- หน้าแรก
- บาซิลิสซ่าไร้เวท
- บทที่ 70 - ตางู (4)
บทที่ 70 - ตางู (4)
บทที่ 70 - ตางู (4)
บทที่ 70 - ตางู (4)
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เวลาผ่านไปอีกหลายวัน ซิเกิร์ดก็ได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนม ศัตรูกำลังตั้งค่ายอยู่อีกฟากหนึ่งของป่า
ซิเกิร์ดควบม้ามายังแนวหน้าสุดของกองทัพ เมื่อวิ่งออกจากป่าสน เขาก็มองเห็นค่ายทหารที่อยู่ไกลออกไป ตั้งอยู่เบื้องหน้าทุ่งราบกว้าง ด้านหลังพิงเนินเขาเล็กๆ ภายในค่ายมีธงรบปักอยู่มากมายอย่างเป็นระเบียบ
"คงจะพบว่าเสบียงไม่เพียงพอที่จะไปถึงอุปพลอน เลยคิดจะเดิมพันตัดสินแพ้ชนะที่นี่งั้นรึ"
ซิเกิร์ดหัวเราะอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
"แต่ไม่ว่าจะยังไง ทุ่งราบผืนนี้ก็นับเป็นสมรภูมิที่ดีจริงๆ"
กองทัพอ่อนล้าจากการเดินทางติดต่อกันหลายวัน ซิเกิร์ดจึงสั่งให้กองทัพตั้งค่ายโดยหันหลังให้ป่า มองจ้องไปยังค่ายของศัตรูที่อยู่ไกลออกไป เขาส่งเพียงกองกำลังย่อยออกไปลาดตระเวน ปล่อยให้กองกำลังที่เหลือพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรบตัดสินในวันพรุ่งนี้
ตลอดกระบวนการทั้งหมด ศัตรูไม่มีการส่งทหารออกมาก่อกวนเลย ดูท่าว่าคงจะขวัญเสียไปหมดแล้วจริงๆ
วันต่อมา เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าจะจัดทัพแผ่ออกเป็นหน้ากระดานในสนามรบ ตั้งกระบวนทัพเรียบร้อย เขาคัดเลือกยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่ง ส่งไปท้าทายที่หน้าค่ายศัตรู
เวลาผ่านไปครึ่งค่อนวัน ศัตรูก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
ซิเกิร์ดเริ่มนั่งไม่ติด เขาสั่งการกองทัพ เคลื่อนพลอย่างช้าๆ เข้าหาค่ายของศัตรู
ระยะห่างสิบช่วงธนู ค่ายของศัตรูไม่มีความเคลื่อนไหว
ระยะห่างห้าช่วงธนู ค่ายของศัตรูไม่มีความเคลื่อนไหว
ระยะห่างสองช่วงธนู มีคนสองสามคนตกลงไปในกับดักที่ขุดเตรียมไว้ล่วงหน้า
กองทัพหยุดกะทันหันที่ระยะสองช่วงธนู
"อย่าสับสน! ส่งทหารหน่วยย่อยไปสำรวจพื้นดิน!"
ครึ่งค่อนวันผ่านไป กับดักทั้งหมดก็ถูกเก็บกู้ แต่จำนวนกับดักกลับมีน้อยนิดเสียจนซิเกิร์ดนึกเสียดายเวลาที่ใช้ไปในการตรวจสอบ
กองทัพเริ่มเคลื่อนพลไปข้างหน้าต่อ
เข้าสู่ระยะยิงของธนู... ค่ายของศัตรูก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว
ซิเกิร์ดมองไปยังค่ายของศัตรูอย่างสงสัย...
มีนกมากมายกำลังเกาะอยู่บนกระโจมเหล่านั้น ส่งเสียงจิ๊บจ๊าบไม่หยุด
เขารู้สึกตัวถึงอะไรบางอย่างในทันที ควบม้าพลางตะโกนลั่น
"นั่นมันเป็นแค่ค่ายกลวง! บุกเข้าไป! บุกเข้าไป! บุกเข้าไปเต็มกำลัง!"
ค่ายกลวง ที่ไม่มีใครอยู่เลยตั้งแต่แรก มีเพียงธงรบที่ปักไว้เป็นทิวแถวเพื่อให้ดูน่าเกรงขามจากระยะไกลเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่า ค่ายนี้ถูกทิ้งไว้เพื่อขัดขวางไม่ให้ซิเกิร์ดไปสนับสนุนอุปพลอนโดยเจตนา ตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่ายจนถึงเที่ยงวันนี้ ค่ายกลวงเพียงค่ายเดียวนี้ กลับถ่วงเวลาการเดินทัพของซิเกิร์ดไปได้ถึงหนึ่งวันเต็ม
เพื่อที่จะชดเชยเวลาหนึ่งวันที่เสียไป ซิเกิร์ดจึงเริ่มสั่งให้กองทัพเร่งเดินทาง ทำให้ทหารบางส่วนที่ร่างกายอ่อนแอล้มป่วยไป เมื่อซิเกิร์ดไปถึงใต้กำแพงเมืองอุปพลอน กองทัพที่ติดตามเขาก็ลดจำนวนลงไปถึงหนึ่งในห้าแล้ว
นอกเมืองอุปพลอน ทุกอย่างเงียบสงบ
ลูกน้องของเขาออกมาต้อนรับเขาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข แต่กลับถูกเขาคว้าคอเสื้อดึงตัวขึ้นมา
"ศัตรูอยู่ที่ไหน! กองทัพของเฮสไตน์อยู่ที่ไหน! เอลล่า คอร์เนลิอุส สคิปิโอ อยู่ที่ไหน!"
"ศัตรู...?" คนที่ถูกดึงลอยขึ้นไปในอากาศตอบอย่างงุนงง "พวกเราไม่เห็นได้ยินว่ามีศัตรูที่ไหน..."
"ผัวะ" เสียงหนึ่งดังขึ้น เขาถูกซิเกิร์ดโยนทิ้งไป กระแทกเข้ากับกำแพงเมืองจนหัวร้างข้างแตก
ณ บริเวณใกล้เคียงซีโฟลล์ ดินแดนวินกูลมาร์ค มีเรืออยู่สิบกว่าลำกำลังจับปลาอยู่ในทะเล
กองเรือขนาดกลางกองหนึ่งแล่นออกมาตามลำน้ำ เข้าสู่ทะเล จำนวนคนมีประมาณหนึ่งพันคน กานที่ยืนอยู่บนหัวเรือลำหน้าสุด ตะโกนใส่เรือหาปลาอย่างตื่นเต้น
"พี่สาวโล่สตรี! พวกเรากลับมาแล้ว!"
หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเหวี่ยงแหจับปลาอยู่ ยืดตัวตรงขึ้น เช็ดคราบโคลนบนใบหน้า
นางก็คือ เอลล่า คอร์เนลิอุส สคิปิโอ นั่นเอง
"ขอบใจพวกเจ้ามาก" นางโบกมือทักทายเหล่านักรบบนเรือ "ข้าไม่เคยบัญชาการกองทัพมาก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเจ้า แผนของข้าคงไม่มีทางสำเร็จ!"
ตั้งแต่แรก กองกำลังที่เข้าไปในซีโฟลล์มีเพียงหนึ่งพันคนนี้เท่านั้น พวกเขาเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วดินแดนซีโฟลล์ เปลี่ยนธงเปลี่ยนผู้นำทุกวัน ออกปล้นหมู่บ้านวันละแห่ง แล้วก็ทิ้ง "ร่องรอย" ค่ายทหารที่มีขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริงสิบเท่าไว้ หลังจากตั้งค่ายที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ายสุดท้าย ซึ่งก็คือค่ายแรก ไว้หน้าป่าแล้ว พวกเขาก็ขึ้นเรือของสหายที่แล่นมารอรับตามลำน้ำ แล้วเดินทางกลับอย่างสบายอารมณ์
โจรสลัดกลุ่มนี้ ตีเมืองไม่เป็น แต่เรื่องปล้นแล้วหนีกลับทำได้อย่างคล่องแคล่วชำนาญนัก
มีเรือหาปลาอีกลำหนึ่งแล่นมาจากอีกทิศทางหนึ่ง คนบนเรือตะโกนบอกเอลล่าแต่ไกล "ท่านโล่สตรี พวกเราจับทูตส่งสารที่โลรันส่งมาได้อีกคนแล้ว!"
"ไม่เป็นไรแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ ต่อให้เขาไม่ไปรายงาน ป่านนี้ซิเกิร์ดก็คงรู้ตัวแล้ว แผนสำเร็จแล้ว พวกเราสมควรกลับได้แล้ว"
"ฝ่าบาท หม่อมฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี พวกเราอุตส่าห์เดินทางไกลจากซีแลนด์มาถึงซีโฟลล์ วิ่งเล่นอยู่บนนั้นหนึ่งรอบ แล้วก็ถอยกลับซีแลนด์โดยไม่ทำอะไรเลยเนี่ยนะเพคะ มันจะมีประโยชน์อะไรกัน"
ระหว่างทางกลับ เอมี่ยังคงเต็มไปด้วยข้อสงสัย
"ข้ากำลังมองหาวิธีที่จะทำให้การสร้างเครื่องยิงหินเร็วขึ้นอีกเท่าตัว แต่ก็หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ตอนนั้นเอง ข้าก็ไปพลิกเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการสร้างอาวุธปิดล้อมเลย ผู้เขียนหนังสือเล่มนั้นในดินแดนตะวันออกไกลโพ้นดูเหมือนจะถูกขนานนามว่า 'ปราชญ์แห่งสงคราม' ในหนังสือเล่มนี้ ปราชญ์ท่านนั้นได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจข้อหนึ่งเอาไว้"
เอลล่าอวดความรู้ในหนังสือให้เอมี่ฟังอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย
"สมมติว่า ตอนนี้เบื้องหน้ามีจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ใครยึดที่นั่นได้ คนนั้นก็จะได้เปรียบในการรบอย่างมหาศาล แต่กองทัพของเราต้องใช้เวลาเดินทางสามสิบวันถึงจะไปถึงที่นั่น ส่วนกองทัพของศัตรูอยู่ใกล้กว่า ใช้เวลาเพียงยี่สิบวันก็จะไปถึง เพื่อที่จะชิงยึดที่นั่นก่อน พวกเราควรจะทำอย่างไร"
"ทำอย่างไร... ก็คงต้องเร่งเดินทัพมั้งเพคะ เหมือนที่เฮสไตน์ตะโกนปลุกใจเสียงดังๆ แล้วก็พาทั้งกองทัพวิ่งสุดชีวิตไปแบบนั้น..."
เอลล่าส่ายหน้า
"ปราชญ์ท่านนั้นกล่าวไว้ว่า เร่งเดินทัพสามสิบลี้ กองทัพจะไปถึงเพียงสองในสาม เร่งเดินทัพห้าสิบลี้ กองทัพจะไปถึงเพียงครึ่งเดียว และถ้าหากเร่งเดินทัพหนึ่งร้อยลี้ สุดท้ายแล้วกองทัพจะไปถึงเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น และการเร่งเดินทัพก็จำเป็นต้องทิ้งยุทธปัจจัย วิ่งไปในชุดเกราะเบา ถ้าทำเช่นนั้นจริงๆ ต่อให้ยึดจุดยุทธศาสตร์ได้ สงครามก็ต้องพ่ายแพ้อยู่ดี ถึงข้าจะไม่รู้ว่าสถานการณ์จริงในสนามรบจะเป็นเช่นไร แต่ในเมื่อเป็นถึงปราชญ์แห่งสงคราม ก็น่าจะถูกต้องสักแปดเก้าส่วนล่ะนะ"
"ถ้าอย่างนั้น ควรจะทำอย่างไรหรือเพคะ"
"วิธีแก้ปัญหาที่ปราชญ์ท่านนั้นเสนอมา มันช่างเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด ในเมื่อระยะทางของเราไปถึงที่นั่นไม่สามารถย่นย่อลงได้ ก็แค่ทำให้ระยะทางของศัตรูไปถึงที่นั่นมันยาวขึ้นก็พอ"
"เพิ่มระยะทางของศัตรู ฝ่าบาท หม่อมฉันยังไม่เข้าใจเพคะ"
"เอมี่ พวกเราสร้างเครื่องยิงหิน ต้องใช้เวลากี่วัน"
"อย่างน้อยที่สุดก็สิบสี่วันเพคะ"
"ซิเกิร์ดเดินทางจากฟรีเซียมาซีแลนด์ ต้องใช้เวลากี่วัน"
"แค่สัปดาห์เดียวก็ถึงแล้วเพคะ"
"ตอนนี้เวลาผ่านไปกี่วันแล้ว"
"สิบสอง สิบสามวันแล้วเพคะ..."
"แล้วซิเกิร์ดเดินทางจากอุปพลอนมาซีแลนด์ ต้องใช้เวลาอีกกี่วัน"
"ก็ต้องใช้อีกสิบสอง สิบสามวัน..."
ต่อหน้าเอมี่ที่เบิกตากว้างอย่างตาสว่าง เอลล่ายิ้มเล็กน้อย
"ถูกต้อง เครื่องยิงหินที่เดิมทีไม่มีทางสร้างเสร็จ ก็จะสร้างเสร็จก่อนที่ซิเกิร์ดจะมาถึง อาวุธชนิดนี้จะช่วยให้พวกเราได้เปรียบอย่างมหาศาล และวิธีที่ช่วยให้เครื่องยิงหินสร้างเสร็จทันนี้ ปราชญ์ท่านนั้นได้ตั้งชื่อมันว่า 'เปลี่ยนทางอ้อมให้เป็นทางตรง' "
เอลล่านอนแผ่เป็นรูปดาวบนเรืออย่างผ่อนคลาย มองดูท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด
"ท่านพ่อ... ข้าบัญชาการกองทัพครั้งแรก ทำได้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ"
เรือโคลงเคลงไปตามคลื่นลม ตอนที่เพิ่งออกจากคอนสแตนตินิเยใหม่ๆ เอลล่ายังเคยเมาเรือเพราะการโคลงเคลงแบบนี้ แต่ในเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานี้นางกลับค่อยๆ คุ้นชินกับมัน
เหมือนกับ... นอนอยู่ในเปลเด็ก
สายลมทะเลพัดโชยมา เอลล่าค่อยๆ หรี่ตาลง ข้างหูราวกับได้ยินเสียงเพลงกล่อมเด็กของท่านแม่ นางยิ้มออกมาอย่างมีความสุข... แล้วก็ผล็อยหลับไป
เอมี่มองอย่างสงสาร ค่อยๆ นำเสื้อคลุมผืนหนึ่งมาห่มให้นาง นางรู้ดีว่าหลายวันที่ผ่านมานี้เอลล่าต้องเผชิญกับความกดดันมหาศาลเพียงใด ไม่ได้นอนหลับอย่างสบายใจเลยสักวัน
"ฝ่าบาท ถือโอกาสนี้พักผ่อนให้เต็มที่เถอะนะเพคะ"
ชายฝั่งของซีแลนด์ปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้า
"สงครามครั้งนี้ยังไม่จบ... ไม่สิ มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก"
"สงครามมันโหดร้ายนะเพคะ ฝ่าบาท ในไม่ช้า มันกำลังจะทดสอบท่านแล้ว"
"ทดสอบว่าท่านมีคุณสมบัติที่จะเป็นกษัตริย์ที่แท้จริงหรือไม่"
[จบแล้ว]