เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 16 : โดนดักกลางทาง

Chapter 16 : โดนดักกลางทาง

Chapter 16 : โดนดักกลางทาง


Chapter 16 : โดนดักกลางทาง

เสียงกรีดร้องที่ดังออกมา ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในตู้รถไฟแตกตื่นทันที

        อากาศที่เคยเย็นสบาย ๆ เริ่มเปลี่ยนแปลงไป มันเริ่มเต็มไปด้วยความร้อนอบอ้าว ผมเหลือบไปมองที่กระจกหน้าต่างรถไฟที่ตอนนี้มีแมลงวันบินเข้ามาอยู่ภายในตู้รถไฟของพวกเราสามสี่ตัว แต่มันก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเป็นแค่แมลงวันที่บินหลงเข้ามา ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันโผล่มาจากไหน ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้รถไฟหยุดจอดอยู่กลางสะพานที่ด้านล่างเป็นเหวลึก

จากแมลงวันสามสี่ตัวค่อย ๆ บินเข้ามา ตอนนี้พวกมันมาจากไหนไม่รู้เป็นฝูง จนผู้คนที่อยู่ภายในตู้รถไฟเริ่มสังเกตเห็น และพยายามจะปิดหน้าต่างรถไฟลง แต่ดูเหมือนจะช้าไปแล้ว ตอนนี้ทั้งตู้รถไฟเต็มไปด้วยแมลงวันที่บินวนไปวนมาเต็มไปหมด ผมเองกับไอรีนที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างรถไฟก็รีบดึงหน้าต่างรถไฟปิดลงมา พร้อมกับโบกมือไปมา ปัดแมลงวันเหล่านั้นไปให้พ้น

“แมลงวันแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว วินระวังตัวด้วย น่าจะเป็นฝีมือของผู้ใช้เวทและภูติแห่งดวงดาว” ลีโอพูดขึ้นมา ตอนนี้ในมือขวาของลีโอมีดาบสีทองอยู่ในมือ มือซ้ายอีกข้างโยนดาบสีทองที่เหมือนกันทุกประการส่งให้ผม ผมรับมันมาถืออย่างรวดเร็ว

“มินจุน นอกจากสามคนที่นายบอก มีคนอื่นรู้เรื่องว่านายถือครองกุญแจจักรราศีอีกไหมเนี่ย” ผมถามมินจุนออกไป เพราะตอนนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าศัตรูเราเป็นใครกันแน่ จากที่มินจุนเคยเล่าถึงลักษณะ และการใช้เวทมนตร์ของสามคนที่ตามล่าตัวเขาอยู่ ไม่น่าจะใช่แบบนี้

“ฉันคิดว่าไม่มีนะ” มินจุนตอบผมกลับมา

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย เสียงร้องเมื่อกี้อีก” ผมพูด

“แมลงวันพวกนี้ ... หรือว่าจะเป็น Musca [มัสกา] พวกนายเคยได้ยินชื่อเสียงของอาชญากรผู้ใช้เวทคนนี้ไหม” ไอรีนพูด ผมรู้สึกคุ้นหูอยู่เหมือนกัน เพราะเหมือนเคยดูข่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้าง เป็นอาชญากรที่ดังพอสมควร ใช้ชื่อแฝงตัวเองเหมือนชื่อภูติแห่งดวงดาว และมีภูติดวงดาวรับใช้ อาชญากรคนนี้ทำงานเป็นกลุ่ม โดยใช้ภูติดวงดาวตัวเองในการทำเรื่องไม่ดี แต่จำได้ว่าหมอนั่นถูกจับเข้าคุกไปแล้วนี่

“เดี๋ยวนะ คุ้น ๆ อยู่ หมอนั่นมีชื่อเสียงแถบยุโรปและอเมริกาเรื่องดักปล้น แต่ก็ถูกจับเข้าคุกของผู้ใช้เวทไปแล้วไม่ใช่หรอ” มินจุนพูด หันไปมองหน้าไอรีน ส่วนผมก็พยักหน้าตามคำพูดของมินจุน เพราะเคยได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกัน มัสกาเป็นชื่อภูติดวงดาวของกลุ่มดาวแมลงวัน ถ้าจำไม่ผิด ผมเคยเปิดหนังสือเวทมนตร์ของพ่อเพื่อศึกษาดูอย่างจริงจังเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน มัสกาเป็นภูติดวงดาวระดับกลางเช่นเดียวกันกับฟินิกซ์ หมายความว่าสามารถกลายร่างเป็นคนได้โดยแชร์พลังกับผู้ใช้เวทเจ้านายของตัวเอง

“พวกนายไม่ได้ตามข่าวเมื่อสามสี่วันที่ผ่านมาละซิ หมอนั่นแหกคุกหนีออกมาได้แล้ว” ไอรีนพูด

อะไรจะขนาดนั้นเนี่ย ... ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ซวยหาพาหนะไปเมืองทางเหนือไม่ได้ไม่พอ ดันมาโดนดักปล้นกลางทางอีก แต่มันมีอะไรที่น่าสงสัยอยู่

“ถ้าเป็นอย่างที่ไอรีนว่า มันก็แปลกอยู่ดี การปล้นของมันแต่ละครั้งไม่ปล้นการเดินทางระดับไฮคลาส ก็ปล้นธนาคารใหญ่ ๆ ทั้งนั้น มันจะเลือกมาปล้นรถไฟแบบนี้ทำไม” ผมพูดออกไป รถไฟที่พวกเราใช้เดินทางเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุด แถมไม่ค่อยมีคนอยากจะเลือกใช้สักเท่าไรด้วย มันไม่คุ้มค่าเลยที่จะเลือกปล้นรถไฟแบบนี้

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่” ไอรีนพูด

 

ขณะที่พวกเรากำลังคุยกันถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แมลงวันที่บินวนไปวนมารอบห้องก็เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่ม มันเริ่มกลายเป็นรูปเป็นร่าง ผู้คนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นวงแตกคนละทิศคนละทางเลยทีเดียว ไม่ช้าแมลงวันเหล่านั้นก็ปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่างของชายร่างท้วมที่มีพุงยื่นออกมาหลายนิ้ว ใบหน้าของเจ้าตัวมีรอยแผลเป็นเต็มไปหมด พร้อมกับดวงตาสีแดงที่ปูดโปนออกมาเหมือนแมลงวันไม่มีผิด ริมฝีปากอ้ากว้างเต็มไปด้วยฟันแหลมคม ร่างนั้นมองตรงมายังกลุ่มของพวกผม บนมือทั้งสองข้างถือโซ่ตรวนขนาดใหญ่ ตรงปลายโซ่มีลูกตุ้มเหล็กแหลมคมติดอยู่

เหมือนในภาพที่ผมเคยเห็นในหนังสือเวทมนตร์ของพ่อที่ชั้นใต้ดิน

ไอรีนพูดไม่ผิด ... นั่นคือภูติดวงดาวระดับกลาง ... มัสกา

ช่างเป็นภูติดวงดาวที่มีลักษณะที่ไม่น่ามองเลยสักนิด ...

“เห เหมือนจะได้ยินว่ามีใครเป็นผู้ถือครองกุญแจจักรราศีนะ” ร่างนั้นพูด พร้อมกับเดินตรงมายังกลุ่มของพวกเรา ดวงตาปูดโปนสีแดงก่ำกวาดตามองพวกเราทีละคน

“ไม่ได้มีแค่คนเดียวด้วย” มัสกาพูดต่อ คงจะเห็นแล้วว่ากลุ่มของพวกเรามีภูติดวงดาวจักรราศีอยู่ถึง 5 คน คือลีโอ ซาจิททาเรียส อควาเรียส และสองฝาแฝดไพส์ซีส

“ไม่เจอกันนานนะมัสกา จะทำอะไรก็คิดดี ๆ เห็นไหมว่ามีภูติดวงดาวจักรราศีอยู่กี่คน” ลีโอพูดออกไป พร้อมเดินนำก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเป็นเชิงขู่ แต่มัสกากลับแสยะยิ้ม ไม่ได้หวาดกลัวคำพูดของลีโอแต่อย่างใด

“มาปล้นคราวนี้เรามีของแถมดี ๆ ด้วยล่ะมิเกล ไม่คิดเลยว่ายิงปืนนัดเดียวจะได้นกหลายตัวแบบนี้” มัสกาพูดออกมากับใครสักคนที่ผมไม่เห็นว่าตรงนั้นจะมีใคร

 

ตู้ม !

ผนังระหว่างตู้รถไฟระเบิดออกมาหลังจากมัสกาพูดจบ พร้อมกับเศษอะไรต่าง ๆ มากมายจากผนังตู้รถไฟที่กระเด็นออกมา ตอนนี้ตู้รถไฟทั้งสองจึงทะลุผ่านถึงกัน ควันจากการระเบิดค่อย ๆ หายไป ปรากฏให้เห็นเป็นร่างของชายคนหนึ่งที่สูงเกือบสองเมตร ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจากการถูกอะไรสักอย่างฟันบนแก้มข้างขวา ดวงตาสีเขียวเข้มจ้องมองตรงมาที่พวกเรา เขาเดินมายืนอยู่ข้างมัสกา พร้อมกับคนอีกเกือบสิบคนที่ผมคิดว่าเป็นลูกน้องของเขา

ชายคนนี้คงเป็นมิเกล ผู้ถือครองกุญแจภูติของมัสกาแน่ ๆ ซึ่งตอนนี้ เราก็ได้เห็นที่มาของเสียงร้องของผู้หญิงเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว เพราะตอนนี้เธอกำลังถูกมิเกลล็อกคออยู่พร้อมกับปลายมีดสั้นที่เหล่านักฆ่าชอบใช้จ่ออยู่ที่ลำคอขาวเนียนของเธอ ปลายคมถูกกดจนเห็นเลือดสีแดงที่ซึมออกมา

“ชะ ... ช่วยฉันด้วย” คนที่ถูกจับตัวอยู่พูด

เด็กสาวคนนั้นที่ถูกมิเกลจับตัวเอาไว้เป็นเด็กผู้หญิงอายุไม่น่าเกิน 15 ปีจากที่ผมประมาณ เส้นผมสีทองยาวสลวยถูกมัดรวบไว้ทางด้านหลัง ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความหวาดกลัว

พวกผมอึ้งทันทีกับภาพที่เห็น เพราะบุคคลที่ถูกจับเป็นตัวประกันไม่มีใครไม่รู้จัก เธอเป็นลูกสาวของเศรษฐีในประเทศหนึ่งที่รวยติดอันดับโลก แถมพ่อของเธอเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจมากอีกด้วย ตอนนี้หายแปลกใจแล้ว ว่าทำไมกลุ่มโจรพวกนี้มันถึงมาดักปล้นการเดินทางด้วยรถไฟที่ดูเหมือนจะไม่คุ้มค่าเลย พวกมันคงต้องการจับเด็กสาวคนนั้นไปต่อรองกับพ่อแม่ของเธอแน่ ๆ

“บังเอิญจริง ๆ ที่มาเจอพวกผู้ถือครองกุญแจจักรราศีที่นี่”

“ถ้าคิดว่าสู้กับภูติดวงดาวระดับสูงพร้อมกันได้ถึงห้าคนก็เข้ามาเลย” ลีโอยังคงพูดโชว์ความมั่นใจของตัวเองต่อ จนผมไม่รู้จะห้ามยังไง รู้อยู่ว่าหมอนั่นมันเก่ง แต่ก็ไม่ควรประมาทคนพวกนี้ เพราะดูเหมือนจะวางแผนการทุกอย่างไว้เป็นดิบดีและไม่มีท่าทีกังวลเลยเมื่อเจอภูติดวงดาวระดับสูงถึงห้าคนพร้อมกัน

“หึ ตอนแรก เป้าหมายของฉันแค่ต้องการนังเด็กนี่ ไม่คิดเลยว่าจะได้ของแถมเป็นกุญแจจักรราศีถึง 4 ดอก” มิเกลพูดมองตรงมาหาพวกเราพร้อมกับรอยยิ้ม

“ภูติระดับกลางอย่างแกจะทำอะไรพวกเราได้” ลีโอพูดแบบท้าทาย ขยับดาบในมือของตัวเองเตรียมพร้อมต่อสู้

“ปากดีนักนะลีโอ ถึงฉันจะไม่มีพลังเวทมนตร์เท่าแก แต่ฉันก็ทำอะไรได้อีกเยอะ” มัสกาพูดออกมาอย่างเดือดดาลที่โดนดูถูก โซ่ที่อยู่ในมือขยับอย่างรวดเร็วพร้อมกับลูกตุ้มเหล็กแหลมคมถูกเหวี่ยงตรงมายังลีโอ

ตู้ม !

พื้นรถไฟยุบลงไปเป็นรูขนาดใหญ่จากแรงกระแทกของลูกตุ้มเหล็ก โชคดีที่พวกเรากระโดดหลบได้อย่างทันท่วงที แต่ผมก็เหลือบไปเห็นอาการแปลก ๆ ของภูติดวงดาวแต่ละคน

“ลีโอ ! เป็นอะไรไป !” ผมร้องถามออกไป

รีบเข้าไปพยุงลีโอเมื่อเห็นเจ้าตัวทำท่าทางแปลก ๆ เหมือนจะล้ม ลีโอตัวแข็งทื่อจนผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าตัวพยายามอ้าปากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้ เมื่อสังเกตดี ๆ มีแมลงวันตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่งบินออกมาจากหูของลีโอ ตอนนี้ร่างของลีโอเป็นอัมพาตอย่างสมบูรณ์ ภูติดวงดาวคนอื่นก็เช่นกัน พวกเขาล้มลงไปกองกับพื้น ผม มินจุนและไอรีนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างงุนงง รีบเข้าไปช่วยลากภูติดวงดาวของตัวเองมายังที่นั่งทันที ส่วนคนอื่นที่อยู่ภายในตู้รถไฟตู้เดียวกับพวกเรา ตอนนี้วิ่งหนีออกไปยังตู้รถไฟอื่นคนละทิศคนละทางเรียบร้อยแล้วด้วยความหวาดกลัว

“คงไม่รู้ซินะ ว่าภูติดวงดาวระดับกลางอย่างฉัน มีแมลงวันที่ส่งผลต่อภูติดวงดาวทุกประเภทเป็นอัมพาตได้นานเกือบสิบห้านาที ถึงแม้มันจะไม่ได้ผลกับมนุษย์ก็เถอะ ทีนี้การจัดการกับผู้ถือครองกุญแจของพวกแกก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป” มัสกาพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจ สถานการณ์ตอนนี้ของพวกเราเปลี่ยนไปทันที เนื่องจากภูติแห่งดวงดาวของพวกเรากลายเป็นอัมพาต ผู้ใช้เวทลูกน้องของมิเกลเริ่มขยับเข้ามาหาเราพร้อมกับมัสกาที่เหวี่ยงโซ่ลูกตุ้มเหล็กของตัวเองใส่พวกเราให้หลบเล่นอย่างไม่ยั้งมือ

ผมว่าแล้วทำไมมัสกาดูไม่แคร์เลยว่ามีภูติดวงดาวระดับสูงถึงห้าคน แถมไม่กลัวด้วยว่าจะสู้ไม่ได้ เป็นเพราะมีไม้ตายแบบนี้นี่เอง พ่อเคยบอกว่าภูติดวงดาวแต่ละคนมีพลังที่เก็บซ่อนเป็นความลับ ซึ่งเป็นทักษะเสริมไม่บอกให้คนอื่นรู้ ตัวอย่างเช่นฟินิกซ์ มีพลังเสริมเป็นน้ำตาแห่งการรักษาเป็นต้น ส่วนของลีโอยังไม่เคยบอกให้ผมรู้เหมือนกัน ว่าทักษะเสริมของเจ้าตัวคืออะไร

“ฝากด้วยล่ะมัสกา งานง่าย ๆ ฉันขอตัวเอานังเด็กนี่ไปก่อน พวกแกก็จัดการฆ่าพวกมันให้หมดทั้งขบวนรถไฟนี้แหละ” มิเกลพูดพร้อมหันไปสั่งลูกน้องตัวเอง พร้อมกับร่างของเจ้าตัวพุ่งออกไปทางด้านนอกของรถไฟพร้อมกับเด็กผู้หญิงที่เจ้าตัวจับไว้

ผมมองเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยความเป็นห่วง ยังไงก็ต้องไปช่วยให้ได้ ...

“เฮ้ย ! เดี๋ยว ! อย่าเพิ่งไป !” ผมร้องตามไล่หลังพร้อมกระโดดหลบลูกตุ้มเหล็กของมัสกา และลูกบอลเวทมนตร์ของลูกน้องมิเกลอย่างคล่องแคล่ว เริ่มเข้าใจแล้วว่าการฝึกของลีโอมันช่วยยังไง

“ไอ้มิน ! ฝากจัดการมัสกาด้วย ฉันจะตามไปช่วยเด็กคนนั้น” ผมร้องบอกกับมินจุนก่อนวิ่งตามมิเกลออกไปทางรอยต่อตู้รถไฟที่ระเบิด ระหว่างที่มัสกาหันไปสนใจกับไอรีนและมินจุนที่กระโดดหลบคนละทิศคนละทาง

“เดี๋ยว ๆ ฉันไม่ถนัดเวทมนตร์โจมตี วิน ! ฉันถนัดแต่เวทมนตร์รักษา ซาจิททาเรียสกับไพส์ซีสทำอะไรไม่ได้แล้ว !” ผมได้ยินเสียงมินจุนตะโกนกลับมาพลางใช้ลูกบอลเวทลมซัดใส่ลูกน้องของมิเกลกระเด็นไปสองสามคน

“วิน ฉันไปด้วย !” ไอรีนร้องตามมา พร้อมกับพุ่งตัวตามผมมาติด ๆ แต่ดูเหมือนจะถูกโซ่ของมัสกาดึงขาไว้ได้ทัน ไอรีนถูกเหวี่ยงแล้วลากกลับไปที่เดิม ผมหันไปมองแวบหนึ่ง พอเห็นว่าไอรีนไม่เป็นอะไรมากก็รีบวิ่งตามไปต่อ รอไอรีนไม่ได้แล้ว เดี๋ยวหมอนั่นจะเอาตัวเด็กหนีไปก่อน

ผมกระโดดขึ้นมาบนด้านบนของตัวรถไฟ มันดูหวาดเสียวยังไงไม่รู้ แถมข้างล่างก็เป็นเหวลึกอีกต่างหาก ทรงตัวก็ลำบาก ร่างของมิเกลกำลังเดินอยู่ด้านบนรถไฟไปยังหน้าผาอีกฝั่งหนึ่ง ที่ผมเห็นมีรถยนต์ AI จอดรออยู่ หมอนี่มันวางแผนไว้อย่างดีตั้งแต่แรก ไม่รอช้า ผมรีบวิ่งสุดชีวิตตะโกนร้องตามไปทันที ยังไงตอนนี้ก็ต้องหาทางถ่วงเวลาไม่ให้หมอนั่นเอาตัวเด็กผู้หญิงไปได้

“เฮ้ย ! หยุด ! แน่จริงก็อย่าหนีซิวะ หรือว่าจริง ๆ แล้ว เป็นแค่ไอ้โจรที่ใช้ภูติแห่งดวงดาวทำงาน ตัวเองทำอะไรไม่ได้สักอย่าง !” ผมร้องตะโกนออกไปสุดเสียง พร้อมกับวิ่งตามซึ่งทิ้งระยะห่างไม่เท่าไรแล้ว

เหมือนจะได้ผล ร่างที่กำลังเดินตรงไปอีกฝั่งหันกลับมามองผมด้วยใบหน้านิ่ง ๆ

“หึ ยังจะกล้าตามมาได้อีกนะ ปากดีเหมือนภูติดวงดาวของตัวเองไม่มีผิด ถ้าอยากตายด้วยฝีมือฉันนัก ฉันก็จะสงเคราะห์ให้”

พูดจบร่างของเด็กผู้หญิงก็ถูกเหวี่ยงออกไปกลางอากาศด้านข้างของตัวเอง ผมมองตามออกไปอย่างตกใจ แต่ร่างของเด็กหญิงไม่ได้ตกลงไปตามแรงโน้มถ่วง เจ้าตัวเหมือนถูกแขวนไว้บนอากาศด้วยเชือกเวทมนตร์ที่มองไม่เห็น ผมเลยโล่งอกขึ้นมาหน่อย

ร่างของมิเกลเดินตรงเข้ามาหาผมพร้อมกับรังสีอำมหิต ดูเหมือนว่าผมจะยั่วโมโห หักเหความสนใจเจ้าตัวได้สำเร็จ มือข้างซ้ายของมิเกลชักมีดสั้นขึ้นมาอีกด้ามจากที่เก็บมีดบริเวณรองเท้าหนังของตัวเอง ปลายคมของมีดเป็นออร่าสีแดงพร้อมกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวมากยิ่งขึ้น

ผมกระชับดาบในมือของตัวเองไว้แน่น นึกถึงทุกอย่างที่ลีโอเคยสอน

เพิ่งจะมารู้สึกตัวว่าตอนนี้กำลังทำอะไรบ้าระห่ำอยู่ ออกมาสู้คนเดียว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์การต่อสู้จริง ๆ จัง ๆ เลยสักครั้ง

แถมคนที่สู้ด้วยเป็นทั้งโจรและนักฆ่าที่มีชื่อเสียงอีกต่างหาก

สายตาผมมองตรงไปข้างหน้า ที่ตอนนี้มิเกลหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ...

ทุกอย่างมันไวจนผมตั้งตัวแทบไม่ทัน ...

ก่อนเลือดสีแดงจะสาดกระเซ็นออกมา ...

จบบทที่ Chapter 16 : โดนดักกลางทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว