เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - วงล้อมหาโชค

บทที่ 7 - วงล้อมหาโชค

บทที่ 7 - วงล้อมหาโชค


เข็มบนวงล้อเริ่มหมุนอีกครั้ง และไม่นานก็ไปหยุดนิ่งอยู่ที่ช่องหนึ่ง [...ยินดีด้วย! โฮสต์ได้รับ ยันต์พลังเทวะ x 3!]

ยันต์พลังเทวะ?

เมื่อกี๊ได้ยันต์ความเร็วเทวะไป รอบนี้เป็นยันต์พลังเทวะงั้นเหรอ?

คุณสมบัติของยันต์พลังเทวะนี้ก็คล้าย ๆ กับยันต์ความเร็วเทวะนั่นแหละ มันสามารถเพิ่มพละกำลังของผู้ใช้ได้สิบเท่า

ลองคิดดูสิ... พลังเดิมของเขามีแค่ 5 หน่วย ถ้าเพิ่มขึ้นสิบเท่า... นี่มันหมายความว่าเขาสามารถอัดพวกนักยูโดสายดำร่วงได้เลยไม่ใช่เหรอ?

พอคิดได้แบบนี้ หลี่หย่งเฉวียนก็รู้สึกดี๊ด๊าขึ้นมาทันที

สิทธิ์ในการหมุนครั้งสุดท้าย!

[...ยินดีด้วย! โฮสต์ได้รับ... แพ็คเกจของขวัญลึกลับ!]

[หมายเหตุ: แพ็คเกจของขวัญลึกลับ จะสามารถปลดล็อกได้ก็ต่อเมื่อโฮสต์ทำภารกิจแรกสำเร็จแล้วเท่านั้น]

โธ่เว้ย!

หลี่หย่งเฉวียนแทบอยากจะสบถออกมา นี่มันต้องรอให้ทำภารกิจแรกสำเร็จก่อนงั้นเหรอ? นี่มันหมายความว่า... เขาต้องรอไปอีกเป็นเดือนเลยน่ะสิ?

ก็ภารกิจแรกนั่นมันให้เวลาเขาหนึ่งเดือนในการทำให้เหล่าซือยอมรับนี่นา ถ้าทำภารกิจสำเร็จจริง ๆ ก็คงต้องรอกันเหงือกแห้งเลย

หลี่หย่งเฉวียนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อเขา

“หลี่หย่งเฉวียน หลี่หย่งเฉวียน... นายเป็นอะไรไปน่ะ?”

หลี่หย่งเฉวียนสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อดึงสติกลับมาได้ก็พบว่าเป็นหลี่หลิงหรูที่กำลังเรียกเขาอยู่

“อ้าว... หัวหน้าห้องนี่เอง มีธุระอะไรกับผมเหรอ?” เขาถามกลับไปอย่างสงสัย

“ตอนนี้นายไปสร้างศัตรูกับเฉินเฟิงเข้าแล้วนะ ฉันคิดว่านายก็น่าจะรู้เรื่องที่บ้านของเฉินเฟิงอยู่บ้าง... นายคิดว่าจะทำยังไงต่อไปเหรอ?” หลี่หลิงหรูถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

เฮ้!

ไม่ยักกะรู้แฮะว่าหลี่หลิงหรูจะเป็นห่วงเขาด้วย?

หลี่หย่งเฉวียนยิ้มออกมาบาง ๆ “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า! ไอ้เฉินเฟิงน่ะ... มันทำอะไรผมไม่ได้หรอก!”

หลี่หลิงหรูได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับกรอกตาไปมา เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของเขาสักนิด

“หรือว่า... ฉันจะลองไปคุยกับเหล่าซือดู ให้เหล่าซือช่วย...”

หลี่หลิงหรูกำลังจะเสนอทางออก แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยคดี หลี่หย่งเฉวียนก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

“ขอบคุณนะหัวหน้าห้อง แต่ไม่ต้องหรอก” เขาปฏิเสธทันที... จะให้เขาไปขอความช่วยเหลือจากเหล่าซืองั้นเหรอ? ถ้าเหล่าซือยอมช่วยเขาสิแปลก!

เหล่าซือยังภาวนาให้ไอ้ตัวถ่วงอย่างเขารีบ ๆ ลาออกไปด้วยซ้ำ! แล้วจะมาช่วยเขาเนี่ยนะ?

อีกอย่าง ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกลัวเฉินเฟิงอีกต่อไปแล้ว เขามียันต์พลังเทวะกับยันต์ความเร็วเทวะอยู่ในมือ ต่อให้เฉินเฟิงไปจ้างพวกนักเลงหัวไม้มายำเขา เขาก็ไม่กลัว!

พละกำลังกับความเร็วเพิ่มขึ้นสิบเท่า... นี่มันระดับไหนกัน? ต่อให้หนึ่งร้อยรุมหนึ่ง เขาก็ยังไหว!

เว้นเสียแต่ว่า... เฉินเฟิงจะไปจ้างคนมาเป็นร้อยเพื่อรุมกระทืบเขา ซึ่งนั่นมันก็ดูจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

เพราะในเมืองนี้ เขามีกฎหมายห้ามรวมกลุ่มกันอย่างผิดกฎหมายอยู่ ถ้าคนเยอะเกินไป ก็จะถูกจับกุมดำเนินคดีได้

เมื่อเห็นว่าหลี่หย่งเฉวียนทำท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร หลี่หลิงหรูก็เลยไม่ได้พูดอะไรต่ออีก

หลังเลิกเรียน หลี่หย่งเฉวียนตั้งใจจะกลับบ้าน แต่ก็ดันมีชายฉกรรจ์สองสามคนมาดักทางเขาไว้

แค่ดูจากรูปร่างหน้าตาก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เด็กนักเรียนในโรงเรียนนี้แน่ ๆ น่าจะเป็นพวกนักเลงวัยรุ่นที่คุมถิ่นอยู่แถว ๆ นี้

“แกใช่มั้ย ที่ชื่อหลี่หย่งเฉวียน?” หนึ่งในนั้นถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง

หลี่หย่งเฉวียนพยักหน้า “ใช่ครับ มีอะไรเหรอ? พวกคุณมาหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่า?”

“ก็แกนั่นแหละ! กล้าดียังไงถึงไปทำกับเฉินเฟิงให้อับอายขายขี้หน้าขนาดนั้น... ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึไง?” ไอ้คนนั้นพูดเสียงเย็น

หลี่หย่งเฉวียนขมวดคิ้วมุ่นในทันที เขารู้ได้ทันทีว่าไอ้พวกนี้ต้องเป็นคนที่เฉินเฟิงจ้างมาหาเรื่องเขาแน่ ๆ

“นี่มันหน้าโรงเรียนนะ พวกคุณคิดจะทำอะไรผมตรงนี้เหรอ?” หลี่หย่งเฉวียนชี้ไปรอบ ๆ บริเวณนี้ยังมีนักเรียนเดินผ่านไปมาอยู่เยอะแยะ ถ้าไอ้พวกนี้กล้าลงมือตรงนี้ พวกมันก็เสียเปรียบเต็ม ๆ

“หึหึ... พวกเราไม่โง่พอที่จะลงมือตรงนี้หรอก” ไอ้หนุ่มคนหนึ่งหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าไหล่ของหลี่หย่งเฉวียนไว้แน่น

“ตามพวกเรามา!”

หลี่หย่งเฉวียนขมวดคิ้วมุ่น เขาปัดมือของไอ้หนุ่มคนนั้นออกทันที

“อย่ามาแตะตัวฉัน!” เขาพูดเสียงเย็น

“โย่ว!”

“หึ่ย.. ไอ้เด็กนี่มันก็มีน้ำโหเหมือนกันนี่หว่า!” ไอ้หนุ่มนักเลงคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก

“แกรู้จักเจ้านี่รึเปล่า?” มันชักมีดพกเล่มเล็กออกมาข่มขู่

“คนเยอะแยะขนาดนี้ คุณกล้าแทงผมเหรอ?” หลี่หย่งเฉวียนถามกลับเสียงเรียบ แต่ในใจก็เริ่มตึงเครียด

“อย่ามัวแต่พล่าม! รีบตามพวกเรามาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น... ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” ไอ้คนนั้นขู่เสียงเหี้ยม

“ก็ได้ ผมไปกับพวกคุณก็ได้” หลี่หย่งเฉวียนแสร้งทำเป็นยอมแพ้... ก็ถ้าเกิดไอ้พวกนี้มันบ้าจี้ขึ้นมาจริง ๆ เอามีดมาแทงเขาให้เจ็บปางตาย แต่ไม่ถึงตาย มันจะทรมานยิ่งกว่า

จากนั้น หลี่หย่งเฉวียนก็ถูกไอ้หนุ่มนักเลงกลุ่มนั้นลากตัวไปยังโรงงานร้างแห่งหนึ่ง

สถานที่แห่งนี้หลี่หย่งเฉวียนก็พอจะรู้จักอยู่บ้าง มันเป็นโรงงานที่ถูกทิ้งร้างมานานแล้ว ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไหร่นัก

พวกนักเลงอันธพาลแถวนี้ หรือแม้กระทั่งเด็กเกเรในโรงเรียน เวลาจะนัดเคลียร์ปัญหากัน ก็มักจะมาใช้สถานที่แห่งนี้แหละ... แค่ปิดประตู ก็ไม่ต้องกลัวว่าคนข้างนอกจะมองเห็นแล้ว

“พาผมมาที่นี่... คิดจะทำอะไรผมงั้นเหรอ?” หลี่หย่งเฉวียนถามกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ในใจก็เตรียมพร้อมที่จะใช้ยันต์ความเร็วเทวะกับยันต์พลังเทวะแล้ว

ถ้าพวกมันกล้าลงมือเมื่อไหร่ เขาก็จะไม่ปรานีเหมือนกัน

แต่ที่เขาสงสัยก็คือ... ไอ้เฉินเฟิงนั่น อย่างน้อยมันก็เป็นถึงกรรมการวิชาภาษาอังกฤษไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงต้องมาคลุกคลีกับไอ้พวกนักเลงแบบนี้ด้วย?

นี่คือสิ่งที่หลี่หย่งเฉวียนไม่เข้าใจเลย... ถ้าเป็นนักเรียนบ๊วยอย่างเขาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันเป็นถึงเด็กเรียนดี ทำไมไม่ตั้งใจเรียน กลับมามั่วสุมกับคนพวกนี้ทำไมกัน?

และในตอนนั้นเอง ร่างที่คุ้นตาร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องด้านในของโรงงาน

นั่นมัน... เฉินเฟิง!

“ไม่นึกเลยนะว่า คนที่เป็นถึงเด็กเรียนดีระดับกรรมการวิชาการ จะมามั่วสุมกับพวกนักเลงอันธพาลข้างถนนแบบนี้?” หลี่หย่งเฉวียนพูดจาเยาะเย้ย แต่เฉินเฟิงกลับทำหน้าไม่สะทกสะท้าน

เขาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ แล้วพูดว่า “หลี่หย่งเฉวียน... แกกล้าดียังไงถึงมาหยามหน้าฉันขนาดนั้น... ว่ามาสิ... บัญชีแค้นครั้งนี้ แกจะชดใช้ยังไง?”

“โอ้? ฉันไปหยามหน้าแกตอนไหน?” หลี่หย่งเฉวียนแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“งั้นฉันขอถามกลับหน่อยสิว่า... ถ้าวันนั้นฉันเป็นฝ่ายแพ้... แกจะให้ฉันทำอะไร?” เขาถามกลับ เฉินเฟิงก็แสยะยิ้มออกมา “ก็คงจะให้แกเต้นเปลื้องผ้าโชว์... หรืออย่างน้อยที่สุด ก็คงจะให้แกลอดหว่างขาฉัน!”

“นั่นมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ” หลี่หย่งเฉวียนหัวเราะเยาะ

“ในเมื่อแกก็คิดจะหยามหน้าฉันเหมือนกัน... แล้วทำไมฉันจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้ล่ะ?”

“แล้วแกรู้รึเปล่าว่าผลที่ตามมาของการที่แกมาล่วงเกินฉันน่ะ... มันคืออะไร!?” เฉินเฟิงจ้องตาเขม็ง

หลี่หย่งเฉวียนกลับทำหน้าไม่ยี่หระ “ไม่รู้สิ”

“เหอะ ๆ... ไม่รู้งั้นเหรอ...” เฉินเฟิงหัวเราะออกมาด้วยความโมโห

“ในเมื่อเป็นแบบนั้น... ฉันก็จะทำให้แกได้ลิ้มรสผลของการที่แกมาล่วงเกินฉันเดี๋ยวนี้แหละ!”

“จัดการมัน! แต่อย่าให้โดนที่หน้าล่ะ เดี๋ยวเวลามันไปฟ้องเหล่าซือจะยุ่งยาก” เฉินเฟิงโบกมือสั่ง ลูกสมุนนักเลงกลุ่มนั้นก็กรูเข้ามาหาหลี่หย่งเฉวียนทันที

“ยันต์ความเร็วเทวะ!”

หลี่หย่งเฉวียนตะโกนในใจ สั่งการให้ระบบใช้ยันต์ความเร็วเทวะที่เก็บไว้ในคลังทันที

ในวินาทีต่อมา ร่างของหลี่หย่งเฉวียนก็หายวับไปจากจุดเดิม...

“หืม?”

“หายไปไหนแล้ววะ?”

“คนล่ะ?”

พวกนักเลงถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก... อยู่ดี ๆ คนทั้งคนมันหายไปได้ยังไง?

“ปู่แกอยู่นี่โว้ย!”

ร่างของหลี่หย่งเฉวียนปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของนักเลงคนหนึ่ง

เขาสั่งใช้ยันต์พลังเทวะในใจทันที... พลังมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาทั่วร่าง

เขาวางมือลงบนไหล่ของนักเลงคนนั้นเบา ๆ... แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดจนร้องลั่น

“โอ๊ย! เจ็บ!”

“ปล่อยโว้ย!”

หลี่หย่งเฉวียนหัวเราะเยาะ “ได้เลย!”

เขาออกแรงเหวี่ยงเพียงเล็กน้อย ร่างของนักเลงคนนั้นก็ลอยละลิ่วปลิวไปไกล... ตกกระแทกพื้นดังอั้ก... นอนแน่นิ่งไปครู่หนึ่งก็ยังลุกไม่ขึ้น

จบบทที่ บทที่ 7 - วงล้อมหาโชค

คัดลอกลิงก์แล้ว