- หน้าแรก
- จ้าวแห่งยุทธภพ เริ่มต้นด้วยระบบจอมวายร้าย
- บทที่ 228 การข่มขู่
บทที่ 228 การข่มขู่
บทที่ 228 การข่มขู่
บทที่ 228 การข่มขู่
ซูซินพาหลี่ฮ่วยกับหวงปิ่งเฉิงเข้ามาในสำนักงานใหญ่ลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนาน แต่กลับไม่มีใครออกมาต้อนรับเขา มุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มเยาะเย้ย
หวงปิ่งเฉิงถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าจะมีคนอยากจะข่มขวัญพวกเราสินะ?”
ซูซินพูดอย่างใจเย็นว่า “มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่ายังไง พวกเราก็เป็นคนนอก การที่พวกเรามาที่แคว้นเจียงหนานอย่างกะทันหัน แล้วกลายเป็นหัวหน้าของพวกเขา ถ้าพวกเขายินดีต้อนรับพวกเราละก็… มันคงจะแปลกมาก”
คนทั้งสามคนเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ พอหลี่ฮ่วยกับหวงปิ่งเฉิงเห็นเหลยหยวนที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธ
ที่นั่งนี้ เป็นของท่านหัวหน้า ทำไมเขาถึงได้กล้านั่งลงตรงนั้น?
ซูซินโบกมือ แล้วให้หลี่ฮ่วยใจเย็นๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่
พอเห็นซูซินและคนอื่นๆ เดินเข้ามา หัวหน้ามือปราบของเมืองต่างๆ ก็มีสีหน้าที่แปลกๆ พวกเขาไม่เคยพบกับซูซินมาก่อน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยได้ยินผลงานของซูซิน แต่พวกเขาก็ยังคงประหลาดใจกับอายุของซูซิน
เหลยหยวนยิ้ม “พี่น้องซู ตอนที่พวกเราอยู่ที่คฤหาสน์เหรินอี้ ข้าไม่คิดเลยว่าพวกเราจะมีโอกาสร่วมงานกัน
แต่เจ้าสบายใจได้ ‘ไม่รู้จักกัน ก็ไม่ผูกพันกัน’ พวกเราเป็นสหายกันแล้ว ในแคว้นเจียงหนานนี้ ถ้าเจ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ก็มาถามข้าได้เลย เหลยหยวนผู้นี้เป็นคนที่ใจกว้าง ข้าจะไม่มีวันปิดบังเจ้าอย่างแน่นอน”
หลี่ฮ่วยที่อยู่ข้างๆ ซูซิน จ้องมองเหลยหยวนอย่างโกรธแค้น คำพูดของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจซูซิน
พอเห็นซูซินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ เขาก็ไม่ได้ลุกขึ้นยืน แถมยังเรียกซูซินว่า “พี่น้อง” ทั้งๆ ที่ซูซินเป็นหัวหน้าของเขา เขายังให้ซูซินมาขอคำแนะนำจากเขา ถ้าซูซินยอมรับคำพูดนี้ละก็… ฐานะหัวหน้าผู้ตรวจการของเขาก็จะเป็นแค่ของประดับ!
เหลยหยวนยิ้มไปยิ้มมา เขาก็รู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติ เพราะซูซินไม่ได้ยิ้ม แต่กลับจ้องมองเขาอย่างเย็นชา ทำให้เหลยหยวนรู้สึกขนลุก
“พี่น้องซู เจ้าจ้องมองข้าแบบนี้ หมายความว่าอย่างไร?” เหลยหยวนอดไม่ได้ที่จะถาม
ดวงตาของซูซินเต็มไปด้วยความเย็นชา “เจ้าเรียกใครว่าพี่น้องซู? เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ข้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าผู้ตรวจการแห่งแคว้นเจียงหนาน เจ้ามีสิทธิ์อะไร? ถึงได้กล้ามาเรียกข้าว่าพี่น้อง? หรือว่า… รองผู้ตรวจการเหลยหยวนผู้นี้ ไม่รู้จักกฎมาโดยตลอด?”
ซูซินเน้นคำว่า “รอง” เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการให้เหลยหยวนจำฐานะของตัวเองให้ดี
เหลยหยวนลุกขึ้นยืนอย่างโกรธแค้น “ซูซิน! เจ้าก็อย่าทำตัวเกินไป!
ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นหัวหน้าผู้ตรวจการแห่งแคว้นเจียงหนาน แต่ตอนนี้ แคว้นเจียงหนานเป็นพวกเราที่คอยดูแล เจ้ามาที่นี่อย่างกะทันหัน แล้วขึ้นครองอำนาจก็พอแล้ว ตอนนี้ เจ้ายังมาหาเรื่องข้าเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ มันมีเหตุผลตรงไหน? ทุกคน พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบๆ ตัวก็พูดว่า “ใช่ ใต้เท้าซู รองผู้ตรวจการเหลยไม่ได้ดูถูกท่าน”
หัวหน้มือปราบที่ดูผอมแห้งคนหนึ่งยิ้ม “พวกเราไม่เหมือนกับหัวหน้ามือปราบในสำนักงานใหญ่ลิ่วซานเหมิน พวกนั้นพูดจาไพเราะมาก
พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในยุทธภพมานาน ถึงแม้ว่าพวกเราจะเข้าร่วมกับลิ่วซานเหมินมาหลายปีแล้ว พวกเราก็ยังคงเปลี่ยนนิสัยไม่ได้ พวกเราเรียกสหายร่วมงานว่าพี่น้อง ใต้เท้าซู ถ้าท่านไม่ชิน ก็อย่าใส่ใจ พวกเราจะเปลี่ยนก็แล้วกัน”
ซูซินมองผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นอย่างเย็นชา คำพูดของเขา เห็นได้ชัดว่าเขากำลังบอกว่าซูซินคิดมาก และหาเรื่องคนอื่น
ซูซินรู้ข้อมูลของหัวหน้ามือปราบคนนี้เป็นอย่างดี เขาคือ… ‘ดาบปัดกิ่งหลิว’ หวังจิงผิง หัวหน้าผู้ตรวจการแห่งเมืองเฉิงโจว ปกติแล้ว เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหลยหยวน การที่เขาออกมาโต้แย้งซูซิน มันย่อมเป็นเรื่องปกติ
ส่วนผู้ฝึกยุทธ์อีกคนที่พูดแทนเหลยหยวน เป็นหัวหน้ามือปราบชราที่ดูเหมือนกับจะมีอายุห้าหรือหกสิบปี
พอเห็นว่าซูซินกับเหลยหยวนกำลังทะเลาะกัน เขาก็รีบพูดว่า “ท่านทั้งสอง ที่นี่เป็นสำนักงานใหญ่ลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนาน การที่พวกท่านลงมือที่นี่ มันจะทำให้คนอื่นๆ หัวเราะเยาะ แถมคนข้างบนอาจจะลงโทษพวกท่าน
พวกเราลิ่วซานเหมินเป็นครอบครัวเดียวกัน แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ก็ปล่อยมันไปเถอะ”
เขาคือเฉินไป๋ หัวหน้ามือปราบรแห่งเมืองซงเจียง เขาเป็นถึงหัวหน้ามือปราบรุ่นเก่าของลิ่วซานเหมิน ในข้อมูลของซูซิน เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหลยหยวนเช่นกัน
“ใช่ ใต้เท้าซู การที่พวกท่านทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ มันไม่ดี ใช่ไหม?” หัวหน้ามือปราบที่ดูหล่อเหลา แต่ท่าทางเจ้าชู้พูดขึ้นมา
เขาคือ ‘ฝ่ามือผสานสวรรค์’ หลิวฮ่าว หัวหน้ามือปราบแห่งเมืองจิ้งโจว เขาเป็นหัวหน้ามือปราบที่ค่อนข้างอายุยังน้อยในบรรดาหัวหน้าผู้ตรวจการทั้งหมดในแคว้นเจียงหนาน แต่ในข้อมูลของซูซิน เขากลับไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหลยหยวน
คนสามคนที่พูดแทนเหลยหยวน เป็นคนที่ทรงอำนาจมากที่สุดในบรรดาหัวหน้ามือปราบของเมืองต่างๆ พอพวกเขาพูดจบ ใบหน้าของเหลยหยวนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“พี่น้องซู เจ้าเพิ่งจะมาที่นี่ เจ้าไม่รู้กฎบางอย่าง มันย่อมเป็นเรื่องปกติ พวกเราจะไม่โทษเจ้าหรอก
ไม่ว่ายังไง พวกเราก็เป็นสหายร่วมงานกัน ในอนาคต พวกเราจะสนับสนุนพี่น้องซูอย่างเต็มที่ พวกเราจะร่วมมือกัน เพื่อที่จะฟื้นฟูลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนาน”
คำพูดของเหลยหยวนดูดีมาก แต่จริงๆ แล้ว เขากำลังก้าวล้ำเส้น
คำพูดของเขา เห็นได้ชัดว่าเขากำลังเตือนซูซิน ถ้าซูซินทำตัวสงบเสงี่ยม พวกเขาก็จะสนับสนุนซูซิน แล้วให้เขาสร้างชื่อเสียงในแคว้นเจียงหนาน ซูซินจะได้ผลงาน ส่วนพวกเขาจะได้ผลประโยชน์ แต่ถ้าซูซินไม่ทำตัวสงบเสงี่ยมละก็… เขาก็ต้องคิดถึงผลลัพธ์ให้ดี
ในบรรดาหัวหน้ามือปราบของเมืองต่างๆ ในลิ่วซานเหมินของแคว้นเจียงหนาน นอกจากคนสามคนที่ทรงอำนาจมากแล้ว ก็ยังคงมีอีกสองคนที่พลังและอำนาจไม่เลว
คนหนึ่งคือ… ‘ดาบแสง’ หลู่ซู หัวหน้ามือปี่บแห่งเมืองเว่ยโจว เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยโดดเด่น แต่ตระกูลของเขาทำงานอยู่ในลิ่วซานเหมินมาสามชั่วอายุคนแล้ว
ปู่ของเขายังเป็นคนที่ติดตาม ‘เหยี่ยวเทวะ’ เถี่ยอ้าว เพื่อสร้างลิ่วซานเหมิน ดังนั้น พอมาถึงรุ่นของหลู่ซู ตระกูลของเขาก็มีชื่อเสียงโด่งดังมากในเมืองเว่ยโจว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยโดดเด่นในลิ่วซานเหมินของแคว้นเจียงหนาน แต่อำนาจของเขากลับอยู่ในสามอันดับแรก
ส่วนอีกคนหนึ่งคือ… ‘กระบี่สุริยันจันทรา’ จ้าวอี้หมิง เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์อิสระ เขาเข้าร่วมกับลิ่วซานเหมินมาไม่กี่ปี แถมยังเป็นคนที่ใจร้อน ในลิ่วซานเหมินของแคว้นเจียงหนาน มีน้อยคนนักที่อยากจะติดต่อกับเขา แต่พลังของเขาแข็งแกร่งมาก ถ้าสู้แบบตัวต่อตัว พลังของเขาอยู่ในสามอันดับแรกของลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนาน
คนทั้งสองคนนี้ไม่ได้พูดอะไร ส่วนหวังจิงผิงกับหลิวฮ่าว หัวหน้ามือปราบรของเมืองต่างๆ เกือบครึ่งหนึ่งต่างก็สนับสนุนเหลยหยวน
ส่วนหัวหน้ามืแปราบที่ไม่ได้พูดอะไรอย่างหลู่ซูกับจ้าวอี้หมิง พวกเขาก็แค่คิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเขา
พวกเขาไม่ได้คิดที่จะช่วยเหลยหยวนควบคุมซูซิน และพวกเขาก็ไม่ได้คิดที่จะประจบสอพลอซูซิน แต่สำหรับเหลยหยวนแล้ว แบบนี้ย่อมเพียงพอแล้ว
เหลยหยวนชี้ไปที่ที่นั่งข้างๆ ตัวเขา “พี่น้องซู เชิญนั่ง พอดีเลย วันนี้ ทุกคนมาที่นี่ พวกเราก็มาคุยกันเกี่ยวกับแผนการและการพัฒนาของลิ่วซานเหมินในแคว้นเจียงหนานในอนาคต”
ที่นั่งหลักมีแค่ที่นั่งเดียว แต่เขากลับเพิ่มเก้าอี้ให้อีกตัวหนึ่งข้างๆ ที่นั่งหลัก แล้วให้ซูซินนั่งลง เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการที่จะเทียบเท่ากับซูซิน หรือแม้แต่ควบคุมซูซินโดยตรง
ถ้าซูซินไม่นั่งลงตรงนั้น ด้วยสายสัมพันธ์ที่เหลยหยวนสร้างขึ้นมาในลิ่วซานเหมินของแคว้นเจียงหนาน เขามั่นใจว่าคำสั่งของซูซินจะไม่สามารถออกจากสำนักงานใหญ่ลิ่วซานเหมินได้
แต่ถ้าซูซินนั่งลง มันก็หมายความว่าซูซินยอมแพ้แล้ว อำนาจของเขาจะถูกเหลยหยวนควบคุม
ถึงแม้ว่าเขาจะควบคุมซูซิน แต่ซูซินก็เป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจการแห่งแคว้นเจียงหนานที่คนข้างบนส่งมาที่นี่ เขาไม่กล้าทำอะไรซูซิน ไม่งั้น สำนักงานใหญ่ลิ่วซานเหมินจะไม่มีวันปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน
ซูซินเห็นการแสดงของเหลยหยวนทั้งหมด เขาพูดอย่างใจเย็นว่า “เหลยหยวนเอ๋ยเหลยหยวน… ดูเหมือนว่าเจ้ายังไม่เข้าใจสถานการณ์ เจ้าคิดว่าสำนักงานใหญ่ลิ่วซานเหมินให้ข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ตรวจการแห่งแคว้นเจียงหนาน ทำไมไม่ให้เจ้าเป็นล่ะ เจ้ารู้ไหม?”
เหลยหยวนแอบคิดในใจ ไม่ใช่เพราะเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเถี่ยหรอกเหรอ?
ซูซินชี้ไปที่ตัวเอง “เพราะข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า!”
พูดจบ ซูซินก็ลงมือ!
แสงสว่างมากมายรวมตัวกันอยู่ในมือของซูซิน ราวกับว่าดวงอาทิตย์กำลังขึ้นจากทิศตะวันออก แล้วระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน!
เหลยหยวนตกใจมาก เขาไม่สามารถชักอาวุธออกมาได้ทัน เขาจึงได้แต่ใช้มือเป็นดาบ แล้วฟันออกไป แสงดาบที่ร้อนแรง ถูกเขาฟันออกมา มันผ่าดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากทิศตะวันออก ทำให้เหลยหยวนโล่งใจ
แต่เขายังไม่ทันได้ถอนหายใจ ดวงอาทิตย์นั้นก็ระเบิดออกมา ปราณแก่นแท้ที่รุนแรง กดเหลยหยวนลงกับพื้น ซูซินยื่นมือออกมาจากดวงอาทิตย์ แล้วบีบคอเหลยหยวน!
นี่คือเคล็ดอักษรภูผาของซูซิน! เหมือนฝัน! จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง! สวยงามและ… ชั่วร้าย!
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ต่างก็ตกใจกับการลงมืออย่างกะทันหันของซูซิน ไม่มีใครคาดคิดว่าซูซินจะลงมือโดยตรง แถมยังลงมือต่อหน้าหัวหน้ามือปราบรของเมืองต่างๆ มากมาย ยิ่งไปกว่านั้น เหลยหยวนซึ่งอยู่ใน “ขอบเขตสวรรค์มนุษย์เป็นหนึ่งเดียว” และเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตหยวนเสินครึ่งก้าว กลับไม่สามารถต้านทานซูซินได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!
ตอนนี้ มีบางคนที่เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า อันดับของซูซินในรายนามมนุษย์เลื่อนขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้ เขาอยู่ในอันดับที่สิบห้าแล้ว
จริงๆ แล้ว เหลยหยวนประมาทมากเกินไป เขาไม่คิดเลยว่าซูซินจะกล้าลงมือในเวลานี้ และกล้าลงมือกับเขาต่อหน้าหัวหน้ามือปราบของเมืองต่างๆ มากมาย
‘ดาบปัดกิ่งหลิว’ หวังจิงผิงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหลยหยวนมากที่สุด พอเห็นว่าซูซินลงมือ เขาก็รีบชักดาบหลิวเย่ที่อยู่ข้างเอวออกมาโดยไม่รู้ตัว
หวังจิงผิงถูกเรียกว่า ‘ดาบปัดกิ่งหลิว’ เพราะดาบของเขารวดเร็วมาก พอเขาชักดาบออกมา มันก็เหมือนกับสายลมที่กำลังพัดกิ่งหลิว มันดูเบาบาง แต่มันกลับมีจิตสังหาร
แต่เขารวดเร็ว หลี่ฮ่วยกลับรวดเร็วกว่าเขา
ทุกคนเห็นแค่เงาดำแวบผ่านไป เสียงของโลหะปะทะกันดังขึ้น กระบี่ในมือของหลี่ฮ่วยก็จ่ออยู่ที่คอของหวังจิงผิงแล้ว!
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็ตกใจ ความเร็วแบบนี้ น่ากลัวยิ่งนัก ซูซินหาสัตว์ประหลาดแบบนี้มาจากไหน?
เดิมที ตอนที่หลี่ฮ่วยกับหวงปิ่งเฉิงเข้ามา ทุกคนต่างก็ไม่ได้สนใจพวกเขา
คนหนึ่งมีแค่พลังอยู่ในขั้นชีพจรวิญญาณ ส่วนอีกคนหนึ่ง เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตโฮ่วเทียน พวกเขาคิดว่าคนทั้งสองคนนี้เป็นแค่ลูกน้องของซูซินเท่านั้น
แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าหลี่ฮ่วยจะสร้างชื่อเสียงตั้งแต่แรก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นๆ แค่ความเร็วของเขาก็เพียงพอแล้วที่เขาจะเทียบเท่ากับจอมยุทธ์ที่ติดอันดับในรายนามมนุษย์ ถ้าหลี่ฮ่วยท้าทายจอมยุทธ์ที่ติดอันดับในรายนามมนุษย์ แล้วเอาชนะอีกฝ่ายได้ละก็… ตอนนี้ เขาก็สามารถติดอันดับในรายนามมนุษย์ได้
ซูซินบีบคอเหลยหยวน ความรู้สึกหายใจไม่ออก ทำให้ใบหน้าของเหลยหยวนแดงก่ำ ราวกับว่าซูซินจะบีบคอเขาจนตาย!