- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 540 - หวงกุ้ยเฟย
540 - หวงกุ้ยเฟย
540 - หวงกุ้ยเฟย
540 - หวงกุ้ยเฟย
"หนักขนาดนี้?" เกาซื่อเหลียนถึงกับตกตะลึง
"ก็ไม่เท่าไหร่ แค่รวมกันประมาณสามถึงสี่สิบจิน พอใช้ได้หนึ่งปี ถ้าลุงเกาคิดว่าไม่พอ ข้าจะหาเพิ่มให้!"
"พอแล้ว มากเกินไป ข้าใช้ไม่หมดแน่!" เกาซื่อเหลียนคิดว่าจะได้แค่นิดหน่อย แต่นี่เป็นทั้งถั่งเช่าและดอกหญ้าฝรั่นที่มีค่ามหาศาล
เกาเหยาซึ่งยืนมองอยู่ ใจกลับเผลอจินตนาการถึงภาพที่แปลกประหลาด
นี่ไม่เหมือนลูกเขยกับพ่อตาหรอกหรือ?
ไม่สิ นางกำลังคิดอะไรอยู่!
เกาเหยาส่ายหัว ใจเต้นแรง
หน้าที่ของนางคือปกป้องและดูแลฉินโม่
นางซึ่งเป็นเพียงธิดาบุญธรรมของขันที ไม่มีทางเหมาะสมกับเขา!
ไม่นานนัก ฉินโม่ก็ตามเกาซื่อเหลียนเข้าไปในวัง
ฉินเซียงหรูก็ตามไปด้วย ทำให้ฉินโม่รู้สึกเย็นวาบไปทั้งหลัง
"ท่านพ่อ ท่านจ้องข้าด้วยสายตาแบบนั้นทำไม?" ฉินโม่ถาม "ทำให้ข้ารู้สึกหวาดๆ เลย!"
ฉินเซียงหรูโกรธจนพูดไม่ออก เมื่อวานเขาคุกเข่าจนดึกดื่นถึงจะได้ขึ้นเตียง "ไม่มีอะไร ข้าแค่คิดว่า เดี๋ยวข้าจะขอฝ่าบาทให้ส่งพี่เลี้ยงแข็งแรงสักสามสี่สิบคนมาคอยดูแลเจ้า!"
ฉินโม่ถึงกับอึ้ง "ท่านพ่อ ข้ายังเป็นลูกท่านอยู่หรือเปล่า? ถ้าท่านอยากให้ข้าตายก็พูดมาตรงๆ ได้เลย ก็ได้ แอบแทงหลังข้าใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวข้าก็จะขอฝ่าบาทส่งนางกำนัลสักสิบคนให้ท่านบ้าง!"
ทั้งสองพ่อลูกมองตากัน ก่อนจะหันหน้าหนีพร้อมกันด้วยความไม่พอใจ
เกาซื่อเหลียนถึงกับกุมขมับ "สองพ่อลูกคู่นี้ อยู่ด้วยกันแล้วอย่างไรก็ไม่มีใครทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ได้เลย!"
เมื่อถึงตำหนักไท่จี๋ ทุกคนที่ควรมา ก็มากันพร้อมหน้า
แต่ละคนแต่งตัวจัดเต็มอย่างไม่น่าเชื่อ
หลิวเฉิงหู่และคนอื่นๆ สวมชุดเครื่องแบบจากพิธีสวนสนาม
จี้จื่อเซิ่งตั้งใจจะตำหนิสักหน่อย แต่คิดแล้วก็เลิกดีกว่า เพราะมองอย่างไรก็ไม่สบอารมณ์
โดยเฉพาะเมื่อเห็นฉินโม่ เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก และยิ่งกว่านั้นคือรู้สึกเจ็บลึกๆ บริเวณสะโพกจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ไอ้ตัวเร่งวันตาย มาเช้าเชียวนะ!" ฉินโม่ยิ้มแล้วทักทายจี้จื่อเซิ่งและชุยโหยวเหริน "อ้าว เหล่าอวี่ ท่านก็ใส่ชุดทหารเหมือนกัน ดูเข้มแข็งดีนี่!"
เขาโอบไหล่อวี่ป๋อซือ "คิดถึงข้าไหม?"
อวี่ป๋อซือชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ "โอบไหล่แบบนี้ เจ้าเป็นเพื่อนของข้าหรือ!"
"เหล่าอวี่ ท่านนี่อารมณ์แย่จริงๆ!" ฉินโม่กล่าวพลางแลบลิ้น
ทุกคนต่างหัวเราะเสียงดัง อวี่ป๋อซือก็จนปัญญา ได้แต่ปล่อยผ่านเลยไป
หลี่เยว่ที่มองดูเหตุการณ์อยู่ก็ส่ายหัว "เจ้าเด็กโง่นี่ ช่างสร้างสีสันจริงๆ"
ไม่นานนัก หลี่ซื่อหลงเสด็จมา พระองค์ในวันนี้แต่งกายดูเด่นเป็นพิเศษ ฉลองพระองค์ใหม่เอี่ยม เคราก็จัดแต่งจนมันเงา พระพักตร์เปล่งปลั่ง
หลังจากทุกคนถวายบังคมแล้ว หลี่ซื่อหลงตรัส "วันนี้ไม่มีคำพูดเกินจำเป็น ราชสำนักจะดำเนินการให้รางวัลตามความดีความชอบ และลงโทษตามความผิด!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ขุนนางชั้นสูงต่างทำหน้าเคร่งเครียด ส่วนขุนนางชั้นล่างกลับดูยินดี
เกาซื่อเหลียนเริ่มอ่านพระบรมราชโองการ "หลี่ซุนกง มีผลงานสูงสุดพระราชทานตำแหน่งตำแหน่งต้าซือถู(เสนาบดีมหาดไทย เป็นหนึ่งในสามอัครมหาเสนาบดี ควบคุมกองทัพของเมืองหลวง) เงินรางวัลหนึ่งล้านตำลึง พร้อมเข็มขัดทองคำประดับหยก"
"ขอบพระทัยฝ่าบาท!" หลี่ซุนกงกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจ
"ฉินเซียงหรู ได้รับตำแหน่งซือคง(องคมนตรี) เงินรางวัลหนึ่งล้านตำลึง"
"หลิวเฉิงหู่ ได้รับตำแหน่งซือคง เงินรางวัลหนึ่งล้านตำลึง"
รางวัลมาถึงจุดสูงสุดแล้ว ทั้งสามคนล้วนได้รับตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี ซึ่งมีฐานะเทียบเท่าของผู้ครองแคว้น
หากพระราชทานรางวัลมากกว่านี้ คงทำให้ทุกคนลำบากใจ
จางซีซึ่งเดิมทีเป็นเพียงกว๋อกงชั้นสาม ก็ได้รับตำแหน่งกว๋อกงชั้นหนึ่ง ซ่งกว๋อกง
แต่ตำแหน่งนี้ยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้บุตรชายคนโตสืบต่อได้ ทำให้เขารู้สึกขัดใจไม่น้อย
เฉิงซานฝูได้เลื่อนตำแหน่งจากเอ้อกว๋อกง (กว๋อกงชั้นสอง) เป็นลู่กว๋อกง(กว๋อกงชั้นหนึ่ง) พร้อมตำแหน่งต้าซือหม่า (เสนาบดีกลาโหม)
ไม่นานนัก ก็ถึงคิวกองทัพสายฟ้า
หลี่เยว่ ในฐานะท่านผู้บัญชาการกองทัพสายฟ้า ได้สร้างผลงานยิ่งใหญ่ในศึกครั้งนี้
ทุกคนต่างสงสัยว่า หลี่ซื่อหลงจะมอบรางวัลอะไรให้หลี่เยว่
หลี่เยว่เองก็คาดหวังอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อคิดถึงตำแหน่งต่างๆ ที่เขามีอยู่แล้ว หากได้รับรางวัลเพิ่ม คงเป็นปัญหาไม่น้อย
เขามองไปที่ไท่จื่อ (องค์รัชทายาท)
หลี่ซินไร้สีหน้าแสดงความรู้สึก ทำให้มองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่
ส่วนหลี่จื้อ มองดาบ "หลงหยวน" ที่คาดอยู่ข้างเอวของหลี่เยว่ด้วยสายตาอิจฉา นั่นคือดาบประจำพระองค์ของไท่ซ่างหวง เป็นดาบที่ใช้โดยฮ่องเต้เท่านั้น หลี่เยว่มีสิทธิ์อะไรถึงได้ครอบครอง?
แม้แต่พระบิดาเขาเองก็ยังไม่เคยได้ใช้ดาบเล่มนี้!
"องค์ชายแปด หลี่เยว่ นำกองทัพสายฟ้า บุกตีซานเยว่กวนสร้างผลงานอันน่าอัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้ มารดาของเขา หลี่เฟยได้รับการแต่งตั้งเป็นหวงกุ้ยเฟย (พระอัครเทวีผู้สูงศักดิ์ ตำแหน่งชายารอง ต่ำกว่าฮองเฮาเท่านั้น) ขอให้หลี่เยว่รักษาความหวังของแผ่นดินไว้ และก้าวต่อไปอย่างมั่นคง!"
ทันทีที่ได้ยินคำประกาศ เสียงฮือฮาก็ดังก้องทั่ว
หวงกุ้ยเฟย?
ตำแหน่งที่อยู่เหนือกุ้ยเฟย (พระอัครเทวีผู้เลิศล้ำ) และรองจากฮองเฮาเพียงคนเดียว?
กงซุนอู๋จี้เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาคัดค้าน "ฝ่าบาท สนมหลี่เดิมทีเป็นหนึ่งในสี่เฟย หากได้รับตำแหน่งหวงกุ้ยเฟย นั่นไม่เท่ากับว่านางมีฐานะเทียบเท่าฮองเฮาหรอกหรือ?
ฟ้าย่อมมีดวงอาทิตย์ดวงเดียว วังหลังก็ไม่อาจมีฮองเฮาสองคนได้!"
สนมหลี่มีโชคดี เพราะหลังจากให้กำเนิดหลี่เยว่ บุตรคนถัดมาก็ล้วนเป็นธิดา
สนมหลี่ในอดีตเป็นเพียงเจี่ยอวี่ (ตำแหน่งสนมต่ำสุด) เพราะเดิมทีนางเป็นเพียงนางกำนันที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ แต่กลับท้องและให้กำเนิดองค์ชายคนหนึ่งจึงได้รับแต่งตั้งเป็นผิน(สนมเอก) จากนั้นค่อยได้รับแต่งตั้งเป็นเป็นเฟย(พระราชชายา) ในภายหลัง
หลายปีที่ผ่านมาหลี่ซื่อหลงเคยคิดจะปลดตำแหน่งของนาง แต่ด้วยความที่นางไม่เคยแย่งชิงและไม่สร้างปัญหาเขาจึงหาข้ออ้างไม่ได้
(เพื่อไม่ให้ฮ่องเต้หมกมุ่นในกามมากเกินไปสนมแต่ละตำแหน่งจึงมีจำนวนที่ถูกกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ตัวอย่างเช่นผินจะมีได้หกคน เฟยมีได้สี่คน)
ตอนนี้หลี่เยว่สร้างผลงานมากมายจริงๆ แต่เขาก็เป็นถึงชินอ๋อง (องค์ชายใหญ่) ทั้งยังครองแคว้นใหญ่ ตำแหน่งที่สูงกว่านี้มีเพียงรัชทายาทเท่านั้น เขาจะให้รางวัลใดจึงจะเหมาะสม?
ด้วยเหตุนี้ หลี่ซื่อหลงจึงคิดขึ้นมาว่า "แม่ย่อมได้ฐานะจากบุตร" หวงกุ้ยเฟยจึงเป็นตำแหน่งที่เขาวางแผนไว้นานแล้ว เมื่อถึงเวลาเหมาะสมเขาก็จะปลดมารดาของหลี่เยว่และแต่งตั้งเซียวอวี้โหรวขึ้นแทนในอนาคต
จี้จื่อเซิ่งก้าวออกมา "ฝ่าบาท รางวัลนี้ไม่เหมาะสม ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรอง!"
ชุยโหยวเหรินและคนอื่นๆ ต่างกล่าวเตือน "ฝ่าบาท ฮองเฮาทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ประสูติสามพระโอรสหนึ่งพระธิดา ทรงเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความสามารถ โปรดอย่าทำให้พระนางเสียพระทัย!"
สีหน้าของหลี่ซินและหลี่จื้อเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
หลี่เยว่ในตอนนี้มีทั้งเงินทองและอำนาจ อีกทั้งหลิวเฉิงหู่ยังเป็นพ่อตาของเขา และเขายังมีกลุ่มขุนนางที่สนับสนุนอีกมากมาย
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เขาทรงอิทธิพลมากขึ้น เพียงสิ่งเดียวที่เขาขาดคือสถานะของมารดา
หากสนมหลี่ได้ตำแหน่งหวงกุ้ยเฟย ข้อด้อยสุดท้ายของหลี่เยว่ก็จะหมดไป เมื่อนั้นเขาจะกลายเป็นองค์ชายใหญ่ผู้ท้าทายตำแหน่งรัชทายาทโดยตรง
ฉินเซียงหรูมองหลี่ซุนกงด้วยความสงสัย หลี่ซุนกงเองก็ดูมึนงง
เฉิงซานฝูเลือกที่จะเงียบ เพราะในสถานการณ์นี้ การไม่พูดอะไรเลยถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุด
หลิวเฉิงหู่กล่าว "ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรอง!"
เขาไม่มีทางเลือก เพราะในฐานะพ่อตาของหลี่เยว่ เขาจำเป็นต้องสนับสนุนฮองเฮา
โต้วเสวียนหลิงและตู้จิ้งหมิงต่างรู้สึกถึงความผิดปกติมาแต่แรก
อวี่ป๋อซือก้าวออกมา "ฝ่าบาท โปรดพิจารณาให้ถี่ถ้วน เหตุการณ์ในอดีตยังคงเป็นบทเรียน หากเปิดช่องทางนี้ขึ้นมา อีกไม่นานฮ่องเต้ในอนาคตอาจเลียนแบบ เมื่อนั้นเสียใจในภายหลังก็สายเกินไปแล้ว!"
หลี่ซื่อหลงเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของพวกเขา เขาตรัส "ตำแหน่งหวงกุ้ยเฟย อยู่รองจากฮองเฮา และเหนือกว่าสี่สนม ตำแหน่งนี้แต่งตั้งขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษเพื่อสนองต่อคุณความดีของหลี่เยว่! แม่ย่อมได้ดีเพราะบุตรกตัญญู เรื่องนี้ตัดสินแล้ว ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเพิ่มเติม!"
………….
แปลตอนเดียว 3 ชม. เอาซะปวดหัวเลย