เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 นั่นเรียกว่า...การควบคุมคะแนน

บทที่ 76 นั่นเรียกว่า...การควบคุมคะแนน

บทที่ 76 นั่นเรียกว่า...การควบคุมคะแนน


#สำนักงานประธานบริษัท

ตอนที่เฉินจิ่งผลักประตูเข้ามา ฟางอวี้หรูกำลังเหม่อลอย

เฉินจิ่งหรี่ตาเล็กน้อย

“ช่วงนี้คุณฟางเป็นอะไรไปหรือเปล่า?”

“กลุ่มซื่อไห่ถอนตัวไปได้ก็ดีแล้ว แต่ฉันกลับเห็นคุณดูไม่ค่อยดีใจเลย... เป็นเพราะเสี่ยวโจว หรือเพราะแผนโฆษณาล่าสุด?”

.

ก่อนหน้านี้ เฉินจิ่งเคยไปคุยกับฟางโจว และฟางโจวก็ยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ให้กลุ่มหยุนซื่อ เฉินจิ่งเข้าใจว่าแม่ลูกคู่นี้น่าจะคืนดีกันแล้ว ที่ฟางอวี้หรูยังเป็นกังวล คงเป็นเรื่องงานซะมากกว่า

แม้กลุ่มซื่อไห่จะถอนหุ้นไปแล้ว แต่กลุ่มหยุนซื่อเองก็กำลังเจอทางตัน เพราะสินค้าไหมของพวกเขาไม่เหมือนเสื้อผ้าทั่วไป ตำแหน่งทางการตลาดของสินค้าเป็นลูกค้าระดับบน หรือกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง การขยายตลาดจึงไม่ใช่เรื่องง่าย...

ฟางอวี้หรูเรียกสติก่อนยิ้มบาง ๆ

“ไม่เป็นไร ช่วงนี้คุณก็เหนื่อยมากแล้ว เรื่องต่าง ๆ ก็คลี่คลายไปเยอะ พักผ่อนได้แล้วนะ”

“กลุ่มซื่อไห่โดนเขี่ยออกไปก็จริง แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาแฝงคนของพวกเขาไว้ในบริษัทเราหลายคน”

"ช่วงนี้ต้องค่อย ๆ กำจัดคนพวกนั้นออกไป"

.

เฉินจิ่งกำลังจะตอบ แต่โทรศัพท์ดันดังขึ้น พอเห็นหมายเลขที่โทรเข้า สีหน้าของเฉินจิ่งก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

พอรับสาย ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังออกมา

“ตอนนี้สะดวกคุยไหม?”

เฉินจิ่งชะงักเล็กน้อย ก่อนพูดกับปลายสายว่า

“รอสักครู่”

แล้วหันไปบอกฟางอวี้หรู

“คุณฟาง ขอฉันออกไปรับโทรศัพท์สักครู่นะคะ”

ฟางอวี้หรูเห็นเฉินจิ่งออกไป ก็แปลกใจเล็กน้อย เพราะโดยปกติเฉินจิ่งไม่เคยหลบไปรับสาย แม้แต่สายจากครอบครัว หรือแฟน แต่ฟางอวี้หรูก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

.

#ด้านนอก

เฉินจิ่งเดินตรงไปยังสำนักงานตัวเอง

“เสี่ยวโจว มีเรื่องอะไรเหรอ โทรมาซะลับ ๆ ล่อ ๆ”

ปลายสายเป็นฟางโจว

พอเมื่อกี้เขาถามว่าสะดวกคุยไหม เฉินจิ่งก็เผลอหลบสายตาฟางอวี้หรูอย่างไร้เหตุผลจนตัวเองยังตกใจ

ปลายสายหัวเราะร่า

“พี่เฉิน”

“ช่วงนี้ว่างไหม?”

“ถ้ามีเวลา เรานัดเจอกันได้ไหม? ผมมีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อยครับ”

เฉินจิ่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ยังไม่แน่ใจว่าเขามีแผนอะไร...แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง

.

วางสายไป เธอเดินกลับสำนักงาน ระหว่างทาง มีหลายคนทักทายเธอ แม้ตำแหน่งของเฉินจิ่งจะไม่ได้สูงมาก แต่ทุกคนก็รู้ว่าเธอเป็นบุคลากรรุ่นบุกเบิกของบริษัท และสนิทกับท่านประธานมาก ผู้บริหารหลายคนจึงให้ความเคารพ

เมื่อกลับถึงห้องประธาน ในห้องไม่มีใครอยู่ เฉินจิ่งนั่งคิดเรื่องที่ฟางโจวจะมาคุย หลังเหตุการณ์ทวงหุ้นคืนจากกลุ่มซื่อไห่ เฉินจิ่งมองฟางโจวเปลี่ยนไปหมด เขาไม่ใช่แค่เด็กมัธยมธรรมดา แต่มีความคิดและกลยุทธ์เฉียบขาด ครั้งนั้นเขาหลอกทุกคนได้หมด

ดังนั้นครั้งนี้ เธอไม่อาจมองเขาเป็นเด็กอีกต่อไป ตอนเจอกันคราวก่อน ฟางโจวพูดเหมือนรู้ความลับบางอย่างของเธอ และยังพูดถึงเรื่อง “พิสูจน์ตัวเอง” ทั้งหมดนี้ทำให้เฉินจิ่งเองก็เริ่มสับสน เธอรู้สึกถึงความอ่อนแอในสถานการณ์ของตัวเอง และยิ่งคิดถึงปัญหาของบริษัท เธอก็ยิ่งหงุดหงิด

ในที่สุด เธอก็ลุกออกไปเดินเล่นข้างนอก...

...

#ที่โรงเรียน

ทางเดินนอกห้องเรียน

ฟางโจววางโทรศัพท์แล้วเดินกลับเข้าห้อง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา แต่เขาทำเหมือนไม่มีอะไร นั่งลงและหยิบบทละครขึ้นมาทบทวน แม้เคยเขียนบทมาก่อน แต่ส่วนใหญ่เป็นบทสั้น บทละครโทรทัศน์นั้นยากกว่า ต้องเน้นตรรกะ

หลายจุดก็เกินขอบเขตความรู้ของเขา จนเริ่มปวดหัว ฟางโจวคิด ๆ แล้วก็โยนปากกาทิ้ง “เรื่องของมืออาชีพ ให้มืออาชีพทำเถอะ” เขาไม่คิดฝืน จะเขียนเฉพาะเค้าโครงเรื่อง รายละเอียดไว้ค่อยหาตัวช่วยทีหลัง

.

#บรรยากาศในห้องคึกคัก

เมื่อวานเพิ่งสอบประจำเดือนเสร็จ เรื่องที่ฟางโจวส่งกระดาษก่อนเวลาก็เป็นที่รู้กันทั่ว แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ซุบซิบกันไม่หยุด  หลายคนแอบหันไปมองเขา แม้แต่ถังถังเองก็อดสงสัยไม่ได้ เธอเก็บคำถามไว้ทั้งคืน

ตอนนี้เลยหันมาถามเบา ๆ:

“ทำไมสอบคราวนี้เธอรีบส่งกระดาษคำตอบล่ะ?”

“ตอบหมดแล้วจะรออะไรล่ะ”

ฟางโจวตอบแบบไม่ใส่ใจ

.

ขณะนั้น เฉียวจิ้งกับซุนเจี๋ยหลินถือข้อสอบเข้ามา

เสียงในห้องยิ่งฮือกันดังขึ้น...

อย่างที่ซุนเจี๋ยหลินเคยพูด การสอบคือการทบทวนสิ่งที่เรียนมา นักเรียนทุกคนก็ล้วนใส่ใจกับคะแนน เฉียวจิ้งแจกข้อสอบ สีหน้าคนที่ได้รู้คะแนนมีทั้งสุขและเศร้า

เมื่อมาถึงฟางโจว เฉียวจิ้งยื่นข้อสอบภาษาให้

สีหน้าซับซ้อนมาก

“ฟางโจว ได้ 87 คะแนน”

หืม!?

หลายคนเงี่ยหูฟัง แม้จะอยู่ท้ายห้อง แต่หลายคนก็ได้ยิน

“แค่ 87 เอง น้อยกว่าคราวก่อนเยอะเลยนะ”

“นี่อย่าบอกนะว่าคราวก่อนโกงจริง ๆ?”

“ก็อาจจะ…”

เฉียวจิ้งขมวดคิ้ว

พูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย:

“มีอะไรต้องซุบซิบ? พวกเธอคิดว่าฟางโจววิชาภาษาแย่หรือไง? เขาไม่ได้เขียนเรียงความต่างหาก”

พูดจบก็ชูข้อสอบให้ดู

ด้านหลังตรงช่องเรียงความว่างเปล่า!

.

หลายคนถึงกับอึ้ง!

เรียงความมีคะแนนเต็ม 60  แค่เขียนเล่น ๆ ก็ได้ 45 แล้ว ถ้าเขาเขียนแม้แต่นิดเดียว คะแนนรวมอาจจะเป็นที่ 1 ของระดับชั้นอีกครั้ง ยิ่งถังถังพูดบ่อย ๆ ว่าเพราะฟางโจวช่วยติว เธอถึงได้คะแนนดีขึ้น ทุกคนยิ่งงง ทำไมเขาไม่เขียน? หรือว่าไม่สนใจคะแนนเลยเหรอ

...

#ระหว่างคาบเรียนภาษา

ซุนเจี๋ยหลินแอบมองมาทางหลังห้องเป็นระยะ สีหน้าแฝงความไม่พอใจ ในฐานะครูประจำชั้นห้องสอง เธอเองก็แอบหวังจะมีฉาก ‘นักเรียนห้องสองพลิกโฉม หักหน้าห้องพิเศษ’

‘ยังจะเรียกฉันว่าแม่เล็กอีก’

‘แล้วไม่ช่วยแม่เล็กเรียกหน้ากลับมาหน่อยล่ะ?’

..

ซุนเจี๋ยหลินแอบคิด แล้วก็รู้สึกผิดทันที เธอเห็นข้อสอบวิชาอื่นแล้ว คะแนนก็ไม่สูงนัก ยกเว้นภาษาอังกฤษที่ได้ 119 คะแนน

...อืม อังกฤษก็ไม่เขียนเรียงความเหมือนกัน เธอแปลกใจ ตอนนี้รู้เรื่องของฟางโจวจากลุงหวัง รู้ว่าฟางอวี้หรูให้ความสำคัญกับผลการเรียน และคิดว่าเขาอาจจะกำลังประท้วงเงียบๆ

ถ้าฟางโจวรู้ความคิดเธอ คงตอบว่า ‘คิดมากไปแล้ว’ จริง ๆ เขาแค่ ‘ไม่อยากเสียเวลา’ เท่านั้น แต่ความสนใจที่ครูมีต่อหลังห้อง ทำให้ถังถังไม่กล้าทำอะไรเลยทั้งคาบ เธอเห็นฟางโจวเขียน ๆ วาด ๆ แต่ไม่กล้าถาม

.

จนกระทั่งหมดคาบ ถังถังก็รีบมาถาม

“นี่ไม่ใช่นิยายนี่นา... บทละครเหรอ? ฟางโจว เธอจะถ่ายหนังเหรอ?”

#ในความคิดของถังถัง บทละคร = หนัง

ฟางโจวตอบ

“ไม่ใช่หนัง เป็นบทละครโทรทัศน์”

“งั้น... ฉันขอดูได้ไหม?”

“ก็ได้ แต่ห้ามเอาไปเล่านะ ไม่งั้นจะซวย”

ถังถังตื่นเต้นมากที่ฟางโจวให้ดู รู้สึกดีใจที่เขาไว้ใจ เธอเคยได้ยินที่บ้านพูดเรื่องการลงทุนในภาพยนตร์ พ่อเธอมีเงินเยอะ และชอบลงทุน พอเห็นบทละคร ก็เข้าใจทันที เลยคิดว่าเขาอยากถ่ายหนัง อ่านได้ไม่กี่หน้า เธอก็อินจนวางไม่ลง

#บทข้ามมิติ + นางเอกเก่ง + ใช้ความรู้จากโลกปัจจุบันไปอวดอ้างความเก่งกาจในโลกโบราณ

แค่ไม่กี่ฉากก็ทำให้เธอตื่นเต้นสุด ๆ เธอชอบดูละครอยู่แล้ว พอได้อ่านบทนี้ เธอก็เหมือนได้เปิดโลกใหม่

.

เมื่ออ่านจบบทสรุป

ถังถังหันมามองฟางโจว สายตาเปล่งประกาย

“ฟางโจว ละครเรื่องนี้เธอจะถ่ายจริงไหม? ฉันอยากดูตอนนี้เลยอะ!”

“ถ่ายละครต้องใช้เงินเยอะใช่ไหม?”

“ฉันลงทุนได้ไหม?”

ฟางโจวหันไปมองเธอแบบงง ๆ ไม่คิดว่าอยู่ ๆ จะมีคนเสนอเงิน

.

ถังถังพูดเพราะรู้สึกดีกับบทละครที่ได้อ่าน ไม่ได้มีจุดประสงค์เชิงธุรกิจ

แต่ถ้าเธอลงทุนจริง อาจจะได้กำไรด้วย เขาเองก็มั่นใจกับบทนี้พอสมควร

“แล้วพ่อแม่เธอจะยอมให้เธอลงทุนเหรอ?”

เขารู้ว่าพ่อแม่ถังถังยังไม่พอใจที่เธอสนิทกับเขา

ถังถังก็เริ่มลังเล เลยถามเสียงเบา

“ลงทุนละครต้องใช้เงินเท่าไหร่?”

.

พอฟังว่าเธอสนใจจริง ฟางโจวก็อธิบายคร่าว ๆ

“ต้นทุนขึ้นอยู่กับค่าตัวนักแสดง ถ้าใช้ดาราดัง ก็แพง แต่เราจะไม่ใช้พวกนั้น”

“เน้นเนื้อเรื่องกับความแปลกใหม่เป็นหลัก”

“ทั้งเรื่องมี 30 ตอน ใช้เงินประมาณสิบล้านก็พอ”

จากสิบล้านนั้น สามล้านจะใช้ไปกับเสื้อผ้าและฉาก เพราะเป็นละครย้อนยุค

พอได้ยินอย่างนั้น ถังถังก็โล่งใจ

ยิ้มกว้าง:

“แค่สิบล้านเองเหรอ?”

“งั้นฉันลงทุนได้นะ ฉันมีเงินอยู่ในบัญชี!”

ฟางโจว: ???

อยู่ดี ๆ ก็โดนอวดรวยอีกแล้ว…

...

พอถังถังเล่า เขาถึงรู้ว่าแม้จะเรียกว่าลูกคนรวยเหมือนกัน แต่ความรวยก็มีหลายระดับ ตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ให้เธอปีละแสน (พ่อให้แสน แม่ให้แสน)  ญาติ ๆ อีกก็ให้เงินเยอะ

ทุกปีวันเกิดก็ได้เงินอีก ทั้งหมดนี้ แม่เธอเปิดบัญชีไว้ให้ ตอนนี้...บัญชีของถังถังมีเงินเกินสิบล้านไปนานแล้ว นี่แหละ ความสุขของคนรวยจริง ๆ…

แต่เดิมฟางโจวดีใจที่พบว่าตัวเองมีเงินเก็บจากซองแดงตั้งสองแสน ตอนนี้เจอ ‘ขุมทรัพย์ถังถัง’ เข้าไป ถึงกับอึ้ง!

ฟางโจวเริ่มรู้สึก อิจฉา! ขึ้นมาบ้างแล้ว

.

พอเห็นถังถังตื่นเต้น

ฟางโจวก็เตือนว่า

“นี่มันการลงทุน”

“ลงทุนก็เหมือนเล่นพนัน มีได้ก็มีเสีย มีรวยก็มีเจ๊ง”

ถังถังกลับไม่สนใจเลย

“ไม่เป็นไรหรอก”

“เงินพวกนี้ฉันไม่ได้ใช้ทำอะไรอยู่แล้ว”

“ถ้าเธอจะถ่ายทำ ก็บอกฉันนะ ...เอ่อ... เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันเอาบัตรมาด้วยเลย”

พูดแบบนี้ ทำให้ฟางโจวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น ‘ชายหนุ่มผู้ถูกเลี้ยงดู’ ยังไงไม่รู้

.

แต่เขาก็ปฏิเสธทันที:

“ถ้าเธอสนใจจริง ๆ…”

“งั้นเอาแค่สักหนึ่งล้านมาร่วมแจมก็พอ”

.

#ช่วงเช้า

คะแนนวิชาอื่น ๆ ออกครบหมดแล้ว  ข้อสอบของฟางโจวก็ถูกจับตามอง หลายวิชาถูกเว้นคำตอบไว้...เหมือนเดิม ไม่เขียนลงไป คะแนนวิชาภาษาและอังกฤษลดลงจากสอบจำลอง แต่วิชาอื่นกลับเพิ่มขึ้น พอรวมคะแนนแล้วก็ยังคงเท่าเดิม เรียกได้ว่า ‘คงเส้นคงวา’ เหลือเกิน หลายคนเลยคิดว่า ฟางโจว ‘ควบคุมคะแนน’ อยู่แน่นอน

.

ด้านถังถังก็มีความสุข ครั้งนี้คะแนนวิชาภาษาคงที่แล้ว วิชาอื่นก็ดีขึ้น เพราะใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ข้อสอบครั้งนี้เลยออกง่าย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้นักเรียน ส่วนถังถังที่ได้เกือบหกร้อยคะแนน ถ้าไม่ทำพลาดวันจริง ยังไงก็เข้ามหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ได้แน่

.

#ตอนกลางคืน

ที่แผงปิ้งย่าง

มีชายวัยรุ่นในชุดนักเรียน  ชายหนุ่มแต่งตัวฉูดฉาด  กับคุณลุงท่าทางสุภาพอีกคน

สามคนกำลังนั่งดื่มเบียร์ กินปิ้งย่างด้วยกัน

---

(จบบทที่ 76)

จบบทที่ บทที่ 76 นั่นเรียกว่า...การควบคุมคะแนน

คัดลอกลิงก์แล้ว