๆฉื่อหยานรู้สึกเจ็บน้อยลง อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกว่าเจ้าโซ่ตรวนนี่เป็นเหมือนภูเขาทับลงบนตัวเขา นั่นทำให้เขารู้สึกอ่อนแอ ทำให้ทุกขั้นตอนในการโคจรพลังของเขานั่นลำบากยิ่ง

" ปัง ! "

ฉื่อหยานถูกเฆี่ยนด้วยแส้ ซึ่งมันเร็วและรุนแรง มันฟาดลงมาที่หลังของเขาทำให้เกิดแผลแตกเปิดและเจ็บปวดเป็นมาก เขาหันไปเห็นชายร่างใหญ่ที่ชื่อจอห์นสัน มันแสยะยิ้ม พร้อมกับถือแส้ในมือของมัน

" เจ้าทาส เดินไปให้เร็ว ! หรือแกอยากโดนเฆี่ยนอีก , หือ ? " มันหัวเราะและมีรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าของมัน

ฉื่อหยานจ้องมองมันไม่กี่วินาทีและไม่ได้ตอบกลับ เขาเดินโซเซไปทางทาสยาที่อยู่ด้านหน้าของเขา ก่อนที่ จอห์นสัน จะยกแส้ของเขาอีกครั้ง

ทุกการกระทำนั้นล้วนแต่ใช้พลังงานเป็นอย่างมาก

หลังจากฉื่อหยานเดินไปข้างหน้า เสียงยิ้มเยาะของจอห์นสันก็หสายไปและถูกแทนที่ด้วยสีหน้าแปลก ๆ . . . . . . .

ตลอดทาง ทาสยาทั้งหลายจะได้รับการ ' ดูแล ! ' โดยจอห์นสันชายร่างใหญ่ เจ้านี่นั้นขึ้นชื่อในเรื่องความโหดร้าย เคยมีทาสสองคนถูกมันตีจนตาย ก่อนที่อาจารย์ การู จะทดลองยากับพวกมัน ทาสยาทั้งหมดมองมันด้วยความหวาดกลัวและความเกลียดชัง

อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่ได้แสดงอาการกลัวหรือเกลียดชังมันแต่นิดเดียว มีเพียงความเงียบสงบอย่างประหลาด , เย็นชาและเคร่งขรึม

ชายคนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ตระหนักถึงสถานะของเขาในฐานะนักโทษ บางทีเขาอาจจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์

เขามองตาถลึงไปมี่จอห์นสันเพื่อบอกเป็นนัยๆว่าเขานั่นไม่ใช่เหยื่อ นี้ทำให้มันอึดอัดใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฉื่อหยาน ได้เริ่มเดินขบวนอย่างเชื่อฟัง จอห์นสัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายฉื่อหยาน มันสาบานกับตัวเองว่า มันจะบังคับให้ฉื่อหยานกลัวมันให้ได้

จอห์นสันชายร่างใหญ่นั้น ชอบสายตาของคนอื่นที่มองมาที่เขาด้วยความกลัว เขานั้นรู้สึกมีความสุขที่สามารถควบคุมผู้อื่นได้

 

ในวันต่อมานี้ ฉื่อหยานอยู่อย่างเงียบๆ และเชื่อฟัง เขาเชื่อฟังทุกคำสั่งที่ได้รับจาก จอห์นสัน โดยไม่ขัดขืนใด ๆ ไม่มีการแสดงออกถึงอารมณ์ ไม่ได้สนใจอะไรเลย ฉื่อหยาน นั้นแตกต่างจากทาสยาคนอื่นๆ

ถึงแม้ จอห์นสัน คอยรอโอกาสที่จะให้บทเรียนแก่เขา แต่ก็ไม่สามารถหาทางให้เขาทำผิดเพื่อที่จะลงโทษเขาได้ ฉื่อหยานให้ความร่วมมืออย่างไม่น่าเชื่อ จอห์นสันรู้สึกแปลกใจ

ฉื่อหยานจะพูดก็ต่อเมื่อเขาต้องการอาหาร ซึ่งนั้นมันอยู่ภายใต้คำสั่งของ การู

ในเวลาไม่นาน นักรบสังเกตเห็นว่า ฉื่อหยานนั้นมีความอยากอาหารเป็นอย่างมากและเขาก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเศษอาหารได้ เค้านั้นได้กิน ยาเจ็ดทาส เป็นมื้อแรก และวันนี้ก็กินมากขึ้น !

นักรบเหล่านั้นไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง ถึงแม้จะอ่อนแอ ผอม ร่างกายดูขาดสารอาหาร ตอนแรกก็กังวลว่า เขาจะไม่สามารถย่อยอาหารได้ แต่ไม่นาน พวกมันก็ได้รุ้ว่าสิ่งที่มันคิดล้วนเกินจำเป็น

มันชัดเจนว่า ฉื่อหยานไม่เพียง แต่ย่อยอาหารได้ แต่ยังเติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายฉื่อหยานนั้นทำให้ การูนั้นพึงพอใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามการูก็ยังคงมีลับลมคมใน ตาแก่เจ้าเล่ห์นั้นให้ฉื่อหยาน กินอาหารเท่าที่เขาต้องการ

เห็นฉื่อหยานเติบโตแข็งแรงขึ้นทุกวัน จอห์นสัน ค่อยๆกังวลขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆครั้งที่เขามองเข้าไปในดวงตาของฉื่อหยาน เขาเห็นแววตาเคร่งขรึม จอห์นสันมีสังหรณ์ว่าฉื่อหยานจะเป็นหายนะในอนาคตของมัน แต่กระนั้นมันก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของ การู ได้ และมันยังจัดหาเสบียงอาหารเพื่อมาให้กับฉื่อหยานอย่างเพียงพออีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จอห์นสันนั้นรู้ว่าที่การูทำทั้งหมดนั้น ทำไปเพื่ออะไร ดังนั้นเขาจึงโล่งใจ และหวังว่าอาจารย์ การู จะดำเนินการในเร็วๆ นี้

หลังจากกินอาหารสำหรับสิบสองคนเสร็จ ฉื่อหยานวางชามลงและเลียข้าวเม็ดสุดท้ายจากมุมของปากของเขา และปิดตาของเขาลง นั่นทำให้ทาสยาคนอื่นๆนั้นรู้สึกแปลกใจ

อารหารทั้งหมดที่พึ่งกินไป  ย่อยในร่างกายของเขา มันเป็นเหมือนหลุมลึก มันเหมือนเครื่องจักรที่ดูดซึมสารอาหารไปทั่วร่างกายของเขา ไปเสริมสร้าง เลือด กระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน เสริมสร้างร่างกายที่อ่อนแอของเขาอย่างลับๆ

แผลที่หน้าอกของเขานั้นถูกรักษาหายมานานแล้ว มันใช้เวลาเพียงแค่วันครึ่ง และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ เขารู้สึกเหมือนว่าเขานั้นแตกต่างจากคนอื่น

ฉื่อหยานรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขาในเวลาอันสั้นนี้ มันเปลี่ยนแปลงไปทุกๆวินาที !

ในขณะที่ได้รับสารอาหารมากขึ้น พลังปราณลึกลับที่เบาบางนั้นได้หมุนเวียนและเพิ่มขึ้นในร่างกายของเขา

ฉื่อหยานรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่มากขึ้น ในตอนนี้ โซ่ตรวนไม่หนักสำหรับเขาอีกต่อไป

ในขณะที่เขาทำสมาธิ เขาบอกได้เลยว่าพลังปราณที่มาจากจุดตันเถียนของเขา  กำลังโคจรขึ้นไปที่จุดเพดานปากและโคจรลงมาที่จุดปลายเท้า มันสร้างความสมดุลระหว่าง น้ำและไฟ ใน หัวใจกับไต หลังจากเสร็จสิ้นการโคจร เขาก็สัมพัสได้ว่าพลังปราณลึกลับในร่างเขานั้นแข็งแกร่งขึ้น

ต้องขอบคุณ จี้กง สำหรับความรู้เล็กๆน้อยๆเหล่านี้ , ฉื่อหยานนั้น รู้จักความแตกต่างระหว่างการจุดชีพจรเล็กและใหญ่ จุดชีพจรขนาดเล็กนั่นจะต้องโคจรไปยังชุดชีพรที่เพดานปาก และ ฝ่าเท้า ในขณะที่จุดชีพจรขนาดใหญ่นั้นมีอยู่ 12 จุด และอีก 6 ชีพจร ตามระดับ

 

แต่ก็มีเพียงแค่ 2 จุด เพดานปากและฝ่าเท้า ซึ่งถูกเปิดขึ้นในจุดทั้ง 12 ของเขา และเขาทำได้แค่เปิดจุดชีพจรขนาดเล็ก จากความทรงจำอื่น ๆ ของฉื่อหยาน เขาสรุปได้ว่า มีเพียงนักรบระดับก่อตั้งเท่าที่สามารถเปิดทะลวงทุกจุดได้

ฉื่อหยานยังคงทำต่อไป เพราะเขาเชื่อว่าตราบใดที่เขามีพลังปราณลึกลับมากพอ เขาก็จะสามารถเปิดช่องทางของเขาและทะลวงจุดได้ในไม่ช้าก็เร็ว

" ตายไปอีกหนึ่ง มีทาสสองคนตายได้ตกตายไปการทดลองยาโดยเวลาเพียงหกวัน "

" ข้าเห็นนะ ว่าคนที่ตายไปนั้นก่อนที่มันจะตายร่างกายของมันอ่อนแอซูบผอมลงนั่นช่าง น่าเกลียด ! น่ากลัว ยิ่งนัก ! "

" มันจะดีกว่าถ้าหากเรานั้นฆ่าตัวตาย แทนที่จะตายแบบนั้น ! ยังไงสะมันก็คือความตายเหมือนกัน !" ความหวังในสายตาของพวกเขานั้นได้หายไป

" อย่าได้คิดเช่นนั้นเชียว , อย่า ! ครอบครัวของเราจะไม่ได้รับเหรียญคริสตัลสีฟ้าแม้แต่เหรียญเดียวถ้าเราฆ่าตัวตาย ! อนิจจา ! อดทนกับมัน เราก็จะเป็นอิสระ ถ้าเราอยู่รอดได้ครึ่งปี เราได้รับเงินบางส่วน เราต้องอดทนจนกว่าเราจะกลับไปหาภรรยาและลูกๆ ของเรา ! "

ได้ยินแบบนี้แล้ว พวกทาสยาคนอื่นๆก็เงียบไป พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าตัวตายและพวกเขาก็เริ่มมีความหวังขึ้น ถึงแม้ริบหรี่ก็ตาม

 

––––––––––––––––––––––––––––––

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับแปลถึง 232 แล้วนะครับ ติดตามรายละเอียดได้ที่โพสปักหมุดของ https://www.facebook.com/ReadGOS/

 

 

 

 

 

 

จบบทที่ บทที่ 4 ทาสยา

คัดลอกลิงก์แล้ว