เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 10 : การหักหลังของมินจุน

Chapter 10 : การหักหลังของมินจุน

Chapter 10 : การหักหลังของมินจุน


Chapter 10 : การหักหลังของมินจุน

 “วิน ตื่น ! ตื่นได้แล้ว”                                                       

เสียงดังงุ้งงิ้ง ๆ เหมือนแมลงวันบินอยู่ข้างหูทำให้ผมรู้สึกรำคาญพอสมควร คนจะหลับจะนอนส่งเสียงดังรบกวนอยู่ได้ ผมไม่สนใจ เอื้อมมือควานหาหมอนอีกใบมาอุดหูของตัวเองเอาไว้ให้พ้นจากเสียงของไอ้สิงโตเผือกนั่นที่ดังออกมาแทนนาฬิกาปลุกของผม ซึ่งวันนี้มันเหมือนจะปลุกเช้ากว่าปกติ

“ไอ้หนู ตื่นดิวะ ไปวิ่งได้แล้ว ! เช้าแล้ว !”

เช้าบ้าอะไรยังมืดตื้อขนาดนี้ ไม่เห็นแสงอาทิตย์แม้แต่น้อย ยังไม่ลืมตาผมก็รู้สึกถึงมันได้ ผมยังคงนิ่ง ก็คนมันง่วงนี่ เมื่อคืนนี้นั่งอ่านงานวิจัยโครงการใหม่ของบริษัทเอกชนที่จ้างผมทำงานเสร็จก็เกือบตีสาม เหมือนเพิ่งจะนอนไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองด้วยซ้ำ แถมมีไอ้สิงโตเผือกมาปลุกอีก โคตรจะเพลียเลย

“วันนี้ของดหนึ่งวัน” ผมพูดออกไปอย่างงัวเงีย ไม่ไหวแล้วจริง ๆ หลังจากต้องตื่นไปวิ่งมาหลายวันติดกันเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอย่างที่ลีโอบอก พูดจบผมก็พร้อมเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทราแบบคนไร้สติอีกครั้ง

“ไม่ได้ จะตื่นไม่ตื่น” เสียงลีโอดังเข้มขึ้น สัมผัสได้ว่ามีคนกำลังดึงหมอนออกจากหู แต่มือผมดึงยื้อเอาไว้

โครม !

ผมสะดุ้งตื่นเต็มตาร้องออกมาดังลั่นห้องพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบชาไปครึ่งซีกของร่างกายด้านขวาของตัวเอง ลืมตาขึ้นมาตอนนี้ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนตะแคงอยู่ที่พื้น ร่างกายซีกซ้ายอยู่ด้านบน ร่างกายซีกขวากระทบกับพื้นด้านล่างจนชาไปหมด ผมตาสว่างเต็มที่เงยหน้ามองร่างของลีโอที่ยืนกอดอกอมยิ้มมองผมอยู่อย่างกวน ๆ ให้ตายเถอะ ใครเป็นเจ้านายกันแน่เนี่ย ไอ้สิงโตเผือกเป็นคนจับผมโยนลงมาจากเตียงแน่ ๆ

ภูติดวงดาวบ้าอะไรวะ ทำร้ายเจ้านายของตัวเองได้ด้วย !

ผมค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนมองหน้าลีโอที่ยิ้มขำ

“นี่ต้องปลุกรุนแรงขนาดนี้เลยหรือไงฮะ !” ผมโวยวายออกไปพร้อมกับบิดขี้เกียจ หายง่วงแล้วตอนนี้ ตาสว่างมากกว่าพร้อมกับความเจ็บ

“ฉันปลุกนายดี ๆ แล้ว นายก็ไม่ตื่น”

“ก็มันง่วงไง เมื่อคืนฉันทำงานดึก นายก็เห็น” ผมพูดแย้งออกไป ลีโอส่ายหัวเบา ๆ พร้อมเอื้อมมือมาข้างหน้าแต่ผมถอยหลังหนีเพราะไม่รู้ว่าหมอนั่นจะทำไรอีก

“จะทำไรอะ” ผมถามออกไป

“มาใกล้ ๆ”

มือของลีโอเอื้อมมาแตะที่หน้าผากของผม ออร่าสีฟ้าเปล่งประกายออกมา มันให้ความรู้สึกเย็นสบาย ปลอดภัยเหมือนตอนที่ลีโอถูกอัญเชิญมาใหม่ ๆ ความอ่อนล้าและความเหนื่อยอ่อนที่เกิดจากอาการนอนไม่พอหายไปเกือบทั้งหมด รวมถึงความเจ็บที่ถูกจับโยนลงมาจากเตียงด้วย ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา เหมือนมีพลังงานล้นเปี่ยมขึ้นมาทันที ร้องเฮ้ยออกมาอย่างประหลาดใจมองหน้าลีโอ บางทีการมีหมอนี่ก็ดีเหมือนกัน มันทำให้ผมที่เป็นลูกคนเดียวรู้สึกเหมือนมีพี่น้องอยู่ในบ้านเลย ถึงแม้บางครั้งมันจะวุ่นวายไปหน่อยก็เถอะ

“เขามีแต่ผู้ถือครองกุญแจแชร์พลังให้กับภูติแห่งดวงดาว นี่ฉันกลับต้องแชร์พลังให้กับนายงั้นหรอ เฮ้อ ไอ้หนูเอ๊ย”

“อย่าบ่น นายอยากให้ฉันไปวิ่งเองนะ ช่วยไม่ได้”

หลังจากอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย ผมก็เดินลงมาด้านล่างทักทายอรุณสวัสดิ์พ่อกับฟินิกซ์ที่ตื่นเช้ามาเตรียมของเปิดร้านเป็นประจำอยู่แล้ว จะแปลกก็ตรงที่วันนี้ผมเจอมินจุนนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของร้านกำลังพูดคุยกับภูติดวงดาวของเขาอยู่ เห็นปกติเจ้าตัวไม่เคยตื่นเช้าเลยเหมือนผม เพราะสองสามวันที่ผ่านมาผมก็ต้องตื่นไปวิ่ง แต่ไม่เคยเจอมินจุนเลย ผมเลยเดินเข้าไปทัก

สองภูติดวงดาวฝาแฝดไพส์ซีสลุกขึ้นยืนเดินมาใกล้ผมพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ตั้งแต่ผมร่วมมือ ตกลงเป็นพันธมิตรกับมินจุน สองฝาแฝดนั่นก็เป็นมิตรกับผมมากขึ้นรวมถึงซาจิททาเรียสด้วย แต่สองฝาแฝดไพส์ซีสท่าจะเป็นมิตรมากกว่า เพราะมือเรียวของสองคนนั้นเข้ามาถึงเนื้อถึงตัวผมบ่อยมาก ตอนนี้ก็เช่นกัน มือของฝาแฝดที่ชื่อ ซังมี เข้ามาวอแวกับกล้ามเนื้อบริเวณแขนช่วงบนของผม ส่วนซังซูชื่อฝาแฝดไพส์ซีสที่มินจุนตั้งให้อีกคนก็เลื้อยเป็นงูมาจับที่หัวไหล่ผมแล้วนวดเบา ๆ ให้ความรู้สึกหวิว ๆ ยังไงชอบกล

“ผ่านไปอาทิตย์เดียว เหมือนจะมีกล้ามแล้วนะวิน”

“แน่นเชียว พามินจุนของพวกเราไปวิ่งออกกำลังกายด้วยสิ”

ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของมินจุนแล้วว่าโดนภูติแห่งดวงดาวลวนลามมันเป็นยังไง แต่ก็ชอบ …

เฮ้ย ... ไม่ใช่ !

“ต้องขอบคุณเทรนเนอร์อย่างฉันสิ ถ้าพวกเธออยากออกกำลังกาย ไปหาฉันในกุญแจได้ทุกเมื่อนะ”

อยู่ดี ๆ สิงโตเผือกก็เดินมาหยิบสองมือที่เลื้อยเป็นงูนั้นออกจากคอและแขนผม พร้อมกับเอามือของตัวเองมาคล้องคอผมไว้

“ชิ ไอ้สิงโตหน้าหม้อ !” เสียงของสองฝาแฝดไพส์ซีสดังออกมาพร้อมกันแล้วสะบัดหัวไปคนละทาง เดินกลับไปหาเจ้านายตัวเองอย่างหงุดหงิด จนผมกับมินจุน รวมถึงซาจิททาเรียสอดขำไม่ได้ ถึงยังไงฝาแฝดไพส์ซีสก็ยังไม่ยอมญาติดีกับภูติดวงดาวของผมสักที

“วันนี้ฉันขอไปวิ่งด้วยคนนะ” มินจุนพูดขึ้นมา

“ไปสิ” ผมตอบกลับไปก่อนที่พวกเราจะออกจากบ้านไปด้านนอก

ท้องฟ้าในตอนนี้ยังคงไม่สว่างดีเท่าไร เนื่องจากช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วด้วย พระอาทิตย์จึงขึ้นช้า บนท้องฟ้ายังคงเป็นสีน้ำเงินเข้มอยู่ แสงสว่างที่มีตอนนี้จึงเป็นเพียงแสงจากดวงไฟสีส้มอ่อนที่เปิดกระจายไว้ทั่วทั้งเมือง การจราจรในเมืองทั้งทางอากาศและบนบกต่างก็ยังมีไม่มากเท่าไร คงเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นวันหยุดด้วย แต่อีกสักสองชั่วโมงทั้งเมืองคงจะแน่นไปด้วยการจราจร

พวกเราวิ่งเลาะตามถนนไปเรื่อย ๆ เห็นผู้คนออกมาวิ่งบ้างประปราย บางคนก็พาสัตว์เลี้ยงของตัวเองออกมาเดินเล่น บางคนก็ออกมาวิ่งออกกำลังกายสูดอากาศยามเช้าเหมือนพวกเรา พวกเขาดูมีความสุขดีเหลือเกิน ผมเองก็คงจะเป็นแบบนั้นเหมือนกันถ้าไม่มีเรื่องกุญแจดอกที่ 13 ติดเข้ามากวนใจ และระแวงว่าจะมีใครมาฆ่าเอากุญแจจักรราศี แต่คิดมากไปก็เท่านั้น ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญหน้ากับมันแบบหลีกหนีไม่ได้อยู่ดี ตอนนี้ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ พ่อสอนผมเสมอให้มองโลกในแง่ดี

แล้วเราจะเป็น ... ในสิ่งที่เราคิดเสมอ

ผมกับมินจุนวิ่งมาจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำที่มีแม่น้ำสายหลักไหลผ่านเมือง พวกเราหยุดพักหลังจากวิ่งมานานเกือบครึ่งชั่วโมง ภูติแห่งดวงดาวของผมกับมินจุนไม่ได้มาวิ่งด้วย ทั้งหมดกลับเข้าไปอยู่ในกุญแจตั้งแต่ตอนเราออกจากบ้าน เหลือแค่ผมกับมินจุนที่วิ่งมาด้วยกัน

“วิน”

อยู่ ๆ มินจุนก็พูดทักผมขึ้นมา

“หืม ว่าไง”

“ทำไมนายดูเป็นคนมองโลกในแง่ดีจัง ไว้ใจคนง่าย อารมณ์ดี นายดูไม่เครียดเลยทั้ง ๆ ที่นายควรจะเป็นผู้ถือครองกุญแจที่เครียดที่สุดเพราะเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาแท้ ๆ”

ผมหัวเราะขำกับคำถามของมินจุน ยืนมองสายน้ำที่ไหลนิ่ง ๆ จากบนสะพาน ไม่ได้หันกลับไปมองเขา

“ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเพราะฉันโตมากับพ่อมั้ง นายก็เห็นว่าพ่อฉันเป็นคนยังไง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่เคยผ่านเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตมาหรอกนะ”

“อย่างนายเนี่ยนะ เล่าให้ฟังได้ไหมว่าเรื่องอะไร” มินจุนพูดต่อ

“เรื่องของแม่ฉันน่ะ ท่านเสียไปเมื่อตอน ...”

ตู้ม !

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบประโยคก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาจากแรงกระแทกของสายน้ำจากแม่น้ำด้านล่างที่พุ่งตัวขึ้นสูงจนชนกับสะพาน ผมมองสายน้ำที่เคยนิ่งจากบนสะพานอย่างตกใจ แม่น้ำด้านล่างไหลวนเป็นวงกลมไหลเชี่ยวกรากอย่างน่ากลัวเหมือนมีใครควบคุมอยู่ตรงกลางวงกลมนั้น เมื่อเพ่งมองจะเห็นผู้หญิงผมยาวสลวยสีเขียวอ่อนคนหนึ่งอยู่กลางวงกลมนั่น แต่นั่นไม่ใช่คนแล้ว ผมเห็นหางปลาเกล็ดสีเขียวมรกตที่ลอยอยู่เหนือน้ำนั้นด้วย

นั่นมันนางเงือก !

ผมรีบถอยห่างออกจากสะพานนั่นอย่างรวดเร็ว รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่ไม่ปกติที่เกิดขึ้นทันที ผมหันไปมองมินจุนแต่ตอนนี้เขาหายตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้

นี่หมอนั่นหายหัวไปไหนในเวลานี้ !

ผมล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจจักรราศีของตัวเองออกมาพร้อมกับเรียกลีโอ

ลีโอปรากฏตัวขึ้นทันทีโดยที่ผมยังไม่ทันจะเรียกตัว เจ้าตัวหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเครียด

“อควาเรียสควบคุมแม่น้ำสายนี้ไว้อยู่”

“ฮะ !” ผมร้องออกไปอย่างตกใจ นั่นมันชื่อของหนึ่งใน 12 ภูติแห่งดวงดาวจักรราศีไม่ใช่หรอ

ผมกับลีโอยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ น้ำจากแม่น้ำใต้สะพานก็ค่อย ๆ รวมตัวกันจับเป็นรูปร่าง ปรากฏให้เห็นเป็นงูยักษ์ที่เป็นน้ำขนาดใหญ่พอ ๆ กับตึกสูง 3 ชั้น ที่พร้อมพุ่งเข้ามาโจมตีเรา

ตู้ม !

ผมรีบกระโดดหลบอย่างว่องไว ลีโอก็เช่นกัน เสาไฟบนสะพานล้มลงในสภาพที่พังยับเยินหลังจากโดนงูยักษ์ที่เป็นน้ำเมื่อกี้พุ่งเข้าใส่ เมื่อมันพลาดจากการโจมตีครั้งแรกมันก็พุ่งเข้ามาหาพวกเราอีกเป็นครั้งที่สอง

“วิน ! หลบไปหามินจุนซะ” ลีโอร้องตะโกนออกมา ตอนนี้ในมือขวาของลีโอปรากฏเป็นดาบเล่มสีทองเหมือนที่ผมเคยเห็นบ่อย ๆ ผมรีบทำตามที่ลีโอบอกวิ่งหนีหลบไปอีกทาง ในขณะเดียวกันก็หันไปมองลีโอที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นเงาสีฟ้ากระโดดไปมาใช้ดาบสีทองฟันกับงูน้ำยักษ์ตัวนั้นกันผมให้ออกห่าง

ตุบ !

ร่างของผมถูกซัดด้วยแรงลมจากที่ไหนสักแห่งกระเด็นออกมาห่างจากลีโอที่กำลังต่อสู้กับงูยักษ์น้ำบนสะพานนั่น

ผมค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น แล้วผมก็เห็นใครบางคนกำลังเดินเข้ามาหา ไม่สิ สองคนต่างหาก มันเป็นร่างของมินจุนกับผู้หญิงอีกคน

นั่นมัน ... ผู้หญิงคนที่เข้ามาทานโกโก้ร้อนกับสังขยาฟักทองเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่

ผู้หญิงที่ทำให้ผมหลงเสน่ห์เข้าอย่างเต็มเปา ...

“นี่มันอะไรกันมินจุน” ผมถามออกไป ในสมองตอนนี้คาดเดาเรื่องได้ไม่ยาก ผมคงจะโดนมินจุนหักหลังเข้าให้ซะแล้ว ผมน่าจะเชื่อพ่อกับฟินิกซ์ว่าไม่ควรไว้ใจใครมากจนเกินไป ถ้าอควาเรียสที่เป็นภูติแห่งดวงดาวหนึ่งใน 12 จักรราศีกำลังต่อสู้อยู่กับลีโอ ผู้หญิงคนที่มายืนตรงหน้าผมก็คงเป็นผู้ถือครองกุญแจอวาเรียส

“ฉันขอโทษ” มินจุนพูดขึ้นมาเบา ๆ

“นายจะไม่เจ็บหรอก ฉันสัญญา” ผู้หญิงคนนั้นพูดต่อด้วยใบหน้านิ่ง ๆ นี่อย่าบอกนะว่าเธอแค้นฝังหุ่นเรื่องที่ผมทำลงไปวันนั้นด้วย ทำไมน้ำเสียงดูเย็นชาขนาดนั้น

ผมมองผู้หญิงคนนั้นตาค้าง เมื่อเห็นในมือข้างขวาของเธอมีปืนเลเซอร์ความเข้มสูงที่ถูกพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเพื่อใช้ในสงครามที่แทบจะไม่มีแล้ว แต่ตอนนี้มันอยู่ในมือของเธอ ปลายกระบอกปืนชี้ตรงมายังหัวของผม ถ้าโดนเข้าไปอย่าหวังเลยว่าจะรอด

“จะ ใจเย็น เราตกลงกันได้นะ” ผมรีบพูดออกไป ยกมือขึ้นโชว์สองข้างเหมือนยอมแพ้

แวบหนึ่ง ผมเห็นมินจุนขยิบตาให้ผมหนึ่งที

อยู่ดี ๆ ฝาแฝดไพส์ซีสก็โผล่พรวดขึ้นมาด้านหลังของผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมงงขึ้นไปอีก สองฝาแฝดไพส์ซีสเข้าไปจับแขนทั้งสองข้างของผู้หญิงคนนั้นอย่างรวดเร็วแบบตั้งตัวไม่ทัน ปืนเลเซอร์ของผู้หญิงคนนั้นล่วงลงไปอยู่ที่พื้น พร้อมกับเข็มฉีดยาดอกเล็กพุ่งตรงมาปักที่แขนและขาของเธอจากมุมไหนสักแห่ง นั่นคงเป็นฝีมือของซาจิททาเรียส มินจุนก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาถือแทนพร้อมชี้ปลายกระบอกปืนไปที่หัวของผู้หญิงคนนั้น

“นี่นายทำบ้าอะไร ! จะหักหลังฉันงั้นหรอ !” ผู้หญิงคนนั้นร้องโวยวายออกมา

“ก็ใช่น่ะสิ เธออย่าฝืนเลยไอรีน ยาชาที่ปักอยู่ที่แขนและขาจะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ ถึงหมอนั่นจะไม่มีเวทมนตร์ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ดูเหมือนจะเป็นภาระ แต่ก็จริงใจมากและเป็นเพื่อนที่ดี อีกอย่างเคยช่วยชีวิตฉันเอาไว้ด้วย ถ้าจะหาพันธมิตรจริง ๆ เธอควรจะเลือกคนแบบนี้ ไม่ใช่แบบฉัน ต้องขอบคุณคลาสแอ็คติ้งที่ฉันลงเรียนมาเมื่อปีก่อน ถือว่าได้ใช้ประโยชน์จริง ๆ”

ทำไมยิ่งมินจุนพูด มันยิ่งเหมือนด่าผมอยู่เลยแฮะ แต่ประโยคหลัง ๆ ค่อยฟังดูดีขึ้นมาหน่อย

มินจุนหันมามองผมแล้วส่งยิ้มให้

มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าหมอนี่ดูน่ากลัวเหลือเกิน

“เอาไงต่อ ฆ่าเลยไหม ฉันยกกุญแจให้นายวิน”

“เดี๋ยว ๆ !” ผมร้องออกไปห้ามมินจุน ก่อนเดินเข้าไปใกล้เธอคนนั้น ใบหน้านิ่งแสนหยิ่งนั่นทำเมินใส่ผม

หน็อย ... คิดจะฆ่ากันอยู่แท้ ๆ เมื่อกี้

“เธอชื่อไอรีนใช่ไหม เมื่อกี้ฉันได้ยินมินจุนพูด”

เงียบ เธอไม่ต้องผม หันหน้าไปอีกทาง ... ดูดื้อจังแฮะ ทั้งที่ตัวเองขยับหนีไปไหนไม่ได้แบบนี้

“ฉันมีทางเลือกให้เธอไอรีน หนึ่ง ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับพวกเรา สอง ให้มินจุนฆ่าเธอ เธอจะเอาไง” ผมยื่นข้อเสนอให้กับเธอ

เงียบ ...

“ถ้าเธอยังไม่พูด ฉันคิดว่าฉันคงต้องทำอะไรสักอย่าง ให้เธอพูดแล้วนะ ...”

พูดจบผมก็ยกมือขึ้นมาสองข้างเป็นท่าเหมือนกับกำลังจะจับอะไรบางอย่างอยู่ในอากาศ พร้อมกับรอยยิ้มอันแสนชั่วร้าย สายตาเลื่อนต่ำลงมองด้วยความเจ้าเล่ห์ ดูซิแบบนี้จะได้ผลหรือไม่

“ถ้าเธอไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยก็พูดออกมา ฉันจะนับถึง 10”

“อะ ... ไอ้โรคจิต !”

ได้ผล ... เธอพูดแล้ว ไม่ถึงสามวิด้วยซ้ำ ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ ใบหน้านิ่ง ๆ นั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทำไมน่าแกล้งแบบนี้นะ

“นั่นไม่ใช่คำตอบนะ” ผมพูดต่อพร้อมกับรอยยิ้ม เดินขยับเข้าไปหาไอรีนเพื่อเพิ่มความกดดันมากยิ่งขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะละล่ำละลักพูดออกมาอย่างรวดเร็ว

“ฉันมีทางเลือกอื่นด้วยหรือไง ใครเขาอยากจะตายกันล่ะ ไอ้บ้า !”

ผมหันไปมองหน้ามินจุนเป็นเชิงขอความเห็นสำหรับพันธมิตรคนใหม่ หมอนั่นส่ายหัวเบา ๆ พร้อมกับหัวเราะ

“นายนี่มันร้ายใช่ย่อย”

ว่าแล้วผมก็ยักคิ้วให้มินจุนเป็นคำขอบคุณ

จบบทที่ Chapter 10 : การหักหลังของมินจุน

คัดลอกลิงก์แล้ว