เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

268 - ตกใจหรือไม่? ประหลาดใจหรือเปล่า?

268 - ตกใจหรือไม่? ประหลาดใจหรือเปล่า?

268 - ตกใจหรือไม่? ประหลาดใจหรือเปล่า?


268 - ตกใจหรือไม่? ประหลาดใจหรือเปล่า?

“กระดาษจัดทำไปถึงไหนแล้ว?”

“ทำไว้ได้บางส่วนแล้ว ขาวสะอาดและใหญ่กว่าเดิมมาก ดูดีกว่ากระดาษบนท้องตลาดเป็นไหนๆ!” อาเนี่ยวพาฉินโม่ไปที่โรงงาน ตอนนี้อากาศหนาวทำให้การสร้างอาคารยากขึ้น โรงงานจึงทำด้วยไม้ทั้งหมด

ภายในโรงงานมีบ่อหนึ่งบ่อต่อกัน อีกสองสามสิบคนยืนข้างบ่อ ใช้ตาข่ายตีเยื่อกระดาษ ข้างในติดตั้งเตาไว้ทำให้ไม่หนาวเกินไป คนหนุ่มที่แข็งแรงหลายคนถอดเสื้อนอกออกเพราะทำงานจนเหงื่อไหลชุ่มโชก

“ในหนึ่งวันทำกระดาษขนาดใหญ่ได้เท่าไหร่?”

“ไม่ต่ำกว่าสี่ร้อยแผ่น!”

“มีกี่บ่อ?”

“ตอนนี้มีแค่สามบ่อ แต่เรากำลังเร่งการผลิตอยู่!”

กระดาษขนาดใหญ่สุดของต้าเฉียนมีขนาดแค่ประมาณสี่ถึงห้าเมตรเท่านั้น

แต่กระดาษของฉินโม่ใหญ่มาก แต่ละแผ่นมีความยาวเก้าเมตรและกว้างสามเมตร

เท่ากับประมาณ ๒๗ ตารางเมตร เมื่อแบ่งเป็นแผ่นละหนึ่งตารางเมตรจะได้ ๒๗ แผ่น และฉินโม่สามารถผลิตได้วันละหนึ่งหมื่นแผ่น

นี่แค่ใช้สามบ่อ หากเพิ่มเป็นสิบเท่า จะผลิตได้วันละหนึ่งแสนแผ่น

หนึ่งเดือนจะได้สามล้านแผ่นกระดาษ!

และฉินโม่ตั้งใจจะสร้างบ่อเพิ่มอีกหนึ่งร้อยบ่อ เพียงแค่หนึ่งเดือน ตระกูลหวังต้องหลั่งน้ำตา ตระกูลลู่ต้องปวดใจ!

เมื่อถึงหนึ่งปี...

ต้องขอโทษที ทุกคนต้องคุกเข่าให้ข้า!

“ไม่เลว ไม่เลว!” ฉินโม่พอใจมาก

“ตอนนี้คลังเก็บกระดาษมีเท่าไหร่?”

“ไม่ถึงหนึ่งแสนแผ่น!”

แล้วดินสอล่ะ?

“ไม่ถึงหนึ่งหมื่นแท่ง!”

“บรรทุกขึ้นรถ พรุ่งนี้เช้านำเข้าวัง!”

“คุณชาย!”

“อ้อ จริงสิ พวกหนังสือพิมพ์ไปถึงไหนแล้ว?” นี่คือเรื่องสำคัญที่สุด

มีแต่กระดาษกับดินสออย่างเดียวไม่พอ ยังต้องมีหนังสือด้วย!

ถ้าไม่มีหนังสือ กระดาษพวกนี้จะมีประโยชน์อะไร

“เริ่มพิมพ์ได้บางส่วนแล้ว หนังสือ 'มหาวิทยาลัย' กับ 'ความสมดุล' พิมพ์ได้ไม่ถึงแปดร้อยเล่ม เพราะคนงานยังไม่คุ้นเคย!”

“พอแล้ว พรุ่งนี้ส่งเข้าไปในวังพร้อมกัน!”

ฉินโม่เดินสำรวจพื้นที่รอบๆ เห็นว่ามีทหารคุมเข้ม

จากคลังเก็บกระดาษก็หยิบกระดาษมาพันแผ่น แล้วฉินโม่ก็กลับบ้าน

เมื่อมีกระดาษขาวสะอาด ก็ทำให้การวาดภาพรู้สึกต่างออกไป

หลังจากวาดเสร็จ ฉินโม่ใส่สีเรียบร้อยก็เรียกคนรับใช้เข้ามาดู ทุกคนต่างร้องไห้คุกเข่าลงกับพื้น

“ไม่คิดเลยจริงๆ ในชีวิตนี้ข้าจะได้เห็นภาพนายหญิงอีกครั้ง!”

“คุณชาย นี่คือนายหญิงจริงๆ ไม่มีอะไรผิดเลย!”

เหล่าคนรับใช้ในจวนฉินต่างทำงานมาเป็นเวลาหลายปี ต่างมีความผูกพันกับนายหญิงเพราะท่านเมตตาต่อพวกเขาเป็นพิเศษ ทุกคนจึงเศร้าใจอย่างมาก

ชูรุ่ยเกรงว่าฉินโม่จะเสียใจ จึงกล่าวว่า “คุณชาย อย่าเสียใจไปเลย หากนายหญิงรู้คงไม่ดีใจเท่าไหร่นัก”

ฉินโม่ถอนหายใจ “พ่อบ้าน นำภาพนี้ไปเข้ากรอบ แล้ววางไว้ที่ห้องหนังสือของท่านพ่อ!”

“คุณชาย!” พ่อบ้านเช็ดน้ำตา แล้วรีบเช็ดมือกับเสื้อกลัวจะเปื้อนภาพ ก่อนจะอุ้มภาพออกไปด้วยความระมัดระวัง

เมื่อละทิ้งความกังวลใจลงได้ ฉินโม่ก็รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ ความบันเทิงของต้าเฉียนยังมีน้อยเหลือเกิน

ในยุคสมัยนี้ มีเวทีละครอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่ดีนัก ส่วนใหญ่เล่นเรื่องราวของวีรบุรุษอะไรทำนองนั้น

ไม่มีแม้แต่โรงน้ำชา หรือนักเล่านิทาน น่าเบื่อจริงๆ!

“พี่ชูรุ่ย ชอบฟังเรื่องราวไหม?”

“เรื่องอะไรหรือ?”

“พวกตำนานพื้นบ้าน เรื่องเล่าเทพนิยาย!”

“ชอบสิ สมัยก่อนในวังมีแม่นมคนหนึ่งที่ชอบเล่านิทานมาก บรรดานางกำนัลในวังต่างก็ชอบฟังกันทั้งนั้น

มีครั้งหนึ่งพวกเราฟังจนลืมตัว ฮองเฮาเสด็จมาแล้วพวกเรายังไม่รู้ตัวเลย!”

“แล้วพระมารดาลงโทษพวกเจ้าไหม?” ฉินโม่ถามพลางโอบชูรุ่ยเข้ามาใกล้

“ฮองเฮาทรงเป็นคนดี ไม่เพียงไม่ลงโทษพวกเรา ยังนั่งฟังไปด้วยกัน นับตั้งแต่นั้น ท่านก็ทรงอนุญาตให้แม่นมมาเล่าเรื่องเป็นครั้งคราว” เมื่อกล่าวถึงเรื่องราวในวัง ชูรุ่ยก็พูดได้ไม่หยุด

“แต่ว่า ข้าได้ยินมาว่า นางกำนัลในวังเขาว่ากันว่าชอบเรื่องพวกนี้กันใช่ไหม?”

“คุณชาย คำว่า ‘ชอบ’ หมายความว่าอะไรหรือ?” ชูรุ่ยทำตาโตแป๋วถาม

“อยากรู้หรือ?” ฉินโม่ยิ้มมุมปาก พยักหน้าล้อเลียน

ชูรุ่ยเขินจัด มองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าไม่มีใครก็พยักหน้าเร็วๆ จากนั้นหน้าก็แดงระเรื่อเหมือนเลือดหยด

ฉินโม่พอใจ ถอนหายใจเบาๆ แล้วอธิบายต่อ “ชอบหมายถึง…”

ฟุ่บ!

เมื่อได้ยินคำอธิบายของฉินโม่ ชูรุ่ยถึงกับเอาศีรษะซุกหน้าอก “ไม่ ไม่ใช่! พวกเราไม่ได้กล่าวถึงเรื่องแบบนั้นกันเลย!”

“จริงหรือ? ข้าไม่เชื่อหรอก!”

“คุณชาย ท่านร้ายนัก!” ชูรุ่ยกล่าวด้วยความอาย “แต่แม่นมบางคนที่แต่งงานแล้วถูกเรียกเข้ามาทำงานในวังก็ชอบพูดเรื่องนี้อยู่บ้าง”

“เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าพวกเจ้าน่ะชอบ!” ฉินโม่หัวเราะ “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเล่าเรื่องให้ฟังสักเรื่องดีไหม?”

“เรื่องอะไรหรือ?” ชูรุ่ยถามอย่างอยากรู้

“เป็นคืนที่มืดมิด มีลมพัดแรง และมีพระภิกษุรูปหนึ่ง…”

ตอนแรกชูรุ่ยฟังก็สนุกดี แต่พอฟังไปสักพักก็โพล่งขึ้นมา “อุ๊ย! พระรูปนี้ไม่ค่อยมีความเป็นพระเลย!”

เรื่องราวนั้นทำให้ชูรุ่ยรู้สึกประหม่าจนขาอ่อน

“อ๊ะ! ถ้าไม่ชอบฟังเรื่องนี้ ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่าเสี่ยวโม่”

หลังฟังจบ ชูรุ่ยตัวเบาหวิว นัยน์ตาเป็นประกาย ผิวแดงเรื่อเหมือนกุ้งต้มสุก

ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มของนางเอ่ยอย่างแผ่วเบา “คะ คุณชาย!”

เสียงนั้นหวานจนหยดย้อย!

ฉินโม่กระแอมแล้วถาม “พี่ชูรุ่ย เรื่องราวของเด็กหนุ่มนี้ไม่ใช่เรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจหรือ?”

“คุณชาย!”

ชูรุ่ยเขินจัด ซุกหน้าในอกฉินโม่

ฉินโม่คิดในใจ นี่แม้แต่เทพเซียนยังต้องเอ่ยสองคำว่า ‘อิจฉา’ ก่อนจะจากไปแน่!

“พี่ชูรุ่ย ตอนนี้ดึกแล้ว ข้าเพิ่งคิดค้นการละเล่นใหม่ชื่อว่าไพ่โป๊กเกอร์ สนใจไหม ข้าจะสอนเจ้าเล่น?”

“สนุกเหมือนไพ่นกกระจอกหรือ?”

“คล้ายๆ กัน สนุกมากทีเดียว!”

“ถ้าอย่างนั้นข้าอยากเรียนรู้!”

“ดี ถ้าอย่างนั้นข้าจะสอนเจ้า!”

แต่ทันทีที่ฉินโม่กำลังจะสอนชูรุ่ยเล่นไพ่โป๊กเกอร์ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาฉินโม่โมโหสุดขีด “ใครกัน มาเคาะประตูอะไรตอนดึกๆ ไม่หลับไม่นอนหรือ?”

“คุณชาย รีบๆ ออกมาเร็วๆ เลย!” เสียงของเสี่ยวหลิวดังขึ้นอย่างเร่งรีบ

“คุณชาย เสี่ยวหลิวมาหาท่าน คงมีเรื่องด่วนแน่!” ชูรุ่ยตื่นตัวขึ้นมาทันที ซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มด้วยความอาย

ฉินโม่แทบจะอยากฆ่าคน

เขาลากฉากบังตาเข้ามาปิดไว้แล้วเปิดประตูด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง “เสี่ยวหลิว ถ้าเจ้าไม่ให้เหตุผลที่สมควร ข้าจะจัดการเจ้าแน่!”

เสี่ยวหลิวกล่าวอย่างรีบร้อน “ในวัง ในวังมีคนมาขอให้คุณชายไปรับด้วยตัวเอง!”

“ตอนนี้วังปิดประตูแล้ว ใครกันที่มา?”

ฉินโม่เดินออกไปด้วยความหงุดหงิด “ข้าอยากเห็นจริงๆ ว่าใครกันที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ!”

พลั่ก!

ฉินโม่คุกเข่าลงกับพื้นทันที เมื่อเห็นชายชราในชุดคลุมสีดำเบื้องหน้า “ท่านปู่ ท่านออกมานอกวังได้ยังอย่างไร?”

“ตกใจไหม? ประหลาดใจหรือเปล่า?” หลี่หยวนยิ้มพลางประคองฉินโม่ขึ้นมา “คราวนี้ ข้าจะได้ใช้เวลาเล่นสนุกกับเจ้าเต็มที่สักที!”

……….

จบบทที่ 268 - ตกใจหรือไม่? ประหลาดใจหรือเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว