- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 246 - สายใยแห่งปู่หลาน
246 - สายใยแห่งปู่หลาน
246 - สายใยแห่งปู่หลาน
246 - สายใยแห่งปู่หลาน
“นี่มันรังแกคนเกินไปแล้ว!”
ไม่เพียงแค่ไม่ให้ฉินโม่ออกไป ยังให้เขาไปทำงานหนักอีก!
ฉินโม่ส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความขุ่นเคือง มือทั้งสองข้างซุกอยู่ในแขนเสื้อพลางกลอกตา ก่อนจะเดินออกจากตำหนักต้าหานไปอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อหลี่ซื่อหลงเห็นฉินโม่โกรธ ก็กัดฟันและกล่าวว่า "ไอ้เจ้าคนไม่มีหัวใจ ดูสิว่าเจิ้น(เป็นคำเรียกตัวเองของฮ่องเต้)ทำเพื่อมันมากแค่ไหน มันยังจะโกรธอีก!"
หลี่อวี้ซู่ที่เดินตามหลังมาเอ่ยว่า "พระบิดาก็เขาสักรอบสิ อย่างน้อยจะได้ลดความโอหังของเจ้าโง่นั้นลงมาบ้าง!"
"เท้าอยู่บนตัวของเขาหรือเจ้าโง่นั่นจะไม่รู้จักวิ่งหนี?" หลี่ซื่อหลงถอนใจกล่าว "อวี้ซู่ พ่อรู้ว่าเจ้ามีใจให้ฉินโม่อยู่ เจ้าหนุ่มคนนี้ถึงจะดูซื่อไปหน่อย แต่สำหรับตระกูลหลี่ของเรานับว่าเป็นดาวนำโชคที่ใหญ่ที่สุด พ่อจะพยายามปั้นเขาให้กลายเป็นที่พึ่งของไท่จื่อ เจ้าดูเถอะถึงแม้เขาจะดูบ้าบอไปหน่อย แต่หากเอาจริงยังมีค่ามากกว่าทหารนับแสนคน
หลังจากเจ้าสมรสกับฉินโม่ เจ้าต้องดูแลเขาให้ดี พยายามช่วยให้เขาบรรเทาอาการทางประสาทลงบ้าง เพื่อให้เขาเป็นแสงสว่างและกำลังแก่ต้าเฉียน การที่ต้าเฉียนมีเขา ถือเป็นโชคดีของต้าเฉียน เข้าใจหรือไม่?"
"แค่เขาคนเดียว ยังมีค่ามากกว่าทหารแสนคน?" หลี่อวี้ซู่แสดงท่าทางไม่พอใจ พระมารดาก็คิดเช่นนี้ พระบิดาก็ยังคิดเช่นนี้ด้วยหรือ
เขาสำคัญขนาดนั้นเชียว?
"แน่นอน ไม่เช่นนั้นเจ้าคิดว่าทำไมตระกูลใหญ่ถึงอยากฆ่าเขานักล่ะ" หลี่ซื่อหลงกล่าว "เฮ้อ ที่ให้บุตรีตระกูลไฉ่สมรสกับฉินโม่ ยังไม่ได้ขอความเห็นเจ้าก่อน ทำให้เจ้าอึดอัดใจสินะ"
เมื่อได้ยิน หลี่อวี้ซู่รู้สึกแปลกๆ ในใจ "เจ้านั่นตะโกนทุกวันว่าจะเลิกรากับลูก ตอนนี้ได้รับพระราชทานสมรสกับบุตรีตระกูลไฉ่เขาจะสนใจหน้าของลูกได้อย่างไรเจ้าโง่นั่นเอาแต่ร่ำร้องด้วยความยินดีต่างหากล่ะ!"
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?"
หลี่ซื่อหลงกัดฟันกล่าว "ต้าเฉียนมีแต่องค์หญิงหม้ายสามีตาย ไม่มีองค์หญิงที่หย่าร้าง เจ้าเด็กโง่นี่ ถ้ากล้าทำเจ้าร้ายล่ะก็ เจิ้นจะตีก้นมันให้แหลก!"
หลี่อวี้ซู่กล่าวอย่างน้อยใจ "เขาทำผิดอยู่เป็นประจำ ลูกไม่เห็นว่าพระบิดาจะลงโทษเขาจริงๆ สักที!"
หลี่ซื่อหลงกล่าวอย่างขัดเขิน "ก็ทำโทษนิดๆ หน่อยๆ แต่ถ้าพ่อทำร้ายเขาจริง เจ้าก็ไม่สงสารหรือ?"
"ลูกไม่สงสารเจ้านั่นสักนิด ถูกตีจนตายก็สมควร!" หลี่อวี้ซู่กล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
หลี่ซื่อหลงไม่อยากขัดคอจึงกล่าวว่า "เจ้าคอยดู พ่อจะหาโอกาสครั้งเจ้าโง่นั่นอยู่ในคุกกรมอาญาสักครึ่งเดือน ไม่ให้ทั้งอาหาร ทั้งที่นอน มาดูกันว่าเขาจะกล้าจองห้องอีกหรือไม่!"
หลี่อวี้ซู่ตื่นตกใจ "อย่างน้อยก็ต้องให้ที่นอนกับอาหารบ้างสิ แค่นี้ก็โง่อยู่แล้ว หากอดอาหารมากไปจนโง่กว่าเดิมจะทำอย่างไร?"
"ถ้าเช่นนั้นก็ให้ที่นอน แล้วค่อยส่งอาหารบ้าง เพื่อให้เขารู้จักหลาบจำ!" หลี่ซื่อหลงหาวพลางกล่าว "พอแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปพักผ่อนเถิด!"
"ลูกขอส่งเสด็จ!" หลี่อวี้ซู่ย่อตัวแสดงความเคารพ
หลังจากหลี่ซื่อหลงจากไป หลี่อวี้ซู่ก็กลับไปยังตำหนักเฟิ่งหยาง ส่วนฉินโม่ก็ไปปลุกหลี่เยว่ให้ตื่นขึ้นมา
เขาเหนื่อยแทบแย่ จึงให้หวังจะได้แค่น้ำร้อนสักหน่อย จากนั้นก็มุดขึ้นไปบนเตียงของหลี่เยว่พร้อมกับหลับสนิททันที
หลี่เยว่หัวเราะทั้งน้ำตา "เจ้านี่ อย่างน้อยก็ให้ข้ามีที่นั่งบ้างสิ!"
สี่ห้าวันติดต่อกันที่ฉินโม่พักอยู่ในวัง เขาต้องตื่นเช้ามืดทุกวันเพราะมีเว่ยจงมาปลุกให้ตื่น อาหารเช้าก็ทานที่ตำหนักต้าหาน
หลี่หยวนเดี๋ยวนี้เล่นไพ่นกกระจอกได้คล่อง ถึงขนาดใช้กลยุทธ์แพรวพราวยิ่งกว่าคนที่เล่นมาเป็นเวลาหลายปี
โชคดีที่ฉินโม่มีเงินมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ทนเสียเงินทุกวันเช่นนี้
กงซุนฮองเฮากับหลี่ซื่อหลงก็มักมาเล่นไพ่นกกระจอกกับหลี่หยวนเป็นระยะๆ แต่ส่วนมากมักจะเป็นหลี่อวี้ซู่และหลี่เยว่
สองคนนี้ชอบเล่นงานฉินโม่เสมอ ทั้งคู่ยังคงทะเลาะกันเป็นประจำ
ฉินโม่รู้สึกเหนื่อยใจ วันๆ ต้องหาเวลามาเล่นไพ่นกกระจอก ตอนกลางคืนก็ต้องหาเวลามาทำระเบิดมือ เขาถึงกับร้องไห้ออกมา!
โชคดีที่ยังมีดินปืนอยู่มาก เหล็กก็ทำได้ง่ายๆ โรงงานในหมู่บ้านตระกูลฉินนั้นมีแต่คนรู้ใจของเขา ความลับทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระเบิดล้วนถูกเก็บซ่อนไว้อย่างดีไม่ต้องกลัวว่าความรู้จะรั่วไหลออกไป แถมสูตรผสมดินปืนก็มีแค่ฉินโม่เท่านั้นที่รู้
ฉินโม่เปิดห้องทำงานในตำหนักอันหนาน เขาเรียกหลี่เยว่มาเป็นผู้ช่วย แล้วก็จัดการทำระเบิดมือไปหลายร้อยลูก
ถือว่าเป็นการทำภารกิจที่หลี่ซื่อหลงมอบหมายให้สำเร็จ
"ครั้งนี้ระเบิดที่เจ้าทำมันใหญ่กว่าเมื่อคราวที่ระเบิดบ้านขุนนางอีกนะ!" หลี่เยว่รู้ดีถึงพลังทำลายของระเบิดพวกนี้ ฉินโม่เคยบอกว่า ยิ่งขนาดใหญ่ พลังยิ่งสูง
"ระเบิดให้สนุกมันต้องแบบนี้แหละ!" ฉินโม่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"เจ้า เจ้าคงไม่คิดจะระเบิดอีกใช่ไหม?" หลี่เยว่ถึงกับตัวสั่น
"คราวก่อนระเบิดไปแล้วแต่ก็ยังไม่สาแก่ใจ นี่ก็ตั้งหลายวันแล้ว พวกเขาไม่แม้แต่จะขอโทษ อีกทั้งยังไม่หาคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษ!" ฉินโม่กล่าวพลางฮึดฮัด "ข้าจะทำให้พวกเขาเห็นข้าก็ต้องกลัวกันหมด!"
"อย่าเลยนะ คราวที่แล้วก็ยังพอมีเหตุผล แต่ครั้งนี้มันไม่ค่อยเหมาะสม!"
"ข้าระเบิดคนไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล!" ฉินโม่กล่าว "ถ้าเจ้ากลัวก็ไม่ต้องไป!"
"ข้าจะไม่ไปได้หรือ?"
"อย่างไรข้ากับพวกตระกูลนั้นก็ไม่มีวันปรองดองกันได้ มีแต่พวกมันยอมก้มหัวหรือฆ่าตายไปเท่านั้น!" ฉินโม่กล่าวด้วยเสียงหนักแน่น
หลี่เยว่หัวเราะขมๆ "ข้ากลัวว่าเจ้าจะได้รับบาดเจ็บ"
"ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เป็นไรแน่นอน!" ฉินโม่กล่าว "ข้าจะไปหาพระบิดา เจ้าจะไปด้วยไหม? ระเบิดพวกนี้เราทำด้วยกัน ให้พระบิดาให้รางวัลเจ้าเสียบ้าง"
"ข้าก็แค่ช่วยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น!"
"ไม่เป็นไร ถ้าข้าได้รางวัลมากไป พ่อเจ้าก็จะมาให้ตำแหน่งข้าเพิ่มอีก ข้าเบื่อจนแย่ แถมพรุ่งนี้เจ้าจะสมรส ข้าจะให้เป็นของขวัญแสดงความยินดี!" ฉินโม่กล่าว
"อืม ถ้าอย่างนั้นก็ได้!" หลี่เยว่กล่าว
ทันใดนั้นเสียงของเว่ยจงดังขึ้น "ราชบุตรเขย ไท่ซ่างหวงคิดถึงท่าน ท่านอยู่ที่ไหนหรือ?"
ฉินโม่ถึงกับตกใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนี้ เล่นไพ่นกกระจอกนั้นดีอยู่ แต่ให้เล่นทุกวันแบบนี้ไม่ไหวแล้ว
แต่ถึงอย่างไร ไพ่นกกระจอกก็เป็นที่นิยมในวังหลวง บรรดาสนมนางกำนัลที่อยู่กันอย่างเงียบเหงา ตอนนี้ก็ไม่ว่างมาชิงดีชิงเด่น แต่หันมาเล่นไพ่นกกระจอกกันทุกวันแทน
"ท่านเว่ย วันนี้ข้าเล่นไม่ได้หรอก ภารกิจที่พระบิดามอบให้ค่าทำสำเร็จแล้ว วันนี้ข้าจะกลับบ้าน ให้หลี่เยว่ไปเล่นกับท่านปู่แทน ข้าขอเวลาพักสักสองสามวันเถิด หากท่านปู่ไม่ยอมท่านก็รายงานว่าข้าจะไปคิดค้นสูตรทำขนมเค้กขึ้นมาใหม่!"
"ราชบุตรเขย คงไม่ไหวหรอก ไท่ซ่างหวงติดใจเล่นไพ่นกกระจอกกับท่านแล้ว!" เว่ยจงยิ้มขมๆ "ท่านช่วยอยู่เล่นอีกสักครึ่งวันไม่ได้หรือ?"
"เฮ้อ แบบนี้ก็ไม่ไหวแล้วนะ มีที่ไหนที่คนแก่ตื่นมาก็เล่นไพ่นกกระจอกทุกวัน!" ฉินโม่ถึงกับหงุดหงิด "ข้าต้องหาเรื่องให้ท่านปู่ทำบ้างแล้ว!"
ในที่สุด ฉินโม่ก็ไปที่ตำหนักต้าหาน แต่คราวนี้เขาไม่ได้ไปเล่นไพ่นกกระจอก แต่ไปอบรมไท่ซ่างหวง "ท่านรู้ไหมว่าการพนันหนักๆ นั้นทำลายสุขภาพ ในขณะที่พนันเล็กน้อยนั้นผ่อนคลาย ท่านอายุมากแล้ว จะให้ข้าห่วงใยท่านไม่รู้จบหรือ ถ้าท่านยังจะนั่งอยู่โต๊ะไพ่นกกระจอกทุกวัน ข้าจะไม่เอาของอร่อยมาฝากท่านอีกเลย!"
หลี่หยวนกลับไม่โกรธ ทุกวันนี้เขากับฉินโม่สนิทกันถึงขั้นตัวติดกัน เจ้าหนุ่มคนนี้แม้จะดูซื่อไปบ้าง แต่คำพูดของเขากลับมีหลักการลึกซึ้งอยู่เสมอ
…………