เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ผู้ชายใจดีลำดับสุดท้าย

บทที่ 19 ผู้ชายใจดีลำดับสุดท้าย

บทที่ 19 ผู้ชายใจดีลำดับสุดท้าย


พอได้ยินคำอธิบายนั้น

คิ้วของฟางชิงหลินก็ขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว

แต่เพราะเธอก้มหน้าตลอด ฟางอวี้หรูเลยไม่ทันสังเกต

ฟางชิงหลินเงยหน้าขึ้น

“ผู้ชายคนนั้น... หลี่ตง ตอนเรียนมหาลัยน่าจะเป็นคนดัง แถมยังเป็นพวกเจ้าเสน่ห์ทรงแบดบอยใช่มั้ยล่ะคะ”

ฟางอวี้หรูชะงัก สายตาหลบเลี่ยงโดยสัญชาตญาณ

มุมปากของฟางชิงหลินยกขึ้นนิดหนึ่ง

เธอยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้วพูดต่ออย่างสบายๆ:

“หนูว่า หน้าตาของพี่ชาย เริ่มเหมือนหลี่ตงเข้าไปทุกทีแล้วสินะ”

----------

เหมือนจะเข้าใจในความหมายของลูกสาว

สีหน้าฟางอวี้หรูเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เธอเริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลน มองลูกสาวอย่างไม่รู้จะพูดยังไงดี

ฟางชิงหลินยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า:

“ในที่สุดหนูก็เข้าใจแล้วล่ะ”

“จะสี่ทุ่มแล้ว แม่พักผ่อนเถอะนะ”

----------

ฟางอวี้หรูไม่เข้าใจว่าลูกสาวหมายถึงอะไร หรือว่าเข้าใจอะไร

เธอลุกขึ้นยืนเช่นกัน มองฟางชิงหลินอย่างกระอักกระอ่วน ไม่มีภาพลักษณ์หญิงแกร่งเหมือนทุกที

เห็นลูกสาวกำลังจะเดินกลับเข้าห้อง ฟางอวี้หรูก้าวไปข้างหน้าสองก้าวโดยไม่รู้ตัว

ถามเสียงอ่อนว่า:

“ชิงหลิน...ลูกเข้าใจแม่ใช่ไหม”

ฟางชิงหลินหยุดเท้า

พูดด้วยน้ำเสียงสดใส:

“แม่คิดอะไรเนี่ยะ หนูต้องสนับสนุนการตัดสินใจของแม่อยู่แล้ว”

----------

จากนั้นก็บ่นเบาๆ ว่า:

“พี่ชายหนูมีพ่อถึงสองคนแล้วตอนนี้”

“ถึงเขาจะรู้สึกแย่บ้าง แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็มีคนที่ห่วงใยเขาเสมอ และยังมีญาติแท้ๆ ของตัวเอง”

“เขาก็ควรจะเข้าใจแม่นะ”

ทันใดนั้น ฟางอวี้หรูก็เข้าไปโอบฟางชิงหลินทันที:

“พูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นล่ะ!”

“พวกเราไม่ใช่ครอบครัวของหนูเหรอ เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะลูก!”

พูดจบ เธอก็ยิ่งกอดลูกสาวแน่นขึ้น

เหมือนกลัวว่าลูกจะหนีหายไปอีกคน

----------

ร้านเน็ต New World

ฟางโจวถือถุงใบหนึ่งเดินเข้ามา

ข้างในถุงมีหนังสือเรียน ม.4 และ ม.5 ที่เอามาจากบ้านถังถัง

ตอนอยู่ที่บ้านเธอ เขายังมึนๆ อยู่ แต่พอออกมาเจอลมเย็นก็เริ่มได้สติ

ร้านเน็ตแห่งนี้ เป็นของญาติห่างๆ ของหงเสี่ยวหลงคนหนึ่ง

----------

ฟางโจวเคยมาที่นี่มาก่อน

รู้จักกับพี่ญาติคนนั้น เลยเรียกตามหงเสี่ยวหลงว่า ‘พี่ชาย’

พอเข้าประตูก็เจอเคาน์เตอร์ด้านหน้า วันนี้พี่ชายก็อยู่พอดี

หน้าเคาน์เตอร์มีวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังจะเข้าเล่นเน็ต

พี่ชายเจ้าของร้านคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก มองวัยรุ่นคนนั้นแล้วถามว่า:

“อายุเท่าไหร่?”

“18!”

“อายุสิบแปดเกิดปีอะไร?”

“ห๊ะ?” เด็กหนุ่มงงไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าจะมีคำถามแถมอีก

เขาขมวดคิ้วแล้วเริ่มนับนิ้วพึมพำว่า “หนู วัว เสือ กระต่าย...”

พี่ชายถอนหายใจ

โยนการ์ดเข้าเน็ตลงเคาน์เตอร์แล้วบอกว่า:

“จำไว้นะ ปีม้า เข้าไปได้แล้ว”

----------

ฟางโจวเกือบหลุดขำ:

“พี่ชาย!”

ญาติของหงเสี่ยวหลงชื่อ ‘จินต้าหยง’

เป็นญาติห่างๆ ฝั่งแม่ของหงเสี่ยวหลง ญาติกันจนเลยห้าชั่วคนแล้ว

จินต้าหยงรู้ว่ามีป้า ญาติห่างๆของตัวเอง มีฐานะดี ก็อาศัยความสัมพันธ์

ย้ายมาอยู่เมืองหนานอู๋เพื่อพึ่งพาอาศัยป้า

ตัวเขาเองไม่มีการศึกษามาก  แต่ก็รู้จักวางตัวดี

ขอแค่มีงานทำ เป็น รปภ. หรือคนคุมโกดังก็พอใจแล้ว

----------

พ่อของหงเสี่ยวหลงไม่ได้ว่าอะไร

แม่ของหงเสี่ยวหลงก็อยากรักษาความสัมพันธ์ไว้ แต่ไม่ได้ให้เขาเข้าบริษัทเดินเรือ

ช่วงนั้นธุรกิจร้านเน็ตกำลังบูม  เลยลงทุนเปิดร้านให้จินต้าหยงมาดูแล

งานเบา เวลายืดหยุ่น แถมยังได้ส่วนแบ่ง ปีหนึ่งก็มีรายได้หลายแสน

ชีวิตดีกว่าอยู่บ้านเกิดเยอะ จินต้าหยงก็พอใจ

เขาเป็นคนรู้กาลเทศะ  รู้ว่าตัวเองคงเข้าถึงน้าเขยไม่ได้แน่ จึงแสดงน้ำใจกับน้าและหลานชาย

ทุกเทศกาลสำคัญจะหาของแห้งจากบ้านเกิดมาให้

----------

ในร้านมีห้อง VIP ให้หงเสี่ยวหลงประจำ มีคอมสี่เครื่อง

ปกติแม้ว่าเครื่องอื่นจะเต็มหมด ห้องนี้ก็จะไม่ให้คนอื่นเข้ามา

เวลาหงเสี่ยวหลงมา น้องพนักงานก็มักจะเอาเครื่องดื่มกับบุหรี่มาเสิร์ฟ

ถึงเวลาอาหารก็สั่งมาให้เสร็จสรรรพ ประหนึ่งดูแลอย่างเอาใจใส่

หงเสี่ยวหลงไม่ค่อยพาใครมาด้วย ฟางโจวเองเคยมาไม่กี่ครั้ง  แต่จินต้าหยงก็จำได้

----------

แม้จินต้าหยงจะอายุเกือบสามสิบแล้ว ก็ยังเรียกฟางโจวว่า 'เสี่ยวฟาง' อยู่

ฟางโจวเดินเข้าห้อง VIP

หงเสี่ยวหลงกำลังใส่หูฟังเล่นเกมอยู่พอดี

เห็นเพื่อนมา เขาก็ถอดหูฟัง ยักคิ้วยิ้มแหย่:

“เจอพ่อตาแม่ยายแล้วเป็นไงบ้าง”

พูดทีเล่นทีจริงแบบนี้แหละ เขาเองก็รู้ดีว่าบ้านตระกูลถังไม่ใช่ธรรมดา

บ้านตระกูลฟางกับบ้านตระกูลหงแม้จะมีฐานะ  แต่รวมกันก็ยังสู้บ้านถังไม่ได้เลย

จริงๆแล้ว ถังถังต่างหากคือ 'คุณหนู' ตัวจริงของโรงเรียน

----------

คุยกันสองสามประโยค..

เห็นฟางโจวไม่มีท่าทีจะเล่นเกม หงเสี่ยวหลงจึงสวมหูฟังกลับไปสู่สมรภูมิต่อ

----------

ฟางโจวเปิดคอมเครื่องหนึ่ง เริ่มหาข้อมูล โดยเฉพาะพวกนิยายออนไลน์

เจ้าของร่างเดิมไม่สนใจพวกนี้ ในความทรงจำจึงไม่มีข้อมูลมากนัก

แต่พอค้นไป ฟางโจวก็ตกใจ ไม่ใช่ว่าเขาไร้เดียงสาหรือล้าหลัง

แต่โลกนี้มันยังอยู่ในยุคป่าเถื่อนของเว็บนิยาย

มีบ้างก็แต่พวกแฟนตาซีฝรั่งแนวลูซิเฟอร์กาเบรียลอะไรพวกนั้น

----------

นิยายข้ามมิติ?

หาไม่เจอเลย!

มีแค่กระทู้ถามว่า “ถ้าคุณย้อนเวลากลับไปยุคโบราณจะทำอะไร?”

เฮ้ย..แบบนี้… มันคือโอกาสชัดๆ!

----------

เมื่อเข้าใจสถานการณ์

ฟางโจวก็ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์

เดิมทีเขาคิดว่าจะส่งงานเขียนไปลงนิตยสาร

เพราะส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับวรรณกรรมที่เป็นรูปเล่ม

แต่ในยุคที่นิยายออนไลน์กำลังมาแรง ฟางโจวไม่อยากพลาดโอกาสในตลาดตอนนี้

เขาดูข้อมูลจนพอใจ จากนั้นปิดเว็บ..เปิดเอกสารใหม่

หยิบพล็อตที่เตรียมไว้ขึ้นมาดู  เลือกออกมาสองเรื่อง

ทบทวนเนื้อเรื่องในหัว  แล้วเริ่มพิมพ์ทันที

----------

เพราะวางพล็อตไว้หมดแล้ว เนื้อเรื่องก็เหมือนหนังที่ฉายในหัว

ฟางโจวเหมือนกลายเป็นปลาหมึก เริ่มพิมพ์ตอนสี่ทุ่ม พอถึงเที่ยงคืน

ก็เขียนได้ครบ 20,000 คำ ความเร็วระดับ ‘เทพสายฟ้า’

----------

เขายืดข้อมือไปมาเล็กน้อย อดไม่ได้จะบ่นพึมพำ:

ชาติก่อนแม้ความคิดจะลื่นไหล พิมพ์ได้เร็วสุดก็ 5,000 คำต่อชั่วโมง

ตอนพิมพ์ๆ อยู่ หงเสี่ยวหลงแวะมาเคาะประตู

พอรู้ว่าเพื่อนกำลังเขียนนิยายก็ยกนิ้วให้ เขาไม่อินกับแนวนี้เท่าไหร่

เลยแค่มอบหมายให้น้องพนักงานชั้นล่างชงกาแฟส่งให้ฟางโจว ปล่อยให้เขาทำงานต่อ

----------

ฟางโจวจิบกาแฟไป แก้ต้นฉบับไป

แค่ครึ่งชั่วโมง  นิยายเรื่องแรกก็เสร็จ

จากนั้นเริ่มพิมพ์เรื่องที่สอง

ซึ่งเป็นเรื่องที่ถังถังเคยเห็นพล็อต

ความเร็วก็ยังสุดยอด วางแผนไว้สองหมื่นคำ

พอถึงตีสาม ก็ใกล้จบบทแล้ว

แต่แล้วมือที่เคยพิมพ์เร็วก็เริ่มช้าลงเรื่อยๆ

กระทั่งสุดท้าย..

เขาวางมือจากคีย์บอร์ด เอนตัวพิงเก้าอี้ มองเพดานเหม่อลอย

----------

ในหัวปรากฏภาพดวงตาของเด็กสาวที่เต็มไปด้วยน้ำตา

'เชี่ย... ฉันจะเป็นพระเอกเลวๆ แล้วไง จะมาใจอ่อนเพราะน้ำตาผู้หญิงไม่ได้นะ!'

'ผู้ชายใจดีน่ะ ลำดับสุดท้ายนะเว้ย!'

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 19 ผู้ชายใจดีลำดับสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว