- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 277 - มาเลย ระเบิดข้าให้ตายสิ!
277 - มาเลย ระเบิดข้าให้ตายสิ!
277 - มาเลย ระเบิดข้าให้ตายสิ!
277 - มาเลย ระเบิดข้าให้ตายสิ!
“เจ้าหนู พระบิดาของเจ้าก็ยังไม่เคยได้รับการดูแลแบบนี้!” หลี่หยวนกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ หลานเขยคนนี้ไม่เหมือนหลานเขย กลับเหมือนเพื่อนต่างวัยมากกว่า
แบบนี้ก็ดี ไม่ต้องคอยเอาใจตลอด ไม่แสร้งหรือแสดงความกระตือรือร้นจนเกินไป
ในความละเอียดอ่อนทำให้เห็นถึงความจริงใจ หลี่หยวนรู้สึกว่าชีวิตวัยชราของตนมีสีสันมากขึ้น
“เฮ้ ท่านปู่นี่ข้ารับใช้ท่านมากมายก็ควรเปลี่ยนกันบ้าง!” ฉินโม่ถอนหายใจอย่างสบายใจ “ท่านปู่ ข้ารู้สึกคันหน่อยๆ ท่านลองออกแรงสักนิดเถอะ ข้าบอกเลยว่า ท่านปู่ ตอนที่ท่านอยู่ในตำหนักต้าหาน ท่านเอาแต่กินแล้วก็เล่นร่างกายก็ไม่ดีแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะเตรียมชุดออกกำลังกายให้ท่านฝึกทุกวัน เผื่อจะได้มีอายุยืนถึงร้อยปี แต่ถ้าถึงตอนนั้นท่านอายุร้อย ข้าก็อายุสี่ห้าสิบไปแล้วล่ะ”
“ทุกคนต่างอวยพรข้าอายุยืนหมื่นปีนะ!”
“บ้าน่ะสิ ไม่มีใครอายุหมื่นปีได้ ร้อยปีนี่ก็คลานไปเยี่ยวไม่ได้แล้ว!” ฉินโม่หัวเราะ
“เจ้ากล่าวได้ถูกใจข้า ไม่เหมือนคนพวกนั้นที่ชอบประจบคำโต กล่าวสิบคำฟังได้จริงแค่คำเดียว”
“ข้าได้ยินมาว่า หลุมศพของปู่ย่าของเจ้าถูกขุดทำลายหรือ?”
“ใช่ ข้าก็รู้สึกแย่จริงๆ เมื่อก่อนข้าคิดว่าตระกูลฉินของเราหมดสิ้นญาติพี่น้องแล้ว แต่ครั้งนี้กลับมีใครบางคนโผล่ออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อห้ามไว้ ข้าคงจะทุบหัวไอ้หมาที่ขุดหลุมศพปู่ย่าของข้าให้แหลกคามือ!”
“สมควรทุบให้แหลก!” หลี่หยวนกล่าว “ที่บิดาของเจ้าห้ามไว้ก็ถูกแล้ว ข้าจะจะพูดกับหลี่เอ้อให้เขาพระราชทานตำแหน่งจวิ้นอ๋องย้อนหลังให้ปู่เจ้า ถ้าพบซากศพก็จะย้ายมาฝังในสุสานหลวงตามสถานะอ๋อง ถ้าเจ้ามีญาติคนอื่นก็ให้รายงานมาได้!”
“แต่การเลื่อนยศเป็นท่านอ๋องสำหรับคนนอกสกุลจะไม่โดนประหารหรือ?”
“เจ้าหนู ปู่ของเจ้าตายไปนานแล้ว เลื่อนยศให้ก็เป็นเพียงเกียรติเท่านั้น แม้แต่บิดาของเจ้าก็ยังเคยรับดาบแทนข้าและฮ่องเต้ด้วยซ้ำ ในอนาคตเมื่อถึงคราวที่บิดาของเจ้าล่วงลับเขาจะต้องถูกเลื่อนตำแหน่งเป็นอ๋องเช่นกัน”
ตระกูลฉินได้สร้างผลงานมากมาย หลี่ซื่อหลงเองก็ไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งให้สูงกว่านี้ได้ เพราะนั่นถือเป็นการขัดกับกฎมณเฑียรบาล แต่การอวยยศย้อนหลังเมื่อเสียชีวิตไปแล้วนั้นไม่ถือว่าเป็นความผิดแต่อย่างใด
ฉินเซียงหรูถือเป็นขุนนางที่รู้จักถอยอย่างเหมาะสม เป็นข้าราชบริพารที่ทำงานให้ฮ่องเต้โดยไม่สนใจความเหน็ดเหนื่อยและลาภยศ
ขุนนางแบบนี้ใครจะไม่รัก?
เมื่อหลี่หยวนมองฉินโม่ เขาก็รู้สึกรักในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตระกูลฉินด้วย ซึ่งก็ดี เพราะตระกูลฉินนั้นคือผู้ที่เกิดมาเพื่อค้ำจุนราชวงศ์ต้าเฉียนอย่างแท้จริง
เมื่อถึงคราวที่ไท่จื่อขึ้นครองราชย์ เขาจะได้มีคนที่พร้อมช่วยงาน
แม้ว่าจะไม่ค่อยปราบปลื้มในตัวหลี่ซื่อหลงมากนักแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังคงเป็นลูกชายของเขา คงจะปล่อยให้ถูกคนอื่นรังแกไม่ได้ หลี่หยวนจึงพยายามทำทุกทางเพื่อช่วยลูกหลานของตัวเอง
“อ้อ ที่แท้พ่อของข้าก็เคยยอมรับดาบแทนท่านปู่!” ฉินโม่เกาหัว
หลี่หยวนตักน้ำราดลงหลังของฉินโม่ “เสร็จแล้ว ขัดสะอาดเรียบร้อย!”
“ขอบคุณ ท่านปู่!”
หลี่หยวนยิ้ม “ออกกำลังกายนิดหน่อยรู้สึกสบายตัวขึ้นจริงๆ!”
เว่ยจงรีบนำเสื้อคลุมมาให้หลี่หยวนเปลี่ยน และยื่นชาโสมให้ หลี่หยวนถอนหายใจด้วยความพอใจ “ไปนอนแล้วล่ะ!”
“ท่านปู่ กลับดีๆ นะ!”
เช้าวันถัดมา ฉินโม่ก็ตื่นขึ้นแต่เช้าตรู่
ด้านนอกนั้นมีรถม้าเรียงอยู่สิบกว่าคัน ภายในบรรจุไปด้วยดินสอ กระดาษขาว หนังสือ กระดานดำ และชอล์ก!
วันนี้เขาตั้งใจจะทำให้ตระกูลหวังกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ และทำให้ตระกูลลู่ต้องหลั่งน้ำตา!
“คุณชาย นี่ซาลาเปา!” เสี่ยวหลิวห่อซาลาเปาไว้ในกระดาษน้ำมันส่งให้
“ลุงหลิวพาคนไปเยอะๆ หน่อย!”
“วางใจเถอะคุณชาย คนเรามีถึงร้อยคน ต่อให้ต้องสู้กับพันคนก็สามารถถ่วงเวลาได้ครึ่งชั่วยาม!”
ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัว ขบวนรถม้าก็แล่นเข้ามาใกล้จากระยะไกล
ทุกคนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ไม่เข้าใจว่าขบวนรถม้านี้เป็นของบ้านไหน
จนกระทั่งฉินโม่กระโดดลงจากรถม้า ทุกคนก็เข้าใจทันที
“หลานชายเจ้าขนอะไรใส่รถม้ามาหรือ?” หลี่ซุนกงถามด้วยความสงสัย
"โอ้ ข้างในนี่มีของดีแน่!" ฉินโม่กล่าวเสื้อรอยยิ้ม
เฉิงซานฝูรีบวิ่งไปเปิดผ้าม่านของรถม้าคันหนึ่งแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก "ทำไมถึงเป็นของพวกนี้!"
เสียงอุทานของเฉิงซานฝูทำให้ทุกคนหันไปมอง
ไต้เว่ยและคนอื่นๆ ต่างนึกถึงระเบิดมือขึ้นมาทันที
ทุกคนกลืนน้ำลายกันไม่หยุด!
สวรรค์! รถม้าตั้งสิบกว่าคัน ถ้าในนั้นเป็นระเบิดมือทั้งหมด นั่นจะมากขนาดไหนกัน?
คงพอถล่มวังหลวงให้ราบเป็นหน้ากลองเลยทีเดียว!
“เขยรัก!” ไฉ่เส้าก็เดินเข้ามาจากฝูงชน
“ท่านพ่อตา!”
“ในนี้เป็นระเบิดมือทั้งหมดหรือ?”
“มาเถอะ ข้าจะพาท่านไปดู!” ฉินโม่พาไฉ่เส้าไปดูใกล้ๆ ไฉ่เส้าเองก็ตกใจจนสูดลมหายใจเข้าลึก "มากขนาดนี้?"
“ใช่แล้ว!” ฉินโม่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “มีของพวกนี้แล้ว จะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างเลยทีเดียว!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้นและกังวลปะปนกันไป
ไต้เว่ยเดินเข้ามาใกล้ "ฉินโม่ เจ้าอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ พวกเราไม่ได้ไปทำอะไรให้เจ้าโกรธนี่!"
“ฉินโม่ของในรถม้าน่ากลัวเกินไป เจ้าไม่คิดจะเอาไปในวังหลวงจริงๆ ใช่ไหม?”
ฉินโม่ชอบเห็นสีหน้าหวาดกลัวของพวกเขา แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่มือของพวกเขาอยู่ตลอด
ทว่าตอนนี้ฟ้ายังมืดและอากาศก็เย็น มือของพวกเขาจึงซุกอยู่ในเสื้อ ดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร
การที่จะคัดแยกผู้ร้ายที่แท้จริงออกมาก็ยังเป็นเรื่องยาก
“ใช่แล้ว ข้ากำลังจะนำเข้าไปในวังหลวงอยู่พอดี พระบิดาคงรอจนแทบทนไม่ไหวแล้ว!” ฉินโม่ไม่กล่าวว่าข้างในเป็นอะไร ปล่อยให้ความกลัวของพวกเขาแผ่ขยายไปเรื่อยๆ
เหลียงเจิ้งกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “นี่เป็นอาวุธอันตราย เจ้าจะขนเข้าไปในวัง หากระเบิดขึ้นมาจะทำอย่างไร!”
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้าสักนิด หรือเจ้าคิดว่าคราวก่อนข้าระเบิดแรงไม่พอ ถ้าไม่เชื่อล่ะก็ ข้าจะไประเบิดที่บ้านเจ้าอีกครั้งดีไหม?” ฉินโม่กล่าวอย่างโกรธจัด “คราวก่อนพ่อข้าถึงกับล้มป่วยเพราะพวกเจ้า ขอโทษกันหมดแล้ว มีแต่เจ้าเท่านั้นที่ไม่มาขอโทษ เจ้าคิดว่าตัวเองสูงส่งนักหรือ อยากให้ข้าระเบิดกระดูกเจ้าหรือเปล่า?”
“เอาเลย ระเบิดข้าให้ตายสิ! ข้าจะยืนอยู่นี่ ให้เจ้าระเบิดเลย!” เหลียงเจิ้งกล่าวอย่างโกรธจัด
“ได้เลย เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะระเบิดเจ้าให้ตาย!” ฉินโม่ทำท่าจะไปหยิบระเบิดมือ
เหล่าขุนนางถึงกับหน้าซีดด้วยความตกใจ
เฉิงซานฝูกลับสนับสนุน “ข้าขอเป็นพยาน เหลียงเจิ้งหาเรื่องตายเอง ไม่เกี่ยวกับฉินโม่เลย!”
หลี่ซุนกงยิ้มโดยไม่กล่าวอะไร ส่วนไฉ่เส้าก็ยิ่งไม่คิดจะขัดขวางลูกเขยตนเอง
เขามีศัตรูไม่มาก แต่เหลียงเจิ้งเป็นหนึ่งในนั้น!
เมื่อเห็นฉินโม่ไปคว้าระเบิดมือ ไต้เว่ยก็รีบวิ่งเข้ามาห้ามฉินโม่ “ใต้เท้าเหลียงเป็นอาจารย์ของไท่จื่อ อีกทั้งเป็นกว๋อกง เจ้าระเบิดคนธรรมดาอาจไม่เป็นไร แต่ถ้าเจ้าระเบิดเขาตายไปจริงๆ ทั้งตระกูลเจ้าคงได้ถูกประหารไปด้วย!”
บุตรชายของเหลียงเจิ้ง เหลียงหย่งถึงกับหน้าซีด รีบก้าวเข้ามาคำนับฉินโม่
“ท่านโหว คราวก่อนที่ท่านระเบิดบ้านข้า ทำให้บิดาข้าล้มป่วยไป เพิ่งจะดีขึ้นในช่วงสองวันนี้เท่านั้น ขอท่านอย่าได้ถือโทษเลย”
……………