- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 205 - อย่าหาว่าไม่เตือนแล้ว!
205 - อย่าหาว่าไม่เตือนแล้ว!
205 - อย่าหาว่าไม่เตือนแล้ว!
205 - อย่าหาว่าไม่เตือนแล้ว!
ทุกคนต่างหันมามองหน้ากัน
กงซุนอู๋จี้ขมวดคิ้วอย่างลึกซึ้ง!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ก่อนหน้านี้ หลี่อวี้ซูเคยร้องไห้ขอให้ตนหาทางยกเลิกการสมรสกับฉินโม่
แต่ตอนนี้หลี่อวี้ซูคือผู้ที่ยืนหยัดแน่วแน่ที่สุด
ตราบใดที่หลี่อวี้ซูไม่ยินยอม แม้แต่ฝ่าบาทก็ไม่อาจทำอะไรได้
หลี่ซื่อหลงรู้สึกพอใจอย่างมาก ไม่เสียทีที่เป็นบุตรีของเขา
เรื่องระหว่างหลี่อวี้ซูกับฉินโม่ หลี่ซื่อหลงรู้ดีว่าพวกเขาต่างเกลียดฉันกันและกัน แต่ไม่คิดว่าในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดหลี่อวี้ซูจะเข้าใจสถานการณ์ได้ดีถึงเพียงนี้
"พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่? สิ่งที่จิ่นหยางกล่าว ก็คือสิ่งที่ข้าต้องการจะกล่าว การที่บอกว่าราชวงศ์ไม่มีเรื่องส่วนตัวนั้นก็ถูกต้อง แต่การที่ข้าจะยกบุตรตรีให้แต่งกับใครก็เรื่องของข้า พวกเจ้าไม่เกี่ยว!"
หลี่ซื่อหลงกล่าวเสียงเย็นชา "ทุกคนออกไปได้ หากยังมีใครกล้ากล่าวอีก ข้าจะไม่ปรานี!"
ไต้เว่ยมองไปยังคนอื่นๆ ก่อนจะกัดฟันกล่าวว่า "ฝ่าบาท ฉินโม่สามารถเป็นราชบุตรเขยได้ แต่ไม่อาจเป็นสามีขององค์หญิงใหญ่แห่งต้าเฉียน!"
เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากถอยไปทางเลือกที่สอง
ราชบุตรเขยธรรมดากับสามีขององค์หญิงใหญ่นั้นแตกต่างกันมาก
"ใต้เท้าไต้พูดถูก โปรดฝ่าบาทพิจารณาอีกครั้ง!"
ทุกคนก้มกราบพร้อมกัน
หลี่ซื่อหลงโกรธจัด พระองค์ลุกขึ้นด้วยความเดือดดาล "ออกไปให้หมด ข้าขอเตือนพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย นี่คือความประสงค์ของจิ่นหยาง และฉินโม่คือบุตรเขยที่ข้าเลือก พวกเจ้าคิดว่าข้านั่งบนบัลลังก์มังกรนี้มานานจนยกดาบไม่ขึ้นแล้วหรือ?"
คำกล่าวที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟันนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกเย็นยะเยือกในใจ
หลายคนเริ่มรู้สึกท้อแท้และอยากถอยกลับไป แต่เหลียงเจิ้งกลับยืนหลังตรง "ฝ่าบาทต้องการเป็นฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยมเช่นนั้นหรือ? ขุนนางที่ดีคือผู้ที่กล้าตักเตือนฝ่าบาท หรือฝ่าบาทต้องการขุนนางสพรเท่านั้น
หากฝ่าบาทต้องการเป็นฮ่องเต้ที่โหดร้าย เช่นนั้นกระหม่อมขอลาออก ในเมื่อราชสำนักนี้ไม่ต้อนรับความเห็นที่แตกต่าง กระหม่อมก็จะปิดปากตนเอง และจะรับประกันได้ว่าฝ่าบาทจะได้ยินแต่สิ่งที่พระองค์อยากฟังเท่านั้น"
ไต้เว่ยกัดฟันและกล่าวตาม "ต้าเฉียนในวันนี้เป็นผลจากพระบารมีของฝ่าบาท กระหม่อมไม่อยากเห็นพระบารมีของฝ่าบาทถูกทำลายโดยคนโง่ กระหม่อมไม่อยากถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นขุนนางชั่ว และไม่อยากให้ฝ่าบาทถูกบันทึกว่าเป็นฮ่องเต้ที่ขาดคุณธรรม"
คนอื่นๆ ก็กล่าวพร้อมกัน "โปรดฝ่าบาทพิจารณาอีกครั้ง!"
โหวเกิงเหนียนที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนก็กล่าวสนับสนุนอย่างลับๆ ด้วยความรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง
ฉินโม่ทำให้บุตรชายของเขากลายเป็นคนพิการ และยังใกล้ชิดกับตระกูลไฉ่ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นการขัดขวางเขา
เขาสาบานว่าจะทำลายตระกูลฉินให้ย่อยยับ
สิ่งที่หลี่ซื่อหลงใส่ใจมากที่สุดคือชื่อเสียงในฐานะฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ แต่พระองค์ก็เกลียดชังที่คนเหล่านี้จับจุดอ่อนของพระองค์ได้
เหลียงเจิ้งเป็นปัญญาชนที่มีชื่อเสียงในราชสำนัก มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วแผ่นดิน หากเขาลาออก ราชสำนักนี้อาจสูญเสียขุนนางครึ่งหนึ่งไป
"พวกเจ้าต้องการบีบข้าใช่หรือไม่?"
หลี่ซื่อหลงอยากจะฆ่าคน แต่ทำไม่ได้ พระองค์สามารถฟันดาบลงได้ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ตอนนี้
"เฉิน(คำเรียกตัวเองของขุนนาง)ไม่กล้าพ่ะย่ะค่ะ!"
ทุกคนก้มกราบอีกครั้ง
"ให้ฉินโม่มีช่วงเวลาสำหรับการสังเกต หากเขาไม่เหมาะสมในช่วงเวลานี้ เรื่องการแต่งงานก็ยังไม่สายที่จะคุยกันใหม่!"
"ฝ่าบาท..."
"หากไม่หุบปากข้าจะให้ทหารลากออกไป!"
หลี่ซื่อหลงโกรธจนแทบระเบิด "พวกเจ้าต้องการให้ข้ากลับคำพูดหรือ? คนทั้งแผ่นดินจะมองข้าอย่างไร? อย่าได้บังอาจขนาดนั้น แม้แต่รัชทายาทองค์เก่าข้าก็ยังฆ่ามาแล้ว นับประสาอะไรกับพวกเจ้า!"
ทุกคนรู้สึกหนาวเยือกในใจ พวกเขารู้ดีว่านี่คือขีดจำกัดของหลี่ซื่อหลงแล้ว
หากยังฝืนต่อไปจริงๆ อาจมีคนต้องตาย
และถึงแม้จะมีการสังเกตพฤติกรรมของฉินโม่ในช่วงเวลาแห่งการเฝ้าดูนี้ หากเขาไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาก็มีวิธีจัดการแน่นอน
การต่อสู้ครั้งนี้ แม้ว่าพวกเขาจะแพ้ไปเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ยังชนะครึ่งก้าว
ด้วยนิสัยดื้อรั้นของฉินโม่ คงไม่มีทางที่เขาจะเปลี่ยนได้
กงซุนอู๋จี้ก็หัวเราะเยาะในใจ วันนี้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลของเหตุการณ์ที่ผ่านมา ความแค้นระหว่างครอบครัวเขากับฉินโม่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเกลียดชังธรรมดาอีกต่อไป
เขาต้องการครอบครองทุกสิ่ง ทั้งธุรกิจหม้อไฟ ธุรกิจถ่านหิน และการทำเรือนกระจกผักทั้งหมด
คอยดูเถอะ วันที่ดีของฉินโม่ใกล้จบลงแล้ว
"ฝ่าบาททรงพระปรีชา!" ทุกคนกล่าวพร้อมกัน
สายตาของหลี่ซื่อหลงเย็นชา "ไต้เว่ย เจ้าได้รับบาดเจ็บ พักผ่อนอยู่ที่บ้านก่อน เมื่อไรที่เจ้าหายดี ข้าจะเรียกเจ้ากลับมาเอง!"
ไต้เว่ยนิ่งไปชั่วขณะ "ฝ่าบาท บาดแผลเล็กน้อยของบ่าวไม่เป็นอุปสรรคใดๆ พ่ะย่ะค่ะ!"
"พักผ่อนให้ดีเถอะ!"
หลี่ซื่อหลงกล่าวอย่างเย็นชา ก่อนจะสะบัดชายเสื้อแล้วจากไป
เกาซื่อเหลียนก็เหลือบตามองพวกขุนนางด้วยความเย็นชา พวกเขาเหล่านี้ไม่รู้จักพอ ต้องการจะเล่นงานเด็กคนหนึ่งไปทำไมกัน?
คอยดูเถอะ วันหนึ่งข้าจะหาทางกำจัดพวกเจ้าให้หมด!
ใบหน้าของไต้เว่ยเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ การพักฟื้นครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะต้องพักยาวนานแค่ไหนกว่าจะได้กลับเข้าราชสำนักอีกครั้ง
ดูเหมือนครั้งนี้เขาทำให้ฝ่าบาทโกรธอย่างแท้จริง
ในใจเขาเริ่มรู้สึกเสียใจอย่างลับๆ ทำไมเขาต้องออกหน้าเป็นผู้นำในครั้งนี้ด้วย? แม้ว่าจะได้ชัยชนะเพียงชั่วคราว แต่สุดท้ายเขาไม่เพียงยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฮ่องเต้ แต่ยังกระตุกหนวดของเหล่าขุนนางฝ่ายทหารอีกด้วย
"ท่านทั้งหลาย ในช่วงเวลาที่ข้าพักฟื้นนี้ การว่าราชการในราชสำนักต้องฝากท่านทุกคนแล้ว!" ไต้เว่ยคำนับด้วยความเคารพ
"ใต้เท้าไต้ไม่ต้องกังวล พักฟื้นให้ดีเถอะ!"
ทุกคนต่างตอบรับกันเต็มปาก ทำให้ไต้เว่ยรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
ในขณะเดียวกัน หลี่ซื่อหลงที่โกรธจัดก็มุ่งหน้าไปยังตำหนักหลี่เจิ้ง กงซุนฮองเฮาแม้จะโกรธเช่นกัน แต่ก็ต้องปลอบใจหลี่ซื่อหลงก่อน เมื่อหลี่ซื่อหลงสงบลงแล้ว นางจึงกล่าวว่า "พวกเขาช่างหยิ่งยโสนัก ตั้งแต่เมื่อใดที่การอภิเษกของราชวงศ์กลายเป็นเรื่องที่พวกเขาสามารถวิจารณ์ได้?
ฉินโม่เด็กคนนี้ได้รับความไม่เป็นธรรมมากเหลือเกิน ฝ่าบาท ท่านต้องชดเชยให้เขาในอนาคต!"
หลี่ซื่อหลงเองก็ยังไม่พอใจ "ไม่ต้องห่วง บุตรเขยของข้า ข้าจะไม่มีวันทำให้เขาขาดตกบกพร่องได้ เหนียนหนู ข้ารู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก กงซุนอู๋จี้เติบโตขึ้นมาได้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะเป็นพี่ชายของเจ้าเท่านั้น เขาเข้าใจว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถจริงหรือ? หลายปีที่ผ่านมาข้าถึงกับมอบตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีฝั่งขวาให้แต่เขาก็ยังไม่พอใจหรือ? แม้ว่าข้าจะยอมถอยและยกเลิกการหมั้นระหว่างจิ่นหยางกับฉินโม่ เขาก็ยังเข้าร่วมกับคนเหล่านั้นเพื่อกดดันข้า!"
กงซุนฮองเฮาก็รู้ดีว่าวันนี้พี่ชายของนางได้ทำให้ฮ่องเต้ไม่พอใจถึงขีดสุด มิฉะนั้นฮ่องเต้จะไม่มีวันกล่าวประโยคนี้กับนาง
"ฝ่าบาท ข้าจะหาโอกาสพูดคุยกับพี่ใหญ่เอง" กงซุนฮองเฮากล่าวอย่างจนใจ ด้านหนึ่งคือพี่ชาย ด้านหนึ่งคือบุตรเขย จะเลือกฝ่ายใดก็ยากพอๆ กัน
แต่ในใจนางยังคงเอนเอียงไปทางฉินโม่มากกว่า ท้ายที่สุดฉินโม่ก็คือบุตรเขยของนาง ซึ่งถือว่าเป็นบุตรครึ่งหนึ่ง ส่วนหลายปีให้หลังนี้พี่ใหญ่ของนางเป็นคนเช่นไรนางรู้ดีมากที่สุด
มิหนำซ้ำฉินโม่ยังถือว่าเป็นหลานของกงซุนอู๋จี้อีกด้วย เขาไม่ช่วยหลานชายของตัวเองก็แล้วไป แต่กลับร่วมมือกับคนอื่นซ้ำเติมฉินโม่ มันแสดงให้เห็นว่าในสายตาของเขาไม่มีญาติพี่น้องอีกต่อไปแล้ว
เรื่องของจิ่นหยางไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งที่ฉินโม่ทำ แต่สุดท้ายทุกคนก็ยังลากเรื่องนี้เข้ามาเป็นประเด็นได้ เห็นได้ชัดว่าต้องการบีบบังคับฮ่องเต้จนถึงขีดสุด
"พวกเขาคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ" หลี่ซื่อหลงถอนใจ ทางออกที่ดีที่สุดคือให้ฉินโม่ออกจากที่นี่ ไปให้ไกลจากเมืองหลวง รอจนถึงฤดูร้อนที่เป็นเวลาจัดพิธีอภิเษก ถึงตอนนั้นพวกเขาก็คงไม่สามารถหาเรื่องใดๆ กับฉินโม่ได้อีก
แต่ปัญหาก็คือ ฉินโม่มีธุรกิจมากมาย และแต่ละธุรกิจก็ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ไม่เกินจริงที่จะบอกว่ารายได้เหล่านี้ทำให้หลี่ซื่อหลงมั่นใจที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง!
……………