- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 385 - จุดไฟให้ข้า!
385 - จุดไฟให้ข้า!
385 - จุดไฟให้ข้า!
385 - จุดไฟให้ข้า!
หวังฉางจื่อโกรธมาก
ช่วงนี้เขาทำตัวสงบเสงี่ยมแล้ว
การเปลี่ยนแปลงในเมืองหลวงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สำหรับตระกูลผู้มีอำนาจนั้น มันไม่ใช่เรื่องดี
ยิ่งเมื่อราชสำนักมีระเบิดมือในครอบครอง ย่อมส่งผลข่มขู่ที่มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเครื่องเขียนราคาถูก หนังสือ ดินสอ กระดาษ ที่ทำให้ไม่ต้องรอนานถึงสามสิบปี ตระกูลผู้มีอำนาจก็จะถูกลดทอนความแข็งแกร่งลงจนกลายเป็นเพียงตระกูลร่ำรวยเท่านั้น
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะฉินโม่
พวกเขาจึงได้ร่วมกันปรึกษาว่านี่เป็นหายนะของตระกูล แต่ก็อาจเป็นโอกาสเช่นกัน
ราชสำนักเคลื่อนไหวเร็วเพียงใดก็ยังไม่เท่ากับการเคลื่อนไหวของตระกูล
ขอเพียงได้ครอบครองสิ่งเหล่านี้ แล้วค่อยขัดขวางราชสำนัก ค่อยๆ ถ่วงเวลาไปสักหนึ่งถึงสองปี ตระกูลผู้มีอำนาจก็จะมีโรงเรียนเป็นของตนเองทั่วแคว้น
มันจะเป็นภาพที่งดงาม และจะยกระดับอำนาจของพวกเขาให้ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง!
แผนการนี้เองกงซุนอู๋จี้เป็นคนเสนอขึ้นมา
แต่เจ้าหมอนี่กลับทำเรื่องจนได้!
ทำไมฉินโม่พอกลับมาถึงได้โจมตีเขาทันที แถมยังบ้าคลั่งเสียจนดวงตาแดงก่ำ แน่ชัดว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นจนทำให้ฉินโม่โกรธเกรี้ยว
เมื่อเผชิญกับคำกล่าวโทษของทุกคน กงซุนอู๋จี้ก็ได้แต่ร่ำไห้ในใจ
“พวกท่าน ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้าเลย!”
ประตูวังถูกปิดแน่น และเหลือเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามก่อนจะถึงช่วงล็อคประตูแม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าออก
ภายในวังยังไม่มีผู้ใดออกมาเลย
ขณะนั้นเอง ฉินโม่ก็นำผู้คนมากลุ่มใหญ่ถือคบเพลิงมาถึง พร้อมกับตั้งปืนครกสิบกว่ากระบอกชี้มาที่พวกเขา
“ฉินจิ้งอวิ๋น เข้าใจผิดแน่ๆ ที่นี่ต้องมีการเข้าใจผิด!”
“จิ้งอวิ๋น พวกเราช่วงนี้ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับเจ้าเลย เจ้าบ้าคลั่งไปเพื่ออะไรอีกแล้ว!”
“ฉินโม่ นี่เจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว มีปัญหาก็ระเบิดข้าให้ตายไปเลยสิ!” เหลียงเจิ้งแหงนหน้าอย่างท้าทาย
“เหวินกว๋อกง เจ้าอย่าเติมเชื้อไฟ เดี๋ยวเขาบ้าขึ้นมา เจ้าก็ไม่รู้ตัวว่าจะตายเมื่อไหร่” ไต้เว่ยพูดพลางดึงเหลียงเจิ้งไปด้านข้าง แม้จะโกรธแต่ก็พยายามเกลี้ยกล่อม
“ใครกันที่วางแผนโจมตีข้าคราวก่อน และใครกันที่ทำร้ายลุงหลิวเกินของข้าจนต้องตัดแขนขาและลิ้น อีกทั้งยังทำให้หูเขาหนวก
วันนี้ ถ้าเจ้าไม่ให้คำตอบ ข้าจะส่งพวกเจ้าไปพบเง็กเซียนฮ่องเต้กันทุกคน!”
ฉินโม่ให้สัญญาณ คนจากจวนฉินก็ใส่กระสุนปืนลงในปากกระบอก “คุณชาย กระสุนพร้อมยิงแล้ว!”
หลี่เยว่และคนอื่นๆ ตกใจ “ฉินโม่ เจ้าจะเอาจริงหรือ?”
“ฉินโม่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คนพวกนี้ล้วนเป็นขุนนางใหญ่ของราชสำนัก ข้าเข้าใจว่าเจ้าโกรธ แต่หากยิงออกไปจริงๆ ก็ยากที่จะเก็บเรื่องนี้แล้ว!” หลี่หยงเมิ่งเคยเห็นอานุภาพของกระสุนปืนนี้มาแล้ว เพียงไม่กี่ลูกก็สามารถทำลายคฤหาสน์หลังใหญ่ได้
มันทรงพลังยิ่งกว่าระเบิดมือมากมาย
“พี่ใหญ่ ใจเย็นก่อน ต้องใจเย็น!” พี่น้องเฉิงต้าเป่าพากันเข้ามากอดฉินโม่ไว้
ไฉ่หรงก็วิงวอน “พี่ฉิน ข้าเข้าใจว่าเจ้ากำลังโกรธ แต่ควรไปหาฝ่าบาท ห้ามจุดไฟเด็ดขาด!”
พี่น้องตระกูลสวีต่างตัวสั่นเหมือนนกกระทา หวาดกลัวจนแทบขาดใจ อำนาจของฉินโม่นั้นทำให้คนอื่นหวาดหวั่น
พวกเขาได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าให้มีการยิงเกิดขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นพวกเขาคงซวยไปด้วย
โต้วอี้อ้ายรีบเข้ามากอดขาฉินโม่ไว้
“ข้าให้เวลาพวกเจ้าสิบลมหายใจ หากสิบลมหายใจนี้ไม่ใมีคำตอบ ข้าจะส่งพวกเจ้าไปสวรรค์!” แม้ฉินโม่จะถูกกอด แต่ดวงตาของเขายังแดงกร่ำ “เสี่ยวหลิว เริ่มนับ!”
“ขอรับ คุณชาย!”
เสี่ยวหลิวตะโกนเสียงดัง “สิบ เก้า แปด เจ็ด......”
“จิ้งอวิ๋น ใจเย็นก่อน หากเจ้าระเบิดพวกเราเช่นนี้ เกียรติศักดิ์ของตระกูลฉินจะเสียหายหมด!”
“จิ้งอวิ๋น ข้าขอสาบานต่อฟ้า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้า ข้าถูกใส่ร้าย!”
“บัดซบ ใครกันที่ทำเรื่องเช่นนี้ รีบออกมายอมรับผิด!”
ในชั่วพริบตา เสียงร้องไห้ดังก้องไปทั่ว บรรดาผู้หญิง เด็ก คนชรา ต่างมารวมตัวกัน เด็กเล็กหลายคนตกใจจนร้องไห้ออกมา
“สาม สอง......”
แต่กระนั้น เสี่ยวหลิวก็ยังคงนับถอยหลังต่อไป!
เมื่อเขานับถึง “หนึ่ง” ฉินโม่ก็ตะโกนด้วยความโกรธ “จุดไฟ ยิงถล่มพวกมันให้หมด!”
ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านร่างขึ้นถึงกระหม่อม
ขณะนั้นเอง ประตูพระราชวังก็เปิดออก “ราชบุตรเขย โปรดมีเมตตา มีเมตตาด้วยเถิด!” เกาซื่อเหลียนวิ่งออกมาจากด้านในด้วยความรวดเร็ว
แต่แล้ว...
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดดังติดกันสิบกว่าครั้ง
เสียงระเบิดกึกก้องทั่วบริเวณหน้าประตูวัง ทำลายความเงียบสงบของพระราชวังไปจนหมดสิ้น
เกาซื่อเหลียนชะลอฝีเท้า พร้อมตบต้นขาตัวเองและร้องออกมา “แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
หลี่เยว่และคนอื่นๆ รู้สึกเสียววาบไปทั่วทั้งร่าง ส่วนกงซุนอู๋จี้และพวกต่างก็พากันหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
บางคนที่ขี้ขลาดกลัวถึงกับปัสสาวะราด!
เมื่อเสียงระเบิดเงียบไป ทุกคนก็พบว่าตัวเองยังคงปลอดภัย ระเบิดเกิดขึ้นห่างจากพวกเขามากกว่าร้อยวา
“เฮอะ มุมยังไม่ได้ปรับให้ตรง ยิงผิดพลาด แก้ไขมุมยิงต่อไป พวกเจ้ายังไม่คุ้นเคยพอ!”
“ขอรับ คุณชาย”
ทุกคนรีบปรับตำแหน่งใหม่
การยิงเมื่อครู่นั้นทำให้ทุกคนสิ้นความกล้าจนหมดสิ้น
“หยุด! หยุดทุกอย่าง อย่าปรับมุมยิงต่อเลย” หลี่เยว่เดินมาวางมือบนบ่าฉินโม่ “ฉินโม่ ข้ารู้ว่าเจ้าคับแค้นใจ รู้ว่าเจ้าโกรธ แต่เชื่อข้าครั้งนี้ ข้าสัญญาว่าจะให้เจ้าได้คำตอบ”
เขารีบวิ่งไปหากงซุนอู๋จี้และพวก “หากไม่อยากตาย ก็ควรให้คำตอบกับฉินโม่ ข้าจะเตือนพวกเจ้าครั้งสุดท้าย ลูกกระสุนนี้ยิงได้ไกลตั้งแต่หนึ่งร้อยวาถึงหนึ่งร้อยห้าสิบวา วิ่งหนีก็ไม่รอดหรอก
กระสุนแตกระเบิดรัศมีทำลายล้างสิบวา และที่นี่มีถึงสิบห้ากระบอก พวกเจ้าคิดดูกันเอาเอง!”
บางคนตัวสั่น บางคนโกรธแค้น บางคนซ่อนความแค้นลึกในดวงตา แต่ในที่สุด ทุกอย่างก็กลายเป็นความสิ้นหวัง
เกาซื่อเหลียนเห็นว่าพวกเขาไม่เป็นอะไร จึงโล่งใจ ก่อนจะรีบเดินไปหาฉินโม่ “เจ้าหนู อย่าเพิ่งใจร้อน เชื่อใจข้าเถิด ครั้งนี้ฝ่าบาทจะให้เจ้าคำตอบแน่นอน
อย่าให้พวกนั้นจุดไฟเลย!”
ฉินโม่มองไปที่เกาซื่อเหลียน “ลุงเกา หากท่านโกหกข้า ความสัมพันธ์ของเราจบลงตรงนี้”
เกาซื่อเหลียนยิ้มแห้งๆ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าฉินโม่ถูกยั่วยุจนถึงที่สุดจริงๆ เขารู้ว่าฉินโม่เป็นคนกตัญญูและไม่เคยพูดจาแข็งกร้าวเช่นนี้
มันอาจเกี่ยวกับครั้งก่อนที่เขาถูกหลอกด้วย
เมื่อเกาซื่อเหลียนหันไปมองกงซุนอู๋จี้และคนอื่นๆ เขามีแววตาแข็งกร้าว รีบเดินเข้าไปสั่ง “ฝ่าบาทมีพระบัญชา ให้ทุกคนเข้าไปในวัง คืนนี้พระราชวังจะไม่ปิดประตู กองทหารราชองครักษ์ได้ปิดล้อมเมืองหลวงแล้ว
เหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้ พวกเจ้าทุกคนคิดดูเอาเอง พวกเจ้าล้วนเป็นขุนนางผู้ใหญ่ รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป
ทำให้ฝ่าบาทต้องขายหน้ามาก และทำให้อาณาจักรต้าเฉียนต้องอับอาย ทุกคนเตรียมตัวรับผลที่ตามมา!”
เขากวาดสายตาคมกริบไปยังพวกนั้น ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป
กงซุนอู๋จี้และพรรคพวกมองหน้ากัน ก่อนจะกัดฟันกล่าวว่า “ไป เข้าวังกัน!”
หลี่เยว่หันไปทางฉินโม่ “ฉินโม่ ไปกันเถิด เราเข้าวังกัน”
ฉินโม่ส่ายหน้า “ข้าไม่เข้าวัง!”
……………..