- หน้าแรก
- จ้าวแห่งยุทธภพ เริ่มต้นด้วยระบบจอมวายร้าย
- บทที่ 241 การรับสมัครโจร
บทที่ 241 การรับสมัครโจร
บทที่ 241 การรับสมัครโจร
บทที่ 241 การรับสมัครโจร
หลิวฮ่าวพาซูซินมาที่รังโจรที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาโจรทั้งหมดในแคว้นเจียงหนาน หัวหน้าของพวกเขามีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นตำหนักศักดิ์สิทธิ์เจ็ดคน ลูกน้องของพวกเขามีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนมากกว่าสิบคน ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตโฮ่วเทียน มีหลายร้อยคน พลังของพวกเขา เกือบจะเทียบเท่ากับกองกำลังระดับสองที่อ่อนแอแล้ว
ในบรรดาโจรทั้งหมดในยุทธภพ กลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดคือ… กลุ่มโจรภูเขาไท่หางในเขตปกครองเหอหนาน! สามสิบหกโถงดาบของพวกเขา เป็นใหญ่เป็นโตในเขตปกครองเหอหนาน แม้แต่กองกำลังยุทธใหญ่ๆ ก็ยังไม่กล้าหาเรื่องพวกเขา
ดังนั้น กลุ่มโจรภูเขาไท่หางจึงได้ตั้งฐานที่มั่นอยู่บนภูเขาไท่หางอย่างเปิดเผย ผ่านไปหลายร้อยปีแล้ว ก็ยังคงไม่มีใครกล้าไปทวงความยุติธรรมที่นั่น
ส่วนโจรในแคว้นเจียงหนาน พวกเขาย่อมต้องทำตัวไม่โดดเด่น
รังโจรที่ซูซินและคนอื่นๆ จะไป มันไม่มีแม้แต่ชื่อ มันตั้งอยู่บนภูเขาเป่ยหลิง(ภูเขาสุสานเหนือ)
ดังนั้น มันจึงถูกเรียกว่า… กลุ่มโจรภูเขาเป่ยหลิง หัวหน้าโจรคือ… ‘พยัคฆ์สุสารเหนือ’ จางเซี่ยว พลังของเขาก็อยู่ในขั้นตำหนักศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุด
ซูซินและคนอื่นๆ เดินทางไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวบนภูเขาเป่ยหลิง ภายใต้การนำทางของหลิวฮ่าว พวกเขาเดินวนไปวนมาหลายรอบ กว่าจะมาถึงหน้าหุบเขาแห่งหนึ่ง ฐานที่มั่นของจางเซี่ยว ตั้งอยู่ในนั้น
พอโจรที่เฝ้าประตูอยู่เห็นซูซินและคนอื่นๆ มาที่นี่ โดยเฉพาะชุดขุนนางของลิ่วซานเหมินที่พวกเขาสวมอยู่ มันทำให้พวกเขาตกใจมาก พวกเขารีบตีกลองขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ตัว
ทันใดนั้น เสียงกลองก็ดังขึ้น ภายในครึ่งก้านธูป โจรหลายร้อยคนในกลุ่มโจรก็มารวมตัวกัน ความเร็วของพวกเขานั้นรวดเร็วมาก
ซูซินพยักหน้าด้วยความพอใจ สมกับเป็นหนึ่งในกองกำลังโจรที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นเจียงหนาน อย่างน้อยๆ คุณภาพของลูกน้องของพวกเขาก็ไม่เลว
ประตูของฐานที่มั่นเปิดออก คนที่อยู่ข้างหน้า เป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าปี เขามีใบหน้าที่ดูดุร้าย บนหลังของเขาสะพายดาบกวนเตาขนาดใหญ่เอาไว้ รูปร่างของมันดูน่ากลัวมาก
(ดาบกวนเตา 关刀 เป้นเหมือนง้าวขนาดใหญ่แต่มีที่จับสั้นเหมือนดาบ นึกถึงง้าวกวนอูแต่จับเหมือนดาบนะคะ)
ข้างๆ ตัวเขา มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นตำหนักศักดิ์สิทธิ์อีกหกคน พวกเขาทั้งหมดเป็นหัวหน้าของกลุ่มโจรภูเขาเป่ยหลิง พวกเขามองซูซินและคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
นับตั้งแต่ที่จินอู่หลินได้เป็นหัวหน้าผู้ตรวจการแห่งแคว้นเจียงหนาน เพราะจินอู่หลินจงใจปล่อยปละละเลย ทำให้ไม่มีใครมากำจัดโจรพวกเขา ดังนั้น ในช่วงหลายปีมานี้ จางเซี่ยวและโจรคนอื่นๆ จึงได้แต่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย พวกเขาแค่ต้องป้องกันกองกำลังยุทธต่างๆ ก็เพียงพอแล้ว
ส่วนเรื่องที่ซูซินมารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจการแห่งแคว้นเจียงหนานเมื่อเร็วๆ นี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยได้ยิน แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ
ถึงแม้ว่าโจรพวกนี้จะซ่อนตัวอยู่ในภูเขา แต่พวกเขาก็มีคนคอยสืบข่าวสารข้างนอก ดังนั้น พวกเขาย่อมรู้สถานการณ์ของลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนานเป็นอย่างดี
ในความคิดของจางเซี่ยวและคนอื่นๆ สิ่งแรกที่ซูซินต้องทำ คือการกำจัดคนที่ไม่เห็นด้วยกับเขา แล้วควบคุมลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนาน จากนั้นก็จัดการกับกองกำลังยุทธต่างๆ
ส่วนกองกำลังโจรอย่างพวกเขา คงจะต้องรอจนถึงที่สุด แต่เขาไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ซูซินกำจัดคนที่ไม่เห็นด้วยกับเขาแล้ว เขาจะมาที่ฐานที่มั่นของพวกเขาทันที
จางเซี่ยวโค้งคำนับอย่างระมัดระวัง “ใต้เท้าซู กลุ่มโจรภูเขาเป่ยหลิงของพวกเราทำตัวสงบเสงี่ยมในช่วงนี้ ท่านมีธุระมากมาย ทำไมท่านถึงได้มาหาเรื่องพวกเรา?
ฐานที่มั่นเล็กๆ ของพวกเรา เป็นแค่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ท่านควรจะจัดการกับกองกำลังยุทธต่างๆ ก่อน ใช่หรือไม่? การที่ท่านมากำจัดพวกเรา มันไม่ใช่เรื่องดี”
จางเซี่ยวเปลี่ยนน้ำเสียง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “กลุ่มโจรภูเขาเป่ยหลิงของพวกเรามีคนน้อย แถมยังอ่อนแอ แต่ถ้าใต้เท้าซูยืนกรานที่จะกำจัดพวกเราละก็… พวกเราจะไม่มีวันยอมแพ้
ต่อให้ฐานที่มั่นของพวกเราจะถูกทำลายในวันนี้ พวกเราก็จะทำให้ใต้เท้าซูต้องบาดเจ็บสาหัส! แล้วทำให้พลังของลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนานอ่อนแอลง!
ใต้เท้าซู ท่านต้องคิดให้ดีๆ พวกเราเป็นแค่โจร ใครก็ตามที่อยากจะฆ่าพวกเรา พวกเราก็จะสู้ตายกับพวกเขา!”
หัวหน้าโจรที่อยู่ข้างหลังจางเซี่ยว และโจรคนอื่นๆ ต่างก็มองซูซินและคนอื่นๆ ด้วยความเกลียดชัง คนที่กล้าตั้งฐานที่มั่นบนภูเขา แล้วเป็นโจร ย่อมไม่ใช่คนที่สามารถยุ่งเกี่ยวได้ง่ายๆ
โดยเฉพาะในแคว้นเจียงหนานแห่งนี้ บางที พวกเขาอาจจะถูกศิษย์ของนิกายใหญ่ๆ กำจัด ถ้าพวกเขาไม่มีความคิดที่จะสู้ตายละก็… พวกเขาก็ไม่ควรจะมาเป็นโจร!
ซูซินเลิกคิ้ว แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้ากำลังข่มขู่ข้างั้นเหรอ?”
จางเซี่ยวพูดอย่างใจเย็นว่า “ใต้เท้าซูเป็นถึงคนที่เคยสู้กับ ‘เทพเก้าภูผา’ ต่งปู้หยี หัวหน้าโถงฤดูใบไม้ร่วงของพรรคเหนียน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตหยวนเสิน พวกเราจะกล้าข่มขู่ท่านได้อย่างไร? ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้น”
จู่ๆ ซูซินก็ยิ้ม “หัวหน้าจางไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้มาที่นี่ เพื่อที่จะกำจัดพวกเจ้า ถ้าข้าจะกำจัดพวกเจ้า ข้าจะพาคนมาแค่นี้เหรอ?”
จางเซี่ยวมองซูซินอย่างสงสัย ครั้งนี้ ซูซินแค่พาหลิวฮ่าวและคนอื่นๆ มาที่นี่ ส่วนมือปราบขอบเขตเสียนเทียน เขาก็พามาแค่หลายสิบคน พลังแบบนี้ ไม่สามารถกำจัดฐานที่มั่นของเขาได้
แต่ซูซินเป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจการแห่งแคว้นเจียงหนาน ส่วนเขาเป็นแค่โจร จางเซี่ยวไม่เชื่อว่าซูซินจะมาที่นี่ เพื่อพูดคุยเล่นๆ กับเขา จางเซี่ยวจึงได้แต่โค้งคำนับอย่างระมัดระวัง “งั้นไม่ทราบว่าใต้เท้าซูมาที่นี่ มีเรื่องอะไรหรือไม่?”
ซูซินมองโจรทั้งหมด แล้วพูดว่า “ง่ายมาก ครั้งนี้ ข้ามาที่นี่ เพื่อที่จะมอบทางออกให้กับพวกเจ้า
ตอนนี้ ลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนานของพวกเรากำลังต้องการคน พวกเราต้องการคนที่มีความสามารถ ตราบใดที่พวกเจ้ายอมเข้าร่วมกับลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนาน พวกเจ้าก็จะสามารถเป็นคนของราชสำนัก แล้วมีชีวิตที่ดีขึ้น”
พอซูซินพูดจบ โจรทั้งหมดก็ตกตะลึง ลิ่วซานเหมินมารับสมัครโจร? พวกเขาไม่ได้ยินผิดไปใช่ไหม?
พอได้ยินเรื่องที่เหมือนกับนิทานปรัมปรา ทุกคนต่างก็ไม่ได้รู้สึกดีใจ แต่กลับระมัดระวังตัว ใครจะรู้ว่าซูซินผู้นี้กำลังหลอกลวงพวกเขาหรือเปล่า? พอพวกเขาออกจากฐานที่มั่น เขาอาจจะกำจัดพวกเขาทั้งหมดก็เป็นได้
ซูซินยิ้ม แล้วส่ายหน้า “พวกเจ้ากลัวว่าข้าจะหลอกลวงพวกเจ้าสินะ? ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าต้องมีคนคอยสืบข่าวสารข้างนอก มือปราบและหัวหน้ามือปราบของลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนานของข้า ล้วนอยู่ในเมืองต่างๆ พวกเขาไม่ได้มีความเคลื่อนไหวใดๆ ถ้าข้าอยากจะกำจัดพวกเจ้า ข้าจะกำจัดพวกเจ้าได้อย่างไร? แค่คนหลายสิบคนนี้เนี้ยนะ?
การที่ข้าพาคนมาแค่นี้ เป็นเพราะข้าอยากจะรับสมัครพวกเจ้าจริงๆ การที่ทำงานให้กับราชสำนัก ย่อมดีกว่าการที่พวกเจ้าต้องซ่อนตัวอยู่ในภูเขา แล้วใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว ใช่ไหม?”
พอได้ยินซูซินพูดแบบนี้ ทุกคนก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล ซูซินไม่ใช่คนโง่ การที่เขามากำจัดพวกเขาในตอนนี้ มันย่อมไม่ได้ผลดีต่อลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนาน
ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นซูซินก็พูดจริงงั้นเหรอ? พวกเขาสามารถเปลี่ยนจากโจร กลายเป็นขุนนางได้จริงๆ เหรอ?
แบบนี้ คนมากมายที่อยู่ที่นี่ ต่างก็รู้สึกดีใจ
การที่โจรอย่างพวกเขาอยากจะล้างมลทิน มันยากมาก ชื่อเสียงของพวกเขา ดีกว่าศิษย์ของวิถีมารร้ายที่ชั่วร้ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้พวกเขาอยากจะล้างมลทิน ก็ยังคงมีกองกำลังส่วนน้อยที่จะยอมรับพวกเขา
อย่างเช่น ‘มังกรซ่อนเร้นเมฆา’ ผางเฟยอวิ๋น หัวหน้ากองโจรวายุเมฆ ที่เข้าร่วมตี๋อวิ๋นเฟยในแคว้นหูหนาน พลังของเขาก็ไม่เลว แต่ถ้าเขาอยากจะเข้าร่วมกับกองกำลังยุทธต่างๆ ในแคว้นหูหนาน ต่อให้เป็นกองกำลังระดับสามที่อ่อนแอที่สุด พวกนั้นก็จะไม่รับเขา
สุดท้าย เขาก็ทำได้แค่เข้าร่วมตี๋อวิ๋นเฟยในช่วงเวลาพิเศษนี้ แล้วหวังว่าจะสามารถเข้าร่วมกับพันธมิตรกระบี่เที่ยงธรรม แล้วล้างมลทิน
ตอนนี้ พอจางเซี่ยวเห็นว่าลูกน้องบางคนเริ่มลังเล เขาก็รู้ว่ามันไม่ดี
สำหรับการรับสมัครของซูซิน จางเซี่ยวย่อมไม่สนใจ
ในกลุ่มโจรภูเขาเป่ยหลิงแห่งนี้ เขามีลูกน้องหลายร้อยคน เขาเป็นใหญ่เป็นโตที่สุด เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ทำไมเขาต้องเข้าร่วมกับลิ่วซานเหมิน แล้วเป็นสุนัขรับใช้ของซูซิน หรือเป็นสุนัขรับใช้ของราชสำนักล่ะ ถูกต้องไหม?
บางคน “ยอมเป็นหัวไก่ ดีกว่าเป็นหางวัว” จางเซี่ยวก็คิดแบบนั้น
ดังนั้น พอเห็นฉากนี้ จางเซี่ยวก็รีบพูดว่า “ใต้เท้าซู ท่านกำลังใช้พวกเราเป็นแพะรับบาป
ตอนนี้ ใครๆ ในแคว้นเจียงหนานก็รู้ว่าลิ่วซานเหมินอ่อนแอ ท่านจะต้องสู้กับกองกำลังยุทธต่างๆ ในแคว้นเจียงหนานอย่างแน่นอน การที่พวกเราเข้าร่วมกับลิ่วซานเหมินในเวลานี้ ก็คือการเป็นศัตรูกับกองกำลังยุทธต่างๆ ในแคว้นเจียงหนาน เรื่องที่รนหาที่ตายแบบนี้ พวกเราไม่ทำหรอก”
โจรของกลุ่มโจรภูเขาเป่ยหลิงรู้สึกตัว พวกเขาสงสัยว่าทำไมซูซินถึงได้มารับสมัครโจรอย่างพวกเขา ทั้งๆ ที่เขาเป็นถึงคนของลิ่วซานเหมิน ที่แท้เขาคิดจะใช้พวกเขาเป็นแพะรับบาปสินะ? เพื่อที่จะต่อสู้กับกองกำลังยุทธต่างๆ ในแคว้นเจียงหนาน
พอคิดแบบนี้ โจรของกลุ่มโจรภูเขาเป่ยหลิงก็มองซูซินและคนอื่นๆ ด้วยความเกลียดชัง
ซูซินหัวเราะเยาะ “พวกเจ้าคิดว่าการที่พวกเจ้าไม่เข้าร่วมกับพวกเรา พวกเจ้าก็จะไม่ต้องเป็นศัตรูกับกองกำลังยุทธต่างๆ งั้นเหรอ?
พวกเจ้ารู้ไหมว่า ในสายตาของกองกำลังยุทธต่างๆ พวกเจ้าเป็นอะไร? พวกเจ้าเป็นแค่บันไดให้พวกนั้นก้าวขึ้นไปเท่านั้น!
พลังของกลุ่มโจรภูเขาเป่ยหลิงของพวกเจ้าแข็งแกร่งมาก พวกเจ้าด้อยกว่ากองกำลังระดับสองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ถ้ากองกำลังระดับแนวหน้าในแคว้นเจียงหนานลงมือ พวกเจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่พวกเจ้ากลับสามารถมีชีวิตรอดมาได้นานขนาดนี้ พวกเจ้าคิดว่าเป็นเพราะอะไร? เป็นเพราะกองกำลังยุทธใหญ่ๆ เหล่านั้นจงใจปล่อยพวกเจ้าเอาไว้ เพื่อที่จะให้ศิษย์ของพวกเขาใช้พวกเจ้าเป็นบันได!
พอศิษย์รุ่นเยาว์ของกองกำลังยุทธบางกองกำลังจะออกมาเผชิญโลกยุทธภพ พวกเขาก็จะมาที่ฐานที่มั่นของพวกเจ้า แล้วทำตัวเป็นวีรบุรุษ จากนั้นก็ฆ่าโจรสองสามคน เพื่อที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง แล้วกลายเป็นจอมยุทธ์หนุ่มผู้มีคุณธรรม!
ถ้าไม่มีโจรอย่างพวกเจ้า พวกเขาจะไปทวงความยุติธรรมที่ไหน? ดังนั้น พวกเจ้าคิดดูสิ หลายปีมานี้ มีคนมากมายในกลุ่มโจรของพวกเจ้าที่ถูกศิษย์ของกองกำลังใหญ่ๆ ฆ่าตาย ต่อให้พวกเจ้าไม่เป็นศัตรูกับพวกเขา พวกเขาจะปล่อยพวกเจ้าไปจริงๆ เหรอ?
พวกเขาฆ่าพวกเจ้า เพื่อที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ส่วนพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้ากล้าทำร้ายศิษย์สายตรงของกองกำลังใหญ่ละก็… วันรุ่งขึ้น ฐานที่มั่นของพวกเจ้าจะถูกทำลาย!
การที่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว แล้วกลัวว่าฐานที่มั่นของพวกเจ้าจะถูกทำลายตอนไหน มันย่อมไม่ดีเท่ากับการเข้าร่วมกับลิ่วซานเหมินของพวกเรา
ถึงแม้ว่าลิ่วซานเหมินของพวกเราจะถูกเรียกว่าสุนัขรับใช้ของราชสำนัก แต่พวกเราก็ยังคงมีศักดิ์ศรี เจ้าเคยเห็นศิษย์ของกองกำลังยุทธไหนที่กล้าด่าพวกเราว่าเป็นสุนัขรับใช้ของราชสำนักต่อหน้าพวกเราบ้างไหม?”
คำพูดของซูซิน ทำให้โจรมากมายที่อยู่ที่นี่ครุ่นคิด บางคนยังคงโกรธมาก เพราะซูซินพูดถูก
หลายปีมานี้ พวกเขามีคนมากมายที่ถูกศิษย์ของกองกำลังใหญ่ๆ ฆ่าตาย
บางครั้ง พวกเขาสามารถแก้แค้นได้ด้วยจำนวนคนที่เหนือกว่า แต่หัวหน้ากลุ่มโจรกลับให้พวกเขาใจเย็น เพราะการที่ฆ่าศิษย์สายตรงของกองกำลังใหญ่ มันจะทำให้กลุ่มโจรของพวกเขาพบเจอกับภัยพิบัติ!
เรื่องแบบนี้ มันช่างน่าอับอายยิ่งนัก!