เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เมนูไข่

บทที่ 24 เมนูไข่

บทที่ 24 เมนูไข่


บทที่ 24 เมนูไข่

การระดมสิ่งของเพื่อใช้หนี้เป็นไปด้วยดี ครั้งนี้พวกยาผมเอาไปไม่ได้ เพราะขั้นตอนทดลองของชาล็อตยังไม่ค่อยคืบหน้า ถึงความจริงแล้วยาพวกนั้นมันเป็นยาสามัญประจำบ้านในโลกเรา แต่เนื่องจากที่ต่างโลกยาที่คนกล้ากินก็คือยาที่ผ่านการรับรองจากสมาคมพ่อมดแม่มดแห่งแพนทาแกรม ยาจากโลกของเราที่ไม่ได้รับ อ.ย. จากสมาคมพ่อมดแม่มดจึงต้องผ่านการทดลองอย่างเข้มงวดก่อนใช้งานจริง

ในรอบนี้ผมเลยมุ่งเน้นไปที่เกลือ น้ำตาล และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ อ้อ รอบนี้ผมไม่ลืมพกเตาอเนกประสงค์ไปต่างโลกด้วย เมื่อวานที่ลองชิมอาหารต่างโลกเข้าไปรสชาติอาหารส่วนมากไม่ค่อยถูกลิ้นคนไทยอย่างผมเท่าไหร่ นอกซะจากอาหารจำพวกปิ้งย่างอย่างสเต็กเนื้ออะไรสักอย่างที่ผมไม่รู้จัก ผมคิดว่าอาจเป็นเพราะสเต็กเป็นอาหารสากลกินได้ทุกเชื้อชาติทุกเผ่าพันธุ์ละมั้ง

แล้วถ้าคิดจะซื้อเครื่องปรุงจำนวนมากในราคาถูก เซเว่นก็ไม่ตอบโจทย์ของผมแล้ว เพราะงั้นผมเลยต้องไปแม็คโครฟู้ดเซอร์วิสแทน พอเลิกงานปุ๊บผมก็ปั่นจักรยานไปแม็คโครที่อยู่หน้าซอยถัดไปทันที แต่จากการซื้อเยอะแล้วไม่ดูสังขารจักรยานที่เตรียมมาทำให้ต้องปั่นอย่างทุลักทุเลกลับหอ แถมเสียเงินค่าถุงแม็คโคไปอีก 11 บาท

เวลาตีสาม พอโดนวาร์ปมาต่างโลก คนแรกที่ผมจะไปหาหลังกล่าวเปิดช่องไลฟ์สตรีมและทักทายแฟนคลับอันน้อยนิด แน่นอนว่าคือชาล็อต

“หวัดดีชาล็อต” ผมแบกเป้พร้อมกับถือถุงพลาสติกใบใหญ่มากเดินเข้ามาหาชาล็อตในห้องทำงาน ใน 2-3 วันมานี่ผมมาหาเธอบ่อยจนเหล่าอัศวินและเลขาหน้าห้องของเธอจำหน้าผมได้ พวกเขาเลยปล่อยผมเดินเข้ามาได้ง่าย ๆ

“สวัสดีท่านพ่อมด” ชาล็อตเงยหน้าขึ้นจากเอกสารบนโต๊ะทำงานและส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ผม อ่า แบบว่าแค่ได้เห็นรอยยิ้มเธอโลกของผมก็สดใสทันที แค่ก ๆ นี่ผมไม่ได้หาเรื่องเพื่อมาเจอเธอบ่อย ๆ หรอกนะ เชื่อสิ

“เจ้าเอาอะไรมาเยอะแยะน่ะ” เสียงเรียบ ๆ ของคีร่าที่ยืนเฝ้าหน้าประตูชะโงกหน้าลงมาดูของในถุง และแย่งมันไปถือเอง

คีร่าที่ยืนนิ่งอยู่ในชุดเกราะเหล็กหนาปิดตั้งแต่หัวจรดเท้าทำเอาผมสะดุ้ง ตอนแรกผมนึกว่าเป็นชุดเกราะประดับห้องที่พวกขุนนางในสมัยก่อนชอบมีติดบ้าน แบบที่เห็นได้บ่อยในหนังย้อนยุคฝรั่ง แต่ที่ไหนได้ ข้างในดันมียัยสโลโมชั่น คีร่า อยู่

“นั่นพวกเกลือกับน้ำตาลไง เห็นคราวที่แล้วพวกเธอดูจะอยากได้มัน ผมก็เลยเอามาด้วย” ผมเกาท้ายทอยมองคีร่าที่หยิบถุงเกลือกับน้ำตาลเดินไปวางบนโต๊ะชาล็อตที่เคลียร์เอกสารออกจากโต๊ะรอเรียบร้อยแล้ว

“ว้าวเกลือนี่ขาวมากเนื้อละเอียดแถมยังเค็มสุด ๆ เลยค่ะ” ชาล็อตพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อลองแกะถุงทดสอบสินค้า ก่อนจะนึกบางอย่างได้และขมวดคิ้วนิด ๆ “ข้านึกว่าอีกนานท่านถึงจะนำของมาขายซะอีก”

“เอิ่ม พอดีไปติดหนี้ป้าบรรณารักษ์ให้ห้องสมุดมาก็เลยต้องรีบหาเงินใช้หนี้ เธอคงรู้สินะค่าเรียนอ่านหนังสือน่ะ แล้วยังมีค่าแว่นชั่วโมงละ 300 อีก ทำเอาผมหมดตัวเลย” ผมยกเรื่องหนี้ป้าบรรณารักษ์มาพูดแทน กลบเกลื่อนเรื่องไปหาของชวนสงสัยพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ เพราะผมก็ตอบไม่ได้ เอาแต่คิดเรื่องมวยกับหนี้สินที่มีเลยลืมแต่งเรื่องมาเสียสนิท

“แบบนี้เอง ความจริงแล้วถ้าท่านพ่อมดต้องการแว่น แล้ว...ท่านไม่รังเกียจละก็ ท่านสามารถยืมแว่นของข้าไปใช้ก่อนก็ได้ค่ะ ข้ามีสำรองอยู่หลายอันแต่ลวดลายมันจะออกไปทางผู้หญิงหน่อย ๆ นะคะ” คำกล่าวของชาล็อตทำเอาผมทำหน้าเหวอ เงินหมื่นของตู! ผมถึงกับเซเกาะขอบโต๊ะทำงานชาล็อตพยุงตัวเองไว้ไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น ไอ้ภาเอ๊ยยยย! เบี่ยงประเด็นจนเจ็บเอง เป็นไงล่ะ ตอนนี้ผมมีความรู้สึกเหมือนถูกแทงแล้วติดอาการเลือดไหลไม่หยุดเลยครับ

“อืมมม...ข้าว่าเรามาประเมินราคาสินค้าท่านภากันดีกว่านะคะ” ชาล็อตปรับสีหน้าเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นมืออาชีพ “เอาอย่างนี้ เกลือข้าให้ราคากิโลละ 2000 coin น้ำตาลกิโลละ 1000 coin ราคานี้ดีไหมคะท่านภา”

2000 coin ถ้าแปลงเป็นเงินไทยก็ 20000 บาท คุณพระ! ตัวผมที่เลือดหมดตัวใกล้ตายถึงกับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างมีชีวิตชีวาทันที “ตกลง!” ถึงจะไม่รู้ว่าราคาจริง ๆ ของมันเท่าไหร่ แต่เกลือกิโลล่ะห้าบาท ขายได้สองหมื่น คิดยังไงก็โคตรคุ้มแล้ว ที่จริงถึงเธอจะให้ร้อยเดียวผมก็ขายอ่ะ

เมื่อผมพูดตกลงชาล็อตก็ทำการยกกระดิ่งอันเล็กขึ้นมาสั่นเบา ๆ ไม่นานเมดสาวคนเดิมที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาก็เดินเข้ามาทั้ง ๆ ที่ก่อนผมจะเดินเข้ามาในห้อง ก็ไม่เห็นเธอยืนอยู่แถวหน้าห้องทำงานชาล็อตเลย น่าจะคิดได้อย่างเดียวว่า ไอ้กระดิ่งนั่นมันต้องมีอะไรแน่ ๆ มันต้องไม่ใช่กระดิ่งธรรมดา

“เอ็มม่า ช่วยชั่งน้ำหนักเกลือกับน้ำตาลที่ท่านพ่อมดนำมาแล้วบอกข้าทีนะ” ชาล็อตพูด

“รับทราบค่ะ” เอ็มม่าโค้งรับคำสั่ง เธอเดินออกจากห้องไปสักพักก็เดินกลับมาพร้อมเครื่องชั่งน้ำหนักหน้าตาแปลก ๆ

ระหว่างรอเมดเอ็มม่าชั่งน้ำหนักสินค้า ผมก็หยิบสินค้าแนะนำอื่น ๆ ขึ้นมาวางเรียงรายบนโต๊ะทำงานชาล็อต “ที่จริงแล้วผมเอาเครื่องปรุงอย่างอื่นมาขายด้วยเผื่อเธอจะชอบ ไม่ใช่สิ เธอต้องชอบพวกมันแน่ ๆ ถ้าเธอชอบเกลือกับน้ำตาล ผมรับรองเลยว่าเธอต้องชอบพวกมันเหมือนกัน”

ผมผายมือไปทางสินค้าแล้วพูดแนะนำทีละชิ้น “นี่เลยชิ้นแรก มันเรียกว่าน้ำปลา อันนี้ซอสแม็กกี้ ซีอิ๋วขาว ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำมัน ผงชูรส พริกไทย น้ำมันหอย น้ำมะนาวและน้ำส้มสายชู ทั้งหมดนี่คือเครื่องปรุงรสที่จะทำให้อาหารของเธออร่อยขึ้นเหมือนกับมีเวทมนตร์ เพียงแค่เติมมันลงไป อาหารทุกอย่างก็จะอร่อย โดยเฉพาะนี้เลยผงชูรส”

หลังฟังผมแนะนำสินค้าจบสีหน้าชาล็อตดูแปลก ๆ “มันดู...แปลกตาดีนะคะ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเครื่องปรุงในแพนทาแกรมจะเยอะแบบนี้ แถมดูพวกมันสิ อยู่ในขวดหมดเลย”

“แน่นอนเครื่องปรุงเยอะก็เพราะเรื่องอาหารการกินถือเป็นเรื่องใหญ่ มีคนว่าไว้ว่า ความอร่อยของอาหารถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของชีวิต เอางี้ลองดู ผมเตรียมอาหารมาให้เธอทดลองกิน” ระหว่างตอบชาล็อตผมก็ก้มลงไปหยิบเตาอเนกประสงค์แบบพกพาและแผงไข่ขึ้นมาวางบนโต๊ะ

“นั่นไข่ใช่ไหม ทำไมมันดูเล็กจังเล่าท่านพ่อมด” ชาล็อตกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย

“เอิ่ม ไม่รู้สิคงเพราะมันเป็นไข่ไก่เบอร์ 3” ผมพูดตอบ

“ไข่ไก่เบอร์สาม ชื่อช่างยาวนัก” ชาล็อตพยักหน้าแล้วทวนชื่อไข่ซ้ำไปมา จนผมต้องขอโทษเธอและอธิบายว่าจริง ๆ มันชื่อไข่ไก่ ส่วนเบอร์สามคือขนาดของไข่

เมื่อเข้าใจตรงกันแล้วผมก็เริ่มต้นการทำอาหารเลย ผมยัดกระป๋องแก๊สไว้ที่ล็อกข้างเตาวางกระทะใบเล็กด้านบน และเปิดไฟ หลังจากนั้นผมก็หยิบขวดน้ำมันมาแกะและเทลงไป

“เอ๋ เดี๋ยวก่อนท่านพ่อมดท่านจะทำอาหารบนโต๊ะข้าหรือ” ชาล็อตพูดขึ้นตาโต

“เฮ้ย โทษทีผมลืมไป เดี๋ยวผมย้ายลงไปทำบนพื้นแล้วกัน” เวรล่ะ มันคงไม่เหมาะสินะที่จะจุดเตาทำอาหารบนโต๊ะท่านเจ้าเมือง ไอ้ผมก็ขายตรงเพลินลืมไปเลยว่านี้โต๊ะทำงาน ผมกดปิดแก๊สและยกมันขึ้นมาถือ

“ไม่ ๆ ไม่เป็นไร คือข้าแค่แปลกใจ ข้าไม่เคยเห็นอาร์ติแฟคเตาทำอาหารที่เล็กขนาดนี้มาก่อน” ชาล็อตโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ในระหว่างที่พวกเราทั้งคู่ต่างเกรงใจกัน คีร่าก็ยกโต๊ะจากด้านนอกเดินเข้ามาวางใกล้ ๆ ผม

“แค่ทำบนนี้ก็พอ ถึงท่านชาล็อตจะใจดี แต่เจ้าก็ควรมีกาลเทศะ” คีร่าพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปยกขวดเครื่องปรุงย้ายมายังโต๊ะที่เธอพึ่งยกมา โดยมีเมดเอ็มม่าลุกขึ้นมาช่วย

“เอ็มม่าชั่งของเสร็จแล้วหรือ” ชาล็อตถามเมื่อเมดเดินมายกของที่โต๊ะ

“ค่ะ คุณหนูชาล็อต ข้าชั่งดูแล้ว เกลือที่ท่านพ่อมดนำมามี 5 กิโลกรัม น้ำตาล 5 กิโลกรัมเท่ากันค่ะ”

“ขอบคุณมากเอ็มม่า”

“ค่ะ คุณหนูอยากให้ข้าช่วยท่านพ่อมดปรุงอาหารไหมคะ ถึงข้าจะไม่เคยใช้เตาขนาดเล็กก็ตาม”

“เอาสิ” ชาล็อตกล่าวอนุญาตเมดเสร็จ เธอก็ลุกขึ้นเดินมาตรงโต๊ะทำอาหารของผมที่กำลังทอดไข่ดาวอยู่ แถมเมดสาวเอ็มม่ายังแบมือขอทำแทนอยู่ข้าง ๆ ผม

“เธอทอดไข่เป็นใช่ไหมเอ็มม่า” ผมกล่าวออกมาระหว่างสองจิตสองใจว่าจะส่งตะหลิวในมือให้เธอดีหรือไม่

“ข้าทอดเป็นค่ะ” เธอกล่าวตอบผมออกมาหน้านิ่ง ผมเลยวางตะหลิวลงบนมือเธอ แต่เมื่อเธอได้จับกระทะรังสีเชฟก็แผ่ออกมาทันที เธอทอดไข่ต่อจากผมด้วยลีลาระดับพระกาฬ และเสิร์ฟมันลงบนจาน สภาพไข่ดาวที่ได้ออกมาถือเป็นเกรดพรีเมี่ยม ขอบนอกกรอบและไข่แดงยังเป็นยางมะตูม พอผ่าครึ่งออกมาแล้วมันน่ากินสุด ๆ

“ให้ข้าทอดฟองต่อไปเลยไหมคะ”

“จัดไปเลยเอ็มม่า แล้วก็ขอไข่เจียวด้วยนะ” ผมยกนิ้วโป้งให้เธอจากใจ ถ้าผมทอดเอง 100 เปอเซ็นต์ยังไงไข่ที่ออกมาก็ไม่ดีเท่าเธอ พวกเมดเขาเทพกันแบบนี้หมดเลยรึเปล่าฟะ นอกจากมารยาทงามแล้วยังทำอาหารเก่งอีกนี่มันแม่ศรีเรือนในตำนานชัด ๆ

“ไข่เจียว…” เอ็มม่าพูดออกมาอย่างงง ๆ

“เธอไม่รู้จักไข่เจียว?”

“มันคืออะไร” คีร่าพูดขึ้นมาเสริม ตอนที่เธอพูดเส้นผมที่ขยับไหวช้า ๆ และริมฝีปากเซ็กซี่ที่เอ่ยออกมาดังก้องอยู่ข้างหูผม เสมือนว่าโลกทั้งใบเบลอไปหมดยกเว้นเธอที่เด่นชัดอยู่ผู้เดียว

จบคำผมตบแก้มตัวเองด้วยสองมือและสลัดหัวอย่างแรง ยัยบั๊กสโลโมชั่น! จะถอดหมวกออกก็ไม่บอกไม่กล่าว ผมจะได้เตรียมตัวรับดาเมททัน

คีร่าที่ถอดหมวกออกทำเอาผมไม่กล้ามองตรง ๆ ยัยนี่ทำอะไรก็สโลโมชั่นไปซะทุกอย่าง นิยามสโลโมชั่นของเธอไม่ใช่เธอทำตัวช้าเป็นสล็อต ในขณะที่คนอื่นขยับไวปานเดอะฟาสหรอก แต่หมายถึงเราเร็วเท่ากันแต่พอเธอขยับหรือพูดแบบที่ผมไม่ได้ตั้งตัวดี ๆ มันจะเหมือนผมตกอยู่ในห้วงภวังค์ ซึ่งผมไม่โอเคเลยสักนิด

“โทษที แต่เก่งนะที่เจ้าหลุดออกมาได้ไวมาก” คีร่าตบไหล่ผมและพูดชื่นชมออกมาด้วยใบหน้าเรียบ ๆ “ปกติผู้ชายที่เจอข้าหน้าสด มักจะตกอยู่ในภวังค์นานเป็นชั่วโมง ยกเว้นพวกชายไม่แท้เหมือนไอ้องครักษ์หน้าหล่อเสียของสองตัวนั่น ที่มองหน้าข้าได้แบบปกติ เอ๊ะ หรือว่าเจ้าจะเป็นชายไม่แท้แบบกึ่ง ๆ”

“อะไรคือชายไม่แท้แบบกึ่ง ๆ ฟะ! ที่ไม่ตกอยู่ในภวังค์อะไรนั่นก็เพราะแถวบ้านผมคนสวยเยอะแยะต่างหากเล่า อย่าง ใหม่ ดาวิกา อั้ม พัชราภา ไรงี้” ผมปัดมือเธอออกจากไหล่ ผมเคยบอกไปรึยังว่ายัยคีร่านี้แค่อยู่ในระดับคนหน้าตาดีธรรมดาแต่เพราะอะไรไม่รู้เลยดูดึงดูดแปลก ๆ แต่เดี๋ยวนะ “องครักษ์ชาล็อตสองคน มันใช่ไอ้หน้าหล่อสองคนที่ผมคิดใช่ไหม ที่ปกติพวกมันจะอยู่นี่ แต่วันนี้ไม่อยู่”

“ช่าย เจ้าชิออนกับไรลี่ย์ไง เนื่องจากข้าเป็นองครักษ์ของชาล็อตลำดับแรก ก็ต้องหาคนที่ทนอยู่กับข้าได้เพราะงั้นเลยได้ไอ้สองคนนั้นมา” คีร่ายักไหล่ตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก

“อีกอย่างชิออนกับไรลี่ย์เขาเป็นคู่รักกันค่ะ!” ชาล็อตกุมมือแนบอกแล้วพูดขึ้นมาตาใสปิ๊ง นี่เธอเป็นสาววายสินะชาล็อตหน้าตาดูดี๊ด๊ามากผิดปกติ

ระหว่างที่ผมกำลังอึ้งในเรื่องราวไม่คาดฝัน คีร่าก็พูดขึ้นมาอีก “แล้วตกลงไข่เจียวคืออะไร?”

“มาเดี๋ยวผมทำให้ดู” ผมว่า ผมปล่อยวางเรื่องไร้สาระเมื่อกี้ดีกว่า ใครจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา ผมเอาจานเล็ก ๆ ออกมาตอกไข่ลงไป 3-4 ฟองเหยาะซอสแล้วตีให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็ยื่นให้เอ็มม่าที่สแตนด์บายรออยู่ทอดมันออกมาไม่นานไข่เจียวฟูกรอบอร่อยก็เสร็จ “แท๊น แทนนนน นี่ไงไข่เจียว”

“พวกเธอลองกินมันกับซอสพวกนี้ดูสิ” ไม่ว่าเปล่าผมจัดการตัดไข่ดาวและไข่เจียวให้พอดีคำ เหยาะซอสแม็กกี้ลงไป ชิ้นอื่น ๆ ผมก็ใส่สารพัดซอสลงไปให้ลองชิม และแล้วรีแอ็คชั่นสุดเว่อร์วังก็ออกมาทางสีหน้าพวกเธอเหมือนเมื่อวันก่อนที่เอาขนมมาหลอกขายไม่มีผิด

พอดูจากสีหน้ากับคำชมที่ออกมาจากปากพวกเธอ เดาได้ไม่อยากว่าอาหารโลกนี้มันห่วยเกินอย่างที่คิดจริง ๆ ไม่ใช่เป็นเพราะลิ้นผมไม่ดี ดูสิขนาดไข่ยังรู้จักแค่ไข่ทอดแต่ไม่รู้จักไข่เจียว

“ข้าซื้อ ข้าซื้อพวกมันหมดเลยค่ะ ข้าไม่เคยกินไข่แล้วอร่อยเท่านี้มาก่อน ไข่ต้มสุดหรูที่ข้ากินยังไม่อร่อยเท่านี้” ชาล็อตพูดออกมารัวเร็ว แถมยังหยิบซอสไปเหยาะเองกินเองอีกต่างหาก

“ถ้าเธอชอบมันก็ดี” ผมยิ้มออกมาที่เห็นพวกเธอกินกันอย่างมีความสุขแม้แต่เอ็มม่าที่ปกติหน้าจะนิ่ง แต่ตอนนี้กลับมีรอยยิ้มขึ้นมานิด ๆ ตรงมุมปาก

“มันอร่อย...”

 

จบบทที่ บทที่ 24 เมนูไข่

คัดลอกลิงก์แล้ว