- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 387 - ขอเป็นผู้สอบสวนหลัก
387 - ขอเป็นผู้สอบสวนหลัก
387 - ขอเป็นผู้สอบสวนหลัก
387 - ขอเป็นผู้สอบสวนหลัก
คำพูดที่แฝงด้วยจิตสังหารของฉินโม่ ทำให้ทุกคนรู้สึกสับสนและตื่นตระหนก
ฉินโม่ไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจของราชวงศ์ เพียงแต่เขาทำเป็นว่าตนไม่สนใจเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก หากมีผู้ใดทำให้เขาโกรธ เขาย่อมมีวิธีที่จะทำลายล้างโลกใบนี้ได้
เขาได้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม เห็นชีวิตที่มีค่าไร้ค่าเหมือนหมูหมากาไก่ล้มตายต่อหน้าคมดาบ ในฐานะคนรุ่นหลัง เขาสามารถใช้ความโหดเหี้ยมกับศัตรูได้ แต่ไม่อาจทนเห็นผู้บริสุทธิ์ต้องรับเคราะห์
เขาเคยเห็นความแห้งแล้งทางตะวันตกเฉียงเหนือ เห็นราษฎรที่ตกทุกข์ได้ยากหมอบคลานขอความช่วยเหลือเหมือนสัตว์ใต้กำแพงเมือง
และเช่นเดียวกับที่หลี่ซื่อหลงเคยถามเขาถึงวิธีทำลายฐานอำนาจของตระกูลใหญ่ จะทำเช่นไรเพื่อมอบอำนาจให้แก่ราษฎรผู้ต่ำต้อยได้
ระบบหนึ่งต้องถูกโค่นล้มด้วยอีกระบบหนึ่ง ย่อมหมายถึงการนองเลือด ต้องมีผู้เสียชีวิตมากมาย
เขามองประวัติศาสตร์ในฐานะคนรุ่นหลัง การฆ่าฟันที่ถูกบันทึกในหนังสือประวัติศาสตร์เป็นเพียงตัวเลขหนึ่ง
แต่ความจริงมันไม่ใช่แค่ตัวเลขเท่านั้น
“ข้าจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจ้า” หลี่หยวนนั่งลงข้างฉินโม่
เมื่อหลี่หยวนนั่งลง คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าทำอะไร ต่างนั่งลงตาม รวมถึงกงซุนฮองเฮาด้วย
ขณะเดียวกันภายในตำหนักไท่จี๋มีแสงสว่างราวกับกลางวัน
หลี่ซื่อหลงสีหน้าเข้มเคร่ง
ขุนนางที่อยู่เบื้องล่างต่างก้มหน้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“ฮองเฮานั่งอยู่ข้างนอก ไท่ซ่างหวงก็อยู่ข้างนอก แม้กระทั่งองค์หญิงสิบเก้าก็อยู่ข้างนอก”
หลี่ซื่อหลงกล่าวด้วยความโกรธ “ฉินโม่เป็นคนซื่อ แต่ไม่ใช่คนโง่ ทำไมเขาถึงไม่ระเบิดบ้านใคร ทำไมถึงต้องมาระเบิดพวกเจ้าล่ะ?
คิดว่าตายไม่พอหรืออย่างไร? ใครเป็นคนทำร้ายหยางหลิวเกินจนเกือบกลายเป็นเศษซากแล้วโยนเขาไว้หน้าประตูจวนฉิน
ถ้าไม่มีใครพูดออกมา พวกเจ้าทั้งหมดจะถูกส่งไปที่คุกหลวงเพื่อสอบสวนอย่างละเอียด!”
“อู๋เช่อ!”
“บ่าวอยู่!”
“ส่งพวกมันทั้งหมดเข้าคุก แล้วสอบสวนให้ข้า สืบไม่ได้ก็สอบต่อไปจนกว่าจะได้คำตอบ!”
“พระบิดา อย่าเลยพะย่ะค่ะ ตามคำโบราณกล่าวไว้ว่าจับโจรต้องหาหลักฐาน แม้ว่าหม่อมฉันจะสงสารจิ้งอวิ๋น แต่การทำเช่นนี้มีแต่จะทำให้ความขัดแย้งเพิ่มขึ้นไปอีก!” หลี่ซินคุกเข่าลง “ขอให้พระบิดาสงบสติอารมณ์!”
หลี่จื้อก็คุกเข่าลงตาม “พระบิดาโปรดไตร่ตรองอีกครั้ง!”
สองคนต่างคุกเข่าประท้วงเหมือนท้าทายกัน
แต่มีเพียงหลี่เยว่ที่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ “พิจารณาไตร่ตรองอย่างนั้นหรือ? ตอนที่พวกเขาลักพาตัวฉินโม่ไป ทำไมไม่พิจารณาบ้าง ตอนที่ทำร้ายหยางหลิวเกินจนเกือบเป็นซาก ทำไมไม่คิดให้ถ้วนถี่บ้าง?
ถ้าฉินโม่ไม่มีระเบิดมือและปืนใหญ่ ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว
ถ้าการที่คนอ่อนแอหยิบอาวุธขึ้นมาป้องกันตนเองเป็นเรื่องผิด เช่นนั้นกฎหมายจะมีไว้เพื่ออะไร?
กฎหมายมีไว้เพื่อปกป้องคนอ่อนแอไม่ให้ถูกผู้มีอำนาจรังแก เป็นเหมือนดาบในมือของคนอ่อนแอ
การสอบสวนอย่างเคร่งครัดเท่านั้นจึงจะทำให้ฉินโม่และหยางหลิวเกินได้รับความยุติธรรม รวมถึงคืนความยุติธรรมแก่จวนจ้าวกว๋อกงด้วย!”
หลี่เยว่คุกเข่าลงพลางกล่าว “พระบิดา ฉินโม่ได้ทำประโยชน์มากมายแก่ต้าเฉียน ที่นี่คือเมืองหลวง ใต้พระเนตรของฝ่าบาท
หากไม่อาจปกป้องฉินโม่ได้ หม่อมฉันขอทูลถามว่าบนโลกนี้ยังจะมีที่ไหนที่ปลอดภัยอีก?”
คำพูดอันคมคายของเขาทำให้หลี่ซื่อหลงโกรธจนตัวสั่น
“อู่เช่อ เจ้าหูหนวกหรือไร ได้ยินคำสั่งของข้าไหม เอาพวกมันเข้าคุกไปสอบสวน!”
อู่เช่อสะบัดมือเรียองครักษ์เงาหลายสิบคนออกมา และพาทุกคนออกไปทันที
บางคนร้องทุกข์ บ้างก็ยังคงสงบนิ่ง
ในนี้มีขุนนางมากกว่าสิบคน ตำแหน่งต่ำสุดคือรองเจ้ากรม สูงสุดคือสามอัครมหาเสนาบดี
หรือว่าจะต้องฆ่าพวกเขาทั้งหมด?
“พระบิดา หม่อมฉัน...”
“เจ้าสองคนออกไปซะ เหล่าปา เจ้าอยู่ต่อ” หลี่ซื่อหลงแค่นเสียง หลี่ซินและหลี่จื้อจึงจำใจเดินออกไป
เมื่อหลี่ซินและหลี่จื้อออกไปแล้ว หลี่ซื่อหลงก็ลูบศีรษะของเขาพร้อมกล่าว “ไปกันเถอะ ออกไปจากวัง!”
“พะย่ะค่ะ พระบิดา!”
เวลาปิดประตูวางผ่านไปแล้ว แต่ทว่าประตูทั้งเก้าของวังยังคงเปิดอยู่ นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอาณาจักรต้าเฉียน
เมื่อพ้นจากพระราชวัง หลี่ซื่อหลงก็เห็นผู้คนนั่งเรียงรายอยู่บนพื้น
“พวกเจ้าทั้งหมด… พระบิดา ฮองเฮา ทำไมทุกคนถึงมานั่งกันอยู่บนพื้น?” หลี่ซื่อหลงรู้สึกปวดหัวเมื่อเห็นภาพนี้
“พอใจจะออกมาซะทีหรือ? จะนั่งดูเฉยๆ อยู่ข้างในไม่ใช่หรือ?” หลี่หยวนประชดประชัน “บุตรเขยของเจ้าถูกทำร้ายถึงเพียงนี้ ยังจะนิ่งเฉยไม่ทำอะไรอีก ข้าว่าบทบาทของเจ้าในฐานะพ่อตาคงถึงจุดสิ้นสุดแล้ว!”
“พระบิดา หม่อมฉันได้ส่งพวกเขาเข้าคุกหลวงแล้วและจะสอบสวนอย่างเข้มงวด หม่อมฉันจะให้คำตอบที่ชัดเจนแก่จิ้งอวิ๋นแน่นอน”
หลี่ซื่อหลงกล่าวพลางพยายามช่วยประคองกงซุนฮองเฮาให้ลุกขึ้น
“จิ้งอวิ๋น รีบช่วยประคองไท่ซ่างหวงขึ้นมาเถอะ!” หลี่ซื่อหลงกล่าวพร้อมกับดึงองค์หญิงสิบเก้าขึ้นยืน “อวี้ซู่ เจ้าเองก็ลุกขึ้นเถิด!”
หลี่หยวนเห็นฉินโม่ยังคงนั่งไม่ลุกจึงกล่าว “พวกมันถูกส่งไปเข้าคุกหลวงแล้ว ลุกขึ้นเถอะ!”
“เข้าคุกแล้วจะอย่างไร จะฆ่าพวกเขาหรือ? พวกเขาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ของราชสำนัก อย่างมากก็แค่โดนเฆี่ยนสองสามที ตัดเงินเดือนสักสองสามปี ลดขั้นสักสองขั้น แล้วจากนั้นล่ะ?”
หลี่ซื่อหลงตอบ “เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นนี้หรือ? ข้าบอกแล้วว่าหากสืบพบว่าใครเป็นผู้กระทำ ข้าจะสั่งตัดหัวพวกมันทันที นอกจากนั้นยังจะริบทรัพย์สินและฆ่าล้างโคตร!
เรื่องใหญ่เช่นนี้ เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยผ่านได้หรือ?”
ฉินโม่หัวเราะเย้ย “ที่ผ่านมาท่านก็ปล่อยพวกมันอยู่เป็นประจำไม่ใช่หรือ?”
หลี่ซื่อหลงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธ “เจ้าเด็กบ้า ใจดำจริงๆ คนอื่นจะพูดว่าข้าอย่างไรข้าไม่ว่า แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์พูด!”
เขาได้ฆ่าคนไปมากมายอย่างลับๆ ซึ่งฉินโม่ไม่มีทางรู้เลย
“เหอะ!” ฉินโม่หันหน้าหนี
หลี่ซื่อหลงทั้งโกรธและอ่อนใจ “แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรเจ้าถึงจะพอใจ?”
“ข้าต้องการเป็นผู้สอบสวนหลัก และให้เฉิงอ๋องเป็นผู้สอบสวนรอง!”
“เจ้าเป็นผู้สอบสวนหลัก? เจ้าสอบสวนคดีเป็นหรือ?” หลี่ซื่อหลงส่ายหัวทันที “ไม่ได้ เปลี่ยนข้อเรียกร้องเถอะ!”
ฉินโม่ลุกขึ้น “ในเมื่อฝ่าบาทไม่ยินยอม เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะหาวิธีเอง หาให้เจอจนได้ว่าใครคือคนร้าย หากไม่มีคำตอบให้หม่อมฉันวันไหน หม่อมฉันก็จะไม่หยุด
ถ้าหากฝ่าบาทคิดว่าหม่อมฉันเป็นภัยร้าย ก็สามารถถอดยศและตำแหน่งของหม่อมฉันได้ บิดาของหม่อมฉันก็เคยบอกไว้ว่า หากไม่ต้องเป็นขุนนางแห่งต้าเฉียนก็ไม่เป็นไร พวกเราจะพากันหนีไปที่อื่น และจะไม่กลับมาอีกเลย
หากแม้แต่การไปอยู่ที่อื่นก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะคนพวกนี้ต้องการชีวิตข้า ข้าก็คงต้องหนีออกไปไกลกว่าเดิมซ่อนตัวอย่างลับๆ!”
…….