- หน้าแรก
- ระบบคืนกำไรหมื่นเท่า
- 136.กาลเวลาและมิติปั่นป่วน,หวนคืนสู่ราชวงศ์สุริยัน!
136.กาลเวลาและมิติปั่นป่วน,หวนคืนสู่ราชวงศ์สุริยัน!
136.กาลเวลาและมิติปั่นป่วน,หวนคืนสู่ราชวงศ์สุริยัน!
สมกับเป็นอาวุธเทพระดับสูงแม้เพียงพลังพื้นฐานของหอคอยดาราในตอนนี้ก็แข็งแกร่งจนเรียกได้ว่าท้าทายสวรรค์!
หอคอยดารา : อาวุธเทพระดับสูงขั้นต่ำ สูงถึง 90 ปีแสง ภายในมีโลกภายในหอคอยสามพันแห่งมีพลังในการปราบปราม ปกป้อง และโจมตี
เมื่อเทียบกับก่อนหน้าพลังมันเพิ่มขึ้นราว 1,001,500 เท่า!
บางทีอาจเป็นเพราะความพิเศษของหอคอยดาราเอง
การเพิ่มนับหมื่นเท่าทำให้พลังของมันระเบิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด!
เพิ่มพลังถึงล้านเท่า!
หอคอยใหญ่ขนาด 90 ปีแสง!
แม้จะใช้เพียงวิธีการที่ง่ายและดั้งเดิมที่สุดทิ้งลงมาเกรงว่าก็เพียงพอจะทุบยอดฝีมือในขอบเขตเทพแท้ให้แหลกเป็นผง!
“ทุกคนไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ในวินาทีต่อมาขณะที่เซียวหยุนหันไปถามกลุ่มคนด้านหลัง
ตูม!
ในชั่วพริบตาหลังจากถูกหอคอยดาราโจมตีมิติลับที่เดิมก็เปราะบางก็พังทลายลงในทันใด!
คลื่นมิติอันปั่นป่วนพัดกวาดกลืนกินทุกคนเข้าไป
การพังทลายของโลกเทพแห่งหนึ่งมันทำให้เกิดความโกลาหลในต้นกำเนิดของกาลเวลาและมิติแม้แต่วิถีสวรรค์ของทวีปเทียนหยวนก็เข้ามาแทรกแซงทำให้ทุกอย่างยิ่งวุ่นวาย!
“...นายท่าน!”
ชิงจือตะโกนเรียกแต่การกลืนกินของคลื่นมิตินั้นรวดเร็วยิ่งนักคำพูดของนางยังไม่ทันจบก็ถูกดูดหายไป!
“ป้องกันดารา!”
เมื่อเห็นเช่นนั้นสีหน้าของเซียวหยุนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาคำรามในใจกระตุ้นพลังป้องกันของหอคอยดาราในวินาทีสุดท้ายห่อหุ้มทุกคนไว้!
ตูม!!
คลื่นอันมืดมิดไหลวนกาลเวลาและมิติที่ปั่นป่วนสลายหาย
ท่ามกลางความโกลาหลอันไร้ขอบเขตเซียวหยุนรู้สึกเพียงตาพร่าพอเขาเปิดดวงตาอีกครั้งก็มาปรากฏในเมืองโบราณแห่งหนึ่ง
“ที่นี่คือ...”
“ทวีปเทียนหยวน? ดูเหมือนข้าถูกคลื่นมิติส่งมาที่ใดสักแห่งในทวีปนี้”
“โชคดีที่สัมผัสวิญญาณของชิงจือและคนอื่นๆยังคงอยู่ดูเหมือนพวกนางจะปลอดภัย”
เมื่อรับรู้ว่าสัมผัสของทุกคนยังไม่หายไปเซียวหยุนรู้สึกโล่งใจ
“เสี่ยวเฮย”
เขายกมือขวาขึ้นแล้วเรียกเสี่ยวเฮยออกมาผ่านมิติของระบบ
“โฮ่ง โฮ่ง...โฮ่ง!”
ทันทีที่ปรากฏเสี่ยวเฮยเห่าด้วยความตื่นเต้นดวงตาคู่ส่องแสงวาววับ
มันดูตื่นเต้นสุดๆ
“เจ้าบอกว่าเมื่อสามเดือนก่อนเจ้าถูกส่งไปยังดินแดนที่เต็มไปด้วยเผ่าอสูร?”
“อะไรนะ?”
“ฮ่าๆ เจ้าถูกพวกมันยกย่องเป็น ‘จักรพรรดิอสูรกลืนสวรรค์’?”
ครู่ต่อมาเมื่อเซียวหยุนพยายามทำความเข้าใจ “ภาษาสุนัข” ของมันก็อดหัวเราะไม่ได้
จักรพรรดิอสูรกลืนสวรรค์?
ดูเหมือนเสี่ยวเฮยคงถูกส่งไปยังดินแดนเหนือและอาจถูกเข้าใจว่าเป็นหนึ่งในเผ่าอสูร
แต่...
จากสัมผัสของเขาหลังมิติลับพังทลายดูเหมือนจะผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น
แต่เสี่ยวเฮยกลับบอกว่ามันอยู่ที่นั่นถึงสามเดือน?
“กาลเวลาปั่นป่วนหรือ?”
เซียวหยุนเงยมองท้องฟ้าและขมวดคิ้วเล็กน้อย
หากเป็นเช่นนี้เวลาที่แท้จริงมันผ่านไปนานเท่าใดแล้ว?
วูบ วูบ!
ตอนนั้นตราจักรพรรดิมังกรในอกของเขาสั่นสะเทือนเป็นข้อความจากจักรพรรดิมังกรสายฟ้าทมิฬ
“ท่านบรรพบุรุษมังกรสามปีแล้วในที่สุดข้าก็สัมผัสถึงการมีอยู่ของท่านอีกครั้ง!”
“ข้อความจากตราจักรพรรดิมังกรสามารถส่งถึงท่านได้แล้ว!”
น้ำเสียงของจักรพรรดิมังกรสายฟ้าทมิฬเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดีราวกับพบที่พึ่งพิงใจ
สามปีที่ผ่านมาเซียวหยุนราวกับหายตัวไปจากโลก
มีเพียงกู่หลานและชิงจือที่กลับสู่เผ่ามังกรยืนยันว่าเขายังปลอดภัยจึงทำให้เหล่ามังกรใจเย็นลงบ้าง
“สามปีงั้นหรือ...”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของจักรพรรดิมังกรสายฟ้าทมิฬ
แววตาของเซียวหยุนสั่นไหวรู้สึกถึงความรู้สึกราวกับห่างหายไปอีกโลก
เพียงชั่วพริบตาในความรู้สึกของเขาแต่ในโลกภายนอกกลับผ่านไปสามปี
ดูเหมือนเสี่ยวเฮยและเขาจะเป็นสองสิ่งสุดท้ายที่หลุดพ้นจากคลื่นมิติและเวลาปั่นป่วน
“ท่านจักรพรรดิมังกรข้าเซียวหยุนปลอดภัยโปรดแจ้งข่าวนี้แก่เผ่ามังกร”
“และอีกไม่นานข้าจะเดินทางไปยังดินแดนตะวันตก”
ระหว่างครุ่นคิดเซียวหยุนยิ้มบางส่งคำพูดผ่านตราจักรพรรดิมังกร
ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป
เผ่ามังกรช่วยเขาไว้มากมายและเขาก็เป็นหนี้บุญคุณพวกมันมาก
ถึงเวลาแล้วที่ต้องตอบแทนบุญคุญนั้นแล้ว
“...ดี ดี ดี!”
“ท่านบรรพบุรุษมังกรเผ่ามังกรทั้งหมดจะรอต้อนรับการมาของท่าน!”
หลังจากเงียบไปชั่วครู่เสียงตื่นเต้นของจักรพรรดิมังกรสายฟ้าทมิฬดังขึ้นด้วยความยินดีที่ไม่อาจปิดบัง
ท่านผู้นั้นในที่สุดก็ยินดีกลับสู่เผ่ามังกร!
นี่คือโชควาสนาของเผ่ามังกรทั้งหมดและเป็นความหวังของมังกรนับล้าน!
“อืม”
เซียวหยุนพยักหน้าเก็บตราจักรพรรดิมังกรแล้วมองรอบตัว
เขารู้สึกว่าเมืองนี้คุ้นตาเหลือเกินราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ทันใดนั้นความทรงจำในสมองของเขาวูบผ่าน
เมืองชิงโจว!
ที่นี่ไม่ใช่เมืองที่เขาเพิ่งข้ามมิติมาสู่ทวีปเทียนหยวนเมื่อแรกเริ่มหรือ?
สิบแปดปีก่อน...ไม่สิควรจะยี่สิบเอ็ดปีก่อนในคืนนั้นเขาถูกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเมืองชิงโจวรับเลี้ยงจึงรอดพ้นจากความตายในพายุหิมะ
“ท่านยายหลิว...”
ภาพใบหน้าของหญิงชราผู้ใจดีผุดขึ้นในใจของเซียวหยุน
ก่อนอายุเจ็ดขวบเขาและเด็กกำพร้าอีกสามคนถูกหญิงชราผู้นั้นเลี้ยงดู
แต่แล้ววันหนึ่งหญิงชราทำแจกันแตกโดยไม่ตั้งใจและถูกคุณชายสามของตระกูลไป๋ทุบตีจนตาย
ตั้งแต่นั้นมาเซียวหยุนและเด็กกำพร้าต้องสูญเสียที่พักพิงกลายเป็นคนเร่ร่อนในเมืองต่างๆ
หลังจากเร่ร่อนหลายปีเขาก็เข้าสู่นิกายซวนหยางได้สำเร็จ
ความยากลำบากและทุกข์ทนที่พบเจอมีเพียงผู้ประสบด้วยตนเองเท่านั้นที่เข้าใจ
หากบอกว่าในวัยเด็กเซียวหยุนไม่เคยคิดแก้แค้นนั่นย่อมเป็นเรื่องโกหก
เพียงเพราะตระกูลไป๋มีอำนาจสูงส่งเกินไปมีผู้แข็งแกร่งในขอบเขตตำหนักศักดิ์สิทธิ์ถึงสามคนไม่ใช่สิ่งที่เด็กขอทานอย่างเขาจะสั่นคลอนได้!
มีเพียงอดทนและเอาชีวิตรอด!
ถึงแม้จะเติบโตในความมืดมิดแต่เขาก็ไม่เคยหลงทาง!
“ศพของท่านยายหลิวควรจะอยู่ในสุสานร้าง”
“แต่ก่อนจะชุบชีวิตท่านข้ามีเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย”
เซียวหยุนก้าวเดินลึกเข้าไปในเมืองพึมพำในใจ
เขาไม่ใช่นักบุญ
หากให้เขามองข้ามความแค้นนี้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั่นย่อมเป็นไปไม่ได้!
ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต
เซียวหยุนจะไม่ขยายความแค้นนี้ไปถึงผู้อื่นแต่หากผู้ใดขวางหน้าเขาก็จะเป็นศัตรู!