เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 29 : คำพิพากษาของศาลผู้ใช้เวท

Chapter 29 : คำพิพากษาของศาลผู้ใช้เวท

Chapter 29 : คำพิพากษาของศาลผู้ใช้เวท


Chapter 29 : คำพิพากษาของศาลผู้ใช้เวท

“เริ่มการพิจารณาได้”

ทันทีที่เสียงนั้นพูดจบ เสียงของใครบางคนที่ยืนอยู่เยื้องไปทาง 3 นาฬิกาด้านขวามือของผมก็พูดขึ้นต่อ มันเป็นเสียงทุ้มห้าวของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ดูท่าทางนิ่ง ๆ อายุประมาณสามสิบกว่าได้ บนใบหน้ามีกรอบแว่นสีทองประดับอยู่ เส้นผมสีทองเหมือนกับตัวแว่นประกอบกับใบหน้าที่คมคาย ทำให้ดูรู้ว่าไม่ใช่คนเอเชีย

“จำเลยทั้งสามคนได้กระทำความผิด ฐานก่อให้เกิดเหตุการณ์อันตราย และสร้างความเสียหายเดือดร้อนให้แก่มนุษย์ โดยสิ่งที่จำเลยทั้งสามได้ทำ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระหว่างผู้ใช้เวทและมนุษย์ด้วย ตามมาตรา 2105 วรรค 2 โดยตรวจสอบแล้วว่าใช้เวทมนตร์ทำให้เกิดความเสียหายกินพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรโดยประมาณ มีผู้บาดเจ็บจากการกระทำครั้งนี้เป็นมนุษย์จำนวน 4 คน อาการไม่สาหัส และความเสียหายกับบ้านเรือนที่อยู่โดยรอบมีมูลค่ามหาศาล จำเลยทั้งสามจะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ว่าไม่เป็นความจริงหรือไม่”

คำพูดยาวเหยียดดังมาจากปากของชายคนนั้น

“ไม่ครับ” มินจุนเป็นคนพูดออกไป หมอนั่นหันมามองหน้าผมกับไอรีน เป็นเชิงว่าให้พูดเหมือนเขา แต่ก่อนที่ผมกำลังจะอ้าปากพูดขึ้น ชายคนที่อยู่ทางสามนาฬิกาก็ชิงพูดถามผมกับไอรีนขึ้นมาก่อน

“จำเลยทั้งสองคนที่เหลือ ยอมรับหรือไม่ว่าได้ร่วมกันก่อเหตุการณ์ครั้งนี้”

“ยอมรับครับ” ผมพูดออกไป

“ยอมรับค่ะ” ตามด้วยไอรีน

หลังจากที่ไอรีนพูดจบ เสียงจากศาลก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากผู้หญิงที่อยู่ทางซ้ายมือตรงกับ 9 นาฬิกา คนพูดเป็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าบนใบหน้าจะมีริ้วรอยมากมาย แต่ก็แฝงไปด้วยความใจเย็นและดูใจดีอยู่มาก ทำให้บรรยากาศที่ดูตึงเครียดผ่อนคลายลง ต่างจากชายคนเมื่อสักครู่

“เหตุผลของสิ่งที่จำเลยทั้งสามคนกระทำความผิดเกิดจากอะไร โปรดชี้แจงเหตุการณ์ทั้งหมดให้พวกเราได้พิจารณารับฟังด้วย” ผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นพูดขึ้นมา

ผมกับไอรีนหันไปมองหน้ากัน ก่อนพยักพเยิดหน้าให้มินจุนเป็นคนพูดเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น หมอนั่นมองเราสองคนที่ยืนอยู่ข้างตัวพร้อมกับชี้มือไปที่ตัวเอง เหมือนกับถามว่าทำไมต้องเป็นเขา แต่ก็ยอมทำตามอยู่ดี ไม่ช้ามินจุนก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับศาลฟัง

“พวกเราเดินทางมาร่วมงานเทศกาลดนตรีเหมือนคนทั่วไปครับ หลังจากจบงานในวันแรก พวกเราก็กลับเข้าที่พัก ซึ่งพวกเราถูกโจมตีจากผู้ถือครองกุญแจจักรราศี 3 คนในช่วงกลางดึกระหว่างหลับพักผ่อน ทำให้เกิดการต่อสู้เกิดขึ้น ภูติดวงดาวของพวกเราจึงพยายามที่จะช่วยปกป้องพวกเราไว้ ทำให้เกิดการระเบิดความเสียหายออกมาแบบนั้น” มินจุนพูด ทั้งศาลเริ่มเกิดเสียงคุยกันบริเวณรอบ ๆ ของคนทั้ง 12 คนที่ยืนอยู่หลังรูปปั้นรอบพวกเราเป็นวงกลม

“จำเลยบอกว่า จำเลยถูกโจมตีโดยผู้ถือครองกุญแจภูติจักรราศี นั่นหมายความว่า สาเหตุเป็นเพราะจำเลยทั้งสามคน คือผู้ถือครองกุญแจจักรราศีด้วยใช่หรือไม่” ผู้หญิงวัยกลางคนถามต่อ

“ใช่ครับ พวกเราทั้งสามคนเป็นผู้ถือครองกุญแจจักรราศี”

เสียฮือฮาเกิดขึ้นทันทีบริเวณรอบ ๆ ที่พวกเรายืนอยู่ หลังจากมินจุนตอบกลับไป ผมเดาว่าคนที่อยู่ที่นี่ทั้ง 12 คนเองก็ยังไม่รู้เรื่องว่าเหตุการณ์ที่เกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่มาจากสาเหตุอะไรกันแน่ คงมีเพียงฟางหรงที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเราบริเวณ 6 นาฬิกาคนเดียวที่รู้ เนื่องจากวันนั้นเธอเป็นคนเข้าไปจัดการเรื่องของพวกเรากับผู้ใช้กฎหมายในเมือง

“จำเลยกำลังจะบอกว่าสิ่งที่ทำ เป็นการป้องกันตัวใช่หรือไม่”

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลังจากมุมไหนซักมุม แต่ผมไม่ได้หันไปมอง

“ใช่ครับ” มินจุนพูด

เกิดเสียงพูดคุยระหว่างผู้ที่ยืนอยู่หลังรูปปั้นทั้ง 12 คน ผมเองก็ได้ยินไม่ถนัดว่าพวกเขาคุยว่าอะไร แต่ดูเหมือนมันจะเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าพวกเราคือผู้ถือครองกุญแจจักรราศี สามสี่นาทีผ่านไปเสียงพูดคุยก็เงียบไปอีกครั้ง

“ในที่เกิดเหตุ มีการพบศพผู้ใช้เวทหนึ่งคน คนคนนั้นคือหนึ่งในผู้ที่เข้ามาโจมตีจำเลยหรือไม่”

“ใช่ครับ จริง ๆ มีสามคน แต่อีกสองคนหนีไปได้ครับ ส่วนเรื่องผู้ใช้เวทที่เสียชีวิต พวกเราไม่ได้เป็นคนทำนะครับ” คราวนี้ผมเป็นคนพูดตอบกลับไปบ้าง

“ศาลเข้าใจแล้ว หมดคำถาม”

เกิดความเงียบขึ้นมา ถามแค่นี้เองงั้นหรอ ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ศาลหมดคำถามเพียงแค่นี้ อย่าบอกนะว่าจะตัดสินโทษให้พวกเราแล้ว สักพักบริเวณที่พวกเรายืนอยู่ก็เริ่มมีแสงสีขาวปรากฏออกมา แสงสว่างจ้าจนพวกเรามองอะไรแทบจะไม่เห็นและยกมือขึ้นมาบังแสงที่เข้าตาตัวเอง

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย !” ผมร้องออกไป

หลังจากแสงเริ่มหายไป ผมก็ยกมือที่บังดวงตาออก ปรากฏว่าตอนนี้รอบห้องพิจารณาคดีหายไป พวกเราเหมือนกำลังอยู่ในห้องห้องหนึ่ง มันกว้างจนสุดลูกหูลูกตา มองเห็นไกล ๆ ว่าผนังห้องถูกทาด้วยสีดำ

“นี่พวกเราอยู่ที่ไหน” ผมหันไปพูดกับมินจุน อย่าบอกนะว่าที่นี่คือคุกผู้ใช้เวท

“คงจะเป็นมิติเวทมนตร์ พวกเขาคงต้องปรึกษากันก่อนพิจารณาคดี ดังนั้นเราจึงต้องรอที่นี่” มินจุนตอบกลับมา

“ไม่อยากอยู่ในนี้นาน ๆ เลย” ไอรีนพูดบ่นออกมา

 

เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที พวกเราที่คุยเล่นกันไปมาก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงรอบตัวอีกครั้ง แสงสว่างจ้าเหมือนเดิมปรากฏขึ้นรอบด้านอีกครั้ง ผมยกมือขึ้นมาบังแสง ก่อนพริบตาเดียว พวกเราก็กลับมายืนอยู่ในห้องการพิจารณาคดีอีกครั้งแล้ว

คราวนี้คนที่อยู่ตรงหน้าพวกเราตรงกับ 12 นาฬิกาก็ก้าวเท้าออกมาจากหลังรูปปั้นมาข้างหน้า ในมือของเขามีกระดาษอยู่ในมือแผ่นหนึ่ง เขาเป็นผู้ชายวัยกลางคน รูปร่างหนาแถมตัวใหญ่เกือบสองเมตร มีหนวดและเคราแพะประดับอยู่บนใบหน้า ทรงผมสุดเนี้ยบสีทองไม่มีเส้นผมชี้ออกมาสักเส้น ดวงตาสีฟ้ามองมายังพวกเรา ก่อนก้มลงอ่านสิ่งที่อยู่ในกระดาษ เสียงดังกังวานจึงก้องไปทั่วห้องพิพากษา

“จากความผิดที่จำเลยทั้งสามได้กระทำ ศาลได้พิจารณาและตัดสินตามสมควรแล้วดังนี้ ข้อแรก การที่จำเลยได้ทำการก่อความวุ่นวาย และการต่อสู้กับผู้ใช้เวทด้วยกันเอง ศาลขอตัดสินว่าไม่ผิด เนื่องจากตามกฎหมายของผู้ใช้เวท การต่อสู้ระหว่างผู้ถือครองกุญแจจักรราศีเป็นธรรมเนียม และประเพณีที่มีมายาวนาน ซึ่งเป็นข้อยกเว้นสำคัญสำหรับผู้ใช้เวททุกคน โดยจะไม่มีความผิดเมื่อเป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ถือครองกุญแจจักรราศี แม้จะมีการต่อสู้จนถึงแก่ความตายก็ตาม”

ข้อสอง เนื่องจากการต่อสู้ของจำเลยทั้งสามส่งผลกระทบต่อมนุษย์และพื้นที่บริเวณโดยรอบจนเกิดความเสียหายมหาศาล และอาจส่งผลต่อความมั่นคงระหว่างมนุษย์และผู้ใช้เวท ศาลจึงขอตัดสินว่าผิด ตามมาตรา 1112 วรรค 5 ห้ามมิให้ผู้ใช้เวทใช้พลังเวทมนตร์ทั้งของตนเองและภูติแห่งดวงดาว สร้างความเสียหายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน หรือสิ่งของต่าง ๆ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดและได้รับโทษ”

“โดยจำเลยทั้งสามจะได้รับโทษดังนี้ ข้อแรก จำเลยทั้งสามจะต้องชดใช้ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากการประมาณค่าใช้จ่ายตามความเห็นสมควร ซึ่งจะเป็นจำนวนเงิน 200 ล้านเคอเรน โดยมีกำหนดการชำระไม่เกิน 6 เดือนหลังจากนี้ โดยค่าความเสียหายจะถูกหักออกเหลือ 100 ล้านเคอเรน เพราะถือว่าเป็นความรับผิดของผู้ถือครองกุญแจจักรราศีอีกสองคนที่หลบหนีไปด้วย โดยทางศาลจะไม่นิ่งนอนใจ หากผู้ต้องหาอีกสองคนไม่มารายงานตัวและใช้หนี้ 100 ล้านเคอเรนเหมือนจำเลยทั้งสาม พวกเขาเองก็จะกลายเป็นอาชญากรหนีคดีผู้ใช้เวท และถูกตามล่าตัวมีค่าหัวเช่นผู้ใช้เวททั่วไป”

ผมช็อกไปตั้งแต่ได้ยิน 200 ล้านเคอเรน ...

อายุน้อย หนี้ร้อยล้าน ...

แต่ถึงจะได้ลดลงมา 100 ล้านเคอเรนก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมาเท่าไร ...

เฮ้อ ... ชีวิตไอ้วินหนอ ...

“เนื่องจากจำเลยทั้งสามให้การที่เป็นประโยชน์ ศาลจึงมีข้อเสนอยื่นให้อีกข้อกับจำเลยทั้งสาม ตอนนี้มีกลุ่มอาชญากรผู้ใช้เวทกลุ่มใหญ่ได้ออกทำการปล้น และก่ออาชญากรรมจำนวนมากในทวีปแอฟริกาเหนือ พวกเขาตั้งตัวเป็นใหญ่โดยใช้มนุษย์ที่ไม่มีเวทมนตร์ไปเป็นทาส และพยายามจะสร้างเมืองที่มีแต่ผู้ใช้เวทขึ้นมา ซึ่งขัดกับสิ่งที่เราตกลงไว้กับมนุษย์ธรรมดาว่าจะอยู่ด้วยกันอย่างสันติ โดยหัวหน้ากลุ่มของอาชญากรมีชื่อว่า อามุน เขาเป็นผู้ถือครองกุญแจจักรราศีพิจิก โดยทางเราส่งผู้ใช้เวทที่มีหน้าที่รักษากฎหมายไปจัดการจำนวนมากแต่ก็ไม่มีใครรอดกลับมา ตอนนี้ทางเราจึงตั้งค่าหัวของอามุนเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านเคอเรนหากมีคนสามารถจัดการเขาได้ ซึ่งเรื่องนี้มีผลกระทบอย่างมากระหว่างมนุษย์และผู้ใช้เวท พวกเราไม่ได้อยากทำให้สงครามมันเกิดขึ้น ถ้าหากจำเลยทั้งสามสามารถทำได้ ก็จะถือเป็นการชดใช้ความเสียหายที่จำเลยได้ก่อไปในตัว”

ผมฟังสิ่งที่ชายคนนั้นพูดออกมายาวเหยียดก็คิดว่าพอมีความหวังจะได้ล้างหนี้อยู่บ้าง แต่แบบนี้มันก็เหมือนกับเอาพวกเราไปเป็นผู้ใช้เวทรับจ้างที่ทำหน้าที่ในการจัดการอาชญากร ดูเหมือนว่าคนในศาลผู้ใช้เวทจะฉลาดกันไม่ใช่เล่นเลย ที่ใช้ผู้ถือครองกุญแจจักรราศีจัดการกันเองแบบนี้

“ศาลไม่ได้บังคับแค่ยื่นข้อเสนอ ซึ่งจำเลยทั้งสามอาจจะไม่ทำก็ได้ แต่ต้องใช้หนี้ให้ครบตามกำหนดภายในหกเดือน ไม่อย่างนั้น จำเลยทั้งสามจะถูกจับเข้าคุกผู้ใช้เวทเป็นระยะเวลา 5 ปี”

โคตรมัดมือชก ...

โธ่โว้ย ! …

“พวกเราตกลงครับ” มินจุนเป็นคนพูดออกไป

“ศาลขอจบการพิจารณาคดีเท่านี้ หวังว่าทุกท่านจะโชคดี”

 

ผมเดินออกมาจากศาลผู้ใช้เวทในสภาพงง ๆ กับชีวิตตัวเอง ตอนนี้กลายเป็นคนมีหนี้สินติดตัวหลายล้านตั้งแต่อายุ 18 ไปแล้ว และจากวิศกรการวิจัยอาหาร ขายเค้ก ชงกาแฟในร้าน ใครจะไปคิด ตอนนี้กลายมาเป็นผู้ใช้เวทรับจ้างในการจัดการอาชญากรผู้ใช้เวท อะไรเนี่ย เสี่ยงอันตรายกับผู้ถือครองกุญแจจักรราศีไม่พอ ยังต้องเอาตัวไปเสี่ยงกับอาชญากรผู้ใช้เวทอีก เพราะอามุนตามที่ได้ข้อมูลมา มีลูกน้องที่เป็นอาชญากรผู้ใช้เวทตัวเป้ง ๆ ทั้งนั้น มิเกลก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นแต่แยกตัวออกมาก่อน ส่วนมินจุนกับไอรีนที่เดินมาข้าง ๆ ผมก็อยู่ในสภาพที่ไม่ได้เครียดอะไรนัก ออกจะโอเคกับคำพิพากษาซะด้วยซ้ำ

“นี่พวกเราต้องไปปราบกลุ่มโจรพวกนั้นจริงหรอ” ผมพูดออกไป ระหว่างที่ตอนนี้เรากำลังเดินกลับไปยังที่พักของตัวเอง และไปเช็คเอ้าท์ออกจากโซเดียโค ลงไปพักที่สเปนต่ออีกคืน เพราะค่าที่พักบนนี้แพงมาก อีกอย่างต้องไปนอนคิดกันว่าพวกเราจะเดินทางเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมาเลยดีหรือเปล่า

“มีทางเลือกด้วยหรือไง เงินก็ไม่มีตั้ง 100 ล้านเคอเรน” ไอรีนเป็นคนพูดตอบผมกลับมา

“นายมีเงินเก็บเท่าไรมินจุน” ผมหันไปคุยกับมินจุนบ้าง เพราะเห็นว่าหมอนี่เป็นนักร้องดัง อย่างน้อย ๆ ก็คิดว่าน่าจะมีเงินเก็บมากพอสมควร รวมกับของผมกับไอรีน ยืมพ่ออีกสักหน่อยน่าจะพอใช้หนี้โดยที่พวกเราไม่ต้องไปเสี่ยงกับกลุ่มอาชญากรที่ใหญ่ขนาดนี้ มินจุนหันมามองหน้าผมแล้วก็ถอนหายใจออกมา

“ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่ 30 ล้านเคอเรนตอนนี้” มินจุนพูด

30 ล้านเคอเรนเนี่ยนะ มันยังไม่ถึงครึ่งที่จะจ่ายเลยด้วยซ้ำ !

“เฮ้ย ! เป็นนักร้องดังทั้งที ทำไมเงินเก็บมีแค่นี้” ผมร้องออกไปอย่างผิดหวัง

“แค่นี้ก็เยอะแล้วไหมวะไอ้วิน ฉันเองก็เพิ่งจะเข้าวงการและมีชื่อเสียงเมื่อปีสองปีที่แล้วเอง” มินจุนพูดออกมาตบหัวผมเบา ๆ หนึ่งที นี่สนิทจนเล่นหัวได้แล้วหรอวะ ว่าแล้วผมก็เปลี่ยนเป้าหมายจากมินจุนไปหาไอรีน หวังว่าไอรีนน่าจะพึ่งได้บ้างในเรื่องเงิน เพราะดูจากท่าทางถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ยอมเล่าเรื่องที่บ้านให้ฟังเท่าไร แต่ผมก็พอดูออกว่าเธอน่าจะมาจากตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาลแน่ ๆ เซ้นส์ผมมันแรง

“แล้วเธออะไอรีน มีอยู่เท่าไร” ผมถามออกไป

“ฉันมีอยู่ 20 ล้านเคอเรน” ไอรีนตอบผมกลับมา

นั่นทำให้ผมเริ่มหมดหวังกับการเอาเงินพวกเราไปใช้หนี้ เพราะรวมกันสองคนตอนนี้ก็ได้แค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น มันยังเหลืออีกตั้งครึ่งหนึ่งที่พวกเราต้องจ่าย ทางเดียวที่ทำได้คือต้องไปทำภารกิจตามที่ศาลบอกซินะ เฮ้อ ...

“โอ๊ย ! ลุคลูกคุณหนูอย่างเธอทำไมเงินเก็บน้อยแบบนี้” ผมพูดออกไปอย่างเซ็ง ๆ

“แล้วนายมีเท่าไรวิน” ไอรีนพูด เอามือเท้าเอวหันมามองหน้าผม

“ฉันหรอ ...” ผมพูด หยุดนิ่งให้สองคนนั้นได้ลุ้นนิดหนึ่ง

“4 ล้านเคอเรน เอ้ย ไม่ซิ ซื้อกุญแจไปดอก ตอนนี้เหลือ 3 ล้านเคอเรน”

ตามมาด้วยสายตาอาฆาตของไอรีนและมินจุนที่พร้อมจะกินหัวผมหลังจากพูดจบ ...

จบบทที่ Chapter 29 : คำพิพากษาของศาลผู้ใช้เวท

คัดลอกลิงก์แล้ว