เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 - ขับไล่ผี

บทที่ 120 - ขับไล่ผี

บทที่ 120 - ขับไล่ผี


บทที่ 120 - ขับไล่ผี

สองคนเดินวนไปรอบหมู่บ้านฉางซงหนึ่งรอบ นอกเหนือไปจากนานๆ ครั้งจะได้ยินเสียงสัตว์ปีกปศุสัตว์อยู่บ้างแล้ว ก็ไม่มีเสียงอะไรอย่างอื่นอีกเลย

“ก็คงจะต้องดูต่อไปอีกหน่อย คนเหล่านี้ก็คงจะไม่หายไปโดยที่ไม่มีสาเหตุหรอก” เฉินเจี๋ยพูด

“ท่านอาจารย์เฉินคุณดูนั่นสิครับ!” คนขับรถจู่ๆ ก็ชี้ไปทางทิศทางซ้ายมือของเขาแล้วพูด

“อืม” เฉินเจี๋ยเหลือบมองไปยังทิศทางที่คนขับรถชี้ไป ก็เห็นเพียงแค่ทางด้านนั้นมีแสงสว่างริบหรี่อยู่บ้าง

“ไป ไปดูกันเถอะ” เฉินเจี๋ยเดินนำไปยังทิศทางนั้นก่อน

ถนนในภูเขามันเดินไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ สองคนเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปมาในที่สุดก็เห็นที่มาของแสงสว่างแล้ว

นอกเหนือไปจากแสงสว่างของไฟฉายแล้ว ก็ยังมีแสงสว่างของคบเพลิงอยู่บ้าง

“ฮู...” เมื่อได้เห็นชาวบ้านของหมู่บ้านฉางซง ฉินฮั่นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกในที่สุด

คนเหล่านี้ก็ล้วนอยู่ที่นี่ ก็แสดงว่าพี่สาวของเขาก็อยู่ด้วย

“หลี่เหล่าซาน พวกแกมาทำอะไรกันอยู่ที่นี่” ยังอยู่ห่างตั้งยี่สิบกว่าเมตร ฉินฮั่นก็ตะโกนไปยังชายที่กำลังสูบบุหรี่ที่ยืนอยู่รอบนอกของกลุ่มคนแล้ว

“ฉินฮั่น แกมาได้ยังไง” หลี่เหล่าซานก็ประหลาดใจอย่างมากเช่นกัน ช่วงนี้ในหมู่บ้านของพวกเขากำลังมีปีศาจอาละวาด คนในหมู่บ้านเองตอนกลางคืนโดยทั่วไปก็ไม่กล้าที่จะออกไปข้างนอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉินฮั่นที่เป็นคนต่างหมู่บ้าน

“ฉันมาหาพี่สาวของฉัน เขาล่ะอยู่ที่ไหน”

“พวกเขาอยู่ที่นั่นกันหมด แกไปเถอะ วันนี้พวกเราเชิญนักพรตฉางชิงมาเพื่อขับไล่ผี ดังนั้นคนทั้งหมู่บ้านก็เลยมากันหมด” หลี่เหล่าซานชี้ไปยังทิศทางหนึ่งแล้วพูด

“ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ วันหลังค่อยมาดื่มเหล้ากัน”

เฉินเจี๋ยเดินตามอยู่ด้านหลังฉินฮั่นอย่างเงียบๆ เขาก็อยากจะดูเหมือนกันว่านักพรตฉางชิงคนนี้จะมีฝีมือจริงๆ หรือเปล่า

หลังจากที่เขามาถึงที่นี่ ก็พบว่าที่นี่มีไอชั่วร้ายรุนแรงมาก ไม่แน่ว่าที่นี่อาจจะมีปีศาจอาละวาดจริงๆ ก็ได้

“พี่ครับ” ฉินฮั่นเดินไปอยู่ด้านหลังผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง แล้วตบไปที่ไหล่ของเธอเบาๆ

“น้องชาย แกมาได้ยังไง ตกใจหมดเลย”

“น้าชาย”

“เสี่ยวซิน”

จู่ๆ ก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งโผล่ออกมาจากข้างๆ พี่สาวของฉินฮั่น พูดพลางหัวเราะพลางทักทายฉินฮั่น

“น้องชาย ดึกขนาดนี้แล้วแกมาได้ยังไง” พี่สาวของฉินฮั่นตำหนิอย่างเอ็นดู

“ที่หมู่บ้านฉางซงมีผีดิบอาละวาดไม่ใช่เหรอครับ วันนี้ผมบังเอิญไปเจอท่านอาจารย์เฉินคนหนึ่งเข้า ดังนั้นก็เลยเชิญเขามาดูหน่อย”

“นี่ก็คือท่านอาจารย์เฉินครับ” สุดท้ายฉินฮั่นก็หลีกทางให้ แล้วแนะนำกับพี่สาวของเขา

“สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์เฉิน” พี่สาวของฉินฮั่นทักทายอย่างเกรงใจ ไม่ได้มีความดูแคลนเพราะว่าเห็นเฉินเจี๋ยดูหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียว

น้องชายของเธอเธอเข้าใจดี ไม่ใช่คนที่หุนหันพลันแล่นอะไร ในเมื่อเขากล้าที่จะพคนมาในตอนกลางคืน ก็แสดงว่าท่านอาจารย์เฉินคนนี้ก็ยังคงมีฝีมือจริงๆ อยู่บ้าง

“ผู้ใหญ่บ้านให้คนไปอาศัยเส้นสายเชิญนักพรตฉางชิงของอำเภอที่อยู่ข้างๆ มาเพื่อขับไล่ผี นักพรตฉางชิงบอกว่าปีศาจก็ซ่อนอยู่ในภูเขาลูกนี้แหละ ตอนนี้เขาก็กำลังทำพิธีกำจัดปีศาจอยู่” พี่สาวของฉินฮั่นอธิบาย

เฉินเจี๋ยกับฉินฮั่นสองคนมองไปยังข้างหน้ากลุ่มคน นักพรตเฒ่าที่สวมชุดนักพรตสีเหลืองคนหนึ่งกำลังทำพิธีอยู่ข้างหน้า ในปากก็กำลังท่องคาถาเสียงเบาอยู่ ที่ด้านหลังของเขา ก็ยังมียืนนักพรตหนุ่มที่อ้วนหนึ่งคนผอมหนึ่งคนสวมชุดนักพรตอยู่ด้วย คาดว่าน่าจะเป็นลูกศิษย์ของเขา

บางทีชาวบ้านเหล่านี้อาจจะฟังไม่ออกว่าเขากำลังท่องอะไรอยู่ แต่เฉินเจี๋ยกลับได้ยินอย่างชัดเจน

“จักรพรรดิทิศเหนืออยู่เหนือเฟิงตู มีบัญชาให้ทูตเก้ามหานครคอยตรวจสอบวิญญาณดีชั่วในสามด่านเก้าสำนัก...”

นี่เขากำลังท่องคัมภีร์อยู่เหรอ

คัมภีร์ตู้เหริน

ตอนนี้สิ่งที่นักพรตฉางชิงกำลังพึมพำอยู่ก็คือคัมภีร์บทนี้

“ใครบอกพวกคุณว่านักพรตฉางชิงคนนี้สามารถที่จะขับไล่ปีศาจได้” เฉินเจี๋ยมองนักพรตฉางชิงที่อยู่ในลานกว้างแล้วเอ่ยถาม

“ฝีมือของนักพรตฉางชิงในละแวกเทือกเขาฉางซงนี้ก็ถือว่ามีชื่อเสียงโด่งดังมากเลยนะ ผีที่เขาเคยจับมา ไม่มีหนึ่งร้อยก็มีแปดสิบแล้ว แม้แต่คนใหญ่คนโตในอำเภอก็ยังเคยเชิญเขาไปจับผีมาแล้วด้วย” ฉินฮั่นอธิบาย

เมื่อได้ยินคำพูดของฉินฮั่น เฉินเจี๋ยก็เผยสีหน้าที่แปลกประหลาดอย่างมากออกมา

ในตอนนี้เอง นักพรตฉางชิงที่อยู่ข้างหน้าก็พลันลืมตาขึ้นมาตะโกนเสียงดังลั่นว่า “ภูตผีปีศาจยังไม่รีบปรากฏตัวออกมาอีก!”

พูดจบก็หยิบยันต์เหลืองหนึ่งแผ่นบนโต๊ะขึ้นมา แล้วโยนไปยังข้างหน้า

“ปัง!”

ยันต์เหลืองลอยไปข้างหน้าได้ประมาณยี่สิบกว่าเมตร แต่กลับราวกับว่าไปชนเข้ากับอะไรบางอย่างจนเกิดเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ลุกไหม้ขึ้นมา

“อ๊า...”

มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาจากตำแหน่งที่ยันต์เหลืองลุกไหม้

จากนั้นผีสาวในชุดแดงตนหนึ่งก็พลันปรากฏร่างออกมาในทันที

“อ๊า...”

ชาวบ้านของหมู่บ้านฉางซงที่ไหนจะเคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ตกใจจนพากันถอยหลังไป

ข้อมูลในหมู่บ้านมันปิด ชาวบ้านก็ได้รับการศึกษาในระดับต่ำอีกด้วย ดังนั้นสำหรับเรื่องภูตผีปีศาจจึงได้เชื่ออย่างสนิทใจ

ตอนนี้ยิ่งไปกว่านั้นยังได้เห็นผีสาวในชุดแดงตนหนึ่ง ก็ยิ่งทำให้พวกเขาตกใจจนแทบสิ้นสติในทันที

ฉินฮั่นที่ยืนอยู่ข้างๆ เฉินเจี๋ยในตอนนี้ยิ่งไปกว่านั้นยังดึงพี่สาวกับหลานสาวของตัวเองไปหลบอยู่ด้านหลัง เกรงว่าพวกเธอจะได้รับบาดเจ็บ

“ทุกคนอย่าเพิ่งตกใจ! ก็แค่ผีร้ายที่พลังยังอ่อนหัดตนหนึ่งเท่านั้นเอง ดูข้าไปปราบมัน!”

พูดจบ นักพรตฉางชิงก็ถือกระบี่ไม้ท้อพุ่งออกไป

“ปีศาจ เมื่อเห็นนักพรตอย่างข้าแล้วยังไม่รีบยอมจำนนอีก!”

ผีสาวในชุดแดงตนนั้นราวกับว่าจะเกรงกลัวนักพรตฉางชิงอย่างมาก ไม่ได้ลงมือโดยตรง แต่กลับเอ่ยปากข่มขู่ว่า “ไอ้นักพรตเหม็นเน่า ฉันขอเตือนแกเลยนะว่าอย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้แกตายอย่างน่าอนาถ!”

“หึ ในฐานะที่เป็นศิษย์ของลัทธิเต๋า การกำจัดปีศาจก็เป็นหน้าที่อยู่แล้ว ในเมื่อได้เจอแล้ว ข้าจะยืนดูอยู่เฉยๆ ได้ยังไง!”

พูดจบ นักพรตฉางชิงก็หยิบยันต์เหลืองออกมาจากบนชุดนักพรตหนึ่งแผ่น แปะลงบนกระบี่ไม้ท้อ แล้วแทงไปยังผีสาวในชุดแดง

เมื่อเห็นกระบี่ไม้ท้อแทงมา ผีสาวในชุดแดงก็ไม่กล้าที่จะรับตรงๆ ทำได้เพียงแค่ถอยหลังไป

แต่ทว่าหลังจากที่เธอถอยหลังไปได้ระยะหนึ่ง กลับไปสัมผัสโดนเชือกแดงที่อยู่ด้านหลัง

ทันทีที่เชือกแดงสัมผัสกับผีสาวในชุดแดง บนร่างของผีสาวในชุดแดงก็พลันเกิดประกายไฟระเบิดออกมาในทันที

ที่แท้ที่นี่ก็ถูกนักพรตฉางชิงวางค่ายกลเอาไว้ตั้งนานแล้ว ทันทีที่ผีสาวในชุดแดงปรากฏตัวออกมา ก็ราวกับว่าตกลงไปในตาข่ายฟ้าดิน ผีสาวในชุดแดงคิดที่จะหลบหนี มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ก็ได้ยินเพียงแค่เสียงกรีดร้องที่แปลกประหลาดของเธอ ตกใจจนชาวบ้านต้องพากันเอามืออุดหู

“ไอ้เฒ่านักพรต ในเมื่อแกไม่คิดที่จะให้ฉันมีชีวิตอยู่ ถ้างั้นฉันก็จะไม่ให้แกได้อยู่อย่างสบายเหมือนกัน!” ผีสาวในชุดแดงพูดเสียงกร้าว จากนั้นก็พุ่งเข้ามายังนักพรตฉางชิง

เมื่อเห็นผีสาวในชุดแดงพุ่งเข้ามา นักพรตฉางชิงก็ไม่ตกใจกลับดีใจ หยิบกระจกแปดทิศออกมาจากเอว ส่องไปยังผีสาวในชุดแดงโดยตรง

แสงสีเหลืองสายหนึ่งยิงออกมาจากในกระจกแปดทิศ โจมตีเข้าที่หน้าอกของผีสาวในชุดแดง ผีสาวในชุดแดงก็กรีดร้องแปลกประหลาดออกมาอีกครั้ง

นักพรตฉางชิงก็ฉวยโอกาส ถอดชุดนักพรตบนร่างออก แล้วโยนไปยังผีสาวในชุดแดง ชุดนักพรตตกลงบนร่างของผีสาวในชุดแดง เธอก็พลันส่งเสียงกรีดร้องที่น่าอนาถออกมาในทันที บนร่างก็มีควันสีขาวออกมาจำนวนมากด้วยเช่นกัน

สุดท้าย พอตอนที่นักพรตฉางชิงหยิบชุดนักพรตขึ้นมาจากบนพื้น ผีสาวในชุดแดงก็หายไปแล้ว

นักพรตฉางชิงเช็ดเหงื่อกาฬบนหน้าผาก แล้วเดินมาอยู่ตรงหน้าชาวบ้านหมู่บ้านฉางซงแล้วพูดว่า “พี่น้องชาวบ้านทุกท่าน ปีศาจถูกข้ากำจัดไปแล้ว ต่อไปทุกคนก็วางใจได้แล้วนะครับ”

“โอ้...”

ชาวบ้านเมื่อได้ยินคำพูดของนักพรตฉางชิงก็พลันส่งเสียงโห่ร้องยินดีออกมาในทันที

“ขอบคุณนักพรตฉางชิงที่เหน็ดเหนื่อย นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านของพวกเรา ขอให้นักพรตฉางชิงโปรดรับเอาไว้ด้วยนะครับ” ชายชราคนหนึ่งเดินมาอยู่ตรงหน้านักพรตฉางชิง แล้วยื่นซองจดหมายที่ตุงๆ ซองหนึ่งให้กับเขา

“คุณทำอะไรแบบนี้ การกำจัดปีศาจเป็นหน้าที่ของผู้บำเพ็ญเต๋าอยู่แล้ว เอาของทางโลกเหล่านี้ออกมามันหมายความว่ายังไง” นักพรตฉางชิงแกล้งทำเป็นพูดอย่างไม่พอใจ

“นักพรตเป็นคนสูงส่งมีคุณธรรมในละแวกนี้ก็ล้วนมีข่าวลือกันไปทั่วแล้ว นักพรตมองไม่เห็นของเหล่านี้อยู่ในสายตา แต่การที่นักพรตจะบูชาปรมาจารย์ก็ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ ยังหวังว่านักพรตจะรับเอาไว้ด้วยครับ”

“ใช่ครับ นักพรต คุณก็รับไปเถอะครับ”

ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็พากันพูดเกลี้ยกล่อม

“ในเมื่อยากที่จะปฏิเสธน้ำใจ ถ้างั้นข้าก็จะรับเอาไว้แทนปรมาจารย์ก็แล้วกัน กลับไปจะได้ซื้อของถวายให้ปรมาจารย์เพิ่มอีกหน่อย ให้ท่านช่วยคุ้มครองหมู่บ้านฉางซงของพวกเราให้ลมฝนตามฤดูกาล ร้อยปีศาจมิอาจรุกราน!”

ในตอนนี้ ลูกศิษย์สองคนของนักพรตฉางชิงก็เริ่มเก็บของที่ใช้ในการวางค่ายกล เตรียมที่จะกลับสำนัก

“จะไปกันตอนนี้เลย เกรงว่ามันคงจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่กระมัง” เสียงที่กะทันหันเสียงหนึ่ง ก็ได้ทำลายบรรยากาศที่กลมเกลียวในที่เกิดเหตุ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 120 - ขับไล่ผี

คัดลอกลิงก์แล้ว