- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 371 - ผู้รับผิดแทน
371 - ผู้รับผิดแทน
371 - ผู้รับผิดแทน
371 - ผู้รับผิดแทน
ฉินโม่กลั้นหัวเราะไม่อยู่ เลยหลุดหัวเราะออกมา
"ข้าถามหน่อยเถอะ ท่านเจ้ากรมไต้ ท่านไม่มีความละอายเลยหรือ ข้าแค่ดึงหมวกท่านออก แต่ท่านกลับหลับหูหลับตากล่าวว่าข้าตีท่าน! ข้าคิดว่าหลังจากนี้อย่าเรียกท่านว่าไต้เว่ยเลย เรียกไต้หย่อนไปเถอะ!"
หลี่หยงเมิ่งและคนอื่นๆ กลั้นหัวเราะไม่อยู่ จึงหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะเย้ยหยันทำให้ไต้เว่ยรู้สึกเสียหน้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉินโม่สร้างปมจิตใจลึกๆ ให้เขาไว้มากมาย
เมื่อเห็นว่าฉินโม่ไม่ได้ลงมือทำร้าย หลี่ซื่อหลงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะกล่าวด้วยความโมโห "เจ้าคนโง่ฉิน เจ้าไปดึงหมวกไต้หย่อน เอ้ย ไต้เว่ยทำไม?"
"พระบิดา พวกเขาไม่เชื่อว่าหนูสามารถจุดระเบิดได้ ข้าเลยจะพิสูจน์ให้พวกเขาดู โปรดวางใจ ข้าไม่ทำร้ายพวกเขาหรอก!"
ทันใดนั้นเอง ไต้เว่ยกำลังจะลุกขึ้น ฉินโม่ก็ตบศีรษะเขาเบาๆ "ใครบอกให้ลุกกันล่ะ นั่งลง ข้ากำลังจะทำการทดลองอยู่ อย่าเสียมารยาท!"
ไต้เว่ยรู้สึกมึนงงและโกรธจนหน้าขาวซีด สลับกับแดงและม่วงราวกับกำลังโดนฝึกอย่างหมา!
"เจ้าคนโง่ฉิน ข้าจะสู้กับเจ้า..."
"แก่ขนาดนี้ ปัสสาวะยังต้องมีคนพยุง จะมาเอาชีวิตข้า? ข้าไม่สู้กับเจ้าหรอก ปล่อยไปเจ้าจะมีชีวิตอยู่ในโลกอีกกี่ปี แต่ข้ายังมีเวลาอยู่อีกเจ็ดแปดสิบปี นั่งเงียบๆ เถอะ ข้าเปิดหูเปิดตาสุนัขพวกเจ้าเอง! อ้อ พระบิดาท่านไม่ใช่สุนัข ท่านเป็นมังกร! ท่านลุงก็ถือว่าเป็นมังกรครึ่งตัว เป็นมังกรที่โตเต็มที่ไม่ได้ เช่นนั้นก็เรียกอสรพิษ(แผลงเป็นคนทรยศ)ก็แล้วกัน!"
หลี่ซินที่แต่เดิมก็อยากเก็บตัวเงียบถึงกับโกรธจนทนไม่ไหว "เจ้าคนโง่ฉิน เจ้ากล้า!"
การที่กล่าวว่าเขาไม่ใช่มังกร แต่เป็นอสรพิษ มันไม่ใช่การดูถูกหรือ?
"ก็เหมือนกันนั่นแหละ" ฉินโม่หัวเราะไร้เดียงสา แล้วเขาดึงผมของไต้เว่ยออกอย่างไม่เกรงใจ
ผมของเขายังยาวอยู่มาก
จากนั้นฉินโม่หยิบกระดาษขาวที่โรงงานใหม่ผลิตมาและขยี้แรงๆ
ทุกคนต่างไม่เข้าใจว่าฉินโม่กำลังทำอะไร
พวกเขาเห็นฉินโม่วางกระดาษขาวลงบนศีรษะของไต้เว่ย แล้วเส้นผมก็เริ่มยกขึ้นติดกระดาษ
ทุกคนถึงกับตกตะลึง
"เจ้าคนโง่ฉิน ข้า...ข้า..." ไต้เว่ยทนไม่ได้กับความอับอาย "ฝ่าบาท ขอโปรดอภัยให้ข้าด้วย!"
"ไต้อ้ายชิง อดทนหน่อยนะ เจ้าโง่เจ้าคิดจะพิสูจน์อะไร?"
"กระดาษแผ่นนี้สามารถดูดเส้นผมขึ้นมาได้ เป็นหลักฐานที่ดีที่สุด แม้ไม่ใช้ไฟก็จุดระเบิดได้"
ทุกคนฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ
"เจ้าคนโง่ฉิน ข้าดูว่าเจ้าไม่ใช่แค่โง่ แต่บ้าจริงๆ ไม่ใช้ไฟจะจุดระเบิดได้อย่างไร!" ทุกคนต่างรู้สึกโมโหและคิดว่าถูกฉินโม่หลอก
ฉินโม่ไม่ตอบ แต่ถูมือทั้งสองข้างกับเสื้อของเขาแล้วชี้ไปที่หน้าของกงซุนอู๋จี้
"เปรี๊ยะ!" เสียงเบาๆ ดังขึ้น
กงซุนอู๋จีจับแก้มตัวเองโดยไม่ตั้งใจ "ฉินโม่ เจ้าทำอะไร เจ้าเล่นงานเจ้ากรมไต้ยังไม่พอ ยังจะมาทำกับข้าอีก?"
แม้ครั้งก่อนหลี่ซื่อหลงจะลดตำแหน่งพวกเขาลง แต่ในราชสำนักขาดคนทำงานจึงยังคงต้องการพวกเขา
"เจ้าไม่รู้สึกเลยหรือว่าหน้าของเจ้าถูกอะไรบางอย่างกัดแปลกๆ?"
"รู้สิ ไม่ใช่เล็บของเจ้าหรอกหรือ?" กงซุนอู๋จีมองดูจึงพบว่ามือทั้งสิบของฉินโม่สะอาดหมดจด
ฉินโม่ยิ้ม "พวกเจ้าทดลองได้ ลองถูมือกับเสื้อของตัวเอง แล้วไปแตะคนอื่นดู จะรู้สึกเหมือนถูกบางสิ่งกระแทก ข้าเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้านี้ถึงแม้จะไม่รุนแรงเหมือนสายฟ้าบนท้องฟ้า แต่ก็เพียงพอที่จะจุดชนวนระเบิดได้"
"นอกจากนี้ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เวลาที่พวกเจ้าไปจับมีด ก็มักจะรู้สึกเช่นนี้ใช่ไหม?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลายคนถึงกับอึ้ง เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
"ใช่ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ!"
"แต่ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?"
ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัย
"อา ข้าก็ไม่รู้หรอก ข้าแค่สังเกตเห็นว่ามีปรากฏการณ์เช่นนี้ หนูมีขน เวลามันวิ่งไปมามันย่อมเกิดไฟฟ้าสถิต ทำให้จุดระเบิดได้!"
หลี่ซื่อหลงสูดลมหายใจลึก "เช่นนั้น คนที่ตายแปดคน เป็นเพราะหนูเป็นคนร้ายอย่างนั้นหรือ?"
"พระบิดา ยังไม่เข้าใจหรือ หนูเป็นเพียงผู้ร่วมมือ ตัวร้ายที่แท้จริงคือคนที่อยู่เบื้องหลัง"
"หลี่เยว่ได้สั่งการให้คนไปจับตัวผู้ควบคุม ผู้ตรวจสอบ และผู้เฝ้าระวังแล้ว จะต้องหาตัวคนร้ายตัวจริงได้แน่ๆ!"
"พระบิดา คำกล่าวของฉินโม่ไม่ผิด ก่อนเกิดระเบิด ไม่มีใครเข้าไปในคลังสินค้า ความหนาของผนังคลังทุกคนก็เห็นแล้ว ด้านนอกมีแผ่นเหล็ก ด้านในใส่แท่งเหล็ก ใช้ได้เป็นร้อยปีไม่มีปัญหา แต่คลังสินค้าที่แข็งแกร่งขนาดนี้กลับถูกหนูและปลวกกัดกร่อนจนพัง"
"แน่นอนว่าเป็นเพราะลูกเฝ้าดูแลไม่ทั่วถึง ไม่ได้สังเกตเห็นปัญหานี้ ลูกจะรับผิดชอบดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งแปดคนนี้ จนกว่าบิดามารดาของพวกเขาจะสิ้นอายุขัย และจนกว่าบุตรธิดาของพวกเขาจะแต่งงานมีบุตร"
หลี่เยว่คุกเข่าลงกับพื้น ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบของตนเอง "กระหม่อมจะถือเป็นบทเรียน และจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก ขอฝ่าบาททรงพระราชทานโอกาสอีกครั้ง กระหม่อมจะสืบสวนเรื่องนี้ให้ละเอียด และจะลากคอคนร้ายออกมาให้ได้"
หลี่ซื่อหลงมองหลี่เยว่ "ดี ข้าจะให้เจ้าโอกาสอีกครั้ง ศพของผู้เสียชีวิตทั้งแปดคนนี้ จงจัดการฝังอย่างสมเกียรติ"
"นอกจากนี้ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ทั่วไป มีคนต้องการยุ่งเกี่ยวกับระเบิดมือ ดูท่าว่าในหมู่ราชองครักษ์ของข้าจะมีใครบางคนที่มักใหญ่ใฝ่สูงแฝงตัวอยู่"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างหดคอลงด้วยความหวาดกลัว
ฉินโม่กล่าวว่า "พระบิดา ข้าว่าควรให้ท่านเป็นผู้สอบสวนเอง เพื่อให้เป็นธรรมและโปร่งใส อีกอย่าง เราไม่มีประสบการณ์ในการสอบสวน คิดว่าเฉิงอ๋องน่าจะเหมาะสม"
"ข้าคิดเองได้!"
เรื่องนี้ชัดเจนแล้วว่ามีคนต้องการเข้ามายุ่งกับกองกำลังใหม่และแอบแฝงวัตถุประสงค์บางอย่างเกี่ยวกับระเบิดมือ สิ่งที่พวกเขาต้องการชัดเจนมาก และยิ่งพวกเขาต้องการมากเท่าใด หลี่ซื่อหลงก็ยิ่งไม่ยอมให้
"หลิวหรูเจี้ยน!"
"กระหม่อมอยู่!" หลิวหรูเจี้ยนก้าวออกมาข้างหน้า
"เจ้าจงไปเลือกช่างฝีมือจากกรมโยธามาเพื่อซ่อมแซมคลังสินค้า บันทึกชื่อทุกคนไว้ และห้ามให้ครอบครัวของพวกเขาออกจากเมืองหลวง"
"ฉินโม่ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมโยธา"
"ต้วนหลุน เจ้าต้องสนับสนุนฉินโม่ หากต้องการคนก็ให้คน ต้องการเงินก็ให้เงิน หากมีปัญหา ข้าจะถือว่าเป็นความผิดของเจ้า!"
ต้วนหลุนถึงกับอึ้ง
นี่มันเกินไปแล้ว!
ฉินโม่ได้เลื่อนตำแหน่งทันที กลายเป็นรองเจ้ากรมโยธา ซึ่งเป็นขุนนางบุ๋นระดับสี่ ถึงแม้ว่ากรมโยธาจะเป็นหน่วยที่ได้รับความสำคัญน้อยที่สุดในหกกรม แต่มันก็ยังเป็นกระทรวงใหญ่!
แต่สิ่งที่ทำให้ต้วนหลุนทุกข์ใจกว่านั้น
หลี่ซื่อหลงกล่าวว่า หากมีปัญหา จะถือว่าเป็นความผิดของต้วนหลุน แต่กลับให้ฉินโม่ได้เลื่อนตำแหน่ง! นี่มันไม่ยุติธรรมต่อคนซื่อสัตย์เลย
เขาแทบไม่ค่อยกล่าวอะไรมากนักอยู่แล้ว
"พระบิดา ข้าไม่อยากเป็นรองเจ้ากรมโยธา ข้าอยากใช้ชีวิตแบบกินดื่มเล่นสนุก อยู่กับการชนไก่และพาหมาวิ่งเล่น ท่านไม่เข้าใจความฝันของข้า!"
…………….