เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 266 หิมะตก วันหยุดสบาย ๆ

บทที่ 266 หิมะตก วันหยุดสบาย ๆ

บทที่ 266 หิมะตก วันหยุดสบาย ๆ


#วันหยุดสุดสัปดาห์

หิมะข้างนอกตกโปรยปรายไม่หยุด ถึงแม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มไปทั่วแผ่นฟ้า

ปีนี้เมืองซูจิงดูเหมือนจะหนาวกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา นี่เป็นหิมะครั้งที่สองในรอบไม่กี่วัน หิมะเริ่มตกตั้งแต่เมื่อคืน แต่เพราะเพิ่งตกครั้งแรกไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ความรู้สึกแปลกใหม่ก็เลยลดลง

อากาศยิ่งหนาวขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังเป็นวันหยุด ในมหาวิทยาลัยจึงแทบไม่มีใครออกมาเดินเล่นเลย อีกทั้งอาทิตย์หน้าจะสอบปลายภาคแล้ว ช่วงนี้แม้แต่คู่รักก็ยังไม่ค่อยออกมาเดท แต่มักจะหามุมเงียบ ๆ ในห้องเรียนหรือห้องสมุดเพื่อเดทควบคู่กับไปกับการติวหนังสือ จะจริงหรือหลอกก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็ให้ดูเหมือนขยัน...

เพราะเป็นวันหยุด เสี่ยวซีโหลว...ตึกเล็กฝั่งตะวันตกจึงเงียบเชียบ หากเป็นวันหยุดตามปกติ ยังพอมีคนมาทำงานที่สำนักงานฉี่หางมีเดีย แต่วันนี้หิมะตกหนัก เลยไม่มีใครฝ่าหิมะมาที่นี่ เพราะยังไงซะหลาย ๆ อย่างก็สามารถทำจากที่บ้านได้

เมื่อไม่กี่วันก่อน สำนักงานของบริษัทฟางเปี้ยนตานเช่อได้ย้ายออกไปแล้ว เพราะตอนนี้มีผู้ถือหุ้นใหม่และมีเงินทุนมากขึ้น

หลังปิดดีลระดมทุนรอบล่าสุด บริษัท “ฟางเปี้ยนตานเช่อ” ก็มีมูลค่าหลายหมื่นล้าน สิ่งแรกที่ทำก็คือหาสำนักงานใหญ่ที่ดูดีมากขึ้น ไม่ใช่เพื่อความหรูหรา...แต่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพให้บริษัทฯ ด้วย

จะให้คนอื่นมองว่า สำนักงานใหญ่อยู่ในตึกเล็ก ๆ สองชั้นร่วมกับบริษัทอื่นก็คงไม่ดี แม้จะดูเหมือนเป็นแรงบันดาลใจ แต่เรื่องพวกนี้ควรเอาไว้เล่าในห้องจัดแสดงประวัติบริษัทจะดีกว่า และการย้ายสำนักงาน

ก็เป็นความเห็นของบรรดาผู้ถือหุ้นใหม่ด้วย

แต่พอสำนักงานชั้นสองว่างลง ฟางโจวก็เริ่มคิดว่าจะย้ายห้องทำงานตัวเองขึ้นไปดีหรือไม่

ขณะนั้นเอง...

ประตูสำนักงานก็ถูกเปิดออก ร่างหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยลมหนาวเดินเข้ามา

“ฮู้… ในที่สุดก็อุ่นสักที”

ถังถังเดินเข้ามาจากข้างนอก เปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าสลิปเปอร์ แล้วรีบวิ่งไปที่เตาอุ่นในห้อง ทั้งที่จากหอพักมาที่นี่ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่เธอก็หนาวจนแทบไม่ไหว ต้องยืนผิงเตาอยู่พักใหญ่กว่าจะอุ่นขึ้น

เธอถอดเสื้อคลุมออก สะบัดแล้วแขวนไว้บนราว เกล็ดหิมะที่ติดอยู่ก็ละลายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ ด้านในใส่เสื้อไหมพรมสีดำกางเกงลูกฟูกเอวสูงสีครีมขาตรงยาวสะดุดตา

เธอทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เอนข้างเตาอุ่นใกล้ฟางโจว ยืดแขนเหยียดยาว

พอฟางโจวมองมา ถังถังก็เอาเท้าไปวางบนตักเขาอย่างซุกซน ปลายเท้าขยับไปมาในถุงเท้าฝ้ายสีขาว แม้จะยังเป็นช่วงสาย ๆ แต่ในบรรยากาศแบบนี้ก็ทำให้ง่วงได้ง่าย

ถังถังหรี่ตาพูด

“สบายชะมัด”

“โชคดีที่เรามีที่นี่นะ”

“ได้เฟิงอี้กับเฟิงซินบอกว่าห้องสมุดคนแน่นมาก แถมมีแต่คนเป็นหวัด ไอกันไม่หยุด แอร์ก็ยังไม่อุ่น”

“เทียบกับที่นี่ไม่ได้เลย”

ฟางโจวยิ้ม

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“ห้องสมุดมันกว้าง ต้องรักษาอุณหภูมิให้เหมาะกับหนังสือ ไม่ให้ร้อนเกิน”

“แถมถ้าอุ่นมากก็ยิ่งทำให้ง่วงอีก”

พูดกันได้แค่ไม่กี่ประโยค ถังถังก็แทบจะหลับอยู่แล้ว

ตอนนั้นเอง ประตูสำนักงานก็เปิดอีกครั้ง ฟางชิงหลินกับลั่วอี้เหอก็มาถึง พร้อมหอบหนังสือและของกินเต็มมือ

มีทั้งตำรา ขนม และลั่วอี้เหอยังห่อไก่ที่อู๋เม่ยหมักมาอย่างดีมาเต็มตัว อีกทั้งยังมีเนื้อหมักใส่กล่องมาด้วย ไหน ๆ ก็ไม่มีใครอยู่แถวนั้น ทำอาหารเสียงดังหรือมีกลิ่นหน่อยก็ไม่เป็นไร

ดูแล้วทั้งสามคนกะจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งสองวัน สบายและเป็นอิสระ แถมยังมีอาหารกินพร้อม

พวกฟางชิงหลินกับลั่วอี้เหอคุ้นเคยกับที่นี่ดี พอเข้ามาก็ถอดเสื้อคลุม จัดเก็บของที่นำมา ไก่ที่อยู่ในห่อฟอยล์เป็นไก่บ้านที่อู๋เม่ยฝากคนที่ตลาดซื้อให้ หมักด้วยเครื่องปรุงง่าย ๆ ห่อด้วยใบบัวแล้วห่อด้วยฟอยล์อีกชั้น เหมาะจะย่างในเตาอุ่นมาก กล่องอื่น ๆ ก็มีเนื้อหมักไว้พร้อมย่าง

ลั่วอี้เหอจัดของเสร็จ ก็นำห่อฟอยล์เข้าเตา แล้วไปล้างแผ่นเหล็กในมุมห้องไว้ใช้ย่างเนื้อ ตอนเก็บของ

ลั่วอี้เหอพูดขึ้น

“เช้านี้จางเมี่ยวเมี่ยวไปช่วยงานที่ร้านแม่ฉันอีกแล้ว”

“แม่บอกว่าไม่ต้องให้ช่วยเลย งานไม่เยอะ”

อู๋เม่ยเป็นคนอยู่นิ่งไม่เป็น พอพักฟื้นหลังจากโรงพยาบาลได้สักพักก็เปิดร้านเกี๊ยวน้ำอีก จ้างพนักงานผู้หญิงวัยสามสิบกว่ามาช่วย ทำให้ไม่เหนื่อยเหมือนแต่ก่อน

จางเมี่ยวเมี่ยวกับน้องสาวจางเมี่ยวเม่ยตามฟางโจวมาที่ซูจิง จางเมี่ยวเม่ยช่วยฟางอวี้หรูขับรถ ส่วนจางเมี่ยวเมี่ยวก็ไปช่วยที่ร้านอู๋เม่ยช่วงเช้า ช่วงกลางวันก็ไปอยู่ที่ร้านชิงเหอถัง

ร้านชิงเหอถังนั้นมีเด็กสาวทำงานเยอะ แต่ลูกค้าก็มีทั้งเด็กสาวและหนุ่ม ๆ ห้าว ๆบ้าง บางทีก็มีพวกชอบหาเรื่อง

ไม่กี่วันก่อนมีพวกเด็กหนุ่มห้าวผมทองมากินข้าว แล้วไปเล่นตู้คีบตุ๊กตา เกิดทะเลาะกันเรื่องพนันแข่งคีบตุ๊กตา หนึ่งในนั้นแพ้แล้วเตะเครื่องเล่น โวยว่าเครื่องเสีย เพื่อน ๆ ก็ร่วมวงด่าด้วย จางเมี่ยวเมี่ยวเลยจับโยนออกจากร้านไป

แน่นอนว่ามีการลงไม้ลงมือ แต่ในร้านมีกล้องตลอด คลิปถูกถ่ายไว้ทั้งหมด คนที่ดูเห็นแค่หัวทองหลายคนลงไปนอนร้องโอดครวญ ทุกคนเลยคิดว่าพวกนี้มาหาเรื่อง

พอคลิปถูกแชร์ลงเน็ต เสียงส่วนใหญ่ก็ชื่นชมจางเมี่ยวเมี่ยว ถ้าไม่มีเขา คงวุ่นวายกว่านี้แน่ แม้จะมีพนักงานชายคนอื่น ก็ไม่แน่ว่าจะรับมือได้เร็วแบบนี้

เรื่องถึงตำรวจแล้ว การจัดการภายหลังไม่สำคัญเท่าไหร่ ในตอนนี้คนที่กล้ามาหาเรื่องที่หน้าร้านในเมืองซูจิง ก็คงเหลือไม่กี่คนแล้ว

ลั่วอี้เหอพูดถึงจางเมี่ยวเมี่ยว ฟางโจวก็เฉย ๆ

“ยังไงพี่เมี่ยวก็ว่างอยู่แล้ว ให้มีอะไรทำบ้างก็ดี”

ฟางชิงหลินก็พยักหน้า เธอเคยไปที่เมืองท่ากับหวังฉางเฟิง พอรู้ว่าฟางโจวพาสองพี่น้องนั้นมาซูจิงก็แปลกใจ แต่การที่มีสองคนนี้อยู่ก็ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก

เธอยิ้มพูดว่า

“พี่เมี่ยวไม่ธรรมดานะ เหมือนในตำนานเลย เป็นคนที่มีวิชาหมัดมวยจริง ๆ”

“ร้านเรามีเขาอยู่ด้วย ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ”

ถังถังนึกอะไรได้

“ฟางโจว”

“แฟนของรูมเมตนาย ถ้ามาทำงานเป็นแคชเชียร์กับพนักงานเสิร์ฟที่ร้านจะดีไหม?”

ซุนเล่าหูเคยฝากให้หางานให้ภรรยา และฟางโจวก็แนะนำให้เธอไปทำงานที่ชิงเหอถัง เขาบอกเรื่องนี้ให้พวกเธอรู้แล้ว

ซุนเล่าหูบอกว่า ภรรยาเขาลาออกจากงานเก่าแล้ว เช้านี้ก็นั่งรถมาซูจิงเรียบร้อย...แต่ตอนนี้หิมะข้างนอกตกหนัก คาดว่ากว่าเธอจะเดินทางถึงซูจิงก็คงจะค่ำมากแล้ว

ในตอนนี้ สิ่งที่ถังถังกังวลก็คือ...กลัวว่าลึก ๆ แล้วแฟนของซุนเล่าหูจะรู้สึกเสียหน้า เพราะซุนเล่าหูกับฟางโจวอยู่ห้องเดียวกัน แล้วจะให้แฟนตัวเองไปทำงานเป็นพนักงานที่ร้านของแฟนเพื่อน นักศึกษาทั่วไปอาจจะรู้สึกเสียศักดิ์ศรีบ้าง

ฟางโจวเข้าใจสิ่งที่ถังถังต้องการจะสื่อ เขาโบกมือแล้วพูดว่า

“ซุนเล่าหูน่ะ เป็นคนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่กว่าคนทั่วไป”

“เขามีเป้าหมายและแผนของตัวเอง”

“ฉันก็บอกเขาแล้วด้วย”

“ตราบใดที่เขาไม่คิดมากก็พอ”

“ฉันก็เคยเจอแฟนของเขามาก่อน เป็นคนที่มีความคิดของตัวเองอยู่พอตัว”

“ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษหรอก ถ้าเธอมีความสามารถ วันหลังจะให้เลื่อนตำแหน่งก็คงไม่เป็นปัญหา”

“ถ้าให้เธอเริ่มต้นด้วยงานหนักเกินไป”

“สำหรับเธอแล้ว อาจกลายเป็นภาระเสียมากกว่า”

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

ในขณะที่อาหารกำลังย่างอยู่ในเตา พวกเขาก็คุยกันสักพัก จากนั้นสามสาวก็หยิบหนังสือออกมาอ่านทบทวน

แม้ฟางชิงหลินกับลั่วอี้เหอจะเป็นพวกหัวกะทิ แต่พอใกล้สอบ ก็ต้องอ่านหนังสือกันอยู่ดี

สำหรับคุณชายฟางโจวผู้แสนจะสบาย สองสาวก็ดูจะอิจฉาอยู่ไม่น้อย

ถังถังพลิกหนังสืออยู่ไม่กี่หน้า จากที่ตอนแรกยังมีไฟฮึกเหิม สายตาก็ค่อย ๆ ละจากหนังสือไปที่มือถือข้างตัว ใจเริ่มลังเลต่อสู้กับตัวเอง

ในบรรยากาศแบบนี้…เปิดมือถือดูวิดีโอนิด ๆ หน่อย ๆ มันช่างสุนทรีอะไรอย่างนี้!

ลังเลอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายถังถังก็ฟุบลงกับโต๊ะ

“อ่านหนังสือมันน่าเบื่อจะตาย”

“ฉันไม่มีสมองฉลาดแบบพวกเธอ”

“ไม่ได้รู้สึกสนุกเวลาเรียนเลย มันน่าเบื่อจริง ๆ”

พูดจบ เธอก็หันมามองฟางโจวด้วยสายตาเว้าวอน

“นายไม่สนิทกับคณบดีจินหรอกเหรอ?”

“งั้น… นายช่วยขอให้ฉันไม่ต้องสอบได้ไหมล่ะ?”

เห็นถังถังแค่เห็นหนังสือก็ท้อ ฟางชิงหลินกับลั่วอี้เหอได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนโยน

สำหรับพวกเธอ นึกภาพไม่ออกเลยว่าการที่ใครสักคนจะรู้สึกว่าการสอบปลายภาคมันยาก มันเป็นความรู้สึกแบบไหน

แต่ถังถังไม่เหมือนกันเลย ตั้งแต่มัธยมปลาย เธอก็เรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง ถึงแม้จะพยายาม แต่ผลการเรียนก็อยู่ระดับกลาง ๆ มาโดยตลอด

จนกระทั่งเทอมสุดท้ายของมัธยมปลาย ได้รับอิทธิพลจากฟางโจวและการติวของเขา คะแนนถึงเริ่มพุ่งขึ้นบ้าง

แต่เอาเข้าจริง เธอก็ไม่ได้มีพรสวรรค์เด่นอะไร การสอบติดมหาวิทยาลัย ก็ต้องบอกว่ามีโชคช่วยไม่น้อย

ก่อนหน้านี้เธอก็ตั้งใจเรียนไม่ใช่เพราะชอบ แต่เพราะมันเป็นหน้าที่ของนักเรียน

พอมาถึงระดับมหาวิทยาลัย เธอก็แทบไม่เคยขาดเรียน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าใคร ในวิชาทางสายวิชาชีพ เธอพอจะได้เปรียบเพราะประสบการณ์จากที่บ้าน แต่โดยรวม… ก็ยังเป็นเด็กเรียนไม่เก่งอยู่ดี

ช่วงนี้ก็เอาเวลาไปโฟกัสกับร้าน “ชิงเหอถัง” เป็นหลัก พอคิดว่าสอบปลายภาคจะมาในสัปดาห์หน้า เธอก็เริ่มเครียด

ฟางโจวหัวเราะ

“อาจารย์ของเธอไม่ให้คำตอบสอบปลายภาคมาด้วยเหรอ?”

“ฉันจำได้ว่าเธอยังเคยพูดเลยว่าคณบดีจินเอาวิธีบริหารชิงเหอถังไปใช้เป็นเคสในห้องเรียนด้วยซ้ำ เขาไม่รู้หรือว่าเธอเป็นสายเรียนไม่เก่ง?”

“ถ้าสอบตกขึ้นมา”

“พวกคณะบริหารคงหน้าแตกกันเป็นแถบ”

คำพูดของฟางโจว...แทนที่ถังถังจะโกรธที่โดนเรียกว่า “เด็กเรียนไม่เก่ง” แต่เธอกลับพยักหน้าเห็นด้วยอย่างซื่อ ๆ

“นั่นสิ!”

ที่ฟางโจวพูดว่าเธอสอบตกแล้วจะทำให้คณะขายหน้านั้น ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น

ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา คนที่โดดเด่นที่สุดในมหาวิทยาลัยก็คือฟางโจว และมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

นอกจากเขาแล้ว ก็ยังมีคนอื่นที่น่าสนใจในสายตานักศึกษาเช่นกัน

ภายใต้แสงสปอร์ตไลต์ของฟางโจว ถังถังเองก็จัดว่าเป็นบุคคลเด่นของมหาวิทยาลัย แม้จะถูกมองว่าเป็น “เงา” ของฟางโจวอยู่บ่อยครั้ง

แต่สำหรับนักศึกษาทั่วไปที่ไม่ได้รู้จักทั้งคู่ดีนัก ถังถังถือเป็นดาวรุ่งของคณะบริหารธุรกิจเลยทีเดียว...

เข้ามหาวิทยาลัยได้ไม่นาน เธอก็กลายเป็นดาวมหาวิทยาลัย ในรั้วมหาวิทยาลัยนั้น เรื่องหน้าตาและรูปลักษณ์มีผลมากกว่าที่คิด

อีกทั้งถังถังยังมาจากครอบครัวมีฐานะ วันแรกที่เปิดเรียนก็มาด้วยรถโรลส์-รอยซ์

เธอเป็นผู้ถือหุ้นของ “ฉี่หางมีเดีย” ...และเป็นผู้ถือหุ้นของ “ฟางเปี้ยนตานเช่อ” เหมือนกัน

ร้านที่เธอกับฟางโจวเปิดด้วยกัน กลายเป็นร้านดังที่ดารามาเช็กอินกันเพียบ บนผนังร้านมีภาพถ่ายคู่ของเธอกับดาราหลายคน ไม่ว่าจะถ่ายกับใคร เธอก็ดูโดดเด่นยืนอยู่กลางภาพเสมอ และเธอกลับสวยกว่าดาราเสียอีก

ไม่ว่าจะหยิบเรื่องไหนของถังถังมาพูด ก็ล้วนเป็นจุดขายทั้งนั้น

จากมุมมองของมหาวิทยาลัย ฟางโจวกับถังถังคือความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยครูซูจิง

แต่ถ้าแยกตามคณะ เรื่องราวมันก็เปลี่ยนไป ฟางโจวอยู่คณะวรรณกรรม แต่ถังถังอยู่คณะบริหารธุรกิจ

แน่นอนว่าแต่ละคณะก็อยากผลักดันคนของตัวเอง ในการประชาสัมพันธ์ภายในคณะฯ ก็มักจะเอาถังถังเป็นแบบอย่างอยู่เสมอ ว่าเป็นความภูมิใจของคณะ

หากเธอดันสอบตกขึ้นมา...ก็คงไม่ใช่เรื่องที่อธิบายได้ง่าย ๆ

--

พอมีโอกาสได้เห็นถังถังเวอร์ชัน “ดาวมหาวิทยาลัย” แบบนี้ ฟางชิงหลินแอบหัวเราะพลางหรี่ตาแล้วพูดว่า

“ถ้าตั้งใจเรียนในห้องจริง ๆ สอบปลายภาคไม่น่ายากนะ”

ถังถังฟังแล้วก็รู้ทันทีว่ากำลังโดนแซว เธอเบ้หน้าอย่างอดไม่ได้ ความเจ็บปวดของคนธรรมดา คนหัวกะทิไม่เข้าใจหรอก!

เจ้าหล่อนกล้าโชว์เหนือเรื่องไอคิวกับฉันงั้นเหรอ?

ถังถังกลอกตาแล้วพูด

"ฮ่าฮ่า!"

“มีฟางโจวอยู่ทั้งคนแบบนี้”

“ช่วยงดเว้นเรื่องโอ้อวดความเหนือทางปัญญาได้ไหมล่ะ!”

รอยยิ้มบนใบหน้าของฟางชิงหลินค่อย ๆ แข็งค้าง!

แม้อยากจะเถียง แต่พอเห็นฟางโจวนั่งสบาย ๆ ข้าง ๆ ก็พูดอะไรไม่ออกจริง ๆ

ในจังหวะที่ถังถังรู้สึกได้ชัยชนะ มือถือของเธอก็ดังขึ้น

พอเห็นเบอร์โทร ถังถังถึงกับตื่นเต้นขึ้นมาทันที

เป็นไปได้ไหมว่า จะเป็นอย่างที่ฟางโจวพูดจริง ๆ

เธอยื่นมือถือให้ทุกคนดู

บนหน้าจอขึ้นชัดเจนว่า... “อาจารย์ที่ปรึกษา!”

----------

(จบบทที่ 266)

จบบทที่ บทที่ 266 หิมะตก วันหยุดสบาย ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว