เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

62 - สาบานเป็นพี่น้อง

62 - สาบานเป็นพี่น้อง

62 - สาบานเป็นพี่น้อง


62 - สาบานเป็นพี่น้อง

“ร้อนจังเลย พี่ชาย ข้างนอกอากาศหนาว แต่ทำไมในบ้านถึงร้อนขนาดนี้?”

“อร่อยจัง ผักนี้สดมาก ไม่ใช่ของที่เก็บไว้แน่นอน!”

“น้ำจิ้มนี่ก็สุดยอด!”

“แล้วก็เหล้าซานเล่อเจียงนี้แม้แต่เหล้าองุ่นจากนอกด่านก็ไม่สามารถเทียบได้!”

ทุกคนถอดเสื้อออกมากินกันอย่างเอร็ดอร่อย เหงื่อท่วมตัวกันถ้วนหน้า พลางร้องออกมาว่าฟินสุดๆ

“พี่ชาย วันหลังพวกข้ามากินข้าวที่นี่ทุกวันได้ไหม?”

เฉิงต้าเป่าเกาศีรษะ “อาหารบ้านเจ้านี่หอมเหลือเกิน พอมองกลับไปที่บ้านของข้าก็รู้สึกว่าอาหารทั้งหมดไม่ต่างอะไรจากอาหารสุกร!”

เฉิงเสี่ยวเป่าที่ปากเต็มไปด้วยอาหารก็พูดเสริมขึ้น “ใช่แล้ว พี่ฉินโม่ ข้ากับพี่ชายยินยอมเป็นลูกน้องเจ้า หลังจากนี้พวกเราจะมากินข้าวที่ร้านเจ้าทุกวัน!”

ฉินโม่หัวเราะออกมา เจ้าโง่เฉิงทั้งสองพี่น้องเป็นคนโง่เขลาอย่างแท้จริง

“อยากเป็นลูกน้องข้าใช่ไหม? ก็ได้! ข้าจะเลี้ยงเหล้าเลี้ยงเนื้อเจ้า แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่งที่เจ้าต้องเตรียมใจไว้!”

“ต้องเตรียมใจอะไรหรือ?” ทุกคนหันมามองฉินโม่พร้อมกัน

“เรื่องดีให้ข้ารับ ส่วนเรื่องแย่พวกเจ้าต้องรับเอา!”

“ไม่ใช่ว่ามีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้านหรือ?” หลี่หยงเมิ่งกระดกเหล้าซานเล่อเจียงแล้วเรอออกมา “พี่ชาย เจ้าเปลี่ยนไป! เมื่อก่อนเจ้าไม่เป็นแบบนี้!”

“เลิกพูดไร้สาระกันเถอะ พวกเจ้ารู้ไหมว่าอาหารโต๊ะนี้ราคาเท่าไหร่?” ฉินโม่ถาม

“เท่าไหร่ล่ะ?” เฉิงเสี่ยวเป่าตอบ “ก็ไม่น่าจะเกินสิบตำลึงใช่ไหม?”

“ไม่กี่สิบตำลึงก็คิดจะกินข้าวที่ไห่ตี้เหลาอย่างนั้นหรือ พวกเจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่?”

ฉินโม่พูดตรงๆ “ที่นี่ผักหนึ่งต้นราคาสองตำลึงเงิน หนึ่งจานอาหารราคาตั้งแต่สิบถึงหนึ่งร้อยตำลึง ส่วนเหล้าซานเล่อเจียงนี้ เป็นสินค้าพิเศษจากไห่ตี้เหลา หนึ่งชั่งของซานเล่อเจียงราคาอยู่ที่ห้าตำลึง ส่วนที่นี่ข้าขายห้าสิบตำลึง พวกเจ้าคนละครึ่งชั่ง คิดเป็นเงินทั้งหมดสี่ร้อยกว่าตำลึงเงิน”

คำนวณคร่าวๆ ก็ต้องหนึ่งพันสองร้อยตำลึงเงิน ข้าจะลดให้เพราะสนิทกัน คิดให้พวกเจ้าหนึ่งพันสองร้อยตำลึงถ้วนก็แล้วกัน!”

ทุกคนตะลึงไปหมด “พี่ชาย นี่เจ้าโหดไปไหม แค่กินข้าวมื้อเดียวก็หนึ่งพันสองร้อยตำลึงเงินแล้ว ทำไมเจ้าไม่ไปปล้นบ้านเราเลย?”

“ใช่ เจ้าไม่เห็นใจพวกเราเลย!”

พวกเขาพูดโวยวายขึ้นมาทันที

“ไม่ใช่อาหารแพงเกินไป แต่พวกเจ้าต่างหากที่จนเกินไป! พวกเจ้ามีโอกาสได้เป็นน้องชายข้า แต่ถ้าพวกเจ้ากินแล้วไม่จ่ายเงินก็ไสหัวไปให้พ้นอย่ามาหาข้าอีก!”

ฉินโม่หัวเราะ “อาหารที่ข้าทำนี้หาที่อื่นไม่มี ที่พวกเจ้าได้กินก็เพราะเป็นน้องชายของข้า อาหารเหล่านี้แม้กระทั่งฝ่าบาทและฮองเฮายังชมไม่หยุด พวกเจ้าคิดเอาแต่ได้เกินไปแล้ว”

พวกเขามองหน้ากันและเกาหัว

เหมือนจะจริงอย่างที่เขาว่า

“ถ้าเรายอมรับเจ้าเป็นพี่ใหญ่ เราก็จะได้มากินเปล่าๆโดยไม่จ่ายเงินทุกวันได้ใช่ไหม?”

“มากสุดก็สามวันได้กินครั้งหนึ่ง มากกว่านั้นไม่มีให้!”

ฉินโม่พูดเสียงเข้ม “มื้อหนึ่งราคาเป็นพันตำลึงเงิน ถ้าให้พวกเจ้ากินสิบมื้อต่อเดือน ก็ต้องใช้เงินกว่าหมื่นตำลึง พวกเจ้ารู้ไหมว่าตัวเองโชคดีขนาดไหน!”

“พี่ชาย เจ้าใจดีจริงๆ!”

เฉิงเสี่ยวเป่าคุกเข่าลงคำนับทันที “พี่ใหญ่โปรดรับการคำนับจากน้องชายคนนี้ด้วย!”

เขากับเฉิงต้าเป่าเคยสู้กับฉินโม่มาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองคนไม่เคยชนะฉินโม่เลยสักครั้ง ในใจจึงแอบยกย่องฉินโม่อยู่ลึกๆ

“แล้วพวกเจ้า?” ฉินโม่หันไปมองเฉิงต้าเป่าและหลี่หยงเมิ่ง

“ให้ข้าคำนับเจ้าก็ไม่ใช่เรื่องยากนะ แต่เวลาที่ไม่มีใครอยู่ เจ้าก็เป็นพี่ข้า แต่เวลามีคนอยู่ ข้าต้องเป็นพี่เจ้า!” เฉิงต้าเป่ามีอายุมากกว่าฉินโม่ หากให้เขาเป็นน้องชายต่อหน้าผู้คนเขารู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง

“ไปตายซะ!”

ฉินโม่ดึงตัวเฉิงต้าเป่าออกไป “เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ พี่ก็คือพี่ ไม่ว่ามีใครอยู่หรือไม่ก็ต้องเป็นพี่ ดูอย่างเสี่ยวเป่าสิ หลังจากนี้เขามาที่นี่จะได้กินเหล้าซานเล่อเจียงเปล่าๆ แต่สำหรับเจ้าลืมไปได้เลย!”

“ขอบคุณพี่ใหญ่!”

เฉิงเสี่ยวเป่าดีใจอย่างมาก เขารีบคำนับขอบคุณฉินโม่ทันที

เหล้าซานเล่อเจียงนี้รสชาติยอดเยี่ยมมาก ถ้าได้กินทุกวันคงเป็นความสุขอย่างยิ่ง

เฉิงต้าเป่าที่ดื่มเหล้ามากไปตอนนี้หน้าแดงก่ำ หัวก็เริ่มมึน เมื่อเห็นฉินโม่ไล่ตัวเองออกจากร้าน เขารีบจับประตูไว้ “พี่ชาย ข้าคำนับเจ้าเป็นพี่ใหญ่แล้ว ได้โปรดอย่าไล่ข้าไป!”

ฉินโม่หัวเราะหึหึ แล้วปล่อยเขาไป ลมเย็นข้างนอกพัดมาเฉิงต้าเป่าที่ถอดเสื้อทนไม่ไหวหนาวจนตัวสั่น เขารีบปิดประตูก้มลงคำนับด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความอับอาย “ข้าฉิงต้าเป่าขอน้อมรับฉินโม่เป็นพี่ใหญ่ มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน!”

หลี่หยงเมิ่งเป็นคนที่จริงใจอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ครอบงำเขาก็รีบคุกเข่าลงและกล่าวว่า “ไม่ขอเกิดวันเดียวกันเดือนเดียวกัน แต่ขอตายวันเดียวกันเดือนเดียวกัน นับแต่นี้ข้าหลี่หยงเมิ่งขอรับฉินโม่เป็นพี่ชาย!”

จากนั้นทุกคนก็หยิบมีดออกมาเตรียมจะกรีดนิ้วเพื่อดื่มเลือดสาบาน

ฉินโม่เป็นคนอนามัย ไม่มีทางที่เขาจะดื่มเลือดของผู้อื่นอย่างแน่นอนดังนั้นเขาจึงรีบห้ามทุกคนไว้

หลังจากดื่มเหล้ากันไปสักพัก พวกเขาทั้งหมดก็หันไปคำนับฉินโม่พร้อมกัน “พี่ใหญ่!”

“น้องสอง น้องสาม น้องสี่!”

หลี่หยงเมิ่งเป็นหลานชายของฮ่องเต้จึงเป็นน้องสอง เฉิงต้าเป่าเป็นน้องสาม ส่วนเฉิงเสี่ยวเป่าเป็นน้องสี่

เหตุผลที่ฉินโม่รับพวกเขาเข้ากลุ่มก็เพราะเขามีแผนของตัวเอง

คนเก่งก็ต้องการพวกพ้อง เขาไม่ได้มุ่งหวังจะเข้าสู่ราชสำนัก แต่ไหนเลยจะพาตัวออกห่างจากราชสำนักได้ ดังนั้นเขาต้องมีพี่น้องที่แข็งแกร่งคอยช่วยเหลืออยู่ภายในราชสำนักด้วย

ผักและเหล้าสำหรับเขาแล้ว ต้นทุนต่ำมาก แค่ใช้ของเหล่านี้ก็ดึงบุตรชายขุนนางผู้ทรงอำนาจมาเป็นพวกได้ ฉินโม่รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

“เอาล่ะ ดื่มกันต่อ!”

หลังจากดื่มไปครึ่งชั่วยาม สามคนก็เมาหลับไปหมด

ฉินโม่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว และเรียกหยางหลิวเกินมา “ไปแจ้งที่จวนเอ้อกว๋อกงและจวนเฉิงจวิ้นอ๋องว่า พวกเขาจะนอนที่นี่คืนนี้!”

“ขอรับ คุณชาย!”

ฉินโม่ก็ดื่มเหล้าไปไม่น้อย ตอนนี้จึงมีอาการมึนเมาอย่างมาก เขาสั่งให้คนเตรียมน้ำชาแก้เมา พอดื่มลงไปแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาก

“ยังยุ่งอยู่หรือ?”

“ตอนนี้เพิ่งรับแขกคนที่แปดสิบเอง ยังเหลืออีกยี่สิบคน”

“ทางเจ้าของบ้านเช้าได้ส่งอาหารกับเหล้าไปให้แล้วหรือยัง?”

“ส่งไปแล้ว ที่นั่นยังให้ของตอบแทนกลับมาด้วย!”

“อะไรหรือ?”

“เป็นหยกยู่อี่หนึ่งชิ้น!”

“ฮ่าๆๆ เศรษฐีนีคนนี้ช่างมีเงินเหลือเฟือจริงๆ!”

ฉินโม่หัวเราะออกมา “ข้าจะไปพักก่อน พอรับแขกครบทุกคนแล้วค่อยมาปลุกข้า”

“ขอรับ คุณชาย!”

…………..

จบบทที่ 62 - สาบานเป็นพี่น้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว