เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 ศึกที่ไม่มีวันชนะ

ตอนที่ 28 ศึกที่ไม่มีวันชนะ

ตอนที่ 28 ศึกที่ไม่มีวันชนะ


ตอนที่ 28 ศึกที่ไม่มีวันชนะ

ทหารเกราะขาวพุ่งร่างมาพร้อมแทงดาบเรียวแหลมใส่หน้าฝากไลบัลโกอย่างรวดเร็วดุจแสงอัสนีบาต

เคร้ง !!

ไลบัลโก้ยกหอกเพลิงของเขาต้านรับไว้ คมดาบปะทะกับใบหอกที่ใหญ่ดุจดาบ ทันใดนั้นดาบของทหารเกราะขาวพลันงอลง จากนั้นทหารเกราะขาวซึ่งร่างอยู่กลางอากาศอาศัยแรงดีดของดาบทำให้เขาลอยตัวสูงขึ้นไปอีก เขาลอยตัวข้ามหัวของไลบัลโก จากนั้นกล่าวว่า “พอได้แล้ว”

มังกรไวเวิร์นของทหารเกราะขาวได้รับคำสั่งผู้เป็นนายก็เลิกพ่นไฟ มันรีบบินขึ้นฟ้าหลบพลังเสาไฟของไลบัลโก

ไลบัลโกหันมากล่าวกับทหารเกราะขาวซึ่งอยู่ด้านหลังเขาว่า “เจ้าเป็นใคร?”

ทหารเกราะขาวตอบเสียงราบเรียบว่า “อคาซัส

ไลบัลโกกล่าว่า “ที่แท้เป็นแม่ทัพใหญ่ของคาโอ นึกไม่ถึงเจ้าใช้วิธีแพร่พิษอันชั่วร้าย”

อคาซัสยิ้มเล็กน้อยกล่าวว่า “แพร่พิษ? ข้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนั้นพวกเจ้าก็ถูกพิษเองได้”

ไลบัลโกกล่าวว่า “เจ้าจะบอกว่าทหารของข้าถูกพิษเอง”

ไลบัลโกมองไปที่รอบ ๆ ตัว เห็นทหารส่วนใหญ่นอนลงกับพื้นเพราะทนพิษไม่ไหว ได้รับความเจ็บปวดทรมาน เขานึกไม่ออกทั้งทหารเขาและทหารเมืองเดเซียสถูกพิษได้อย่างไร?

เสียงโห่ร้องฆ่าฟันไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ทหารของคาโอทยอยปีนขึ้นบันใดมาเรื่อย ๆ ทหารเมืองเดเซียสและไลบัลโกแม้จะร่วมมือกัน แต่ก็ไม่อาจต้านทัพของอคาซัสที่จู่โจมทั้งทางอากาศและทางบกได้

“อาหาร น้ำดื่ม เราก็ล้วนกินของเมืองเดเซียส หากสิ่งของเหล่านั้นเป็นพิษเหตุใดเราและทหารบางนายถึงไม่โดนด้วย?” ไลบัลโกเกิดคำถามขึ้นในใจ

อคาซัสกล่าวเสียงเย็นชาว่า “เสียทีที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่”

ไลบัลโกไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่นใดอีกแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำคือโค่นล้มแม่ทัพฝ่ายศัตรูให้ได้

ไลบัลโกตวาดก้อง เขาแทงหอกเพลิงออก หอกเพลิงมีไฟลุกท่วมมากขึ้นเป็นสิบเท่า อคาซัสถูกหอกไลบัลโกคุกคามจนต้องถอยกายไป

หอกใหญ่แม้ทรงอานุภาพ แต่ความใหญ่ทำให้มันเชื่องช้า ท่าร่างของอคาซัสรวดเร็วกว่า ไลบัลโกแทงหอกออกอีกยี่สิบกว่าครั้งก็ไม่อาจถูกกายอคาซัสได้แม้แต่น้อย

ไลบัลโกกระแทกหอกใส่พื้นกำแพงเมืองจนเกิดระเบิดกึกก้อง หวังใช้แรงระเบิดกระแทกใส่อคาซัส แต่มันพลิ้วกายหลบ จากนั้นแววตามันคมกริบ อคาซัสเปลี่ยนจากถอยเป็นรุก แทงดาบใส่ไลบัลโกทันที

ไลบัลโกกำลังยกหอกขึ้นมาป้องกันตัว แต่ดาบของอคาซัสรวดเร็วกว่า ไลบัลโกรีบเอียงกายไปด้านซ้ายหลบหลีก นึกไม่ถึงดาบของอคาซัสคล้ายมีดวงตางอกเงย ตัวดาบงอติดตามไลบัลโกไป แทงใส่อกไลบัลโกทันที !!

ดาบซิลเวอร์เซอเพนท์ (Silver Serpent – อสรพิษเงิน) เป็นดาบระดับหายาก (Rare) ตัวดาบสามารถงอตามที่ผู้ใช้ปรารถนาได้ !

เห็นโลหิตไหลออกจากอกไลบัลโกดุจน้ำพุ ไลบัลโกได้รับบาดเจ็บสาหัส ดาบอคาซัสทะลุถึงปอดเขา แต่จะอย่างไรเขาก็เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งโกลด์เด้นกราวด์ ไลบัลโกพลันตวาดก้องฟันหอกเพลิงใส่อคาซัสอย่างรวดเร็วและรุนแรง

แต่ดาบของอคาซัสรวดเร็วยิ่งกว่า !

เพียงชั่วพริบตาประกายสีเงินเกิดขึ้นหลายสิบสายดุจอสรพิษเงินหลายสิบตัวพุ่งฉกกัด ดาบของอคาซัสก็แทงใส่ไลบัลโกหลายสิบครั้ง รวมทั้งข้อมือ ข้อเท้า เส้นเอ็นเขาขาดสะบั้น ร่างของไลบัลโกถูกแทงจนเป็นรูพรุนไม่ต่ำกว่าห้าสิบแผล !

ไลบัลโกคุกเข่าแต่ยังไม่ล้มลง เขามองอคาซัสด้วยแววตาเจ็บแค้น

อคาซัสกล่าวว่า “ศึกนี้เจ้าไม่มีวันชนะ”

อคาซัสอธิบายเพิ่มว่า “ไม่ว่าเจ้าจะรอบคอบแค่ไหนเจ้าก็ต้องแพ้ ทหารของพวกเจ้าฆ่าทหารของข้าตาย ยิ่งฆ่าเท่าไรเจ้าก็ยิ่งต้องแพ้”

ไลบัลโกตอนนี้บาดเจ็บสาหัสยิ่ง แต่ห้วงสุดท้ายก่อนสิ้นสติ เขาพลันเข้าใจแล้ว !

ทหารของเขาและเบลิสสังหารทหารของอคาซัส เลือดสีเขียวของพวกมันย่อมเปรอะเปื้อนร่างกายทหารของพวกเขา เลือดสีเขียวนั่นคือพิษ !

ที่ไลบัลโกไม่ถูกพิษเพราะหอกเพลิงของเขาฆ่าทหารอคาซัสจนพวกมันไหม้เป็นเถ้าถ่าน

ทหารของอคาซัสบุกไปรบกับไลบัลโก หากชนะได้ก็ย่อมดี แต่หากแพ้ทหารไลบัลโกก็ต้องถูกพิษ

ยิ่งฆ่าเท่าไรก็ยิ่งต้องแพ้ คำกล่าวอคาซัสไม่ผิดแม้แต่น้อย

อคาซัสกล่าวว่า “ทหารของเจ้าฆ่าทหารของข้าพวกมันจึงถูกพิษเอง ไม่ใช่ข้าแพร่พิษ ข้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนั้น”

ความรอบคอบของไลบัลโก ยังไม่เทียบเท่าแผนที่รัดกุมของอคาซัส

 

เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นไม่หยุดยั้ง ม้าตัวหนึ่งวิ่งโดยไม่พักเกือบหนึ่งวันเต็มแล้ว

เป็นกิลฟอร์ดรองแม่ทัพของทัพไลบัลโก

ตอนที่ไลบัลโกรบกับทัพของอคาซัส กิลฟอร์ดมีหน้าที่รักษาค่ายเขาจึงเป็นหนึ่งในผู้ไม่ถูกพิษ

ตอนนี้เมืองเดเซียสแตกแล้ว แต่เขายังหนีรอดมาได้ เป้าหมายคือกลับไปรายงานองค์เหนือหัวของเขา..ฟินเดล

 

ปัง !!

ฟินเดลตบโต๊ะอย่างรุนแรง แม่ทัพไลบัลโกรบพ่ายแพ้ไม่ทราบเป็นตาย เมืองเดเซียสแตก ทัพสองหมื่นคนเหลือกลับมาไม่กี่ร้อยคน

ขุนนางแม่ทัพทั้งหมดต่างสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กล้าออกความเห็น

กองทัพคาโอน่ากลัวเกินไป ฆ่าก็ไม่ได้ ถ้าฆ่าก็ถูกพิษ

นี่เท่ากับเป็นการทำศึกที่ไม่มีวันชนะ!

ฟินโอร่าในชุดเกราะสีแดงขลิบทองเอ่ยขึ้น “เราถอยทัพไปเมืองกียอสก่อน ที่นั่นมีเสบียงและมีที่กว้างใหญ่เพียงพอจะดูแลกองทัพเราได้”

ฟินเดลยังไม่ทันรบก็ต้องถอยทัพ เขารู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ

ฟินโอร่าเข้าใจจิตใจน้องชายนางจึงกล่าวอีกว่า “หากเราเข้าโจมตีทัพศัตรู มีแต่จะถูกพิษพากันตาย พิษเหล่านั้นสามารถแพร่ไปยังผู้อื่นได้หรือไม่ก็ยังไม่ทราบ ดังนั้นการถอยเพื่อตั้งหลักเป็นหนทางที่ดีที่สุด”

ฟินเดลเงียบไม่ตอบ หากศึกแรกในชีวิตเขาต้องแพ้ทั้งที่ยังไม่รบ ชื่อเสียงของเขาจะเป็นอย่างไร

ฟินเดลเอ่ยขึ้น “มีผู้ใดเสนอแผนจัดการทัพของคาโอได้บ้าง?”

ทหารทุกคนต่างเงียบกริบ

ฟินเดลกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าจะจัดการพวกมันเอง!”

ทหารทั้งปวงต่างรีบห้ามปรามไว้ เคเดียนเสนาบดีกลาโหมวัยเกือบหกสิบปี กล่าวว่า

“ฝ่าบาททำตามที่พระนางฟินโอร่าแนะนำเถิด เราถอยทัพตั้งหลักก่อนค่อยคิดแผนการจัดการศัตรู”

ฟินเดลตวาดว่า “พวกเจ้าเป็นทหารมีหน้าที่ออกรบ กลับเอาแต่เสนอให้ข้าถอยทัพ หากศัตรูบุกมาพวกเจ้าไม่เสนอให้ข้ายอมจำนนหรือไง?”

ฟินโอร่ากล่าวว่า “ฝ่าบาท ทำสงครามต้องคำนึงผลแพ้ชนะในภาพรวม ต่อให้แพ้สิบครั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะพิชิตศึกใหญ่ไม่ได้”

ฟินเดลหันไปมองเซน่านึ่งนางสวมชุดเกราะสีเงินในแบบสตรี เขาต้องการทราบความคิดเซน่า

เซน่าเห็นฟินเดลจ้องมาจึงกล่าวเสียงเย็นชาว่า “หากข้าเป็นฟินเดล คงสั่งประหารพวกเจ้าหมดสิ้น!”

แม่ทัพทั้งปวงล้วนตกใจไม่น้อยกับคำพูดราชินีของพวกเขา

เซน่าลุกขึ้นกล่าวว่า “ยังไม่ทันเห็นศัตรูก็เสนอให้ถอยทัพ เจ้าไม่ศึกษาศัตรูก่อนจะกำหนดแผนได้อย่างไร?”

ฟินเดลรู้สึกดีใจที่เซน่าเข้าข้างเขา ฟินเดลกล่าวว่า “เซน่าเจ้าเห็นควรทำอย่างไร?”

เซน่ากล่าวว่า “เราจะตั้งทัพประจันหน้ากับกองทัพอคาซัส ส่งทหารไปบุกตีค่ายมันไม่หยุด จากนั้นพอทหารเราถูกพิษก็แสร้งทำเป็นถอยทัพ เมื่ออคาซัสออกตามตีก็ปล่อยให้มันตีค่ายเราแตก ให้ทหารที่ถูกพิษหนีตายล่อให้อคาซัสเข้ามายังป่ารกทึบหรือจุดอับ จากนั้นค่อยใช้ทหารที่ซุ่มไว้สังหารพวกมัน”

ฟินเดลและเหล่าแม่ทัพรู้สึกแผนนี้อาจได้ผล แต่ก็รู้สึกว่าอำมหิตเกินไป

เซน่าและฟินโอร่าแม้จะมีสติปัญญาใกล้เคียงกัน แต่เซน่าทำศึกไม่สนใจชีวิตทหารต่างกับฟินโอร่าซึ่งคำนึงถึงทุกคน แผนการที่ออกมาย่อมแตกต่างกัน

ฟินโอร่าไม่พอใจยิ่ง นางกล่าวว่า “เซน่าเจ้าเสนอแผนอำมหิตเช่นนี้ได้อย่างไร?”

เซน่ากล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ทำสงครามสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือชัยชนะ ไม่ใช่วิธีการ”

ฟินโอร่าสีหน้าโกรธเคืองอย่างเห็นได้ชัด ฟินเดลพลันกล่าวว่า “ข้าเองก็ต้องการสู้ศึกกับอคาซัส ข้าไม่ยอมถอยทัพทั้งที่ยังไม่รบแน่”

ฟินโอร่ากล่าวว่า “ฝ่าบาท หากไม่ถอยทัพไปกียอส ถ้าทัพหลวงพ่ายแพ้เราอาจจะมีกำลังไม่พอที่จะรับมือทัพใหญ่ของคาโอ”

ฟินเดลกล่าวเสียงดังว่า “พ่ายแพ้? ข้ายังไม่ทันรบเจ้าก็กล่าวคำนี้ออกมา หากข้าพ่ายแพ้แม้กระทั่งแม่ทัพของคาโอ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องสู้ศึกกับคาโอแล้ว”

ฟินโอร่ากล่าวว่า “ฝ่าบาท ทรงไตร่ตรองให้ดี...”

เซน่าพลันตัดบทว่า “หากเจ้าอยากถอยไปกียอส ก็แบ่งกำลังส่วนหนึ่งถอยไปตั้งหลักไว้ หากทัพของฟินเดลพ่ายแพ้จริง ๆ เจ้าก็ตั้งทัพซุ่มไว้ สกัดทัพที่ศัตรูที่ไล่ตามฟินเดลมา”

ฟินเดลพยักหน้าเห็นด้วย เขากล่าวว่า “วิธีของเซน่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากพลาดพลั้งก็ยังมีกำลังเสริม แต่ข้าต้องรบชนะพวกมันแน่นอน”

ผิวสีขาวของฟินโอร่าพลันแดงด้วยความโกรธ เซน่าผู้นี้กำลังจะพาน้องชายตนไปตาย ส่วนฟินเดลก็ไม่รับฟังนาง นางจึงกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่พระองค์เถอะ”

ฟินโอร่าเดินออกจากกระโจมที่ประชุมไป

 

ทัพของอคาซัสตั้งอยู่ในเมืองเดเซียส ซึ่งภายในเมืองเต็มไปด้วยกองทัพของอมนุษย์ที่ยกกำลังมาเสริม ทัพของอคาซัสมีราวสามหมื่นนาย

อคาซัสได้รับรายงานว่าทัพหลักของฟินเดลแบ่งเป็นสองส่วน อีกส่วนมุ่งหน้ากลับทิศตะวันตกเป็นทัพของฟินโอร่า อีกส่วนกลับมุ่งหน้ามาทางเขาซึ่งเป็นทัพหลวงของฟินเดล ขณะนี้ทัพฟินเดลกำลังพักอยู่ในป่าเรฟ่อนซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเดเซียสไม่ไกล

ธังวอร์มซึ่งเคยเป็นราชทูตไปโกลด์เด้นกราวด์ซึ่งเข้าร่วมศึกนี้ด้วยกล่าวว่า

“ฟินเดลตั้งค่ายในป่าเรฟ่อนเท่ากับมันพาตัวเองเข้าสู่จุดอับ”

อคาซัสถามว่า “เพราะอะไร?”

ธังวอร์มอธิบายว่า

“ป่าเรฟ่อนเป็นป่ารกครึ้มไม่เหมาะแก่การตั้งทัพ หากเราใช้ไฟเผาป่าเพลิงก็จะลามอย่างรวดเร็ว”

“อย่าว่าแต่เรายังมีมังกรไวเวิร์นที่พ่นไฟได้ไม่จำกัด” ธังวอร์มกล่าวเสริมพร้อมรอยยิ้มอันชั่วร้าย

อคาซัสกล่าวถามว่า

“แล้วทัพของฟินโอร่า?”

ธังวอร์มดูแผนที่บนโต๊ะ กล่าวว่า “ฟินโอร่าถอยทัพไปทางตะวันตก คาดว่าจะกลับเมืองกียอสเพื่อเตรียมรับศึกหากฟินเดลพลาดพลั้ง เราส่งทหารกองหนึ่งติดตามดูการเคลื่อนไหวทัพนาง”

อคาซัสกล่าวว่า “พวกมันแยกทัพออกเป็นสองส่วน ไม่ทำให้ทัพหลักมันอ่อนแอลงหรือ?”

ธังวอร์มกล่าวว่า “แสดงว่าฟินเดลกับฟินโอร่าความเห็นไม่ลงรอย ข้าเคยเห็นทั้งสองคนมาก่อน ฟินเดลใจร้อนถูกข้ากระตุ้นง่าย ส่วนฟินโอร่าเยือกเย็นกว่า ขอเพียงเราจับตาทัพของฟินโอร่าไว้ เราย่อมไม่พลาดพลั้ง”

อคาซัสพยักหน้ากล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปตัดศีรษะฟินเดลถวายแก่ฝ่าบาทคาโอเอง”

ธังวอร์มกล่าวว่า “ข้าขอเสนอว่าให้ท่านแม่ทัพยกทัพบุกตีค่ายฟินเดลเพื่อตรึงกำลังพวกมันไว้ ระหว่างนั้นให้ใช้เหล่ามังกรไวเวิร์นบุกจู่โจมจากทางอากาศเผาป่าบริเวณรอบค่ายฟินเดลให้ราบคาบ ใช้กลยุทธ์เพลิงล้อมค่ายทัพฟินเดล ถึงตอนนั้นหากฟินเดลจะยกทัพออกมารบก็ต้องถูกพิษทหารเรา ไม่ยกทัพออกมาก็ถูกไฟเผา มีแต่หนทางตายสถานเดียว”

แผนของธังวอร์มทั้งโหดเหี้ยมทั้งรัดกุม

อคาซัสพยักหน้าเห็นด้วยกล่าวว่า “เจ้าสั่งการเตรียมเคลื่อนทัพได้”

ธังวอร์มกล่าว่า “ท่านแม่ทัพเตรียมจะบุกค่ายฟินเดลเมื่อใด?”

อคาซัสตอบว่า “คืนนี้!”

พวกมนุษย์อาจมีปัญหาในการมองตอนกลางคืน แต่เหล่าทหารอมนุษย์ไม่มี

อคาซัสเกาะกุมทุกจุดที่ได้เปรียบในสงคราม

ธังวอร์มจึงสั่งให้กองทัพอมนุษย์บุกจู่โจมค่ายฟินเดลในยามกลางคืน โดยมีทัพมังกรไวเวิร์นเป็นทัพเสริมคอยจู่โจมจากอากาศ

 

ป่าเรฟ่อนเป็นป่าที่มีต้นไม้แน่นขนัดดงไม้รกครึ้ม แสงอาทิตย์หรือแสงจันทราไม่อาจส่องผ่านป่าได้สะดวก ได้ยินเพียงเสียงหมู่มวลวิหคและค้างคาวที่ออกหากินตอนกลางคืน

อคาซัสขี่หมาป่าเขี้ยวดาบยกทัพอมนุษย์สองหมื่นตนบุกเข้าปาเรฟ่อน ก่อนหน้าเขาได้ส่งทหารมาสำรวจว่ามีทหารฟินเดลดักซุ่มไว้หรือไม่ก็พบว่าไม่มี

ค่ายทัพของฟินเดลติดธงของโกลด์เด้นกราวด์นับพัน ๆ ธง จุดแสงไฟเจิดจ้า แต่เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีป่ามีต้นไม้แน่นขนัด ไม่อาจสร้างรั้วไม้เพื่อป้องกันค่ายได้

“บุก!!”

กองทัพอมนุษย์และหมาป่าเขี้ยวดาบต่างยกโห่ร้องบุกโจมตีค่ายฟินเดลดุจพายุโหม การรบครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้น !!

 

-----------------

ฆ่าก็ถูกพิษ ไม่ฆ่าก็ถูกพวกอมนุษย์ฆ่า แล้วจะทำไงดี? ฟินเดลจะรอดไหม? สงครามจะเป็นไงต่อ โปรดติดตามตอนหน้า รับรองคาดไม่ถึง!

 

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 28 ศึกที่ไม่มีวันชนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว