เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7

บทที่ 7

บทที่ 7


เปลี่ยน หนังสือปีศาจแห่งเฮียวกะ เป็น ตำราปีศาจแห่งสุริยัน (向日魔典)

โอกาส ที่หมายถึงในเรื่อง คือ โอกาสโดยบังเอิญที่จะเจอสมบัติหายาก

---------------------------------------------------

เซิ่นเทียนไม่รู้ว่า ฉินเกากำลังคิดอะไรอยู่

เขาครุ่นคิดสักครู่แล้วพูดว่า“ลุงกุ่ย ทำสำเนาตำราปีศาจแห่งสุริยันและส่งให้เกาในภายหลังด้วย”

"พะยะค่ะ"

ขันทีกุ้ยไม่ได้ขัดข้องใดๆ จากมุมมองของเขา ตำราปีศาจแห่งสุริยัน เป็นขององค์ชาย เหตุผลที่เขาฝึกฝนมันก็เพื่อที่เขาจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้ององค์ชายได้ ในเมื่อองค์ชายเต็มใจที่จะให้ฉินเกาเรียนวิชานี้ด้วยเช่นกัน ขันทีกุ้ยจึงไม่มีถามคำถามใด ๆ

“เตรียมห้องให้ฉินเกาด้วย”

เซิ่นเทียนหันหลังกลับและเตรียมที่จะออกไป

ตำราปีศาจแห่งสุริยันเป็นโชคชะตาของฉินเกาอยู่ดี แม้ว่าเซิ่นเทียนจะเก็บมันไว้ห่างจากฉินเกาเท่าใด แต่สุดท้ายเขาอาจพบมันอยู่ดี

ถ้าเซิ่นเทียนมอบให้ฉินเกาและให้ความช่วยเหลือแก่เขา บางทีฉินเกาอาจทราบซึ้งบุญเจ้าและเป็นสหายที่ช่วยเหลือเขาในอนาคตก็ได้

หลังจากที่เซิ่นเทียนพูดจบ ก็มีบางอย่างเกิดขึ้น เซิ่นเทียนรู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาขึ้นราวกับว่ามีโซ่ที่มองไม่เห็นขาดออก มันให้ความรู้สึกเหมือนของจริงแต่ก็เหมือนจินตนาการในเวลาเดียวกัน

เซิ่นเทียนหันกลับมาและมองไปที่ฉินเกา รัศมีบนหัวของเขาเปลี่ยนสี แสงสีเขียวทั้งหมดหายไปและกลายเป็นสีแดงอีกครั้งเช่นเดียวกับครั้งแรกที่ เซิ่นเทียนพบเขา

เซิ่นเทียนหยิบกระจกออกมาจากกระเป๋าเสื้อและมองไปที่รัศมีของตัวเอง แม้ว่ามันจะยังเป็นสีดำ แต่ก็ไม่หนาแน่นgmjkเดิม

เป็นไปได้ไหมที่จะเป็นเพราะข้าคืนโชคชะตาให้ฉินเกา? หรือข้ากำลังแบ่งปันโชคกับเขา?

เซิ่นเทียนตัดสินใจที่จะทดสอบมัน

เขาจ้องไปที่รัศมีของฉินเกาและพูดว่า“เมื่อข้าลองคิดอีกทีแล้ว ลุงกุ่ย ไม่จำเป็นต้องคัดลอกตำราปีศาจแห่งสุริยันหรอก”

เมื่อเขาพูดอย่างนั้นร่างกายของเขาก็รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับอีกครั้งในขณะที่จุดสีเขียวปรากฏในรัศมีของฉินเกา

ลุงกุ่ยพยักหน้าแล้วพูดว่า“พะยะค่ะ ฝ่าบาท”

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมองค์ชายถึงเปลี่ยนใจเร็วนัก แต่เขาก็เชื่อในการตัดสินใจขององค์ชาย 13 ทั้งหมด vpjk’w,jl’lyp

จากนั้น เซื่นเทียนก็พูดอีกครั้ง “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ท่านทำสำเนาเพิ่มดีกว่า!”

จากนั้นรัศมีของ ฉินเกาก็กลายเป็นสีแดงสดอีกครั้ง

เซิ่นเทียนตื่นเต้นมากเมื่อทฤษฎีของเขาได้รับการพิสูจน์!

"ได้ พะยะค่ะ ฝ่าบาท."

ลุงกุ่ยรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเ ในใจของเขา องค์ชายกำลังล้เล่นกับขันทีผู้ต่ำต้อยคนนี้

นั่นหมายความว่า!

ในที่สุด ฉินเกาก็พูดขึ้น “เอิ่ม…ข้าไม่ต้องการมันจริงๆ…”

ความจริงฉินเการู้สึกหวาดกลัวเมื่อองค์ชาย 13 ทำดีกับเขามากเกินไป เซิ่นเทียนได้ช่วยชีวิตเขาไว้แล้วและจัดหาที่พักให้เขา ในเวลาเดียวกันเขาไม่จำเป็นต้องทำงานอีกตั้งหาก!

ตอนนี้องค์ชายได้ตัดสินใจที่จะอนุญาตให้เขาเรียน ตำราปีศาจแห่งสุริยัน แม้ว่าฉินเกาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เมื่อเห็นว่าแม้แต่องค์ชาย 13 ยังไม่สามารถตัดสินใจเด็ดขาด มันต้องเป็นอะไรที่พิเศษมากแน่ๆ

มันอาจจะเป็นอะไรที่เทียบเท่าได้กับปราสาท!

ฉินเกาเป็นหนี้บุญเจ้าขององค์ชายแล้ว และไม่รู้ว่าจะตอบแทนความเมตตาขององค์ชายได้อย่างไร ถ้าเขายอมรับตำราปีศาจแห่งสุริยัน ก็ไม่มีอะไรที่เขาจะชดใช้ได้

ขณะที่ ฉินเกาพูดจุดสีเขียวก็ปรากฏขึ้นบนรัศมีของเขาอีกครั้ง

เซิ่นเทียนไม่มีความสุขกับเรื่องนี้ในที่สุดเขาก็พบวิธีที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของเขา เขาไม่มีทางที่เขาจะยอมให้ฉินเกาทำลายแผนของเขาได้!

ไม่มีทาง!

“ไม่ เจ้าต้องเรียน!” เซิ่นเทียนกล่าวอย่างหนักแน่น“ไม่เพียงแต่เจ้าจะฝึกถึงขั้นกลั่นฉีเท่านั้น แต่เจ้าจะไปถึงรากฐาน แก่นทองคำ และ วิญญาณแรกเริ่มด้วย”

“ฝ่าบาท…”

“เจ้าเป็นหนี้ชีวิตข้า เจ้าไม่สามารถปฏิเสธได้!”

เมื่อเสิ่นเทียนพูดคำเหล่านั้นรัศมีของฉินเกาก็เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม!

ไม่เพียง แต่จุดสีเขียวหายไป แต่ยังมีส่วนสีทองเล็กน้อยปรากฏที่ขอบด้วย

เซิ่นเทียนประหลาดใจ และเขายังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในรัศมีของขันทีกุ้ยอีกด้วย

สีเขียวอ่อนเข้มขึ้น มันเหมือนกับสีของป่าทึบที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ที่ขอบของมันมีแสงสีแดง

รัศมีวิวัฒนาการ? ข้ามาถูกทางใช่ไหม โชคชะตากำลังเปลี่ยนไป?

หากข้าแบ่งปันโอกาสให้กับคนที่มีโชคชะตาที่ดี โชคชะตาโดยรวมของทุกคนที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มขึ้นด้วยใช่ไหม?

เซิ่นเทียนรีบหยิบกระจกออกมาและสังเกตรัศมีของเขา มันยังคงเป็นสีดำแต่ไม่มืดมนเหมือนเดิม อย่างน้อยเซิ่นเทียนก็ไม่รู้สึกว่าเขาจะถูกฟ้าผ่าอีกต่อไปหากเขาก้าวเท้าออกจากวัง

ในที่สุดหลังจากผ่านไปหลายวัน เซิ่นเทียนก็เห็นความหวังเสี้ยวหนึ่ง เขาตื้นตันใจมากและเริ่มมีน้ำตาไหลออกใส!

เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉินเกาก็ตื่นตระหนก

“ได้โปรด องค์ชายอย่าร้องไห้ ข้าจะฟังทุกอย่างที่ท่านพูด!”

องค์ชาย 13 เป็นเชื้อพระวงศ์ ข้าจะแบกรับถ้าทำให้เขาร้องไห้ได้อย่างไร!?

1

มันเป็นเพียงวิชาปีศาจ!

องค์ชายช่วยชีวิตข้าและตอนนี้มันก็เป็นของเขา การฝึกฝนทักษะบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัว!

ฉินเกาเตรียมใจไว้แล้ว

"ดีดี. นอกจากนี้ข้าไม่ได้ร้องไห้ ข้าตื่นเต้นมาก!“เซิ่นเทียนกลอกตาของเขาและพูดว่า” ลุงกุ้ย เจ้าสามารถพาเขาออกไปได้แล้ว”

ลุงกุ่ยพยักหน้า "ได้ พะยะค่ะฝ่าบาท. ข้าตื่นเต้นเหมือนท่าน! ข้าจะพาเขาไปที่ห้องของเขาและสอนวิชาฝึกตนให้เขา”

เซิ่นเทียนเริ่มวางแผนสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป เมื่อพวกเขาจากไป เขาไม่กล้าฝึกฝนทักษะใด ๆ นอกจากสีรัศมีของเขาจะกลายเป็นสีขาวแล้ว เขายังคงมีความทรงจำเลวร้าย ตอนธาตุไฟเข้าแทรกอยู่!

ในเมื่อเขาได้พบวิธีที่จะเปลี่ยนโชคะตาของเขาแล้ว เขาจึงวางแผนที่จะพบปะผู้คนกับผู้คนที่มีโชคชะตาที่ดีมากขึ้นและแบ่งปันโอกาสกับพวกเขา

เซิ่นเทียนเชื่อว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนสีรัศมีของเขาเป็นสีขาวได้ในเวลาไม่นาน ท้ายที่สุดเขาก็จะกลายเป็นคนธรรมดาเ

1

ข้าจะหาคนเหล่านี้ได้ที่ไหน?

เซิ่นเทียนเริ่มคิด โดยทั่วไปคนเหล่านี้จะมีฐานะสูง ในพระราชวังอาณาจักรแห่งเพลิงผู้ที่มีสถานะราชวงศ์หรือสูงกว่าจะมีโชคชะตาที่สูงไปด้วย (ยกเว้นเอง)

เซิ่นโอวเป็นตัวอย่างที่ดี เขามีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งในการฝึกตนและขาข้างหนึ่งของเขาก้าวไปที่ถ้ำสวรรค์สีขาวแล้วโชคของเขาน่าจะดี เเซิ่นเทียนมั่นใจว่ารัศมีขอ เซิ่นโอวอย่างน้อยก็เป็นสีเขียวที่มีแสงสีแดงแซม มันอาจจะเป็นวงแหวนสีแดงที่มีจุดสีเขียวก็ได้!

หากเขาสามารถจ้องมองไปที่เซิ่นโอวสักระยะหนึ่งและรู้โอกาสของเขา เซิ่นเทียนเชื่อว่าโชคเขาจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่มีปัญหา… เซิ่นโอวเป็นคนที่ไม่อยากเผชิญหน้ากับเขา

ตามความเป็นจริงทุกคนที่มีโชคชะตาที่ดีในวัง มักหลีกเลี่ยงและซ่อนตัวจากเซิ่นเทียน พวกเขาไม่เหมือนขันทีที่ต้องเชื่อฟังเขา หา เซิ่นเทียนไม่สามารถพบพวกเขาได้ด้วยตนเองมันจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้รับโอกาสโดยบังเอิญ

ตอนนี้ข้าควรทำอะไรดี? นี่คือปัญหาโลกแตก! !

ข้าจะหาคนที่มีโชคชะตาดัๆและในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หลบซ่อนตัวจากข้าจากไหน!?

เซิ่นเทียนจมอยู่ในภวังค์

จบบทที่ บทที่ 7

คัดลอกลิงก์แล้ว