เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

841 - ต่อต้านการหลอกลวง

841 - ต่อต้านการหลอกลวง

841 - ต่อต้านการหลอกลวง


841 - ต่อต้านการหลอกลวง

"ที่นี่มีคนของสำนักงานสอบสวนลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?" อู่เช่อจ้องมองเหยากว่างจื้อด้วยสายตาแน่วแน่ "เจ้าคิดจะเล่นสกปรกใช่ไหม?"

เหยากว่างจื้อยิ้มอย่างขมขื่น "อาตมาคือพระ กินแต่อาหารเจ ไม่ได้เล่นสกปรก!"

เซียวอวี้โหรวรู้ดีว่า ถ้าเหยากว่างจื้อคิดจะเล่นสกปรก ก็คงหนีไปตั้งนานแล้ว ไม่มีทางกลับมาแจ้งข่าว

แต่นางก็ไม่กล้าฟันธง เพราะตอนนี้นิกายบัวขาวได้รับความเสียหายอย่างหนักและอ่อนแอลงมากแล้ว

ประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับก็กำลังหมดลง พวกนี้สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อแย่งชิงอำนาจ

"เจ้าต้องตามพวกเราไป!" เซียวอวี้โหรวกล่าว

"สีกาเซียว หากมีทางลับก็รีบบอกเถิด ไม่อย่างนั้นเราจะจบสิ้นกันจริงๆ!" เหยากว่างจื้อกล่าวด้วยความร้อนใจ

อู่เช่อเหลือบมองเซียวอวี้โหรว เห็นนางพยักหน้าเบาๆ เขาก็รีบชักกระบี่ออกมาจ่อที่คอของเหยากว่างจื้อ "ตามข้ามา!"

ใต้โอ่งข้าวในห้องมีทางลับที่เชื่อมตรงไปยังนอกหมู่บ้าน

ทั้งสามคนเพิ่งกระโดดลงไป ก็ได้ยินเสียงต่อสู้อันดุเดือดดังขึ้นจากด้านนอก

ทางลับค่อนข้างแคบ ทั้งสามจึงต้องก้มตัวเดินไปข้างหน้า

ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไร ในที่สุดพวกเขาก็โผล่ออกมาจากสุสานบนภูเขาหลังหมู่บ้าน

สุสานนี้เป็นที่ฝังบรรพชนของหมู่บ้าน ตั้งอยู่บนเนินสูง มองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

เบื้องล่างเปลวไฟลุกโชนสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน

"อมิตาพุทธ น่ากลัวจริงๆ" เหยากว่างจื้อแสดงท่าทางเจ็บปวด "ฉินโม่เก่งจริงๆ ขนาดนี้ยังหาข้าเจอ"

"เจ้าพูดอะไร หมู่บ้านนี้มีคนอยู่หลายร้อยคน ทุกคนล้วนเป็นคนของนิกายบัวขาว แต่ตอนนี้เจ้าทำให้พวกเขาตายหมดแล้ว!" อู่เช่อกล่าวอย่างเดือดดาล ก่อนหน้านี้การหลอกลวงชาวบ้านค่อนข้างง่าย แต่สองเดือนมานี้กลับยากขึ้นเรื่อยๆ

จวนผู้ตรวจการชางอู่ได้ส่งคนลงมาตรวจตราหมู่บ้านต่างๆ แม้ว่าจะยังมาไม่ถึงที่นี่ แต่หมู่บ้านใหญ่ๆ ก็มีคนเฝ้าอยู่แล้ว

การสร้างความวุ่นวายจึงยากขึ้นเรื่อยๆ

"การก่อกบฏย่อมต้องมีคนเสียสละ อาตมาสูญเสียคนไปไม่น้อยเช่นกัน" เหยากว่างจื้อพนมมือ "เมื่อกลับไปแล้ว อาตมาจะสวดบทสรรเสริญให้พวกเขาสิบรอบ"

"เจ้าพระนี่ช่างไร้หัวใจเสียจริง!" อู่เช่อกล่าวเหน็บแนม

"คนเหล่านี้เสียสละเพื่อหนทางอันชอบธรรม หลังความตายพวกเขาจะได้ไปสู่สุขคติ" เหยากว่างจื้อตอบด้วยสีหน้าจริงจัง เหมือนไม่ได้ยินคำพูดแดกดันของอู่เช่อ

เซียวอวี้โหรวมองหมู่บ้านที่ถูกเปลวไฟเผาผลาญ "ไปเถอะ หากไม่รีบไปตอนนี้ จะหนีไม่ทัน"

โชคดีที่พวกเขาเอาเด็กออกมาก่อน ไม่อย่างนั้นหากเด็กเริ่มร้องไห้ คงหนีไม่พ้นแน่

ทั้งสามคนรีบหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

เช้าวันต่อมา ฉินโม่ตื่นขึ้นมาก็ได้รับรายงานลับจากสำนักงานสอบสวนลับ

หลังจากอ่านจบ ฉินโม่ถอนหายใจ "บ้าจริง ศัตรูอยู่ใต้จมูกแท้ๆ เพิ่งจะมารู้ตัวตอนนี้ สมควรแล้วที่โดนเล่นงาน"

นิกายบัวขาวเน้นกิจกรรมในพื้นที่ชนบท เพราะชาวบ้านในยุคนี้หลอกง่ายเกินไป

การแสดงต่างๆ อย่างเช่นมือจุ่มน้ำมันเดือด รอยเลือดบนกระดาษขาว น้ำใสระเบิดได้ และนิ้วมือที่ลุกไหม้เอง

แค่กลอุบายพวกนี้ก็ทำให้คนทั้งหมู่บ้านตกตะลึงและยอมก้มหัวเคารพแล้ว

พูดได้เลยว่า ด้วยความรู้ที่ฉินโม่มี ถ้านำมาใช้ในยุคนี้ ก็สามารถสร้างนิกายที่แข็งแกร่งกว่านิกายบัวขาวสิบเท่าได้ไม่ยาก

เส้นทางการเผยแพร่ความรู้ยังอีกยาวไกล หากต้องการกำจัดนิกายบัวขาวให้สิ้นซาก ก็ต้องเปิดโปงกลโกงของพวกเขา

ทุกหมู่บ้านต้องมีเจ้าหน้าที่หนุ่มสาวประจำการ และต้องมีหมอประจำหมู่บ้านด้วย

นอกจากนี้ หมู่บ้านขนาดใหญ่ยังต้องมีครูอาสาสมัครประจำการ

การรณรงค์ให้รู้หนังสืออาจเป็นไปได้ยาก เพราะผู้คนยังหิวโหย ไม่มีเวลามาเรียนอ่านเขียน

แต่สามารถจัดนักเรียนด้านการเกษตรมาสอนวิธีการเพาะปลูกได้

พื้นที่หลิ่งหนานมีสภาพอากาศที่ดี เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช งานหัตถกรรม และการประมง

ต้องพยายามเปลี่ยนแปลงสภาพของหลิ่งหนานให้ดีขึ้นภายในหนึ่งปี

เมื่อคิดได้ดังนี้ ฉินโม่จึงเรียกเจ้าหน้าที่ในเมืองชางอู่ทั้งหมดมาประชุม รวมถึงสมาชิกคณะกรรมการธนาคารพัฒนาหลิ่งหนานด้วย

"เมื่อคืนที่ผ่านมา หมู่บ้านเสี่ยวหนิวที่อยู่ห่างจากเมืองชางอู่กว่าร้อยลี้เกิดเหตุสังหารหมู่ สำนักงานสอบสวนลับพบหัวหน้านิกายบัวขาว แต่พวกเขาหนีไปได้ ตอนนี้จิตรกรของสำนักงานสอบสวนลับกำลังวาดภาพใบหน้าของพวกเขาจากคำให้การ"

การวาดภาพเหมือนเป็นหนึ่งในไม้เด็ดของฉินโม่

ในเวลาว่าง เขาได้ฝึกฝนจิตรกรหลายคนที่มีฝีมืออยู่แล้ว หลังจากได้รับการฝึกเพิ่มเติมก็วาดภาพได้อย่างแม่นยำ

ตราบใดที่หัวหน้านิกายบัวขาวเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง พวกเขาก็สามารถวาดภาพออกมาได้ใกล้เคียง

เขาต้องการระดมพลังของราษฎร ทำให้คนเหล่านี้ไม่มีที่ซ่อนตัว

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนต่างมีสีหน้าจริงจัง

"ทำไมตลอดประวัติศาสตร์ เหล่านิกายชั่วร้ายจึงยังคงมีอยู่เรื่อยมา? นั่นเป็นเพราะชาวบ้านในชนบทมีความรู้เพียงน้อยนิด จึงถูกคนใจคดเหล่านี้หลอกลวงได้ง่าย"

"พวกนักต้มตุ๋นเหล่านี้ใช้กลโกงเพื่อหลอกเอาทรัพย์สินและศักดิ์ศรี"

"แต่นิกายชั่วร้ายเหล่านี้ ไม่เพียงแต่หลอกเอาทรัพย์สินและศักดิ์ศรี แต่ยังดึงชาวบ้านให้เข้าร่วมก่อกบฏกับพวกเขาด้วย"

"ปากบอกว่ารักและห่วงใยชาวบ้าน แต่ลับหลังกลับผลักดันให้ชาวบ้านต้องตาย"

"ดังนั้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จวนผู้ตรวจการใหญ่จะเป็นผู้นำในการจัดตั้งหน่วยต่อต้านนิกายชั่วร้ายและต่อต้านการฉ้อโกง!"

ฉินโม่เขียนบนกระดานดำว่า "จากราษฎร สู่ราษฎร เราต้องระดมพลังของราษฎร!"

ไป๋ปู้อี้และหยวนต้าเจินรีบจดคำพูดของฉินโม่ลงสมุดเล่มเล็กๆ

ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ยินคำสั่งของฉินโม่ผ่านคำบอกเล่า แต่ตอนนี้พวกเขาได้ฟังคำสอนของเขาอย่างใกล้ชิดอยู่บ่อยครั้ง

รู้สึกดีเหลือเกิน

"ก่อนอื่น เราต้องจัดตั้งหน่วยต่อต้านนิกายชั่วร้ายและการฉ้อโกง ออกไปเปิดโปงกลลวงของพวกนักต้มตุ๋นในหมู่บ้านต่างๆ เพื่อไม่ให้พวกมันมีที่หลบซ่อน"

"ถัดมา เราจะตั้งรางวัลนำจับ หากใครพบเห็นนักต้มตุ๋นหรือหัวหน้านิกายชั่วร้าย ให้รีบแจ้งแก่ผู้ใหญ่บ้านทันที เมื่อได้รับการตรวจสอบและจับกุมได้สำเร็จ จะได้รับรางวัลห้าร้อยตำลึง"

"จวนผู้ตรวจการใหญ่และธนาคารพัฒนาหลิ่งหนานจะจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งแสนตำลึงเข้ากองทุนต่อต้านนิกายชั่วร้ายและการฉ้อโกง"

"ไม่เพียงแค่ในชนบทเท่านั้น แต่ต้องขยายไปถึงสถานที่ต่างๆ ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นศาลาว่าการ ตลาด หรือที่ใดก็ตามที่มีผู้คน ต้องมีการรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลให้ทั่วถึง"

การประชุมครั้งนี้ฉินโม่ใช้เวลาถึงสองชั่วยาม เพื่ออธิบายกลลวงที่เขารู้ทั้งหมดให้กับผู้เข้าร่วมประชุม

สิ่งที่เขาพูดทำให้ทุกคนต้องอึ้งไปตามๆ กัน

ทั้งกลนิ้วจุ่มน้ำมันร้อน (ผมเคยอ่านเจอรู้สึกว่าจะใช้น้ำส้มสายชูเทลงไปก่อนจากนั้นค่อยใช้น้ำมันเทด้านบน ไอ้ที่เดือดก็จะเป็นน้ำส้มสายชู ส่วนน้ำมันยังไม่ร้อน)

งูปีศาจปรากฏตัว มดเขียนตัวอักษร(กลนี้ก็ทาน้ำตาลไว้บนกระดาษ) และกลโกงอื่นๆ

หลังจากประชุมเสร็จ ทุกคนออกจากจวนผู้ตรวจการใหญ่ด้วยความรู้สึกเต็มเปี่ยม

และการรณรงค์ต่อต้านนิกายชั่วร้ายและการฉ้อโกงก็เริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคักในชางอู่

หลังจากจัดการเรื่องการต่อต้านนิกายชั่วร้ายเสร็จ ฉินโม่ก็ถือของกินเข้าไปในโรงพยาบาลทหาร

พูดตรงๆ แล้ว เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับนิกายบัวขาวเลยแม้แต่น้อย เพราะตราบใดที่ราษฎรมีอาหารอิ่มท้อง มีเสื้อผ้าอบอุ่นใส่ และมีหมอรักษาโรค นิกายบัวขาวก็แทบจะหลอกใครไม่ได้อีกต่อไป

ในหลิ่งหนานไม่มีตระกูลใหญ่แล้ว เขาไม่กลัวใครทั้งนั้น!

ครั้งนี้เขาจะกำจัดพวกสุนัขชั่วเหล่านี้ให้สิ้นซาก!

เมื่อเขาเข้าไปในห้องพักฟื้น และเห็นกงซุนอู๋จี้ที่นอนอยู่บนเตียง ฉินโม่กล่าวว่า "ท่านลุงของข้า ข้ามาเยี่ยมท่านแล้ว!"

กงซุนอู๋จี้หันหน้าหนีไปทันทีด้วยสีหน้าไม่พอใจ พร้อมแค่นเสียง "ฮึ!"

"ไอ้คนสารเลวนี้ ไม่ยอมให้ข้าใช้ยาชาแทบจะฆ่าข้าด้วยความเจ็บปวด"

ฉินโม่ไม่ได้ใส่ใจ นำเหล้าและขาหมูวางไว้ข้างๆ "ท่านลุง ดื่มเหล้าไหม?"

"ข้าบาดเจ็บขนาดนี้ เจ้าจะให้ข้าดื่มเหล้า? หากอยากให้ข้าตายก็บอกมาตรงๆ!" กงซุนอู๋จี้โกรธจนระเบิดออกมา

"ท่านลุง พูดแบบนี้ ข้าอยากให้ท่านตาย ก็คงไม่ช่วยชีวิตท่านไว้แต่แรก!" ฉินโม่หยิบขาหมูขึ้นมากินอย่างสบายใจ "วันนี้ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่าน!"

กงซุนอู๋จี้รู้สึกกังวลเล็กน้อย "เรื่องอะไร?"

"เกี่ยวกับกงซุนหมวกเขียว!"

………..

(นอนก่อนนะครับเดี๋ยวช่วงก่อนค่ำจะลงให้อีก)

จบบทที่ 841 - ต่อต้านการหลอกลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว