- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 831 - การรบครั้งประวัติศาสตร์!
831 - การรบครั้งประวัติศาสตร์!
831 - การรบครั้งประวัติศาสตร์!
831 - การรบครั้งประวัติศาสตร์!
ด้วยเสียงระเบิดต่อเนื่องดังขึ้น น้ำตาของหลี่เจี้ยนเกอไปอาบหน้า เขาคว้าระเบิดเตรียมที่จะพุ่งเข้าใส่กองทัพศัตรู
"เยาวชนผู้กล้าและจงรักภักดี ข้ารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ร่วมเป็นร่วมตายกับเจ้า!"
น่าเสียดายที่ตัวเขา ไป๋ปู้อี้และหยวนต้าเจินถูกจับกดลงกับพื้น กระเป๋าระเบิดที่อยู่บนตัวพวกเขาถูกนักเรียนแย่งชิงไป
"ผู้บัญชาการหลี่ อาจารย์ไป๋ อาจารย์หยวน ข้ากับพี่ชายเป็นเพียงทาสต่ำต้อยในหลิ่งหนาน แต่เมื่อได้พบพวกท่าน จึงได้เข้าใจถึงความซื่อสัตย์ ความเมตตา และศีลธรรม"
"พวกข้าเกิดมาเป็นดั่งมดปลวก ไม่เคยเห็นค่าของชีวิตตัวเองมาก่อน"
"ชีวิตของท่านมีค่ามากกว่าชีวิตของพวกข้ามากนัก ในหลิ่งหนานยังมีผู้คนเช่นพวกข้าอีกมากมาย"
"ขอฝากทุกอย่างไว้กับท่านด้วย!"
"พวกเจ้าจะทำอะไร เอากระเป๋าระเบิดลงเดี๋ยวนี้!" ไป๋ปู้อี้ลืมตาโพลง
สองพี่น้องนี้เป็นเพียงทาสที่ถูกทุบตีจนปางตายและถูกทิ้งข้างทาง ไป๋ปู้อี้ช่วยชีวิตพวกเขาไว้และดูแลอย่างดีมาตลอด
ทั้งสองพี่น้องติดตามพวกเขาไม่ห่าง แม้จะเป็นเพียงอาจารย์ แต่เด็กสองคนนี้กลับรู้สึกสำนึกบุญคุณยิ่งกว่าบิดามารดาเสียอีก
"ชูอี๋ เอ้อเอ๋อ กลับมาเดี๋ยวนี้!" หยวนต้าเจินตะโกนสุดเสียง
สองพี่น้องยิ้ม ก่อนจะวิ่งออกไปข้างหน้า จุดชนวนระเบิดบนตัว แล้วกระโจนเข้าใส่เป้าหมาย
"อย่า!"
ไป๋ปู้อี้ร้องไห้น้ำตานองหน้า หยวนต้าเจินก็ร่ำไห้จนเสียงขาดหาย
สองพี่น้องได้สังหารเฟิงอันจนร่างแหลกละเอียด
ทั่วท้องถนนเต็มไปด้วยซากศพ
เปลวเพลิงลุกโชน เผาบ้านเรือนริมถนนจนลามเป็นวงกว้าง
แม้ว่าทหารรักษาเมืองจะมาถึง แต่ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
การตายของเฟิงอันและเฟิงเสวียนหมายความว่ากองทัพตระกูลเฟิงถูกทำลายสิ้น
การจู่โจมครั้งนี้ยังทำให้กองกำลังสุดท้ายของตระกูลเฟิงแตกพ่าย
หรืออาจกล่าวได้ว่าพวกมันถูกสังหารจนหมดกำลังใจ
"เฟิงอันตายแล้ว ผู้ที่ยอมจำนนจะไม่ถูกฆ่า!"
"ผู้ดื้อดึง จะต้องถูกกำจัด!"
หลี่เจี้ยนเกอลุกขึ้น แม้ว่าจะโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง
แต่เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาสำหรับความเศร้า ต้องใช้โอกาสนี้ขยายผลแห่งชัยชนะ เพื่อไม่ให้การเสียสละของพี่น้องสูญเปล่า
ทหารที่เหลืออยู่สามร้อยกว่าคน ยืนบนหลังคาและตะโกนเสียงดัง "วางอาวุธและหมอบลงกับพื้น ผู้ที่ยอมจำนนจะไม่ถูกฆ่า"
เหล่าทหารกบฏต่างมองหน้ากันอย่างลังเล หัวหน้าตายแล้ว พวกเขาจะสู้ไปเพื่ออะไร?
อีกไม่นานกองทัพต้าเฉียนก็จะมาถึง พวกเขาจะปกป้องเมืองนี้ได้หรือไม่?
คำตอบชัดเจนว่าไม่ได้
เสียงโลหะตกกระทบพื้นดังขึ้น
ทหารกบฏคนหนึ่งโยนอาวุธลงตามด้วยอีกหลายคนที่วางดาบในมือ
พวกเขาก้มหมอบลงกับพื้น
ไม่มีใครอยากสู้ต่อหรือขัดขืนอีกต่อไป
พวกเขาเต็มไปด้วยความอับอาย
หลี่เจี้ยนเกอยิ้มออกมา แต่ร่างกายกลับโค้งงอลงอย่างเหนื่อยล้า น้ำตาไม่หยุดไหล
กองทหารเพียงสี่ร้อยหกสิบกว่าคนสามารถยึดเมืองเกาโจวได้ นับว่าเป็นปาฏิหาริย์
แต่ไม่มีใครรู้สึกดีใจเลย
เมื่อข่าวถูกส่งถึงหลี่เย่ว เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เฟิงอันและเฟิงเสวียนตายแล้ว เมืองเกาโจวถูกยึดคืน!
เขาส่งรายงานด่วนให้เป่ยซิง เป่ยซิงถึงกับตกใจ "นี่จะไม่ใช่กลอุบายของพวกกบฏใช่ไหม?"
"ไม่ว่าจะเป็นกลอุบายหรือไม่ ข้าเตรียมปืนใหญ่ไว้รอแล้ว!"
หลี่เย่วนำทัพจากถงหลิงไปยังเกาโจว เมื่อมาถึงก็เห็นประตูเมืองเปิดออก พร้อมกับธงของต้าเฉียนที่ปลิวสะบัดอยู่บนกำแพง
หลี่เจี้ยนเกอนำกองกำลังของสำนักงานสอบสวนลับและนักศึกษาออกมาต้อนรับ
"กระหม่อมหลี่เจี้ยนเกอ ผู้บัญชาการสำนักงานสอบสวนลับแห่งเกาโจว ขอน้อมรับท่านอ๋อง!" หลี่เจี้ยนเกอคุกเข่าลงพร้อมกล่าวว่า "เมืองเกาโจวถูกยึดคืน พี่น้องตระกูลเฟิงเสียชีวิต สังหารทหารกบฏไปแปดพันและจับเชลยได้หนึ่งหมื่นเจ็ดพันคน"
หลี่เย่วรู้จักหลี่เจี้ยนเกอดี ในหลิ่งหนาน ชายผู้นี้เคยช่วยเหลือเขาไม่น้อย
เขารีบลงจากม้าและพยุงหลี่เจี้ยนเกอขึ้น พลางหันไปมองไป๋ปู้อี้และหยวนต้าเจินซึ่งเป็นคนคุ้นเคย
"ดี ดีมาก ศึกนี้ ข้าจะจารึกชื่อพวกเจ้าเป็นอันดับหนึ่งของความดีความชอบ!"
หลี่เจี้ยนเกอกล่าวว่า "ความดีความชอบสูงสุดมิใช่ของกระหม่อม แต่เป็นของเหล่าพี่น้องที่สละชีวิตในสนามรบ กระหม่อมมิอาจรับเกียรตินี้ได้!"
ทหารเพียงสี่ร้อยกว่าคนสามารถบุกยึดฐานที่มั่นของพี่น้องตระกูลเฟิงได้สำเร็จ นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ ทว่าความสำเร็จนี้เกิดจากการแลกด้วยชีวิตของพี่น้องมากมาย
ต่อมา หลี่เย่วพาทหารเข้าสู่เมือง พบกับกองทัพกบฏที่ยอมจำนน รวมทั้งร่างไร้วิญญาณที่แหลกสลายกระจัดกระจายเต็มท้องถนน
ยังมีศพของเฟิงอันที่ถูกระเบิดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม และเฟิงเสวียนที่ถูกม้าเหยียบจนกลายเป็นเนื้อบด
รวมถึงกล่องระเบิดมือกว่าร้อยกล่องที่ทัพตระกูลเฟิงยังไม่มีโอกาสใช้
"เยว่อ๋อง ตามรายงานลับ ระบุว่าตระกูลเฟิงยังมีเครือญาติที่อยู่ในเมืองพ่านโจว!" หลี่เจี้ยนเกอกล่าว
หลี่เย่วพยักหน้าและสั่งให้เป่ยซิงนำทัพบุกโจมตีพ่านโจว
พี่น้องตระกูลเฟิงล้วนสิ้นชีพแล้ว กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดก็ถูกกำจัดหมดสิ้น ต่อจากนี้ศึกที่เหลือไม่ต่างจากการล่าฝูงแกะ แม้จะยังมีอีกสามเขตที่ต้องยึดคืน แต่ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
ข่าวนี้ไปถึงฉินโม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ความหฤโหดและยิ่งใหญ่ของศึกที่เกาโจวนั้นทำให้ผู้คนสะเทือนใจ
เพียงสี่ร้อยหกสิบคนสามารถโค่นกองทัพกว่าสองหมื่นห้าพันคนได้ นี่เป็นศึกระดับใดกัน?
แม้แต่ตอนที่*เย่วเฟยนำทัพแปดร้อยนายต้านทัพจินแสนคนยังเทียบได้เพียงแค่นี้
(งักฮุยรบกับกิมก๊กหรือแมนจูในยุคหลัง)
แต่ทหารแปดร้อยนายของเย่วเฟยเป็นกองทหารม้าที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น
ศึกครั้งนั้นยังมีแม่ทัพจางเซี่ยนนำทัพทหารราบหนึ่งหมื่นนายโอบตีขนาบข้าง ก่อเกิดเป็นตำนาน
ทว่า สำหรับทัพของสำนักงานสอบสวนลับในครั้งนี้ พวกเขาไม่ใช่กองทัพรบ แต่เป็นนักศึกษาสองร้อยกว่าคนที่เพิ่งจบการศึกษา
แม้จะมีระเบิดมือเป็นอาวุธ แต่ความกล้าหาญ การควบคุมสถานการณ์ และการยอมเสียสละเพื่อความยุติธรรมของพวกเขาทำให้ฉินโม่ต้องตกตะลึง
ฉินโม่จึงมีคำสั่งให้เสนอความดีความชอบของพวกเขา และต้องมอบตำแหน่งเกียรติยศให้เป็นอันดับหนึ่ง
ต้องสร้างศาลบูชาเพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้ล่วงลับ และให้ชาวบ้านได้กราบไหว้สักการะ
ต้องสร้างอนุสรณ์สถานของนักศึกษาไว้ที่ใจกลางเมืองเกาโจว เพื่อให้โลกจดจำไปตลอดกาล
ส่วนระเบิดมือที่เหลืออาจเล็ดลอดออกจากหลิ่งหนานแล้ว แต่ฉินโม่ก็ไม่ได้วิตกนัก
มีคำสั่งออกมามากมายและให้เร่งส่งรายงานกลับไปยังเมืองหลวงด้วยด่วนพิเศษ
……….