- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 19 ผู้ชายใจดีลำดับสุดท้าย
บทที่ 19 ผู้ชายใจดีลำดับสุดท้าย
บทที่ 19 ผู้ชายใจดีลำดับสุดท้าย
พอได้ยินคำอธิบายนั้น
คิ้วของฟางชิงหลินก็ขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
แต่เพราะเธอก้มหน้าตลอด ฟางอวี้หรูเลยไม่ทันสังเกต
ฟางชิงหลินเงยหน้าขึ้น
“ผู้ชายคนนั้น... หลี่ตง ตอนเรียนมหาลัยน่าจะเป็นคนดัง แถมยังเป็นพวกเจ้าเสน่ห์ทรงแบดบอยใช่มั้ยล่ะคะ”
ฟางอวี้หรูชะงัก สายตาหลบเลี่ยงโดยสัญชาตญาณ
มุมปากของฟางชิงหลินยกขึ้นนิดหนึ่ง
เธอยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้วพูดต่ออย่างสบายๆ:
“หนูว่า หน้าตาของพี่ชาย เริ่มเหมือนหลี่ตงเข้าไปทุกทีแล้วสินะ”
----------
เหมือนจะเข้าใจในความหมายของลูกสาว
สีหน้าฟางอวี้หรูเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เธอเริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลน มองลูกสาวอย่างไม่รู้จะพูดยังไงดี
ฟางชิงหลินยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า:
“ในที่สุดหนูก็เข้าใจแล้วล่ะ”
“จะสี่ทุ่มแล้ว แม่พักผ่อนเถอะนะ”
----------
ฟางอวี้หรูไม่เข้าใจว่าลูกสาวหมายถึงอะไร หรือว่าเข้าใจอะไร
เธอลุกขึ้นยืนเช่นกัน มองฟางชิงหลินอย่างกระอักกระอ่วน ไม่มีภาพลักษณ์หญิงแกร่งเหมือนทุกที
เห็นลูกสาวกำลังจะเดินกลับเข้าห้อง ฟางอวี้หรูก้าวไปข้างหน้าสองก้าวโดยไม่รู้ตัว
ถามเสียงอ่อนว่า:
“ชิงหลิน...ลูกเข้าใจแม่ใช่ไหม”
ฟางชิงหลินหยุดเท้า
พูดด้วยน้ำเสียงสดใส:
“แม่คิดอะไรเนี่ยะ หนูต้องสนับสนุนการตัดสินใจของแม่อยู่แล้ว”
----------
จากนั้นก็บ่นเบาๆ ว่า:
“พี่ชายหนูมีพ่อถึงสองคนแล้วตอนนี้”
“ถึงเขาจะรู้สึกแย่บ้าง แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็มีคนที่ห่วงใยเขาเสมอ และยังมีญาติแท้ๆ ของตัวเอง”
“เขาก็ควรจะเข้าใจแม่นะ”
ทันใดนั้น ฟางอวี้หรูก็เข้าไปโอบฟางชิงหลินทันที:
“พูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นล่ะ!”
“พวกเราไม่ใช่ครอบครัวของหนูเหรอ เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะลูก!”
พูดจบ เธอก็ยิ่งกอดลูกสาวแน่นขึ้น
เหมือนกลัวว่าลูกจะหนีหายไปอีกคน
----------
ร้านเน็ต New World
ฟางโจวถือถุงใบหนึ่งเดินเข้ามา
ข้างในถุงมีหนังสือเรียน ม.4 และ ม.5 ที่เอามาจากบ้านถังถัง
ตอนอยู่ที่บ้านเธอ เขายังมึนๆ อยู่ แต่พอออกมาเจอลมเย็นก็เริ่มได้สติ
ร้านเน็ตแห่งนี้ เป็นของญาติห่างๆ ของหงเสี่ยวหลงคนหนึ่ง
----------
ฟางโจวเคยมาที่นี่มาก่อน
รู้จักกับพี่ญาติคนนั้น เลยเรียกตามหงเสี่ยวหลงว่า ‘พี่ชาย’
พอเข้าประตูก็เจอเคาน์เตอร์ด้านหน้า วันนี้พี่ชายก็อยู่พอดี
หน้าเคาน์เตอร์มีวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังจะเข้าเล่นเน็ต
พี่ชายเจ้าของร้านคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก มองวัยรุ่นคนนั้นแล้วถามว่า:
“อายุเท่าไหร่?”
“18!”
“อายุสิบแปดเกิดปีอะไร?”
“ห๊ะ?” เด็กหนุ่มงงไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าจะมีคำถามแถมอีก
เขาขมวดคิ้วแล้วเริ่มนับนิ้วพึมพำว่า “หนู วัว เสือ กระต่าย...”
พี่ชายถอนหายใจ
โยนการ์ดเข้าเน็ตลงเคาน์เตอร์แล้วบอกว่า:
“จำไว้นะ ปีม้า เข้าไปได้แล้ว”
----------
ฟางโจวเกือบหลุดขำ:
“พี่ชาย!”
ญาติของหงเสี่ยวหลงชื่อ ‘จินต้าหยง’
เป็นญาติห่างๆ ฝั่งแม่ของหงเสี่ยวหลง ญาติกันจนเลยห้าชั่วคนแล้ว
จินต้าหยงรู้ว่ามีป้า ญาติห่างๆของตัวเอง มีฐานะดี ก็อาศัยความสัมพันธ์
ย้ายมาอยู่เมืองหนานอู๋เพื่อพึ่งพาอาศัยป้า
ตัวเขาเองไม่มีการศึกษามาก แต่ก็รู้จักวางตัวดี
ขอแค่มีงานทำ เป็น รปภ. หรือคนคุมโกดังก็พอใจแล้ว
----------
พ่อของหงเสี่ยวหลงไม่ได้ว่าอะไร
แม่ของหงเสี่ยวหลงก็อยากรักษาความสัมพันธ์ไว้ แต่ไม่ได้ให้เขาเข้าบริษัทเดินเรือ
ช่วงนั้นธุรกิจร้านเน็ตกำลังบูม เลยลงทุนเปิดร้านให้จินต้าหยงมาดูแล
งานเบา เวลายืดหยุ่น แถมยังได้ส่วนแบ่ง ปีหนึ่งก็มีรายได้หลายแสน
ชีวิตดีกว่าอยู่บ้านเกิดเยอะ จินต้าหยงก็พอใจ
เขาเป็นคนรู้กาลเทศะ รู้ว่าตัวเองคงเข้าถึงน้าเขยไม่ได้แน่ จึงแสดงน้ำใจกับน้าและหลานชาย
ทุกเทศกาลสำคัญจะหาของแห้งจากบ้านเกิดมาให้
----------
ในร้านมีห้อง VIP ให้หงเสี่ยวหลงประจำ มีคอมสี่เครื่อง
ปกติแม้ว่าเครื่องอื่นจะเต็มหมด ห้องนี้ก็จะไม่ให้คนอื่นเข้ามา
เวลาหงเสี่ยวหลงมา น้องพนักงานก็มักจะเอาเครื่องดื่มกับบุหรี่มาเสิร์ฟ
ถึงเวลาอาหารก็สั่งมาให้เสร็จสรรรพ ประหนึ่งดูแลอย่างเอาใจใส่
หงเสี่ยวหลงไม่ค่อยพาใครมาด้วย ฟางโจวเองเคยมาไม่กี่ครั้ง แต่จินต้าหยงก็จำได้
----------
แม้จินต้าหยงจะอายุเกือบสามสิบแล้ว ก็ยังเรียกฟางโจวว่า 'เสี่ยวฟาง' อยู่
ฟางโจวเดินเข้าห้อง VIP
หงเสี่ยวหลงกำลังใส่หูฟังเล่นเกมอยู่พอดี
เห็นเพื่อนมา เขาก็ถอดหูฟัง ยักคิ้วยิ้มแหย่:
“เจอพ่อตาแม่ยายแล้วเป็นไงบ้าง”
พูดทีเล่นทีจริงแบบนี้แหละ เขาเองก็รู้ดีว่าบ้านตระกูลถังไม่ใช่ธรรมดา
บ้านตระกูลฟางกับบ้านตระกูลหงแม้จะมีฐานะ แต่รวมกันก็ยังสู้บ้านถังไม่ได้เลย
จริงๆแล้ว ถังถังต่างหากคือ 'คุณหนู' ตัวจริงของโรงเรียน
----------
คุยกันสองสามประโยค..
เห็นฟางโจวไม่มีท่าทีจะเล่นเกม หงเสี่ยวหลงจึงสวมหูฟังกลับไปสู่สมรภูมิต่อ
----------
ฟางโจวเปิดคอมเครื่องหนึ่ง เริ่มหาข้อมูล โดยเฉพาะพวกนิยายออนไลน์
เจ้าของร่างเดิมไม่สนใจพวกนี้ ในความทรงจำจึงไม่มีข้อมูลมากนัก
แต่พอค้นไป ฟางโจวก็ตกใจ ไม่ใช่ว่าเขาไร้เดียงสาหรือล้าหลัง
แต่โลกนี้มันยังอยู่ในยุคป่าเถื่อนของเว็บนิยาย
มีบ้างก็แต่พวกแฟนตาซีฝรั่งแนวลูซิเฟอร์กาเบรียลอะไรพวกนั้น
----------
นิยายข้ามมิติ?
หาไม่เจอเลย!
มีแค่กระทู้ถามว่า “ถ้าคุณย้อนเวลากลับไปยุคโบราณจะทำอะไร?”
เฮ้ย..แบบนี้… มันคือโอกาสชัดๆ!
----------
เมื่อเข้าใจสถานการณ์
ฟางโจวก็ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์
เดิมทีเขาคิดว่าจะส่งงานเขียนไปลงนิตยสาร
เพราะส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับวรรณกรรมที่เป็นรูปเล่ม
แต่ในยุคที่นิยายออนไลน์กำลังมาแรง ฟางโจวไม่อยากพลาดโอกาสในตลาดตอนนี้
เขาดูข้อมูลจนพอใจ จากนั้นปิดเว็บ..เปิดเอกสารใหม่
หยิบพล็อตที่เตรียมไว้ขึ้นมาดู เลือกออกมาสองเรื่อง
ทบทวนเนื้อเรื่องในหัว แล้วเริ่มพิมพ์ทันที
----------
เพราะวางพล็อตไว้หมดแล้ว เนื้อเรื่องก็เหมือนหนังที่ฉายในหัว
ฟางโจวเหมือนกลายเป็นปลาหมึก เริ่มพิมพ์ตอนสี่ทุ่ม พอถึงเที่ยงคืน
ก็เขียนได้ครบ 20,000 คำ ความเร็วระดับ ‘เทพสายฟ้า’
----------
เขายืดข้อมือไปมาเล็กน้อย อดไม่ได้จะบ่นพึมพำ:
ชาติก่อนแม้ความคิดจะลื่นไหล พิมพ์ได้เร็วสุดก็ 5,000 คำต่อชั่วโมง
ตอนพิมพ์ๆ อยู่ หงเสี่ยวหลงแวะมาเคาะประตู
พอรู้ว่าเพื่อนกำลังเขียนนิยายก็ยกนิ้วให้ เขาไม่อินกับแนวนี้เท่าไหร่
เลยแค่มอบหมายให้น้องพนักงานชั้นล่างชงกาแฟส่งให้ฟางโจว ปล่อยให้เขาทำงานต่อ
----------
ฟางโจวจิบกาแฟไป แก้ต้นฉบับไป
แค่ครึ่งชั่วโมง นิยายเรื่องแรกก็เสร็จ
จากนั้นเริ่มพิมพ์เรื่องที่สอง
ซึ่งเป็นเรื่องที่ถังถังเคยเห็นพล็อต
ความเร็วก็ยังสุดยอด วางแผนไว้สองหมื่นคำ
พอถึงตีสาม ก็ใกล้จบบทแล้ว
แต่แล้วมือที่เคยพิมพ์เร็วก็เริ่มช้าลงเรื่อยๆ
กระทั่งสุดท้าย..
เขาวางมือจากคีย์บอร์ด เอนตัวพิงเก้าอี้ มองเพดานเหม่อลอย
----------
ในหัวปรากฏภาพดวงตาของเด็กสาวที่เต็มไปด้วยน้ำตา
'เชี่ย... ฉันจะเป็นพระเอกเลวๆ แล้วไง จะมาใจอ่อนเพราะน้ำตาผู้หญิงไม่ได้นะ!'
'ผู้ชายใจดีน่ะ ลำดับสุดท้ายนะเว้ย!'
(จบบท)