เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 12 : ความเคลื่อนไหวของศัตรู

Chapter 12 : ความเคลื่อนไหวของศัตรู

Chapter 12 : ความเคลื่อนไหวของศัตรู


Chapter 12 : ความเคลื่อนไหวของศัตรู

เสียงกรี๊ดร้องดังขึ้นมาลั่นบ้าน

นั่นทำให้ผมรีบยกมือขึ้นมาปิดของรักของหวงอย่างว่องไว เมื่อรู้สึกตัวว่าช่วงล่างมันโล่ง ๆ เย็น ๆ ยังไงไม่รู้ ก็ใครจะไปรู้ล่ะ จะเตือนว่ามีขวดสบู่เหลววางไว้แถวนั้นก็ไม่ทันแล้ว อยู่ดี ๆ ไอรีนก็เตะจนหกล้มลื่นแล้วมากระชากผ้าเช็ดตัวผมไปแบบต่อหน้าต่อตา ผมก็เขินเป็นนะเฮ้ย !

ผมมองไปยังเจ้าตัวที่ตอนนี้ยังคงหลับตาปี๋อยู่ พยายามจะลุกขึ้นมาจากกองสบู่เหลวที่หกอยู่ตรงนั้น แต่ยิ่งพยายามยิ่งเลอะเทอะ พื้นก็ลื่น ตอนนี้เนื้อตัวเลอะเทอะไปหมดแล้วเนื่องจากเจ้าตัวยังคงหลับตาอยู่ แถมเนื้อตัวก็เปื้อนไปด้วยน้ำสบู่เหลวสีขาวจากการที่ล้มลงไปตอนแรก มันเลยยิ่งยุ่งไปกันใหญ่

“ไอรีน ระวังลื่นล้ม !”

ผมร้องเตือนเธอไปด้วยความหวังดี ไม่คิดว่าเธอจะสติแตกขนาดนี้ รีบดึงผ้าเช็ดตัวที่วางกองอยู่ที่พื้นขึ้นมาพันตัวด้วยความรวดเร็ว ก่อนเข้าไปช่วยดึงเธอขึ้นมา

“ใจเย็น ! ฉันไม่โป๊แล้ว ลืมตาได้ ๆ” ผมร้องออกไป มือทั้งสองข้างของไอรีนตอนนี้ไล่ทุบผมแบบไม่รู้ทิศรู้ทางเมื่อผมเข้าไปจับตัวเธอเอาไว้ ไอรีนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ตอนนี้พวกเราเลยอยู่ในสภาพเกือบกอดกัน

“นายมันไอ้โรคจิต !” ไอรีนพูดขึ้นมาใส่หน้าผม ใบหน้าแดงเผือดจนเหมือนคนป่วยเป็นไข้ เจ้าตัวผลักผมให้ออกห่าง นี่ก็เกือบลื่นล้มตามไปแล้วเนี่ย

ส่วนไอ้โรคจิต ... ผมได้ยินคำนี้จนชินหูแล้วช่วงนี้ นั่นคงกลายเป็นฉายาใหม่ผมไปแล้ว

สิงโตหน้าหม้อกับเจ้าของกุญแจโรคจิต ... ให้ตายเถอะ ! ตลกพิลึก

“เธอดึงผ้าเช็ดตัวฉันไปเองนะไอรีน” ผมพูดแย้งไอรีนไป ขำขึ้นมาเบา ๆ

แต่ก่อนที่ทั้งผมและไอรีนจะได้พูดอะไรกันต่อ มินจุนก็โผล่พรวดวิ่งเข้ามาภายในห้อง ตามมาด้วยพ่อและฟินิกซ์ที่เดินขึ้นมาดูตามเสียงร้องของไอรีนที่กรี๊ดดังลั่นบ้าน

“เฮ้ย ! นี่น้ำอะไรเนี่ยวิน นายทำอะไรไอรีน” มินจุนพูดขึ้นมา มองหน้าผมกับไอรีนสลับกัน เจ้าตัวเดินเข้ามาในห้องตอนสภาพที่ผมกับไอรีนอยู่ในสภาพล่อแหลมสุด ๆ แถมตัวไอรีนก็โคตรเลอะเทอะไปด้วยน้ำสบู่เหลว

“สบู่เหลวหกไอ้มิน !” ผมรีบร้องบอกมินจุนไป พร้อมชี้ไปทางขวดสบู่เหลวที่กลิ้งไปหลบอยู่ใต้เตียง เมื่อเห็นหมอนั่นอมยิ้มแปลก ๆ แบบมีเลศนัย ดูก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่ หลัง ๆ มาผมไม่ได้เรียกชื่อของมินจุนสองพยางค์แล้ว รู้สึกว่าเสียเวลา เลยตั้งชื่อหมอนั่นว่ามินไปเลย

“ไอรีนค่อย ๆ เดินนะ ระวังลื่น” ผมร้องเตือนเธออีกครั้ง ที่ตอนนี้เจ้าตัวพยายามเดินหนีหน้าทุกคนออกไปจากห้องผมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั้งห้องตอนนี้เลยเหลือแค่ผมที่ตกเป็นจำเลยสายตาของพ่อ มินจุนและฟินิกซ์ที่มองผมมาประมาณว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมไอรีนถึงกรี๊ดร้องและออกไปในสภาพแบบนั้น

“มันไม่มีอะไรน่าทุกคน ไอรีนเข้ามาตามผมแล้วบังเอิญเตะขวดสบู่เหลวลื่นล้มก็แค่นั้นเอง” ผมพูดออกไป

“เดี๋ยวไปแต่งตัวก่อนนะครับ ออกจากห้องผมกันไปได้แล้ว”

พูดจบผมก็รีบไปดันตัวทั้งสามคนให้ออกไปจากห้องส่วนตัวทันที ดีนะที่ไอ้สิงโตเผือกไม่อยู่ด้วย ถูกพ่อผมใช้ไปซื้อของกับอควาเรียสตั้งแต่หลังจากที่ปลุกผมตื่น ไม่งั้นผมคงโดนแซวอีกแน่ ๆ

เฮ้อ ...

 

ผมเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน ทุกคนก็นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกันหมดเรียบร้อยแล้ว รวมถึงไอรีนด้วย เจ้าตัวตอนนี้อยู่ในชุดใหม่เรียบร้อย ผมเลยเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำของตัวเองข้าง ๆ มินจุน โดยมีไอรีนนั่งอยู่ตรงกันข้าม สายตาของไอรีนเลี่ยงมองไปทางอื่น ไม่มองหน้าผมเลย พอก้มลงมองอาหารเช้าวันนี้ก็เจอกับไข่ข้น ขนมปังปิ้ง และไส้กรอกเยอรมันของโปรดของผมวางอยู่ในจานหลายชิ้นหลายขนาด

“เมื่อกี้เจ้าวินมันแกล้งอะไรหนูไอรีนหรือเปล่า ลุงขอโทษแทนเจ้าวินมันด้วยนะ” พ่อผมพูดขึ้นมากับไอรีน ก่อนหันมามองผมเป็นเชิงตำหนิ พ่อนะพ่อ ผมจะไปแกล้งอะไรไอรีนได้ล่ะ เห็นลูกชายตัวเองเป็นคนยังไงเนี่ย

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ไอรีนตอบพ่อผมกลับไป

“ว่าแต่ไอรีน ชอบกินไส้กรอกหรือเปล่า ของโปรดเจ้าวินเลยล่ะ” พ่อผมพูดต่อ

เท่านั้นแหละ ...

“แค่ก ๆ”

ไอรีนไอสำลักออกมาทันทีที่พ่อของผมถามจบ จนฟินิกซ์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รีบรินน้ำใส่แก้วเทส่งให้ สงสัยยังคงมีภาพติดตาอยู่แน่ ๆ

 

จากผู้หญิงที่ผมเคยเห็นในวันนั้น วันที่เธอเดินเข้ามาภายในร้านด้วยใบหน้านิ่ง ๆ มีแววตาเศร้า ดูลึกลับน่าค้นหา เป็นผู้หญิงที่ถ้ามองภายนอกก็จะดูเหมือนเป็นคนหยิ่ง ๆ เข้าถึงได้ยาก มีกำแพงสูงเพื่อกันคนทั่วไปออกจากตัว แต่ถ้ามองลึกลงไปและรู้จักไอรีนมากยิ่งขึ้น ผมว่าเธอก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงขี้เหงาคนหนึ่งเลย ตอนนี้ไอรีนกลับกลายเป็นผู้หญิงน่าแกล้งสำหรับผมไปแล้ว ยิ่งใบหน้านิ่ง ๆ นั้นมีสีหน้าแสดงอารมณ์เหมือนคนปกติทั่วไป ผมก็ยิ่งอารมณ์ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมที่ทำให้เจ้าตัวเป็นแบบนั้นได้

ไม่รู้สิ ...

ผมชอบเห็นเธอมีชีวิตชีวามากกว่า เพราะมันดูน่ารักกว่าเดิมเยอะเลย

ไม่อยากเห็นเธอเป็นคนไม่มีความรู้สึกเหมือนอย่างที่เจ้าตัวชอบแสดงให้คนอื่นเห็น ...

ผมส่งยิ้มขำให้เธอ เจ้าตัวเงยหน้ามาสบตาผมพอดีก็ส่งค้อนวงโตมาให้ ...

ก็ได้แต่หวัง ว่าเธอจะชอบอาหารเช้าบ้านผมนะ ...

 

อีกหนึ่งเมืองที่อยู่ห่างออกไปจากร้านกาแฟของการันต์ไม่เท่าไร

ภายในคอนโดหรูแห่งหนึ่งบนชั้นที่สูงที่สุด ร่างของชายคนหนึ่งกำลังนอนแช่ตัวอยู่ในอ่างจากุซซี่วงกลมขนาดใหญ่ ใบหน้าของเขามองตรงออกไปยังกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นถึงวิวด้านนอกของตัวคอนโดถึง 180 องศา ตึกและบ้านเรือนต่าง ๆ กลายเป็นเพียงสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กเมื่อขึ้นมาอยู่บนที่สูงขนาดนี้แล้วมองลงไป ชายหนุ่มค่อย ๆ หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเทียนหอมระเหยที่วางไว้รอบ ๆ ช่วยเขาเอาไว้ได้มาก

พนักงานผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องนั้นพร้อมกับรถเข็น ถังน้ำแข็งและขวดแชมเปญที่ถูกแช่อยู่ภายในถูกตั้งอยู่บนรถเข็นอันนั้น ไม่นานของเหลวสีทองก็ถูกเทลงในแก้วด้วยมือเรียวของพนักงานหญิงที่เดินเข้ามา ก่อนแก้วแชมเปญจะถูกยื่นส่งให้กับชายหนุ่มที่นอนแช่ตัวอยู่ในอ่างจากุซซี่

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาเหมือนรู้ตัวก่อนหยิบแก้วแชมเปญนั้นมาถือเอาไว้แต่ไม่ได้ดื่ม เขาหันไปมองพนักงานสาวหน้าตาดีที่ค่อย ๆ ถอดชุดยูนิฟอร์มของตัวเองออกทีละชิ้น จนท้ายที่สุดก็เหลือแต่ร่างกายเปลือยเปล่าเช่นเดียวกันกับเขา ดาวตาเรียวยาวจ้องมองมาที่ชายหนุ่มอย่างเย้ายวน ก่อนร่างนั้นจะค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินลงมาในอ่าง มือเรียวแตะลงไปที่แผงอกของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างแผ่วเบาราวกับขนนก เจ้าตัวขยับเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ เหมือนงูที่กำลังเลื้อยอยู่บนตัว

จนในที่สุดใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ สายตาประสานกันราวกับต้องมนต์สะกด ก่อนริมฝีปากอวบอิ่มนั่นจะเข้ามาจู่โจมเขาเป็นฝ่ายเริ่มเกม ชายหนุ่มไม่ได้ขัดขืนอะไร ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปตามสัญชาตญาณ

แวบหนึ่ง ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นของหญิงสาวก็สะท้อนออกมาเป็นสีทอง มือหนาจับร่างที่อยู่ด้านบนตัวเองพลิกตัวเป็นฝ่ายอยู่ด้านล่างแทน มือของเขาเริ่มเลื้อยไปเป็นฝ่ายคุมเกมเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง ฝ่ายหญิงยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจเหมือนทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผน ไม่นานบทเพลงรักของทั้งสองคนก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ร่างของชายหนุ่มหลับไปแล้วในอ่างจากุซซี่อย่างผ่อนคลาย หญิงสาวค่อย ๆ แสยะยิ้มออกมามองร่างที่หลับใหลไม่รู้เรื่อง นิ้วมือเรียวเอื้อมขึ้นมาแตะที่ใบหน้าของชายหนุ่มวนไปวนมา แต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกตัวอีกแล้ว

ง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วย ...

ร่างของหญิงสาวมีออร่าสีทองแผ่ออกมารอบตัว ก่อนไม่นานจะปรากฏเป็นดวงไฟสีทองที่ลอยออกมาจากร่างนั้นเหมือนมีอะไรสิงอยู่ในร่างของเธออยู่ ดวงไฟสีทองค่อย ๆ กลายเป็นสนุขจิ้งจอกเพศเมียตัวหนึ่งที่ยืนมองเธออยู่ด้านนอกของอ่าง ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนก่อนเดินออกมาจากอ่างจากุซซี่อันนั้น ทิ้งไว้แต่ชายหนุ่มที่นอนอยู่เพียงลำพัง

“ขอบใจมากนะ Vulpecula [วูลเพคคูล่า] ที่มอบพลังให้กับฉัน เธอจัดการกับหมอนั่นได้แล้ว” หญิงสาวพูดพร้อมบอกภูติดวงดาวที่เป็นสุนัขจิ้งจอกของตนเอง

ดวงตาสีทองของสุนัขจิ้งจอกแวววาวขึ้นมาเหมือนรับรู้ ฟันสีขาวคมกริบถูกเผยให้เห็นพร้อมกับร่างสุนัขจิ้งจอกพร้อมที่จะกระโจนเข้าไปเพื่อขย้ำเหยื่อ

หญิงสาวมองไปรอบห้องนั้น มองหาไม่นานก็เห็นกุญแจดอกสีทองดอกหนึ่งวางอยู่ที่บริเวณหนึ่งบนโต๊ะสีขาว ด้ามจับของกุญแจดอกสีทองเป็นสัญลักษณ์ของจักรราศีเมษ

ใช่แล้ว นี่คือกุญแจจักรราศีของแอรีส…

ขณะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปหยิบกุญแจดอกสีทองดอกนั้นขึ้นมา เสียงเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังบาดเจ็บก็ร้องดังโหยหวนขึ้น หญิงสาวตกใจรีบหันกลับไปมองว่าเกิดอะไรขึ้นกับภูติดวงดาวของตนเองทันที

ภาพที่เห็นคือเด็กชายที่มีเขาแพะงอกออกมาบนหัวคนหนึ่งกำลังยืนเหยียบอยู่บนร่างสุนัขจิ้งจอกภูติดวงดาวของเธอ พร้อมแสยะยิ้มมองตรงมา ทั้งห้องตกอยู่ในสภาพสนามโน้มถ่วงแรงสูงที่แม้แต่เธอก็แทบจะขยับตัวไปไหนไม่ได้ ขากำลังก้าวเท้าตรงไปเพื่อจะหาทางจัดการกับผู้ถือครองกุญแจจักรราศีอย่างยากลำบาก

แต่เมื่อมองออกไปยังตรงนั้น ชายหนุ่มที่เคยนอนหลับใหลอยู่ในอ่างจากุซซี่ได้หายไปแล้ว ...

หายไปไหน ความกลัวเกิดขึ้นมาทันที ...

ระหว่างที่หญิงสาวมองไปยังรอบ ๆ ด้วยความหวาดระแวง เบื้องหลังของเธอกลับปรากฏเป็นร่างของคนที่เคยนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในอ่างจากุซซี่ ดวงตาคมมองไปยังลำคอขาวเนียนของคนตรงหน้าเหมือนสิงโตเห็นเหยื่อ บนมือขวามีดาบซามูไรด้ามยาวคมกริบเตรียมพร้อมจะตวัดไปยังเป้าหมาย ไม่ต่างอะไรจากมัจจุราชที่พร้อมจะปลิดชีพเหยื่อในทันที

“พี่สาวเล่นแบบนี้สนุกดีนะครับ เอ๊ะ ! พี่สาวระวังข้างหลังครับ” เสียงของภูติดวงดาวที่มีชื่อว่าแอรีสดังขึ้นมา ดวงตาสีแดงฉานจ้องมาเหมือนกำลังสนุกเต็มที่กับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คนถูกเตือนกลับดูไม่สนุกเลยสักนิด

แต่เหมือนคำเตือนนั้นจะบอกช้าไป ดาบซามูไรที่ปลายคมกริบเป็นออร่าสีแดงก็ตวัดมายังคอของหญิงสาวคนนั้นอย่างรุนแรงจากฝีมือของคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ดวงตาเรียวของหญิงสาวเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง มันเป็นความเจ็บปวดที่รวดเร็วเกินกว่าเธอจะตั้งตัวทัน ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งเปล่งเสียงร้องออกมาจากริมฝีปาก เลือดไหลสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งห้อง กระจกใสแดงฉานเปรอะไปด้วยเลือดที่กระเด็นใส่ ก่อนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่ไร้หัวจะล้มตัวลงไปในอ่างจากุซซี่ เลือดไหลออกมาจนเหมือนท่อประปาแตก น้ำภายในอ่างกลายเป็นสีแดงเผือดอย่างรวดเร็ว

ร่างของภูติดวงดาวจิ้งจอกที่อยู่ภายใต้เท้าของเด็กชายค่อย ๆ แตกสลายไปตามร่างของเจ้านายตนที่เพิ่งไร้ลมหายใจไปเมื่อสักครู่ ทิ้งไว้เพียงละอองสีทองที่กระจายไปทั่วห้องก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป

บนมือขวาของชายหนุ่มหิ้วหัวของผู้หญิงคนนั้นขึ้นมามอง สายตาจับจ้องไปยังดวงตาที่ยังไม่ปิดสนิทก่อนพูดขึ้นมา

“นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ คิดหรอว่าฉันไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไรหลังจากมาสอดแนมฉันอยู่หลายวัน ภูติระดับต่ำแบบนั้นจะทำอะไรฉันได้”

พูดจบก็โยนหัวของผู้หญิงคนนั้นทิ้งลงไปในอ่างจากุซซี่ก่อนเกิดเสียงดังตู้มขึ้นมาจากการที่หัวของหญิงสาวกระทบกับน้ำภายในอ่าง

“ฉันต้องอาบน้ำใหม่อีกแล้วแอรีส” ชายหนุ่มพูดขึ้นมา หันมองไปยังเด็กชายที่มีเขาเป็นแพะสูงเพียงเอวของเขาที่เดินมาใกล้พร้อมกอดขาแน่นอย่างเป็นห่วง

“ฮิโรชิ นายไม่เป็นอะไรนะ” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นมา

“ฉันโอเค ก็แค่พวกเหลือบไรที่มันเข้ามากวนใจแค่นั้นเอง ออกแรงนิดหน่อยแต่ก็ได้กำไร” ฮิโรชิพูดยิ้ม ๆ พร้อมเอามือไปขยี้หัวเด็กชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู มือหนาของเขาค่อย ๆ หยิบคอนเทคเลนส์ใสทั้งสองข้างออกจากดวงตาก่อนโยนมันทิ้งลงไปในถังขยะภายในห้องนั้น พร้อม ๆ กับที่ได้ยินเสียงสัญญาณการติดต่อดังมาจากภายในห้องนอนพอดี

เวทมนตร์กระจอก แค่มองตาแล้วคิดว่าฉันจะติดกับง่าย ๆ งั้นหรอ

ฮิโรชิเดินออกมาจากบริเวณนั้นที่เต็มไปด้วยภาพไม่น่ามอง เขาตรงไปยังห้องนอนของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณการติดต่อที่ดังขึ้นมาอยู่สักพัก เสื้อคลุมสีขาวลอยมายังตัวของฮิโรชิก่อนเขาจะหยิบมันขึ้นมาสวมทับบนร่างกายเอาไว้ ชายหนุ่มใช้คำสั่งเสียงตอบรับการติดต่อ ก่อนจะมีเสียงจากปลายสายพูดออกมา

“ฮิโรชินายทำอะไรอยู่ กว่าจะรับสายฉันได้” ปลายสายดังขึ้นพูดกับเขาแบบเหมือนรอให้เขารับนานมาก ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้กว่าเขาจะรับ ก็ไม่ได้ปล่อยให้รอเกินหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ

“ว่าไงเฉิน พอดีฉันมีปัญหาอะไรนิดหน่อยนะ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว” ฮิโรชิพูดออกไป

“ฉันมีข่าวดีจะบอกนาย” เฉินพูดต่อด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“ข่าวดีอะไร” เจ้าตัวถามกลับคนที่จะบอกข่าวดี

“นิโคลได้ข่าวของมินจุนแล้วว่ามันอยู่ที่ไหน” ปลายสายพูดตอบกลับมา

“งั้นหรอ” ฮิโรชิพูดออกมาเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเองพร้อมกับรอยยิ้ม

“ใช่ คราวนี้มันจะหนีรอดไปอีกไม่ได้แน่ ๆ พวกเราต้องได้กุญแจจักรราศีของมันทั้งสองดอก”

 

จบบทที่ Chapter 12 : ความเคลื่อนไหวของศัตรู

คัดลอกลิงก์แล้ว