เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 : เพื่อนใหม่

บทที่ 19 : เพื่อนใหม่

บทที่ 19 : เพื่อนใหม่


บทที่ 19 : เพื่อนใหม่

 

แน่นอนกิลเลนฉลาดพอและไม่คิดจะเสียเวลากับเรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้ว เขาเรียกบากะอินุให้ตามเขามา แต่โอเวนก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาเดินจากไป ชายหนุ่มเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้แสดงการตอบกลับอย่างที่ตนต้องการ

 

“จะไปไหนฉันยังคุยไม่จบ”

 

กิลเลนพูดเสียงเข้ม “ปล่อย” เขามองมาที่ท่อนแขนแข็งแรงที่ยึดมือเขาเอาไว้ แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ กิลเลนมีแรงมากกว่า เขาสะบัดแขนนั้นออกอย่างง่ายดายแต่โอเวนก็ยังดื้อด้าน เขาวิ่งออกไปขวางทางกิลเลน ทุกคนในห้องเบนสายตามาที่พวกเขาเรียบร้อยแล้ว

 

“ก็บอกว่ายังคุยไม่จบไง”

 

“แต่ฉันคุยกับนายจบแล้ว ถ้าไม่อยากให้ฉันเข้าร่วมทีมก็ไปบอกคุณแมดเดอลีนสิ” กิลเลนตอบกลับไปหน้าตาย ด้วยคำพูดนั้นโอเวนที่จ้องจะหาเรื่องก็หมดความอดทนเช่นกัน เขากำหมัดและพุ่งมันไปที่หน้ากิลเลน เขาหลบได้อยู่แล้ว แต่บากะอินุคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลา เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นภัย มันก็กระโจนเข้าขย้ำใส่แขนของโอเวน

 

“ไอ้หมาโง่เอ้ย!” โอเวนตวาดลั่น เขาชะงักหมัดและใช้ศอกกระทุ้งไปที่สีข้างของบากะอินุจนมันเซถลาออกไป

 

พลั่ก!

 

“เอ๋งงง” กิลเลนรีบกระโดดออกไปด้านข้าง เขาไถลตัวไปเพื่อใช้ตัวเองรองรับบากะอินุไม่ให้หล่นกระแทกพื้น เจ้าหมาร้องงี้ด ๆ อยู่ในอ้อมแขนของกิลเลน บากะอินุค่อย ๆ ลุกขึ้น เขาลูบหัวมันและมองอย่างเป็นห่วง

 

โอเวนไม่ได้รู้สึกรู้สา เขายืนเฉยอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางคนมากมายไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามายุ่งเลยสักนิด คาตาลิสต์ของโอเวนและบาร์เรตไม่ได้พอใจที่โอเวนทำแบบนั้นนัก แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร

 

“มันจะมากไปแล้วนะ” พลาสมาร์สเปียร์อันใหม่ที่พับเก็บไว้ข้างเอวถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของกิลเลนเปลี่ยนไปแล้ว ชายหนุ่มไม่มีความลังเล และนี่แหละคือสิ่งที่โอเวนต้องการ น่าแปลกทั้งที่โอเวนทำร้ายคู่หูของเขาแต่กลับไม่มีใครสนใจ แต่กลับกันแค่กิลเลนชักอาวุธออกมาทั้งลานพิธีก็อื้ออึงไปด้วยเสียงอุทาน

 

โอเวนตั้งหมัดขึ้นมา ยกยิ้มเหมือนรอคอยจังหวะนี้มานานแล้ว

 

“หยุด! คิดจะทำอะไรกันน่ะ ไม่เคารพงานเลยรึไง” เเมดเดอลีนกลับเข้ามา เธอวิ่งไประหว่างคนทั้งสอง ไม่ต้องรอให้บอกกิลเลนรีบขอโทษและเก็บหอกไป

 

“ผมจะไม่เอากิลเลนเข้าทีมเด็ดขาด ผมไม่รู้ว่าการตัดสินใจของหมอนั่นจะพาพวกผมไปตายรึเปล่า” โอเวนกล่าวเสียงดัง ชี้หน้ากิลเลนข้ามไหล่ของแมดเดอลีนไป

 

“แล้วจะเอายังไง จะมาตีกันแบบนี้ไม่ได้นะ” แมดเดอลีนร้อง กิลเลนก้มหน้าสำนึกผิดที่ตัวเองใจร้อนเกินไป เขาไม่คิดจะอธิบายว่าโอเวนทำร้ายคู่หูของเขาก่อน เพราะอย่างไรคนในห้องก็ต้องเข้าข้างโอเวนอยู่แล้ว ซีโรเซียเดินจากไปไม่ได้ใส่ใจกิลเลนเลยสักนิดแม้ว่าจะต้องคู่กับเขานับต่อจากนี้

 

“ขอโทษครับ”

 

“ตัดปัญหา ถ้าไม่อยากให้กิลเลนเข้าทีม จัสตินกับพีโอเนียจะไปอยู่อัลฟ่าทีม” แมดเดอลีนกล่าว เมื่อได้ยินดังนั้นรอยยิ้มก็ประดับบนใบหน้าโอเวนและบาร์เรตทันที เขาคิดว่ากิลเลนจะไม่ได้เข้าทีมไหนแน่ ๆ แต่ว่า… “กิลเลน บากะอินุและซีโรเซียจะไปอยู่บีตาทีม”

 

แพทริคได้ยินว่ากิลเลนจะมาอยู่ทีมตน ก็ยืดกอดอกนิ่งไม่แสดงออกว่ายินดียินร้ายอย่างไร แต่ข่าวนี้กลับทำให้กิลเลนเริ่มยิ้มออก เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแพทริคแม้จะคิดว่าหมอนี่ชอบพูดอะไรที่ถนอมน้ำใจคนอื่น ส่วนคนอื่น ๆ ในทีมบีตาก็ออกจะเป็นมิตรกับเขา

 

หนึ่งในนั้นที่ฉีกยิ้มต้อนรับเขาเป็นอย่างดีก็คือแมรีนั่นเอง เธอเกลียดกลุ่มโอเวนออกนอกหน้าตั้งแต่ตอนที่บาร์เรตเคยผลักควินซ์ของเธอไปให้นิดฮอกฆ่าในการจำลองการฝึก นอกจากนั้นเธอยังเคยเป็นขาประจำที่ไปสิงสถิตย์ในสังสรรค์เล็ก ๆ ที่ห้องของกิลเลน

 

และไม่ใช่แค่แมรีกับควินซ์คาตาลิสต์ของเธอ กิลเลนก็ยังคุ้นเคยกับพอลและเบรนตันที่อยู่ทีมนี้พอสมควร ทั้งสองกับคาตาลิสต์ของพวกเขาเคยเป็นสมาชิกร่วมต่อสู้กับนิดฮอกเป็นคนแรก ๆ แม้ว่าจะไม่ได้มีโอกาสคุยด้วยกันมาก กิลเลนก็เชื่อว่าทั้งสี่ ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ตั้งแง่รังเกียจเขา

 

...บางทีคุณแมดเดอลีนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเขาจะเป็นที่ต้อนรับมากขึ้นในกลุ่มนี้...

 

ที่ห้องของกิลเลน อคาลากำลังง่วนอยู่กับชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่เธอเชื่อมมันกับคอมพิวเตอร์ของกิลเลนและช่วยลงข้อมูลใหม่ ๆ ให้กับปัญญาประดิษฐ์ “อินุจิโยะ” ตามคำขอของเขา กิลเลนไม่ได้แปลกใจอะไรดูเหมือนเขาจะชินกับการปรากฏตัวไปทั่วของเธอเสียแล้ว

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากอุปกรณ์เหล่านั้น ใบหน้าหวานยิ้มให้กับกิลเลน “ใกล้เสร็จแล้วล่ะ” เธอบอกก่อนจะกลับไปทำอะไรบางอย่างต่อ กิลเลนจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอ เขาเดินไปนั่งที่เตียงซึ่งไม่ห่างกันมากนัก เฝ้ามองเธออยู่แบบนั้นโดยไม่กล้ายื่นมือเข้าไป

 

“ดูเธอจะเก่งเรื่องพวกนี้จังเลยนะ”

 

เธอทัดผมเข้าที่กกหู ทุกท่วงท่าของเธอช่างดูสง่างาม “ก็ไม่มากหรอก ส่วนใหญ่ที่รู้ก็มาจากแมดเดอลีนทั้งนั้นนั่นแหละ”

 

กิลเลนทำหน้าประหลาดใจ “คุณแมดเดอลีน ?” ยังไม่ทันที่เขาจะถามต่อ อคาลาก็รีบบอกอย่างรู้ทัน ดวงตาเป็นประกายมองมาที่เขา

 

“ไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอก คนที่เห็นฉันได้ก็มีแค่นายกับบากะอินุ ฉันแค่แอบเข้าไปดูตอนเธอทำงาน เผื่อจะเอามาปรับใช้กับอินุจิโยะได้บ้าง”

 

กิลเลนพยักหน้าอย่างเข้าใจ อคาลาเหลือบมองเขาที่ค่อย ๆ เอาหัวพิงกับผนังและหลับตาลงอย่างอ่อนล้า บากะอินุไม่ได้ส่งเสียงร้อง มันนอนหลับสบายใจเฉิบอยู่ที่พื้นเมื่อเห็นกิลเลนนอนมันก็ทำตาม อคาลาหันไปทำหน้าที่ของตนต่อ ปล่อยให้กิลเลนพักผ่อนไปแบบนั้นสักพัก

 

“กิลเลน...” ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ อคาลาเรียกเขาที่หลับสนิทให้ตื่นขึ้น แต่ดูเหมือนเสียงของเธอจะไม่สามารถปลุกเขาได้ หญิงสาวจึงสะกิดที่แขนของเขา ไม่กี่ครั้งเขาก็ยอมตื่นขึ้นทั้งที่ยังง่วงอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าใบหน้าห่างจากอคาลาเพียงคืบเขาก็สะดุ้งเฮือก

 

“โทษที ฉันเผลอหลับไปหน่อย” กิลเลนลูบหน้า อคาลายิ้มกับท่าทีของชายหนุ่ม “เป็นยังไงบ้าง เสร็จแล้วหรอ”

 

“เรียบร้อยแล้วล่ะ” หญิงสาวเปิดภาพโฮโลแกรมขึ้นมา สาวหูสุนัขสีทองบิดขี้เกียจ “อินุจิโยะเป็นไงบ้าง”

 

“รู้สึกดีสุด ๆ ไปเลยค่ะ มีระบบใหม่เพิ่มเข้ามาด้วยล่ะค่ะ” อินุจิโยะกระโดดไปมาอย่างตื่นเต้น เด็กสาวผมทองเปิดหน้าต่างเมนูขึ้นมาอย่างมีความสุข มีระบบหลายอย่างที่อคาลาได้มาจากแมดเดอลีนและเพิ่มมันเข้าไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกิลเลน

 

“เธอเพิ่มอะไรให้อินุจิโยะ” กิลเลนขยับมาใกล้ร่างโฮโลแกรมนั้น

 

“หลายอย่าง ส่วนใหญ่เป็นการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของดิกนิตีในระดับที่สูงขึ้น” อคาลาอธิบาย อินุจิโยะทำหน้าหงอยเมื่อคิดถึงเรื่องการต่อสู้ที่ผ่าน ๆ มา

 

“เสียดายจังเลยนะคะนายท่าน” กิลเลนทำหน้าตางุนงง “ถ้านายท่านให้อินุจิโยะปรากฏตัวได้ตามใจชอบล่ะก็ คงจะช่วยสู้ได้มากกว่านี้แท้ ๆ” เธอทำหน้าเศร้า หางฟูตกลงข้างกาย เธอมีระบบหลายอย่างที่ทำให้กิลเลนสามารถต่อสู้ได้อย่างปลอดภัยและง่ายขึ้น แต่เธอไม่สามารถทำได้เพราะกิลเลนไม่อนุญาต

 

“ระบบคะแนนที่ใช้จัดอันดับของผู้ถูกเลือก ทำไมกิลเลนถึงรั้งท้ายเลยล่ะ” อคาลาถามอย่างสงสัย ในเมื่อเธอติดตั้งระบบนี้เข้าไป อินุจิโยะจะสามารถดูข้อมูลและการจัดลำดับได้ดั่งใจ

 

“นายท่านก้าวหน้าไปมากเลยค่ะเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา” เธอเปลี่ยนหน้าต่างโฮโลแกรมที่เปิดอยู่ หน้าจอกราฟประหลาดปรากฏขึ้นมา อคาลาไล่สายตาอ่านข้อมูลเหล่านั้น “แต่ว่าในส่วนของคะแนนรวม กิลเลนเสียคะแนนไปมากในภารกิจหลัง ๆ และยิ่งภารกิจล่าสุดที่เขาจัดการกับแวนเดียร์ไปได้มากมายแต่กลับโดนหักคะแนนจนเกลี้ยงเป็นการลงโทษ”

 

“แบบนี้นี่เอง” อคาลาตัดบท เธอหันไปมองหน้าที่เศร้าหมองของกิลเลน เขาคงจะคิดถึงภารกิจที่ผ่านมาอยู่แน่ ๆ และนั่นก็ไม่เป็นการดีต่อเขาเลย เขายังคงโทษตัวเองและกำลังหาทางชดใช้ความผิดนั้นตลอดเวลา แม้ว่าเธอจะพยายามอธิบายว่าเขาไม่ได้ผิดทั้งหมดก็ตาม

 

กิลเลนกุมมือเข้าหากัน คิ้วขมวดเป็นปมราวกับยังอยู่ในห้วงความคิดในเหตุการณ์ที่ผ่านมาอยู่ เสียง กลิ่น และภาพยังคงฉายชัดยากที่จะลืมเลือนไป บากะอินุตื่นขึ้นมันรับรู้ถึงความรู้สึกของกิลเลน เจ้าหมากระโดดเกาะขอบเตียง ร้องเสียงเบาและใช้จมูกถูไปที่มือของเขา

 

กิลเลนยิ้ม คลายมือที่กุมกันแน่นไปลูบหัวของมันแทน อคาลาอยากจะทำเช่นเดียวกัน เธออยากจะยื่นมือไปปลอบโยนเขา แต่เธอไม่ได้ทำเช่นนั้น เมื่อเห็นเขาคลายเศร้าได้แล้ว อคาลาก็ยิ้มอยู่ห่าง ๆ จ้องมองแผ่นหลังของเขาอยู่แบบนั้นจนกระทั่งร่างของเธอจางหายไป

 

ช่วงเย็นมาถึงอย่างรวดเร็วหลังจากเขาพักจนเต็มที่แล้ว กิลเลนออกจากห้องมาพร้อมบากะอินุเพื่อหาอะไรกินหลังจากขลุกอยู่ในห้องมานาน ในห้องอาหารมีคนบางกลุ่มนั่งอยู่ก่อนแล้ว หนึ่งในนั้นเองก็มีโอเวนและคู่หูของเขาอยู่ด้วย กิลเลนชะงัก บากะอินุก็เช่นกัน มันมองเขาอย่างไม่ไว้ใจแต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะยังคงจดจำความเจ็บปวดจากศอกแข็งแรงนั่นได้ดี

 

“ไปเถอะ บากะอินุ” กิลเลนเรียกคู่หูของเขา และเดินผ่านโต๊ะของโอเวนไป โอเวนเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิดใจแต่ก็ไม่ลงมือทำอะไร กิลเลนเดินไปรับอาหารสำหรับเขาและบากะอินุ ชายหนุ่มมองหาที่ว่าง เขาเลือกที่จะนั่งอยู่มุมสุดของห้องอาหาร

 

“กิลเลน กิลเลน” เป็นเสียงของแมรีนั่นเองที่เรียกเขา หญิงสาวกวักมือและตบที่เก้าอี้แปะ ๆ กิลเลนยังคงลังเล เขาทำทีจะเดินไปนั่งที่ที่ตนหมายตาเอาไว้ “มานี่สิ บากะอินุมานี่เร็ว” เธอใช้ไม้ตายในที่สุด บากะอินุเห็นชิ้นเนื้อที่แมรียื่นให้ก็กระดิกหางระรัว มันวิ่งไปหาเธอต้อย ๆ อย่างใสซื่อ

 

“ดีมาก ขอมือหน่อย” เจ้าหมาโง่นั่งลงที่พื้น ยื่นอุ้งมือให้เธอพร้อมแลบลิ้นยาว สายตาจดจ้องไปที่เนื้อนั้นไม่วางตา กิลเลนถอนหายใจ เขายอมเดินไปที่โต๊ะของแมรีที่มีควินซ์นั่งอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มวางถาดอาหารลงและเรียกบากะอินุให้มาหาเขา

 

มันหันซ้ายขวาเลือกข้างว่าจะไปหาใครดีเมื่อในมือของแมรียังมีอาหารอยู่ แต่แล้วความซื่อสัตย์ก็ชนะจนได้ บากะอินุยอมมานั่งข้างขากิลเลน เขาวางถาดอาหารลงตรงหน้ามัน

 

“ฉันรู้แล้วเรื่องที่นายจะมาเข้าทีมของเรา” แมรียิ้ม กิลเลนพยักหน้ารอดูปฏิกิริยาของเธอว่าจะแสดงออกมาอย่างไร แต่เท่าที่เขาดู แมรีและควินซ์ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เธอออกจะชอบบากะอินุด้วยซ้ำไป แมรีอ่านสีหน้าของเขาได้ “พวกเราไม่มีปัญหาอะไรหรอก ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่ชอบโอเวน”

 

กิลเลนตักอาหารใส่ปาก เขายักไหล่ไม่ได้พูดเสนอความเห็นอะไร

 

“พวกฉันก็ไม่ชอบเขา ยิ่งที่เขาทำร้ายบากะอินุด้วย บางคนเลยเริ่มไม่ชอบเขา” แมรีอธิบาย เธอหันไปลูบหัวบากะอินุอย่างเอ็นดู

 

“เราสองคนยินดีต้อนรับพวกนายและซีโรเซียเข้าบีตาทีมนะ” เธอยิ้มให้กับกิลเลน กิลเลนรู้สึกดีใจ เขาไม่เคยได้รับการต้อนรับที่ดีมาก่อน นี่จึงเป็นครั้งแรกและเขาคิดว่าการทำภารกิจต่อไปที่จะมาถึงคงจะเป็นไปด้วยดี “นายก็ไม่ใช่คนแย่อะไร ฉันว่านายควรจะหาพวก เชื่อฉันสิว่าต้องมีคนอยากทำความรู้จักกับนายแน่ ๆ” เธอย้ำ

 

กิลเลนเขี่ยอาหารในจานไปมาอย่างครุ่นคิด เมื่อเขาไม่สามารถกินที่เหลือได้เขาก็นำส่วนที่เหลือให้เจ้าหมาที่รออยู่ กิลเลนหันกลับมาสนใจหัวข้อสนทนาต่อไป

 

“เช่น ?”

 

ควินซ์ที่นั่งอยู่นานเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาบ้าง ชายหนุ่มเท้าคางกับโต๊ะสีเงิน“คู่พอลกับเบรนตันไง”

 

“จะดีเหรอ” กิลเลนถามซ้ำ ตอนนี้เขาแทบจะไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการทำให้คนอื่นยอมรับเท่าไหร่แล้ว มันเหนื่อยเหลือเกินกับการทำแบบนั้นเพราะไม่ว่าเขาจะทำดีสักเท่าไหร่ สิ่งที่ทุกคนเห็นก็ดูจะเป็นสิ่งผิดเสมอ

 

“ดีสิ นายเห็นฉันเป็นคนยังไงน่ะ หืม ?” ผู้ถูกกล่าวถึงเอ่ยถาม เจ้าของเสียงยืนอยู่หลังกิลเลนได้สักพักแล้ว กิลเลนหันกลับไป พบว่าเป็นพอลกับเบรนตันและคาตาลิสต์ของพวกเขานั่นเอง ทั้งสี่คนกระจายนั่งไปที่ฝั่งของกิลเลนและเเมรี

 

ไวโอเลตเป็นคู่หูของเบรนตัน เธอยิ้มให้กับกิลเลนอย่างเป็นมิตร ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นพอลและออร์คิด คู่ของพอลเป็นคนพูดน้อย เธอไม่ได้แสดงอาการรังเกียจแต่ก็ก้มหน้าก้มตาไม่ค่อยพูดอะไร...ไม่สิ เขาไม่เคยได้ยินเธอพูดเลยต่างหากล่ะ!

 

“เห็นไหม ไม่ได้มีแต่คนไม่ชอบนายซักหน่อย” แมรีกล่าว กิลเลนยิ้มและเกาหัวแก้เขิน บากะอินุสะบัดหางอย่างดีใจมันกระโดดเกาะขาของเขาราวกับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

“หมอนั่น ถือว่าคะแนนอยู่สูงสุดก็เลยไม่เห็นหัวคนอื่น นี่ก็ตั้งตัวเป็นเหมือนหัวหน้าของผู้ถูกเลือกไปแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กิลเลนได้ยินออร์คิดพูด ไม่นึกว่าประโยคแรกจากคนเงียบ ๆ แบบเธอจะกลายเป็นประโยคที่แม้แต่ผู้ถูกเลือกของเธอเองก็ไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ

 

“นั่นสินะ ทำให้ตาแว่นหัวหน้าทีมเรากลายเป็นคนน่ารักไปเลยเนอะ” แมรีนินทาแพทริคโดยไม่รู้ว่าเขากำลังเดินมายืนอยู่ข้างหลังของเธอพอดี

 

“สนุกกันพอรึยัง” เสียงของแพทริกทำให้วงสนทนาแตกในทันที แมรีสะดุ้งจนเกือบตกจากเก้าอี้ เขาเหลือบมองแบบตำหนิมาที่เธอแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาในเรื่องนั้น “เตรียมตัวกันให้พร้อม อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่หน้าห้องฝึก”

 

“เดี๋ยวสิ! วันนี้เราซ้อมกันมาหลายรอบแล้วนะ” แมรีโวยวายแต่แพทริคทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเธอ

 

“ในเมื่อมีสมาชิกใหม่ก็ต้องฝึกให้เข้าขากันให้เร็วที่สุด” หนุ่มแว่นพูดเสียงเย็นจากนั้นก็ส่งสายตาคม ๆ ไปที่กิลเลน “บอกไว้ก่อน คุณอาเบลจะคาดหวังในตัวนายแค่ไหนไม่สำคัญ ถ้านายเป็นตัวถ่วงของทีมล่ะก็ ฉันไม่เอาไว้แน่”

 

พูดจบก็หันหลังเดินจากไป

 

...ช่วยแสดงให้เห็นหน่อยเถอะ ว่าผู้บัญชาการเห็นอะไรในตัวนายกันแน่...

จบบทที่ บทที่ 19 : เพื่อนใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว