เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 เปิดใช้งานราชันย์มารจุติครั้งแรก! ฝ่ามือมังกรทะยานเมฆาปรากฏ!

บทที่ 23 เปิดใช้งานราชันย์มารจุติครั้งแรก! ฝ่ามือมังกรทะยานเมฆาปรากฏ!

บทที่ 23 เปิดใช้งานราชันย์มารจุติครั้งแรก! ฝ่ามือมังกรทะยานเมฆาปรากฏ!


ราตรีมืดมิด แสงจันทร์สว่างนวล!

เบื้องหน้าตำหนักหลัวเฟิง

ดวงตาทั้งสองของมู่ปิงเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า

นางอยู่ในชุดสีขาว ยืนกอดอก ในยามนี้พลังกดดันของนางแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ราวกับจักรพรรดินีผู้ไร้เทียมทานเสด็จมาด้วยตนเอง!

“จี้ซิว!”

“มาสู้กัน!”

ดวงตาคู่สวยของมู่ปิงจับจ้องไปที่จี้ซิว น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปี

นางรู้ว่าวันนี้ในจวนตระกูลจี้อย่างไรก็ฆ่าจี้ซิวไม่ได้

แต่จี้ซิวรังแกกู้เหยา ดังนั้นนางอย่างน้อยก็ต้องซัดเขาสาหัสปางตายถึงจะถือว่าได้ทวงคืนดอกเบี้ยเล็กน้อย

เหอๆ!

จี้ซิวส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองมู่ปิงอย่างเงียบๆ

บรรยากาศเงียบงันไปชั่วขณะ

มู่ปิงกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง ร่างทั้งร่างราวกับแสงออโรร่าในชั่วพริบตามาถึงเบื้องหน้าของจี้ซิว

บึ้ม!!!

หมัดหยกของนางซัดออกไป ในอากาศเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

“ราชันย์มารจุติ!”

“เปิดใช้งาน!”

จี้ซิวมีสีหน้าเรียบเฉย เปิดใช้งานประตูแห่งการฆ่าฟันด่านแรกของกระดูกมารเทวะในทันที

ในชั่วพริบตา ในส่วนลึกของดวงตาเขามีบุปผาปี่อ้านสีแดงฉานสองดอกเบ่งบาน

บุปผาเบ่งบานเจิดจ้า เปลวไฟปีศาจลุกโชน!

“ช้าเกินไป!”

จี้ซิวเอ่ยออกมาสองคำช้าๆ ขณะเดียวกันในใจก็รู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเอง

หลังจากเปิดใช้งานราชันย์มารจุติแล้ว ตนเองสามารถมองเห็นวิถีการโจมตี จุดที่โจมตี และคาดการณ์รูปแบบการโจมตีครั้งต่อไปของมู่ปิงได้อย่างชัดเจน!

แม้กระทั่ง ในชั่วพริบตาเดียว ในหัวของตนเองก็ปรากฏวิธีเอาชนะมู่ปิงไม่ต่ำกว่าสิบวิธี!

หลังจากเปิดใช้งานราชันย์มารจุติ ความสามารถในการต่อสู้และความสามารถในการรับรู้อันตรายเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า!

เคร้ง!!!

มู่ปิงซัดหมัดเดียวทลายร่างของจี้ซิว

หมัดเดียวพลาดเป้า!

“ร่างมายา?”

มู่ปิงขมวดคิ้ว

ในความเข้าใจของนาง

ผู้ฝึกตนขอบเขตปฐพีชีวิตขั้นที่หนึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรมีความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

“ทำไม?”

“แปลกมากหรือ?”

เสียงของจี้ซิวที่เต็มไปด้วยความขบขันดังขึ้น

มู่ปิงหันกลับไปทันที พบว่าจี้ซิวมาอยู่ข้างหลังนางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

นางกัดฟันกรอด มองจี้ซิวตรงหน้าอย่างเย็นชาแล้วเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง

“จี้ซิว!”

“เจ้าสมควรตายจริงๆ!”

พูดจบ ร่างของมู่ปิงก็วูบไหว ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าจี้ซิวในทันใด

ครืน! ครืน! ครืน! ครืน!

นางลงมือกับจี้ซิวอย่างโหดเหี้ยม การโจมตีรุนแรง ความเร็วสูงมาก เร็วเสียจนในอากาศมีแต่ภาพติดตาของนาง!

แต่จี้ซิวสามารถหลบหลีกการโจมตีทุกกระบวนท่าของนางได้อย่างง่ายดายและสมบูรณ์แบบ!

ราวกับว่า...ทุกกระบวนท่าของนางถูกจี้ซิวคาดการณ์และมองทะลุปรุโปร่งล่วงหน้า!

“เป็นไปได้อย่างไร?”

มู่ปิงยิ่งสู้ยิ่งตกใจ

นางลงมือไปแล้วหลายสิบกระบวนท่า

แต่แม้แต่ชายเสื้อของจี้ซิวก็ยังไม่โดน

ตามหลักแล้วระดับพลังบำเพ็ญเพียรของนางและจี้ซิวเหมือนกัน ไม่ควรจะแสดงความแตกต่างที่มากขนาดนี้สิ!

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?”

จี้ซิวจ้องมองมู่ปิงด้วยสีหน้าขี้เล่น

ต้องบอกว่าพลังต่อสู้ของมู่ปิงนั้นแข็งแกร่งจริงๆ

พูดอย่างไม่เกินจริง พลังต่อสู้ของนางนั้นเหนือกว่าขอบเขตปฐพีชีวิตขั้นที่หนึ่งไปมากแล้ว

แม้แต่การต่อสู้กับผู้ฝึกตนขอบเขตปฐพีชีวิตขั้นที่สามหรือแม้แต่ขอบเขตปฐพีชีวิตขั้นที่ห้าก็ยังเหมือนกับการเล่นสนุก

แต่ตนเองที่เปิดใช้งานราชันย์มารจุติแล้วแข็งแกร่งกว่านาง!

“สุดขั้วเหมันต์!”

“ดาวตกสังหาร!”

ดวงตาของมู่ปิงเปล่งประกายเย็นเยียบ สองมือประสานอินอย่างบ้าคลั่ง

นางไม่ออมมืออีกต่อไป นางอยากจะเห็นว่าขีดจำกัดของจี้ซิวในตอนนี้อยู่ที่ไหน

แสงน้ำแข็งเจิดจ้า!

ธาตุต่างๆ ระหว่างสวรรค์และโลกสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง!

ฮึ่ม!

มู่ปิงตะโกนเบาๆ ชี้นิ้วไปยังจี้ซิว

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

แท่งน้ำแข็งแหลมคมนับร้อยพุ่งผ่านอากาศราวกับดาวตกที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้าพุ่งเข้าใส่จี้ซิว

“จบแล้ว!”

มุมปากของจี้ซิวโค้งขึ้นเล็กน้อย

ราชันย์มารจุติ เปิดใช้งานเต็มกำลัง

เปลวไฟปีศาจที่ลุกโชนพลันลอยออกมาจากเบ้าตาในทันที

แก่นปราณในร่างกายราวกับถูกจุดไฟให้ลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง

ทุกย่างก้าวที่เขาเดิน จะมีรอยเท้าเปลวไฟปรากฏขึ้นข้างหลัง

ในยามนี้เขามีท่วงท่าราวกับเทพปีศาจจุติลงมาจริงๆ

“ด้วยความเร็วระดับนี้!”

“อย่างมากสิบวินาทีแก่นปราณก็จะหมดสิ้น!”

“แต่สิบวินาทีก็เพียงพอแล้ว!”

จี้ซิวสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นกระทืบพื้นอย่างแรง ร่างทั้งร่างพุ่งออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่

ฮึ่ม!

จี้ซิวตะคอกเสียงเย็นชา ซัดหมัดออกไปเป็นเส้นทางที่ลุกโชน!

ในขณะนี้ แม้แต่อากาศก็ยังมีกลิ่นไหม้!

ครืน!!!!

ในชั่วพริบตา แท่งน้ำแข็งแตกละเอียด เศษน้ำแข็งกระจายเกลื่อนท้องฟ้า คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกไปในอากาศ

“เจ้ามีฝีมือแค่นี้เองหรือ?”

จี้ซิวพุ่งเข้าใกล้มู่ปิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“เจ้า...”

มู่ปิงมองจี้ซิวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ดวงตาสั่นระริก

นางไม่คิดว่าจี้ซิวจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้แล้ว!

พูดยังไม่ทันจบ....

นิ้วของจี้ซิวก็แตะลงบนหน้าผากของนาง

เคล็ดวิชามารกลืนเซียน พลังเสวียนพลุ่งพล่าน แสงสว่างจุดเล็กๆ เบ่งบานออก!

เคร้ง!

ในชั่วพริบตาก็ผนึกเส้นชีพจรทั้งหมดของนาง!

ในตอนนี้มู่ปิงสูญเสียการควบคุมร่างกาย ภายใต้การกดดันของพลังเสวียนของจี้ซิวจึงไม่สามารถขยับตัวได้เลย!

หากจี้ซิวต้องการ

วินาทีต่อมาก็สามารถจบชีวิตของมู่ปิงได้

แต่จี้ซิวไม่ได้ทำเช่นนั้น

ท้ายที่สุดแล้ว ท่านอาจารย์ของมู่ปิงก็คือท่านย่าหญิงมู่ชิวของตนเอง

หากตนเองฆ่ามู่ปิงตอนนี้ ตระกูลจี้ย่อมต้องแตกหักกับตำหนักเทพเหมันต์อย่างแน่นอน!

ในตอนนี้ตนเองยังต้องการให้ตำหนักเทพเหมันต์คอยข่มขู่ราชวงศ์เป่ยเซี่ยอยู่!

ดังนั้นการฆ่ามู่ปิงในช่วงเวลานี้จึงไม่มีความหมายใดๆ เลย

มิหนำซ้ำ ยังจะทำให้ตนเองและตระกูลจี้ตกสู่ห้วงเหวหมื่นจ้าง!

ยิ่งไปกว่านั้น ตนเองยังต้องใช้มู่ปิงเป็นครั้งคราวเพื่อสะสมแก่นแท้ชะตาสวรรค์ให้ตัวเองอีกด้วย!

“ก็อย่างเช่น....”

“ตอนนี้!”

มุมปากของจี้ซิวยกขึ้นเล็กน้อย

“เจ้า...”

“เจ้าคิดจะทำอะไร?”

ในใจของมู่ปิงเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา

“ฝ่ามือมังกรทะยานเมฆา!”

จี้ซิวพึมพำในใจ จากนั้นฝ่ามือก็เปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์แล้วยื่นไปค้นตัวมู่ปิง

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ขโมยแก่นแท้ชะตาสวรรค์ 500 แต้มสำเร็จ!】

อ๊า!!!!

มู่ปิงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและตวาดด้วยความโกรธ

“จี้ซิว!!!”

“เจ้าบังอาจ!!!”

นางไม่คิดเลยว่าจี้ซิวจะบังอาจยิ่งกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกเสียอีก!

นางอยากจะสู้กับเขาสุดชีวิต แต่ทว่าในตอนนี้กลับขยับตัวไม่ได้เลย!

“ยังมีอีกห้าวินาที!”

จี้ซิวไม่สนใจมู่ปิง

เขาเริ่มโจมตีมู่ปิงอย่างบ้าคลั่ง

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ขโมยแก่นแท้ชะตาสวรรค์ 300 แต้ม!】

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับแก่นแท้ชะตาสวรรค์ 800 แต้ม!】

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ขโมยแก่นแท้ชะตาสวรรค์ 200 แต้ม!】

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ขโมยโอสถเทียนหย่างหนึ่งเม็ด!】

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ขโมยเกราะอ่อนจื่อหยุนหนึ่งชิ้น!】

“เอ๊ะ?”

“เดี๋ยวก่อน!”

“ดูเหมือนจะขโมยของแปลกๆ มาได้นะ!”

จี้ซิวเกาหัว

ในตอนนี้ สภาวะราชันย์มารจุติสิ้นสุดลง....

แก่นปราณหมดสิ้น

ความรู้สึกอ่อนแอเข้าจู่โจม

ขาของจี้ซิวอ่อนแรงลง ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที

ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้น

“จี้ผู้ไม่รู้จักอาย!”

“เจ้ากำลังทำอะไรอยู่!”

สิ้นเสียง

เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นท่านแม่หลินหรูมาถึงลานเรือนเล็กของตำหนักหลัวเฟิง

นางเท้าสะเอว มองตนเองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ

“ท่านแม่!”

“ท่านฟังข้าอธิบายก่อน!”

จี้ซิวโบกมือพลางตะโกนเสียงดัง

“เจ้าเด็กนี่?”

“จะอธิบายอะไร!!”

หลินหรูชี้ไปที่เกราะอ่อนจื่อหยุนในมือของจี้ซิวแล้วตวาดด้วยความโกรธ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จี้ซิวเหลือบมองเกราะอ่อนสีม่วงที่มีกลิ่นหอมในมือของตนแล้วก็ตะลึงไปชั่วครู่

“ข้า...”

จี้ซิวพูดอะไรไม่ออก

ความจริงอยู่ตรงหน้า

คำอธิบายที่มากเกินไปก็เหมือนกับการแก้ตัว

เขาเองก็ไม่คิดว่าตนเองจะใช้ฝ่ามือมังกรทะยานเมฆาถอดเกราะอ่อนป้องกันตัวของมู่ปิงออกมาได้!

“วันนี้ ดูซิว่าแม่จะไม่ตีแกให้ก้นลาย!”

หลินหรูกระโจนพรวดเดียวไปถึงหน้าจี้ซิว ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ดึงหูจี้ซิวแล้วเดินเข้าไปในตำหนักหลัวเฟิง

และเมื่อหลินหรูมาถึงตำหนักหลัวเฟิง นางก็ได้เห็นภาพที่น่าตกใจยิ่งกว่า!

บนเตียงของลูกชายนาง....

กลับมีเด็กสาวนอนอยู่!

เด็กสาวคนนี้คือ กู้เหยา!

อ๊า!!!

เสียงคำรามราวกับแม่เสือดังก้องขึ้น

“จี้ผู้ไม่รู้จักอาย!”

“วันนี้แม่จะจัดการกับเจ้าให้ถึงที่สุด!”

จี้ซิว "???? "

มู่ปิงยืนตะลึงงันอยู่กับที่

ร่างอรชรของนางสั่นเทาเล็กน้อย

นางกัดริมฝีปากงามแน่น

ดวงตาเย็นเยียบสั่นระริกอย่างรุนแรง!

เดิมทีนางคิดว่าจะทวงคืนดอกเบี้ยเล็กน้อยให้กู้เหยา

แต่ผลลัพธ์กลับโหดร้าย... นางถึงกับไม่สามารถรักษากระราะอ่อนจื่อหยุนซึ่งเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ป้องกันตัวของตำหนักเทพเหมันต์ไว้ได้!

สายลมยามราตรีที่เย็นเยียบพัดผ่าน

มู่ปิงอดไม่ได้ที่จะหนาวสั่นขึ้นมา

"สารเลว!"

“จี้ซิว เจ้ากล้าดียังไง!!”

ใบหน้างามของมู่ปิงแดงระเรื่อ นางกำหมัดแน่น โกรธจนตัวสั่นไปทั้งร่าง

นอกตำหนักหลัวเฟิง

มู่ชิวและท่านย่ามู่ฮั่วยืนอยู่ด้วยกันพลางทอดสายตามองไป

“ในสถานการณ์เช่นนี้”

“หากเจ้าเด็กสองคนนี้ไม่แต่งงานกัน”

“เกรงว่า คงไม่มีทางจบเรื่องได้แล้ว!”

ท่านย่ามู่ฮั่วกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าจนใจ

“ใช่แล้ว!”

มู่ชิวพยักหน้า

นางเห็นด้วยกับความคิดของมู่ฮั่วอย่างยิ่ง

พูดจบ นางมองเข้าไปในตำหนักหลัวเฟิง ผ่านไปครู่ใหญ่จึงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า

“เจ้าเด็กคนนี้....ช่างฝืนลิขิตสวรรค์เสียจริง!”

“อายุน้อยเพียงนี้ก็อยู่ขอบเขตปฐพีชีวิตขั้นที่หนึ่งแล้ว!”

“กลับยังมีพลังต่อสู้อย่างน้อยเทียบเท่าขอบเขตปฐพีชีวิตขั้นที่แปดอีก!”

“ดูท่าว่า.....การแต่งงานครั้งนี้ช่างเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเสียจริง!”

เหอะๆๆ!

เมื่อมู่ฮั่วได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า

“ศิษย์พี่! สมแล้วที่เป็นท่าน”

“มุมมองในการมองเรื่องต่างๆ ของท่านช่างไม่เหมือนใครเสียจริง!”

จบบทที่ บทที่ 23 เปิดใช้งานราชันย์มารจุติครั้งแรก! ฝ่ามือมังกรทะยานเมฆาปรากฏ!

คัดลอกลิงก์แล้ว