- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นก็อบลินแล้วไง ผมจะปกป้องท่านแม่เอง
- บทที่ 2 - ใครอาจองอาจหมายปองมารดาข้า มันต้องตาย
บทที่ 2 - ใครอาจองอาจหมายปองมารดาข้า มันต้องตาย
บทที่ 2 - ใครอาจองอาจหมายปองมารดาข้า มันต้องตาย
บทที่ 2 - ใครอาจองอาจหมายปองมารดาข้า มันต้องตาย
สายตาที่น่ารังเกียจนั้น ราวกับจะเลียเรือนร่างของนางทั้งตัว
“ต้องตายแน่ๆ”
เอลฟ์สาวน้อยใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เพราะนางเพิ่งจะคลอดลูก จึงไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะต่อสู้ขัดขืน
ในขณะเดียวกันนั้น ลูกก็อบลินประหลาดตัวนั้น
ยังคงจ้องมองสายสะดือที่ท้องของเขาพลางยิ้มอย่างเหม่อลอย
ทันใดนั้น ลูกก็อบลินตัวหนึ่งที่แอบย่องเข้ามาใกล้เย่เหยียนก็จู่โจมเขาในทันที
ในชั่วพริบตานั้น เอลฟ์สาวน้อยคิดว่า ตายไปเสียก็ดี
“อย่านะ!”
แต่ด้วยสัญชาตญาณหรือด้วยพลังอะไรบางอย่างก็ไม่อาจทราบได้
ทำให้นางขยับตัวและยื่นมือออกไป โอบกอดลูกก็อบลินประหลาดตัวนั้นไว้ในอ้อมแขน
ปัง!
หมัดนั้นชกเข้าที่ร่างของเอลฟ์สาวน้อย โชคดีที่ลูกก็อบลินยังไม่มีพละกำลังมากนัก
เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้ทำให้นางบาดเจ็บอะไร
แต่…
“แค่ก”
เลือดคำหนึ่งพุ่งออกจากปากของเอลฟ์สาวน้อย
การฝืนร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งทำให้อาการของนางย่ำแย่ลงไปอีก
นางเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
ร่างกายถึงได้ขยับไปเอง
อาจจะเป็นการชดใช้
หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเด็กคนนี้คือสิ่งปลอบใจเพียงหนึ่งเดียวของนางในรังนรกแห่งนี้
“แม่ แม่”
ทันใดนั้น การได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่ทำให้เย่เหยยีนดีใจมาก
แม่ไม่ได้กอดเขามานานแสนนานแล้ว
ความรู้สึกอบอุ่นนี้คือสิ่งที่เย่เหยียนปรารถนา
เพื่อสิ่งนี้ เขาสามารถฆ่าคนได้มากมาย ต่อให้ต้องฆ่าคนทั้งโลกก็ไม่เป็นไร
ขอเพียงแค่มีแม่อยู่ข้างกาย
แต่ว่า…
ติ๋ง
ของเหลวหยดหนึ่งหยดลงมา
ทำให้เขาที่กำลังดื่มด่ำกับความอ่อนโยนต้องตื่นจากภวังค์
เย่เหยียนก้มลงมอง นั่นคือ…
“เลือด?”
ฝีมือใคร
เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้น แล้วเบิกตากว้าง มองท่านแม่ที่มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมา
เป็นไปได้อย่างไร
ท่านแม่ของเขาบาดเจ็บ
ความโกรธที่ไม่เคยมีมาก่อนพลุ่งพล่านขึ้นในใจ
“ท่านแม่ รอสักครู่นะขอรับ”
เย่เหยียนส่งเสียงที่น่าเกลียดออกมา เอลฟ์สาวน้อยฟังไม่เข้าใจ
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าในอ้อมแขนของตนคือก็อบลิน นางก็คลายมือออกโดยไม่รู้ตัว
เอลฟ์สาวน้อยมีสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาสีทับทิมคู่นั้นเต็มไปด้วยความสับสนและรังเกียจ
นางยังคง…
เย่เหยียนไม่รู้ว่าแววตาและสายตาเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร
เพราะไม่มีใครเคยสอนเขา
ตั้งแต่เขาเกิดและจำความได้ เขาก็ได้รับการฝึกฝนในฐานะนักฆ่ามาโดยตลอด
ลบเลือนความรู้สึกไร้ประโยชน์ทั้งหมดทิ้งไป
กลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่รับคำสั่งเท่านั้น
ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวที่ถูกปลูกฝังให้เขาคือ การเชื่อฟัง "ท่านแม่"
แม่ของเขา
“ก๊าซ!”
ลูกก็อบลินตัวอื่นๆร้องเจี๊ยวจ๊าว พูดอะไรบางอย่างกับเย่เหยียน
ราวกับจะถามว่าทำไมเขาถึงปกป้องผู้หญิงคนนั้น
เย่เหยียนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงฟังพวกมันเข้าใจ และก็ฟังคำพูดของท่านแม่เข้าใจด้วย
แต่เขาไม่สนใจ
และไม่จำเป็นต้องสนใจ
“ก๊าซ”
ในขณะที่ก็อบลินตัวนั้นกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
ฟุ่บ!
เย่เหยียนพุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล
ไม่เปิดโอกาสให้ลูกก็อบลินได้ทันตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย
เขายกมือที่ถือก้อนหินขึ้น ทุบลงไปที่ลำคออันเปราะบางของมัน
ฟุ่บ!
ลูกก็อบลินเบิกตากว้าง พยายามจะหลบ แต่เย่เหยียนไม่ให้โอกาส
หลังจากที่เสียงลึกลับนั้นดังขึ้น พละกำลังของเขาก็เพิ่มขึ้น
และพละกำลังที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เขาทุบกะโหลกที่เปราะบางตรงหน้านี้ได้ง่ายขึ้น
ปัง!
ก้อนหินทุบลงบนหัวของลูกก็อบลินอย่างแรง
ลูกก็อบลินล้มลงกับพื้นทันที ดิ้นรนอย่างเจ็บปวด
แต่ยังไม่พอ เมื่อลงมือแล้วต้องเอาชีวิตของอีกฝ่ายให้ได้จึงจะถือว่าจบสิ้น
นี่คือสิ่งที่แม่ของเขาสอนไว้
เย่เหยียนไม่หยุดนิ่ง เขารีบขึ้นไปคร่อมบนตัวของลูกก็อบลิน แล้วทุบหัวมันไม่ยั้ง
จากนั้นก็เป็นหัวใจ จนกระทั่งลูกก็อบลินไม่ขยับและไม่ดิ้นรนอีกต่อไป
จนกระทั่ง เสียงแห่งโลกดังขึ้น
[ยินดีด้วย ท่านสังหารลูกก็อบลินได้ จากผลของทักษะ “ตะกละกลืนกิน” ท่านได้รับความเร็ว 1 หน่วย]
เย่เหยียนจัดการไปหนึ่งตัวด้วยความรวดเร็ว
ทำให้ลูกก็อบลินทุกตัวที่อยู่ในเหตุการณ์ตกตะลึง
พวกมันยืนนิ่งอยู่กับที่
เพราะพวกมันไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน
แม้แต่ก็อบลินที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายโดยกำเนิด
ก็ยังเป็นเช่นนี้
แม้แต่นางเอลฟ์ที่อยู่ข้างๆก็ยังตกใจกับการกระทำและพละกำลังของเย่เหยียนจนพูดไม่ออก
ลูกก็อบลินที่เพิ่งเกิดมาจะมีพละกำลังและความเร็วขนาดนี้จริงๆหรือ
อีกทั้งความเหี้ยมโหดและเด็ดขาดต่อศัตรู แม้แต่นักผจญภัยที่มากประสบการณ์บางคนก็ยังทำไม่ได้
หากทั้งหมดนี้เป็นไปโดยสัญชาตญาณ
มันก็น่ากลัวเกินไปแล้ว
และเขายังเป็น "ลูก" ของนางอีกด้วย
ความรู้สึกซับซ้อนแปลกประหลาดผุดขึ้นในใจของนางเอลฟ์
นางควรจะรู้สึกโชคดี หรือว่าหวาดกลัวกันแน่
เย่เหยียนไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของเอลฟ์สาวน้อย เขาลุกขึ้นจากพื้นแล้วเช็ดคราบเลือดบนใบหน้า
“ก๊าซ”
ในขณะนั้นเอง ลูกก็อบลินตัวหนึ่งได้สติก่อนใครเพื่อน มันส่งเสียงคำรามอย่างโกรธแค้นใส่เย่เหยียน
ฟุ่บ!
แทบจะในเวลาเดียวกัน
เย่เหยียนที่ความเร็วเพิ่มขึ้น
ฟุ่บ!
เพียงชั่วพริบตา เขาก็ไปอยู่ด้านหลังของลูกก็อบลินตัวนั้นแล้ว
“ก๊าซ”
เมื่อลูกก็อบลินรู้ตัวและพยายามจะหันกลับไปก็สายเกินไปเสียแล้ว
ก้อนหินในมือของเย่เหยียนที่เปื้อนเลือดไปแล้ว ทุบลงไปที่ท้ายทอยซึ่งเป็นจุดอ่อนของลูกก็อบลินอย่างแรง
ปัง!
เสียงทุ้มดังขึ้น
ความเร็วบวกกับพละกำลังที่เพิ่มขึ้น และความแม่นยำในการเล็งจุดอ่อน
ทำให้การโจมตีครั้งนี้ของเย่เหยียนสังหารมันได้ในครั้งเดียว
เสียงแห่งโลกดังขึ้น
[ยินดีด้วย ท่านสังหารลูกก็อบลินได้ จากผลของทักษะ “ตะกละกลืนกิน” ท่านได้รับพลัง 1 หน่วย]
พละกำลังเพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่เย่เหยียนกลับไม่รู้สึกอะไร
เขารู้สึกเพียงว่าความหิวโหยที่น่ารังเกียจและพร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แต่เย่เหยียนไม่สนใจ
ในตอนนี้ ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว
นั่นคือฆ่าลูกก็อบลินที่พยายามจะทำร้ายและทำให้แม่ของเขาต้องมัวหมองให้หมด
ไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว!
“ก๊าซ!”
“ก๊าซ!!!”
เมื่อตายไปสองตัวติดต่อกัน ลูกก็อบลินจำนวนมากก็เริ่มได้สติ พวกมันคำรามใส่เย่เหยียนอย่างโกรธแค้น
แล้วพุ่งเข้าใส่เย่เหยียนเป็นฝูง
รังก็อบลินพลันเกิดความโกลาหลขึ้นในทันที
หญิงสาวที่คลอดลูกเสร็จแล้วต่างก็ขดตัวตัวสั่นอยู่ตามมุมกำแพง
พวกนางมองดู "ลูก" ที่ตัวเองให้กำเนิดฆ่าฟันกันเอง แต่กลับไม่มีความคิดที่จะเข้าไปช่วยเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงความเคียดแค้นและโกรธา พวกนางอยากให้สัตว์ประหลาดพวกนี้ตายให้หมด
ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถดับความแค้นในใจของพวกนางได้
เย่เหยียนมองดูลูกก็อบลินนับไม่ถ้วนที่พุ่งเข้ามา ในแววตาของเขาไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชา
จิตสังหารที่เย็นยะเยือกจนแทบหายใจไม่ออก
ความกลัวงั้นหรือ
เขาไม่เคยรู้สึกถึงมัน
ตั้งแต่เกิดมา ความรู้สึกประเภทนี้ของเขาก็ถูกลบเลือนไปแล้ว
ไม่รู้จักว่าความกลัวคืออะไร
อีกทั้งความเร็วและพละกำลังของเขาก็เพิ่มขึ้น
บวกกับทักษะของมือสังหารอันดับหนึ่งในชาติก่อน
ไม่ใช่สิ่งที่ลูกก็อบลินเพิ่งเกิดพวกนี้จะรับมือได้
ปัง!
ก้อนหินในมือของเย่เหยียนกลายเป็นอาวุธสังหารลูกก็อบลิน
มันถูกทุบลงบนท้ายทอยของก็อบลินอย่างแม่นยำครั้งแล้วครั้งเล่า
เสียงแห่งโลกยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา
[จบแล้ว]