เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 : พิษ

บทที่ 25 : พิษ

บทที่ 25 : พิษ


บทที่ 25 : พิษ

 

เมื่อแสงแดดยามรุ่งอรุณปลุกให้กิลเลนตื่นขึ้นจากการหลับใหล สิ่งแรกที่เขารู้สึกไม่ใช่กลิ่นของแดดยามเช้า สัมผัสของลมเอื่อย ๆ ที่หอบความสดใสของวันใหม่มาให้ แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกตรงกันข้าม

 

มือเท้าของชายหนุ่มรู้สึกชาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาของเขาพร่ามัว ท้องก็รู้สึกจุกแน่นเหมือนมีอะไรหนัก ๆ ถ่วงทับไว้

 

...บ้าจริง พิษจากปลาและผลไม้เมื่อวานรึเนี่ย… มันคือสิ่งแรกที่เขานึกออก

 

กิลเลนพยายามฝืนลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก เขาพบว่าบากะอินุที่มักจะตื่นก่อนเสมอ ยังนอนหลับอยู่ข้าง ๆ จมูกของมันแห้งสนิท และแม้ว่ามันจะตื่นตามมาหลังจากได้ยินเสียงเจ้านาย แต่ก็ดูไม่สดใสร่าเริงเหมือนที่เคยเป็น

 

“ติดพิษเจ้าค่ะ นายท่านกับบากะอินุติดพิษซะแล้ว” อินุจิโยะฉายภาพตัวเองออกมาจากเกราะของบากะอินุที่ถูกถอดทิ้งเอาไว้ไม่ห่างออกไป เธอร้องโวยวายลั่น บนหัวของเธอมีสัญลักษณ์กล่องคำพูดพร้อมกับรูปหัวกะโหลกไขว้ที่กระพริบสีแดงตลอดเวลา อินุจิโยะเตือนพวกกิลเลนแต่ก็ดูท่าจะสายไปแล้ว เธอควรจะบอกก่อนที่พวกเขาจะทำให้ตัวเองติดพิษต่างหาก

 

ด้านหลังของเธอมีอคาลาที่กำลังนั่งตกปลาอย่างสบายอารมณ์ เธอไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย สาวงามในชุดดำทำเพียงแค่หันมาทักเมื่อเห็นว่ากิลเลนตื่นแล้วเท่านั้น “อ้าว ตื่นกันแล้วเหรอ”

 

“ไอ้ที่กินเมื่อวานมันมีพิษกว่าที่คิดนี่นา อูยยย เรี่ยวแรงของฉัน…” กิลเลนพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็รู้สึกหน้ามืดจนต้องตัดสินใจนั่งพักอยู่ตรงนั้นเพื่อรวบรวมกำลัง เขากุมหัวที่ปวดหนึบของตัวเองไว้แบบนั้น

 

“อ้าวเหรอ แย่เลยเนอะ” อคาลาหันไปสนใจกับการตกปลาต่อ กิลเลนยังไม่มีแรงจะลุกไปหาเธอในทันทีเลยได้แต่โวยวายใส่เธอที่อยู่ตรงลำธาร

 

“อย่าพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเองเซ่ เมื่อวานเธอก็กินเข้าไปด้วยนี่นา”

 

“พิษของแวนเดียร์ หรือถ้าจะเรียกให้ถูกคือเซลล์ของแวนเดียร์ไม่มีผลกับเราน่ะ” อคาลาตอบหน้าตาเฉย กิลเลนลองสังเกตดูก็พบว่าเป็นดังที่เธอพูด อคาลาไม่มีท่าทีอ่อนเพลียเลยสักนิด นอกจากจะตื่นเช้ากว่าตนแล้วยังมีแรงไปตกปลาต่อหน้าตาเฉย

 

“แล้วทำไมไม่บอกล่ะฟระ ว่ามันมีผลกับฉันและบากะอินุขนาดนี้” กิลเลนบ่นอุบ เขาชี้ไปที่เจ้าหมาคู่หูที่ยังคงนอนหงอย อคาลาไม่ได้หันมามอง เธอหัวเราะเมื่อนึกถึงท่าทีของเขาเมื่อวาน

 

“นายเป็นคนบอกเองนะว่าพิษมันอ่อน เห็นชิมแล้วก็พูดเองว่าพิษแค่นี้เอง เราก็สงสัยอยู่ว่าแค่ลิ้นชาครู่เดียวมันทำให้รู้ได้เลยเหรอว่าพิษมากน้อย” อคาลายิ้มอย่างนึกสนุก

 

“ทีหลังเจอแบบนี้ก็ขัดขึ้นมาบ้างก็ได้นะ ตูไม่ได้รู้ไปทุกเรื่องหรอกนะเฟ้ย” กิลเลนพยายามตะโกนแต่ว่ามันยิ่งทำให้หัวที่ปวดอยู่แล้วยิ่งปวดหนักขึ้น เขากุมหัวของตัวเอง จนในที่สุดก็ต้องยอมแพ้ กิลเลนเอนตัวพิงกับต้นไม้และหลับตาลง

 

อคาลาทำหูทวนลม “อ๊ะ เหมือนปลาจะติดเบ็ดแล้ว”

 

“เดี๋ยว! นี่ยังจะให้กินไอ้ปลาประหลาดนี่อีกเรอะ” กิลเลนเบิกตาโพลงขึ้นมา เขาเห็นอคาลาลากเจ้าปลาหน้าตาเหมือนเมื่อวานขึ้นมาหาเขา เธอนั่งลงที่กองไฟ

 

“นายมีทางเลือกเหรอ บอกแล้วว่าถ้าจะอยู่ข้างนอกนี่ก็ต้องกินจนกว่าจะชิน พิษจะมากจะน้อยก็ต้องทนให้ได้” พูดแล้วก็ยิ้มให้เหมือนอย่างเคยก่อนจะชูปลาที่ตกได้ขึ้นมาอย่างมีความสุข

 

กิลเลนพยายามบ่ายเบี่ยงจนถึงที่สุด เขายืนกรานที่จะหาของอย่างอื่นที่ไม่ปนเปื้อนทั้งที่ใจก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ ทางเลือกของเขามีแค่กินมันจนกว่าจะมีภูมิต้านทานอย่างที่อคาลาแนะนำ หรือกินอาหารแห้งที่นำติดตัวมา

“นายจะกินอาหารแห้งได้สักกี่มื้อกัน เดี๋ยวมันก็หมด” ว่าพลางอคาลาก็เริ่มนำมันมาย่าง เธอเคยเห็นกิลเลนทำมาก่อนจึงเลียนแบบได้ไม่ยากนัก กองไฟที่กำลังจะมอดไปแล้วถูกทำให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งหลังเธอใช้ไม้เขี่ยและเติมเชื้อเพลิงลงไปเพิ่ม ปลาตัวไม่โตเท่ากับวันก่อนแต่ก็น่าจะพอรองท้องไปได้ในมือเช้าถูกปรุงอย่างดีด้วยฝีมือแม่ครัวจำเป็น

 

‘...ยัยนี่เลียนแบบที่เราย่างปลาเมื่อวานสินะ แต่เดี๋ยวสิ นอกจากเกลือทำไมถึงมีเครื่องเทศอื่น ๆ ด้วยล่ะ…’ กิลเลนคิดในใจเมื่อเห็นอคาลาหยิบพืชหน้าตาแปลกประหลาดมา เธอหั่นมันเป็นชิ้นเล็ก ๆ และโรยไปที่เจ้าปลาประหลาดนั่น ดูเหมือนเธอจะอ่านใจของเขาได้

 

“พวกนี้เราไปเก็บมาเพิ่มน่ะ แน่นอนว่ามีพิษทุกอย่างน่ะแหละ” หญิงสาวพูด กิลเลนนั่งมองตาโตเขาไม่มีแรงพอที่จะไปยื้อมือของเธอที่หยิบของมากมายข้างตัวที่เตรียมเอาไว้แล้วใส่ลงไปเพิ่ม

 

“ถ้ารู้ว่ามีพิษก็อย่าเอามาใส่เพิ่มสิ” กิลเลนโวยลั่น แต่อคาลาไม่เพียงไม่สนใจ เธอยังฮัมเพลงไปด้วยอย่างสบายอารมณ์ กิลเลนยอมแพ้ เขาปล่อยเธอปรุงมันตามใจชอบ

 

กองไฟที่ลุกโชนค่อย ๆ ทำให้เนื้อปลาสุกอย่างช้า ๆ สมุนไพรและพืชที่กิลเลนไม่รู้จักเริ่มไหม้เล็กน้อย มันส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปหมด อคาลาคอยพลิกปลาไปมาให้สุกทั่วถึง เธอยิ้มและดูจะพอใจกับผลงานของตัวเองไม่น้อยเลย ภายในเวลาไม่นานปลาย่างฝีมือของอคาลาก็สุกได้ที่

 

บากะอินุที่เริ่มพอมีแรงเพราะได้กลิ่นอาหารเดินมานอนเบียดกิลเลน มันส่งเสียงงี้ด ๆ มาทางอคาลา หญิงสาวยิ้มให้และส่งสัญญาณให้มันนั่งรอ เจ้าหมาโง่ทำตาม มันนั่งส่ายหางก่อนจะแลบลิ้นแฮ่ก ๆ

 

อคาลาบรรจงฉีกเนื้อปลาให้เป็นชิ้นพอดีคำก่อนจะยื่นมาทางกิลเลน “เอ้าา อ้ามมมม”

 

“ยัยนี่ได้ใจใหญ่เลยนะ” ถึงจะบ่นกระปอดกระแปด แต่กินเลนก็ยอมให้เธอป้อนแต่โดยดี

 

‘...เวรเอ๊ยยย ดันอร่อยกว่าเดิมอีก ไม่สิ อร่อยสุด ๆ เลย…’ กิลเลนคิดในใจโดยไม่ได้พูดออกมา แต่สีหน้าของเขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าถูกปากกับอาหารที่อคาลาทำให้ อคาลายิ้มอย่างรู้ทัน

 

“อร่อย ใช่ไหมล่ะ”

 

“ก็งั้น ๆ แหละ” กิลเลนโกหก เขาไม่อยากให้เธอได้ใจนัก ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันอร่อยจริง ๆ เห็นแบบนั้นอคาลาก็ทำทีจะโยนปลานั่นไปที่อื่นพร้อมทำแก้มป่อง

 

“ถ้าไม่ชอบ งั้นที่เหลือเอาทิ้งนะ ของบากะอินุเราเตรียมอย่างอื่นไว้แล้ว”

 

“เสียของน่า” กิลเลนแย่งที่เหลือจากมือเธอมา “เอาเถอะ พิษแค่นี้ทน ๆ เอาก็ได้”

 

อคาลานั่งชันเข่ามองดูกิลเลนกินไปส่วนเธอก็ยิ้มไปด้วยอย่างมีความสุข กิลเลนโดนจ้องมาก ๆ ก็รู้สึกเขิน เขาละมือจากปลาและหันไปถามเธอโดยไม่สบดวงตาคู่สวยนั่น “แล้วนี่เธอจะไม่กินด้วยเหรอ”

 

“ไม่อยากมือเปื้อน” ฟังดูก็รู้ว่าโกหก กิลเลนไม่รู้ว่าจะเรียกสภาวะแบบอคาลาว่าอะไรดี แต่เธอสัมผัสสิ่งที่อยากสัมผัสได้ตามใจ ในทางตรงกันข้ามถ้าเธอไม่ต้องการ อะไรก็แตะต้องตัวเธอไม่ได้ เธอใช้มือเปล่าแตะอะไรโดยไม่เกิดร่องรอยได้อย่างสบาย เรื่องกลัวมือเปื้อนสำหรับเธอมันเป็นข้ออ้างชัด ๆ ดูก็รู้แล้วว่า…

 

“ช่วยไม่ได้ จะให้ป้อนรึเปล่า” กิลเลนถามแบบไม่ได้สบตาเป้าหมาย พร้อมกับแกะปลาเป็นชิ้นเล็กและยื่นไปให้เธอที่ขยับเข้ามาใกล้ทั้งที่ยังไม่ได้ตอบ

 

“อื้อ…”

 

อาการของกิลเลนแย่ลงอีกหลังจากมื้อนั้น เขาตาพร่าหนักขึ้น รู้สึกโลกหมุน ปวดหัวและปวดท้องจนเริ่มรู้สึกมีไข้ ในระหว่างที่พักสายตาลงอคาลาเฝ้าดูเขาอยู่ไม่ห่าง ชายหนุ่มนอนลงอย่างหมดแรง หอบหายใจแผ่วเบาเพราะพิษไข้ กิลเลนแทบจะไม่ค่อยได้ยินเสียงอะไรหรือมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งไหน อาการติดพิษที่เกิดขึ้นกับร่างกายทำให้ที่เขารู้สึกมีแต่ความทรมานเท่านั้น

 

เธอกุมมือเขาไว้ด้วยสีหน้าเป็นกังวล กิลเลนปรือตาขึ้นมามอง เขาจับมือของเธอไว้เช่นกัน และน่าแปลกที่ความเจ็บปวดทั้งหลายลดน้อยลงผ่านสัมผัสนั้น...

 

“อดทนหน่อยนะ” เธอกระซิบ กำมือของเขาแน่นขึ้นเล็กน้อยคล้ายกับจะส่งกำลังใจทั้งหมดไปที่เขา ชายหนุ่มหันมาหาเธอที่อยู่ใกล้ ๆ เขายิ้มให้เธอ

 

“นั่นสินะ เดี๋ยวก็คงจะชิน”

 

“ใช่ ถ้าไม่ตายไปซะก่อนนะ” เธอหยอกแต่กิลเลนชักไม่แน่ใจแล้วว่าเธอพูดเล่นหรือพูดจริง เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าคนที่พยายามออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกแบบเขา เอาตัวรอดกันยังไง หรือบางทีนี่คือเหตุผลที่โลกนี้แทบจะไม่มีมนุษย์เหลือแล้ว… กิลเลนเพียงแค่คิดในใจ เพราะหลังจากนั้นเขาก็หลับไปโดยที่จับมือของอคาลาไว้แบบนั้น

 

เหตุการณ์แบบนี้วนเวียนติดต่อกันหลายวัน อาการป่วยที่ไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทรุดไปมากกว่าเดิม มื้ออาหารจากสิ่งมีชีวิตประหลาดและพืชติดเชื้อที่อคาลาขยันหามาให้เขาลิ้มลอง ที่น่าเจ็บใจคือมันดันอร่อยเสียทุกครั้งจนแทบหักห้ามใจไม่ได้

 

“หอยลายอบเนยผัดสมุนไพร!!” อคาลายกเมนูใหม่มาเสิร์ฟถึงที่ บนจานสีขาวที่ไม่รู้ว่าเธอไปเอามาจากไหนมีเนื้ออะไรบางอย่างที่ถูกผัดกับเนยและเครื่องเทศ กลิ่นหอมของเนย กลิ่นของเนื้อที่ย่างด้วยไฟอ่อน ๆ กลิ่นคล้ายกระเทียมผัดจนหอมเตะจมูกทำให้เขาผงกหัวขึ้นมามองก่อนจะลุกขึ้นนั่ง

 

“ฉันไม่ได้เอาวัตถุดิบทำอาหารลงมาจากดิกนิตีเลย… เธอไปเอาของพวกนี้มาจากไหน” กิลเลนเอ่ยถาม อคาลาวางจานนั้นลงตรงหน้ากิลเลน เขาหันไปมองบากะอินุพบว่ามันก็กำลังกินอาหารที่อคาลาทำให้เช่นกัน เจ้าหมานอนซมอยู่กับเขาหลายวันแต่ดูเหมือนความเห็นแก่กินของมันทำให้มันยอมกินทุกอย่างที่หญิงสาวปรุงมาให้

 

“เคยบอกไปแล้วนี่ว่าแถวนี้มีสมุนไพรหลายชนิด แล้วในนั้นก็มีของที่รสชาติเหมือนที่นายเคยกิน”

 

“เนยกับกระเทียมด้วยเรอะ” กิลเลนโวย ตั้งแต่เขามาถึงที่นี่ยังไม่เห็นต้นกระเทียมเลย อย่าว่าแต่กระเทียม ยิ่งไปหาเนยมาด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ในดินแดนที่รกร้างเช่นนี้จะไปมีร้านขายของอยู่ได้ยังไง… หรือว่าเนยมันจะงอกมาจากพื้นดินกันฟระ

 

“ใช่แล้ว มีพืชหัวที่กลิ่นคล้ายกระเทียม แต่เนยเนี่ยนายไม่อยากรู้หรอกว่าเอามาจากอะไร” พอได้ยินอคาลาพูดแบบนั้น เขาก็ไม่ถามอะไรเธออีก บางทีการที่รู้ว่ามันมาจากไหน อาจจะทำให้เขาไม่อยากกินมันก็ได้

 

กิลเลนรู้สึกว่ายิ่งฟังแต่ละอย่างที่อคาลาพูดก็ยิ่งปวดหัว สุดท้ายเขาเลยหลับหูหลับตาจัดการกับมื้อนั้นโดยไม่ได้ถามอะไรอีก และเช่นเดิม มื้อนี้ก็เป็นอีกมื้อที่อิ่มอร่อยจนไม่คิดว่าเป็นของที่หาได้จากแถว ๆ นี้

 

ทีละเล็กทีละน้อย กิลเลนเริ่มชินกับ “การปนเปื้อน” อคาลาบอกกับเขาว่าการที่เขาสื่อกับแวนเดียร์ได้ง่ายเป็นหลักฐานว่าเซลล์ของแวนเดียร์ที่รุกรานในร่างกายจะไม่เป็นอันตรายกับเขามากไปกว่านี้ แทนที่เซลล์ของแวนเดียร์ที่มากขึ้นจะทำให้เขาอาการหนักขึ้นมันกลับส่งผลตรงกันข้าม

 

เวลาผ่านไปหลายวัน นับตั้งแต่วันที่กิลเลนปักหลักที่ริมลำธาร ตอนนี้เขาย้ายที่ไปเรื่อยแต่ก็ยังยึดลำธารเป็นที่หลัก กิลเลนจอดโฮเวอร์ไบค์ของเขาเมื่อเดินทางมาได้สักพักแล้ว ชายหนุ่มทอดมองไปที่พื้นที่รอบกายที่มีแต่ความแห้งแล้งแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

 

อินุจิโยะปรากฎตัวขึ้น ภาพโฮโลแกรมสาวน้อยนั่นขึ้นรูปแบตเตอรี่ที่จะหมดมิหมดแหล่แจ้งเตือนเขา

“นายท่านเจ้าคะ พลังงานที่สำรองเอาไว้เหลือน้อยแล้วนะคะ อินุจิโยะต้องการชาร์ตแบตอย่างด่วนเลยล่ะเจ้าค่ะ” สาวหูหมาเอ่ย อคาลาที่นั่งซ้อนท้ายเขาหันมามองกิลเลนที่ทำท่าทางครุ่นคิด อุปกรณ์ของเขาแทบจะทุกอย่างพึ่งพาการใช้พลังงานทั้งนั้น ไม่พ้นตั้งแต่พลาสมาสเปียร์ อุปกรณ์ของอินุจิโยะและพาหนะของเขาด้วย เดิมเขาชาร์ตมันฟรี ๆ ในดิกนิตีมาตลอดแต่ตอนนี้เขาต้องค้นหาวิธีเพิ่มพลังให้มัน

 

“จะไปชาร์ตที่ไหนล่ะเนี่ย เสียบกับต้นไม้อย่างงี้น่ะเรอะ” กิลเลนบ่น อคาลาลอบหัวเราะกับอาการหัวเสียของเขา

 

“อินุจิโยะสามารถตรวจสอบหาซากยานเพรสทีจได้ ในนั้นอาจจะยังพอมีพลังงานอยู่ เราไปชาร์ตจากที่นั่นก็ได้” หญิงสาวอธิบายก่อนจะหันไปทางปัญญาประดิษฐ์ “จริงไหมอินุจิโยะ”

 

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ!” เธอขานรับ สาวหูหมานิ่งไปครู่เดียวเพื่อเปิดระบบตรวจสอบ กิลเลนจ้องมองจนในที่สุดอินุจิโยะก็ทำท่าทางร่าเริง เธอส่ายหางไปมาอย่างดีใจ “พบแล้วเจ้าค่ะ”

 

“ที่ไหน” กิลเลนรีบเอ่ยถามแทบจะในทันที เขาสตาร์ทโฮเวอร์ไบค์เพื่อเตรียมพร้อม

 

“ไม่ไกลจากที่นี่มากเจ้าค่ะ ขับขึ้นไปตามลำธารไม่กี่ไมล์เท่านั้นเองเจ้าค่ะนายท่าน” สิ้นเสียงอินุจิโยะก็ทำการเชื่อมกับยานพาหนะ เบื้องหน้าคันเร่งมีภาพบนจอใสปรากฎขึ้น กิลเลนเร่งเครื่องและขับไปตามจุดที่อินุจิโยะทำสัญลักษณ์สามเหลี่ยมเอาไว้ให้ในทันที

 

จบบทที่ บทที่ 25 : พิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว