เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

PTH37 ตอบรับคำขอ

PTH37 ตอบรับคำขอ

PTH37 ตอบรับคำขอ


ทันทีที่ขายหยกเย็นได้ พลับพลาหยกทองได้นำส่งศิลาวิญญาณที่เหลือหลังจากหัก 1 ใน 10 ส่วนไปแล้วให้กับเว่ยสั่วและหนานกงยู่ฉิง โดยนำมาส่งให้ถึงห้องรับรอง

รายได้ทั้งหมดที่ทั้งสองได้คิดเป็น 800 ศิลาวิญญาณระดับล่าง เงินจำนวนนี้นับว่ามากโข ทางพลับพลาหยกทองจึงจ่ายด้วยศิลาวิญญาณระดับกลาง 80 ก้อนแทน

“ตระหนี่จริงๆ”

เมื่อผู้เยาว์ในอาภรณ์ทองคำนำศิลาวิญญาณมาส่งให้เว่ยสั่วแล้วจากไป มันจึงบ่นกล่าวถึงเว่ยสั่ว

หยกเย็นประมูลได้ราคาดี การบริการของพลับพลาหยกทองก็จัดว่ายอดเยี่ยม มันจึงคิดว่าสมควรแล้วที่จะได้ค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆบ้าง แต่เว่ยสั่วกลับไม่มอบให้… หากมันได้รู้ความเป็นมาของเว่ยสั่ว รู้ว่าเว่ยสั่วเคยมีศิลาวิญญาณติดตัวแค่ไม่กี่ก้อน มันจะเข้าใจว่าเหตุใดเว่ยสั่วถึงตระหนี่

“ข้าฝากเจ้าเอาศิลาวิญญาณพวกนี้ไปให้พี่เย่กับน้องเย่ด้วย” เว่ยสั่วแบ่งศิลาวิญญาณระดับกลางไว้ 20 ก้อนเป็นของตน แล้วยื่นส่วนที่หนานกงยู่ฉิง

“ถึงบางครั้งพี่เย่จะน่ากลัวอยู่บ้าง แต่ก็เป็นคนดี” นางพยักหน้าพลางรับศิลาวิญญาณทั้งหมดไป แล้วกล่าวกับเว่ยสั่วด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เรากลับกันเถอะ”

“จะกลับแล้วเหรอ?” เว่ยสั่วกล่าวถาม “ไม่อยู่ดูต่ออีกหน่อยเหรอ?”

“ข้าไม่อยากเห็นหน้าหลี่หงหลิน” นางขดปากพลางกล่าว “ถ้ารอจนงานประมูลจบ เดี๋ยวมันก็จะเดินมาหาพวกเรา”

“เอางั้นก็ได้” เว่ยสั่วเห็นด้วยกับนาง ตอนนี้เขาได้ของที่ต้องการมาหมดแล้ว ซ้ำยังได้กระเป๋าเก็บสมบัติ หากยังรั้งอยู่ต่อกระทั่งพบของดีที่ถูกใจ เขาอาจเอากระเป๋าเก็บสมบัติไปแลกเป็นสิ่งเหล่านั้นมา ดังนั้นตอนนี้เขาสมควรกลับไปสร้างยันต์ด้วยพู่กันด้ามใหม่ แล้วหาศิลาวิญญาณเข้ากระเป๋าตัวเอง

“ของประมูลชิ้นต่อไป คือสร้อยสื่อสารสี่เส้น สามาาถติดต่อสื่อสารกันได้ในระยะทาง 300 ลี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 300 ศิลาวิญญาณระดับล่าง”

ในขณะที่นางกำลังจะเดินออกจากห้องรับรองพิเศษ เสียงประกาศของผู้ดูแลพลับพลาหยกทองก็ดังขึ้น นางชงักฝีเท้าราวกับสนใจของประมูล

เว่ยสั่วสังเกตุเห็นสีหน้านางจึงเดินไปก้มมองของประมูล และสังเหตุเห็นสีหน้าแววตาของหลี่หงหลิน ที่กำลังมองเขาราวกับเยาะเย้ยถากถาง ราวกับมันเป็นผู้ชนะใจหนานกงยู่ฉิง

“เป็นอะไรไป? เจ้าอยากได้เหรอ?”

เว่ยสั่วจ้องมองสร้อยทั้งสี่เส้นเบื้องล่าง ภายในแคว้นสวรรค์ลึกล้ำ วิธีสื่อสารมีด้วยกันสองวิธี หนึ่งคือใช้อสูรสื่อสารที่ฝึกฝนมา อย่างอสูรจำพวกวิหค ด้วงศิลา และกระเรียนวิญญาณ ในการนำส่งข้อมูลไปยังสถานที่หนึ่ง อีกวิธีคือการใช้สมบัติ เช่นกระดาษที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เมื่อเขียนข้อความเสร็จสิ้น กระดาษแผ่นนั้นจะลอยไปยังเป้าหมายที่อยู่ในระยะ 500 ลี้

สมบัติสื่อสารอีกชิ้นคือสร้อยสื่อสารที่ปรากฏในงานประมูลครั้งนี้ หากเทียบกันแล้ว มันไม่ได้ดีกว่าดีวิธีการทั้งหมดที่กล่าวมา เพียงแต่มันใช้งานง่าย แค่กระตุ้นปราณเสียงก็จะส่งไปยังสร้อยเส้นที่เป็นหมายทันที นอกจากนี้มันยังถูกออกแบบมาให้คล้ายเครื่องประดับที่งดงาม

สร้อยสื่อสารลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในหมู่สหาย ใช้เพื่อส่งสัญญาหรือข้อความสั้นๆ ไม่อาจส่งผ่านข้อความจำนวนมากได้ เว่ยสั่วรู้ว่ามีวิธีส่งข้อมูลที่ดีกว่านี้ที่นิยมใช้ในนิกายหรือขุมกำลังใหญ่ แต่วิธีการเหล่านั้นกลับมีราคาที่แพง ดังนั้นหากให้เว่ยสั่วเลือก เขาคงเลือกสร้อยสื่อสารที่ราคาถูกกว่า

ผู้เข้าร่วมงานประมูลรู้ว่าสร้อยสื่อสารคือสิ่งใด รู้ว่ามันไม่ได้อรรถประโยชน์ในด้านการสื่อสารมากขนาดนั้น จึงมีคนประชันราคาเพียงเล็กน้อย ราคาจึงเพิ่มขึ้นเพียง 330 ศิลาวิญญาณระดับล่าง

“เจ้าอยากได้จริงๆเหรอ?” เว่ยสั่วประหลาดใจ เพราะในขณะที่เว่ยสั่วกำลังขบคิด หนานกงยู่ฉิงก็ประชันราคา

“350 ศิลาวิญญาณระดับล่าง”

การกระทำของนางทำให้ผู้คนประหลาดใจ ยามนี้ไม่มีผู้ใดสนใจจะประชันราคาต่อ แต่นางกลับเลือกที่จะประชันราคา

ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อไม่มีผู้ใดประชันราคากับนาง สร้อยสื่อสารทั้ง 4 เส้นจึงถูกนำไปส่งยังห้องรับรองของนาง

“เดี๋ยว! ทำไมเจ้าให้สร้อยข้า 3 เส้น?” เว่ยสั่วตกใจ เพราะนางหยิบสร้อยไปเพียง 1 ที่เหลือยกให้เว่ยสั่ว

“รู้หรือเปล่าว่าทำไมข้าถึงซื้อสร้อยพวกนี้? ก็เพราะข้าอยากให้เจ้าตอบรับคำขอของข้า” นางยิ้มพลางกล่าว

“คำขออะไร?”

สีหน้านางแปรเปลี่ยนขุ่นเคือง “เจ้าสัญญากับข้าแล้วว่าหากข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย เจ้าจะไม่ปฏิเสธ เจ้าจะทุ่มสุดกำลังเพื่อช่วยข้า… เพราะฉะนั้น ถ้าข้าไม่ให้สร้อยพวกนั้นกับเจ้า ข้าติดต่อเจ้าได้ยังไง?”

เว่ยสั่วกล่าวไม่ออก

“เอาเถอะ ข้ายามใดที่ข้าเตรียมตัวพร้อม ข้าส่งข้อความผ่านสร้อยหยกไป เมื่อถึงยามนั้นให้เจ้ามาพบข้าที่ป้ายประกาศที่ใหญ่ที่สุดในทางเหนือของเมือง หากข้ามีเรื่องเร่งด่วน ข้าจะหาทางส่งข้อมูลให้เจ้าก่อน” นางจ้องมองเว่ยสั่วพลางกล่าวต่อ “เจ้ามีสร้อยสื่อสาร 3 เส้น ห้ามอ้างบอกว่าไม่ได้ยินข้อความข้า”

“ข้าไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า...” เว่ยสั่วยิ้มเจื่อน “ยังไงก็เถอะ วันนี้ข้าได้พู่กันวาดยันต์ทองคำ ได้กระเป๋าเก็บสมบัติ แค่นี้ข้าก็รู้สึกดีแล้ว”

“อืม... งั้นเรากลับกันเถอะ” นางยิ้มอย่างงดงาม ก่อนจะเดินออกไปนอกห้องรับรองพร้อมเว่ยสั่ว

เมื่อออกมานอกจาก ทั้งสองกล่าวลาแล้วแยกย้ายกันไปคนละทาง

เว่ยสั่วอยากจะกอดลานางเหมือนกับตอนที่จากลาเย่เสี่ยวเจิ้งและเย่กู่เว่ย แต่เว่ยสั่วรู้ว่านางรู้ทันเจตนาที่ชั่วร้ายของเขา เขาจึงไม่กล้าขอกอดนาง

แม้จะเรียกนางว่าน้องหนานกงยู่ฉิงในคราวที่อยู่ในงานประมูล แต่เว่ยสั่วรู้สึกอยู่เสมอว่านางเป็นเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง นางมีระดับพลังสูงกว่า มีประสบการณ์ที่มากกว่า นางจึงเหมือนพี่สาวของเขาจริงๆ

แต่ถึงจะบอกว่ารู้สึกเหมือนพี่สาว แต่ด้วยความที่เว่ยสั่วไม่เคยมีพี่สาว บิดามารดาจากไปตั้งแต่ยังเด็ก จึงทำให้เขาไม่เข้าใจคำว่าพี่สาวและความสัมพันธ์ในครอบครัว

“คิดหวังให้ข้าช่วย แต่ตัวข้าที่ระดับพลังเพียงแค่นี้ ยังเทียบหลี่หงหลินไม่ได้ด้วยซ้ำ”

เว่ยสั่วลูบสัมผัสสร้อยสื่อสารที่สวมอยู่ ใบหน้าเหม่อลอยครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับบ้านของตนไปเพื่อสร้าวยันต์และยกระดับพลัง...

จบบทที่ PTH37 ตอบรับคำขอ

คัดลอกลิงก์แล้ว