เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ บทที่ 5: พอใจแล้วละสิตอนนี้

เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ บทที่ 5: พอใจแล้วละสิตอนนี้

เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ บทที่ 5: พอใจแล้วละสิตอนนี้


FSTB บทที่ 5: พอใจแล้วละสิตอนนี้

ในตอนนี้เจี่ยนหยุ่นเฉิงซึ่งอยู่ในห้องก็ได้สังเกตเห็นเจี่ยนอีหลิงที่ประตูหอผู้ป่วย เขาลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว

เจี่ยนหยุ่นเฉิงสูงมากกว่า 180 เซ็นติเมตร เจี่ยนอีหลิงที่อายุเพียงสิบห้าปีมองดูแล้วตัวเล็กเป็นพิเศษต่อหน้าเขา หัวของเธอสูงเพียงแค่อกของเขาเท่านั้น

เจี่ยนอีหลินสวมเสื้อสเวตเตอร์สีขาวเรียบๆ และใบหน้าขาว ดูเหมือนกระต่ายขาวขนปุย แต่โชคร้ายนั่นเป็นเพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอก หัวใจภายในนั้นบางทีอาจจะเป็นสีดำ

“เข้าไปขอโทษ” น้ำเสียงเชิงออกคำสั่งเรียบง่าย เด็ดขาดไม่ยอมให้ต่อต้าน

“เขาจะโกรธและฉุนเฉียว”

เสียงของเจี่ยนอีหลิงฟังดูเด็กอยู่บ้าง และถึงแม้ว่าเจี่ยนอีหลิงไม่ต้องการที่จะพูดให้เสียงเธออ่อนเยาว์ แต่ในเมื่อร่างนี้อายุเพียงสิบห้าปีเสียงก็ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น

ในเวลาเดียวกัน เจี่ยนอีหลิงก็พูดได้อย่างเชื่องช้า ราวกับว่าพูดออกมาเป็นคำคำไป นั่นก็เป็นเพราะว่าการพูดคุยระหว่างพี่น้องนั้นเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยอย่างมากสำหรับเจี่ยนอีหลิง

“พี่รู้ว่าเขาจะต้องโกรธในตอนนี้ แต่น้องเคยได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนที่จะทำอย่างนี้หรือไม่ ความโกรธและฉุนเฉียวเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย” ดวงตาของเจี่ยนหยุ่นเฉิงแดงและร่างกายของแผ่กลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา

“ไม่กลัวเขาจะโกรธและกล่าวโทษ” เจี่ยนอีหลิงอธิบาย “น้องคิดว่าความโกรธจะไม่ดีต่อมือของเขา”

เธอมีเจตนาที่จะรักษามือของเขา แต่ก่อนหน้านั้นเธอไม่อาจจะทำให้มันแย่ไปมากกว่านี้ และหากทำลายความเป็นไปได้นี้อีกครั้ง มันก็จะไม่สามารถช่วยได้อีก

“เมื่อไหร่ที่น้องกลายเป็นพูดตะกุกตะกักแบบนี้ กลัวรึ” เจี่ยนหยุ่นเฉิงถาม

เสียงตามธรรมชาติของเจี่ยนอีหลิงนั้นบวกกับวิธีการพูดแบบช้าๆเป็นคำๆ ทำให้เจี่ยนหยุ่นเฉิงเข้าใจผิดคิดว่าเจี่ยนอีหลิงกลัว

เจี่ยนอีหลิงไม่ได้อธิบาย เธอไม่ได้กลัว เธอเพียงแค่ไม่เก่งในการสื่อสารกับ “ครอบครัว” ของเธอ ในชีวิตก่อนเธอเห็นพ่อแม่เพียงครั้งเดียวต่อปีและเธอก็ไม่ได้พูดถึงสิบคำหลังจากการพบปะกันแต่ละครั้ง

นับตั้งแต่เธอเรียนรู้ที่จะคิด เธอก็ได้อาศัยอยู่ในสถาบันวิจัยและใช้เวลาแทบทั้งหมดของเธออยู่ในห้องแลป ส่วนใหญ่แล้วเธอได้แต่ปรึกษาหารือเรื่องงานและยากที่จะพูดคุยเรื่องส่วนตัวกับคนอื่น

เจี่ยนหยุ่นเฉิงเตือนเจี่ยนอีหลิงอย่างเย็นชาว่า “พี่ไม่สนว่าน้องจะกลัวหรือว่าแท้จริงแล้วกังวลเกี่ยวกับอารมณ์ของเซียวน่าว น้องต้องทำงานหนักเพื่อที่จะให้เซียวน่าวยกโทษให้ในเรื่องนี้ ถ้าเซียวน่าวไม่ยกโทษให้ เช่นนั้นพี่ก็จะไม่ยกโทษให้เหมือนกัน”

เจี่ยนหยุ่นเฉิงเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเขาพูดอย่างนั้นแน่นอนว่าเขาจะทำอย่างนั้น ถึงจะเป็นเจี่ยนชูฉิงหรือเวินน่วนก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของเขาได้

เจี่ยนอีหลิงพยักหน้า

“ตอนนี้เข้าไปขอโทษซะ” เจี่ยนหยุ่นเฉิงยังคงยืนยันให้เจี่ยนอีหลิงเข้าไปขอโทษเจี่ยนหยุ่นน่าว “พี่จะคอยระวังอาการบาดเจ็บที่มือขวาของเขา”

เจี่ยนอีหลิงเดินเข้าไปในหอผู้ป่วย

เมื่อเจี่ยนหยุ่นน่าวบนเตียงผู้ป่วยเห็นเจี่ยนอีหลิง เขาก็เกิดความโกรธแค้นขึ้นมาอย่างเต็มที่ ถ้าเจี่ยนหยุ่นเฉิงที่อยู่ถัดจากเขาไม่รั้งตัวเขาไว้ เขาคงจะกระโดดขึ้นไปแล้ว

“เจี่ยนอีหลิง เธอพอใจแล้วละสิตอนนี้ ฉันกลายเป็นคนพิการแล้ว ฉันจะเล่นเปียนโนไม่ได้อีกตลอดชีวิต ชีวิตของฉันพังพินาศหมดแล้ว ดีใจไหม” เจี่ยนหยุ่นน่าวตะโกนเสียงดัง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

เจี่ยนอีหลิงไม่ได้หลีกหนี เธอยืนนิ่ง ยอมรับความโกรธของเขา

เมื่อเห็นสายตาเรียบเฉยของเจี่ยนอีหลิง ความโกรธของเจี่ยนหยุนน่าวก็ไม่ได้ลดทอนลงไปเลยแม้แต่น้อย

เมื่อสูญเสียมือที่สำคัญที่สุดของตนเอง หัวใจของเจี่ยนหยุ่นน่าวก็ปกคลุมไปด้วยหมอกมืด

ชีวิตของเขา ความภาคภูมิใจของเขา ความฝันของเขาล้วนพังพินาศสิ้น

และสาเหตุทั้งหมดนี้เริ่มมาจากเจี่ยนอีหลิงเริ่มโต้เถียงกับเขา

เขาโกรธ เขาเสียใจ เขาเกลียดเธอ

เจี่ยนหยุ่นน่าวใช้มือซ้ายที่ไม่ได้รับบาดเจ็บหยิบกล่องใส่อาหารที่อยู่ข้างตัวและเขวี้ยงมันไปยังหัวของเจี่ยนอีหลิง

จบบทที่ เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ บทที่ 5: พอใจแล้วละสิตอนนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว