เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1

บทที่ 1

บทที่ 1


เซิ่นเทียนรู้สึกหดหู่ใจมาก

เขาได้ข้ามมิติมายังโลกแห่งการบ่มเพาะ

!

เขากลายเป็นองค์ชายที่ 13 แห่งอาณาจักรเพลิงในถิ่นทุรกันดารตะวันออกในโลกแห่งการบ่มเพาะใบใหม่นี้

แล้วมีอะไรที่ควรจะบ่นเกี่ยวกับการเป็นองค์ชาย?

เขาไม่ได้เป็นแค่องค์ชายธรรมดาๆ ... แต่เขาเป็นองค์ชายที่ขึ้นชื่อในเรื่องความโชคร้ายสุด ๆ !

แม่ของเขาคือนางสนมหลาน หญิงสาวที่สวยที่สุดในอาณาจักรเพลิง และเป็นหญิงสาวที่จักรรพดิชื่นชอบมาก สถานะของนางในรางวงศ์ใกล้เคียงกับจักรพรรดินีมาก

แน่นอน ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามปกติลูกชายของนางสนมหลานจะมีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็นรัชทายาทในอนาคต

แต่ทว่าในวันที่คลอดเขาออกมา นางสนมหลานได้เสียชีวิตเนื่องจากอาการตกเลือดอย่างรุนแรงที่เกิดจากการคลอดที่ลำบาก( dystocia )

จากนั้นจักรรพดิก็ทรงเกลียดชังการปรากฏตัวขององค์ชายที่ 13 เป็นอย่างมาก ดังนั้นสถานะในราชวงศ์ของเขาจึงเริ่มตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อองค์ชายองค์ที่ 13 อายุมากขึ้นโชคของเขาก็แย่ลงเรื่อย ๆ

เขามีวิหคเพลิงที่งดงามเป็นภูตวิญญาณของเขา แต่มันได้จมน้ำตายในสวนราชวัง

เขามีกระบองเพชรสีม่วงราคาแพง แต่วันหนึ่งกลับมีเด็กที่ไหนไม่รู้ถอดมันออกไป

เขาเคยติดตามลูกพี่ลูกน้องของเขาไปหาผู้อำนวยการของสถาบันเพื่อเข้าเรียนครั้งหนึ่ง…และตึกก็ถล่มลงมาในวันนั้น!

นอกเหนือจากความโชคร้ายในกิจวัตรประจำวันแล้วองค์ชาย 13 ยังมีเส้นทางการบ่มเพาะที่ท้าทายอีกด้วย

วันนี้เป็นครั้งที่ 88 ที่เขาได้รับความทุกข์ทรมานจากการเบี่ยงเบนของเส้นลมปราณ(Qi Deviation.)

องค์ชาย 13 ไม่เชื่อในโชคชะตาและพยายามต่อสู้กับมัน แต่ตอนหลังมันก็ดีขึ้น

ตอนนี้ร่างกายของเขาเป็นของ เซิ่นเทียนเด็กหนุ่มจากศตวรรษที่ 21

“น้ำ…เอาน้ำมาให้ข้า…”

เซิ่นเทียนนอนอยู่บนเตียงด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกแสบตนแทบจะทนไม่ได้และมันส่งผลกระทบต่อกระเพาะอาหารของเขา

ขันทีชรารีบถือกาน้ำชาและเข้ามาหาเซิ่นเทียน

“ฝ่าบาทนี่น้ำพะยะค่ะ ค่อยๆดื่ม”

เขาคือขันทีกุ้ย หัวหน้าแผนกการดูแลวังและเป็นขันทีคนเดียวที่อยู่ในวังเลมในตอนนี้ เขาเป็นคนเฝ้าเลี้ยงดูองค์ชาย 13 มา อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นดั่งพ่อขององค์ชาย 13 ก็ได้

เซิ่นเทียนรู้สึกดีขึ้นมากหลังจากดื่มน้ำ

เขามองไปที่ขันทีชราผู้นี้และตะลึง

เขาจำคนๆนี้ได้จากความทรงจำขององค์ชาย 13

ขันทีกุ้ยอยู่ในวังตั้งแต่เขายังเด็กและทำงานที่นี้มามากว่า 50 ปี สนมหลานเคยช่วยชีวิตเขามาก่อนดังนั้นเขาจึงจงรักภักดีต่อองค์ชาย 13 มาก

แต่ครั้งนี้เขากลับเห็นขันทีกุ้ยไม่เหมือนเดิม เพราะเขามีรัศมีเรืองแสงลอยอยู่บนหัวของขันทีกุ้ย!

ใช่มันเป็นรัศมีสีเขียวที่เปล่งประกาย!

เซิ่นเทียนตกใจกับสิ่งที่เขาเห็น รัศมีนั้นคล้ายกับเทวดาองค์หนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีหลากสี

ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?

เซิ่นเทียนขยี้ตาและมองอีกครั้ง รัศมียังคงอยู่ที่นั่น เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เขาจินตนาการขึ้นมาเอง

“ลุงกุ่ย ท่านช่วยส่องกระจกให้ข้าหน่อยได้ไหม”

ขันทีกุ้ยหยิบกระจกขึ้นมาในเวลาไม่นาน

เมื่อ เซิ่นเทียนมองไปที่เงาสะท้อนของเขาในกระจกในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมองค์ชาย 13 ถึงโชคร้ายขนาดนี้

ใบหน้าของเขานั้น หล่อ!

หล่อมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

นางสนมหลานเคยเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในอาณาจักรเพลิงและเขาก็ได้รับการถ่ายทอดยีนที่ดีที่สุดของนาง

ตอนอายุ 16 องค์ชายคนที่ 13 หน้าตาหล่อเหลาคนไม่มีใครเทียบได้ แม้แต่ เซิ่นเทียนยังรู้สึกหลใหล

อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก เขาก็มีรัศมีบนศีรษะเช่นเดียวกับขันทีกุ้ย ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือรัศมีของเขาเป็นสีดำสนิทและมีหมอกควันล้อมรอบ

ดูเหมือนว่ามันเต็มไปด้วยทุกข์และความโชคร้ายและมันก็น่ากลัวจริงๆ

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นลางไม่ดีแน่ๆ!

นี่อาจเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโชคร้าย!

มันคงเหมือนกับคำพูดที่ว่า “หว่างคิ้วของเจ้าดูมืดมน?”

เซิ่นเทียนกลับไปนอนบนเตียง ในตอนนี้เขาต้องการเวลาที่จะอยู่คนเดียว

คนที่ข้ามมิติมามีบัฟตัวละครเอกและรัศมีของพวเขามันจะต้องส่องแสงเป็นสีทอง!

แต่สำหรับข้า?

เพียงแค่รูปลักษณ์ของแสงรัศมี มันก็ทำให้กระดูกสันหลังของ เซิ่นเทียนรู้สึกหนาวสั่น เขารู้สึกว่าเขาอาจถูกฟ้าผ่าแม้ว่าเขาจะออกไปข้างนอกในวันที่แดดจ้า!

ข้าต้องเป็นตัวเอกปลอมแน่ๆ

คงจะเป็นเรื่องโกหกที่จะบอกว่าเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับรัศมีสีดำบนหีวของเขา

ลืมเกี่ยวกับการบ่มเพาะการผจญภัย การล่าขุมทรัพย์และการเผชิญหน้าสัตว์อสูรไปได้เลย ตอนนี้แม้เขาอาจจะกินแค่ข้าว เขาอาจสำลักตายก็ได้!

“ลุงกุ่ยข้าเหนื่อยแล้ว ท่านออกไปเถอะ”

เซิ่นเทียนตัดสินใจที่จะพักผ่อน

ตอนนี้เขาไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ ก่อนที่เขาจะหายดีสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคงจะเป็นเตียงนอน

1

“ ฝ่าบาท ข้าจะออกไปเตรียมน้ำสมุนไพรให้ท่าน

ขันทีกุ้ยไม่รู้เลยว่าเด็กชายที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้ไม่ใช่องค์ชาย 13 ที่เขารู้จัก เขาปิดประตูเบา ๆ เพื่อไม่ให้เซิ่นเทียนเป็นหวัดและไปที่ห้องครัว

เซิ่นเทียนประพฤติตัวดีตลอดทั้งเดือน เขาไม่ได้แอบบ่มเพาะหรือทำอะไรเลย เขาไม่แม้แต่จะลุกจากเตียง

ในที่สุดภายใต้การดูแลของขันทีกุ้ย เซิ่นเทียนก็เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ

เป็นเดือนแล้ว! หนึ่งเดือน! พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าข้ารอดมาได้ยังไง!

ในที่สุด เซิ่นเทียนก็หมดความอดทน เขานอนบนเตียงเป็นเดือนๆโดยไม่มีโทรศัพท์คอมพิวเตอร์หรือแม้แต่นิยายให้อ่าน!

ชีวิตที่น่าเบื่อแบบนี้ทำให้เขาแทบคลั่ง

เซิ่นเทียนตระหนักว่าอิสรภาพมีค่ามากกว่าชีวิต ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก!

จบบทที่ บทที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว