เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 183 เส้นทางวิทยายุทธ์

บทที่ 183 เส้นทางวิทยายุทธ์

บทที่ 183 เส้นทางวิทยายุทธ์


บทที่ 183 เส้นทางวิทยายุทธ์

การที่ซูซินดึงประกาศออก เป็นสิ่งที่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดขึ้น

ใบหน้าของฟางเฉี่ยวฮวาเต็มไปด้วยความดีใจ นางกำมือของบุตรชายเอาไว้แน่นๆ แต่พอเห็นท่าทางของซูซินในตอนนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง

ตอนนี้ ซูซินดูเหมือนกับบัณฑิตหนุ่ม เขาดูผอมบางและสุภาพมาก ไม่ว่าจะมองอย่างไร เขาก็ไม่เหมือนกับผู้ฝึกยุทธ์เลย?

บ่าวสองคนที่เฝ้าประตูอยู่ ตกตะลึง จากนั้นก็พูดอย่างดุร้ายว่า “เจ้าหนู เจ้ารู้ไหมว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”

พวกเขาทั้งสองคน เป็นคนของหลินว่านเฉิง การที่พวกเขาติดตามฟางเฉี่ยวฮวามาที่นี่ แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อปกป้องนาง แต่เป็นเพราะพวกเขาอยากจะดูถูกนาง แล้วไปรายงานเรื่องนี้ให้กับหัวหน้าตระกูล

แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันนี้ จะมีคนที่ไม่รู้จักประมาณตน กล้าดึงประกาศนี้ออก โดยเฉพาะชายหนุ่มหน้าขาวผู้นี้ เขาดูไม่เหมือนกับผู้ฝึกยุทธ์ บางที เขาอาจจะคิดจะใช้โอกาสนี้ เพื่อเข้าใกล้ฟางเฉี่ยวฮวา ใช่ไหม?

พอคิดแบบนี้ สายตาที่บ่าวสองคนมองซูซิน ก็ยิ่งดุร้ายมากขึ้น

แม่ม่ายสาวสวยผู้นี้ เป็นของต้องห้ามของเจ้านายของพวกเขา ถึงแม้ว่านายหญิงจะจับตาดูนางอย่างแน่นหนา แต่พวกเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้คนอื่นแตะต้องนางได้

ซูซินม้วนประกาศ แล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “ตระกูลหลินของพวกเจ้าติดประกาศรับสมัครอาจารย์สอนวิทยายุทธ์ ข้าคิดว่าพลังของข้าไม่เลว ดังนั้น ข้าจึงมาสมัคร มันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?”

บ่าวคนหนึ่งแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ด้วยรูปลักษณ์ที่อ่อนแอแบบนี้ของเจ้า เจ้ายังกล้ามาสมัครเป็นอาจารย์อีกเหรอ? ข้าจะทดสอบเจ้าก่อน ว่าเจ้ามีคุณสมบัติหรือไม่?”

พูดจบ บ่าวคนนั้นก็ลงมือทันที เขาใช้หมัดโจมตีใส่ซูซิน

ตระกูลหลินเป็นถึงตระกูลใหญ่ในเมืองหลิงโจว แน่นอนว่าคนที่รู้วิทยายุทธ์ในตระกูล ไม่ได้มีแค่คนของตระกูลหลินเท่านั้น บ่าวบางคนที่จงรักภักดี พวกเขาก็มีคุณสมบัติที่จะได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธ์

บ่าวสองคนนี้ เป็นคนสนิทของหลินว่านเฉิง หลินว่านเฉิงได้ถ่ายทอดวิทยายุทธ์ขั้นพื้นฐานให้กับพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ถึงขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นต้น แต่พวกเขาก็เปิดชีพจรวิญญาณได้สองสามจุดแล้ว

ฟางเฉี่ยวฮวาอุทานออกมา “คุณชาย ระวังตัวด้วย!”

ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างล่าง พวกเขาต่างก็ส่ายหน้า ชายคนนี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไร? เขาก็ไม่เหมือนกับผู้ฝึกยุทธ์ คาดว่าบ่าวของตระกูลหลินแค่ต่อยหนึ่งหมัด เขาก็จะอาเจียนเป็นเลือดแล้ว

ซูซินยิ้มเล็กน้อย เขายื่นนิ้วออกไป แล้วดีดเบาๆ หมัดที่ใหญ่โต ปะทะกับนิ้วที่เรียวเล็ก แต่บ่าวคนนั้นกลับกรีดร้อง แล้วกระเด็นออกไป แขนข้างหนึ่งของเขาถูกซูซินใช้นิ้วดีดจนแตก!

ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนที่ไม่มีปราณภายใน มันก็ยังคงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนอยู่ดี

การที่ซูซินไม่สามารถใช้ปราณภายในได้ เป็นเพราะเส้นชีพจรของเขาได้รับบาดเจ็บ

แต่กล้ามเนื้อและกระดูกของเขายังคงไม่เป็นไร พลังที่เขาได้รับจากวิชามังกรคชสารปัญญา และความแข็งแกร่งของร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังคงอยู่

ยิ่งไปกว่านั้น ประสบการณ์การต่อสู้ของเขา การควบคุมพลังตอนที่เขาลงมือ สิ่งเหล่านี้จะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะเขาได้รับบาดเจ็บ ไม่ต้องพูดถึงตัวประกอบที่ยังไม่ถึงขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นต้น ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นสูงสุด ก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถเอาชนะซูซินได้

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ต่างก็เบิกตากว้าง ชายคนนี้ ดูไม่เหมือนกับผู้ฝึกยุทธ์ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แกล้งทำเป็นหมูกินเสือ ดูจากพลังของเขาแล้ว เขาน่าจะอยู่ในขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นต้นแล้ว ใช่ไหม?

ผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่ พวกเขาจะตัดสินพลังของอีกฝ่ายจากปราณแก่นแท้ที่อีกฝ่ายปลดปล่อยออกมา ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตโฮ่วเทียน ปราณแก่นแท้ของพวกเขาอ่อนแอ ยิ่งไปกว่านั้น ซูซินไม่ได้ใช้ปราณแก่นแท้ ดังนั้น ในสายตาของพวกเขา ผู้ฝึกยุทธ์ที่ดูอ่อนแอผู้นี้ ย่อมอยู่ในขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นต้น

ซูซินยื่นนิ้วออกไป แล้วจิ้มสิงโตหินที่อยู่หน้าประตูจวนขุนนางหลินเบาๆ ทันใดนั้น เขาก็เจาะรูเล็กๆ หลายรูบนสิงโตหิน ราวกับว่าเขากำลังจิ้มเต้าหู้งั้นแหละ

พอเห็นฉากนี้ บ่าวอีกคนหนึ่งก็ไม่กล้าพูดอะไร เขาพาบ่าวที่แขนหัก แล้วรีบวิ่งหนีไป

ปกติแล้ว ต่อให้เป็นคนที่ไม่ได้ฝึกฝนวิชากำลังภายใน พอพวกเขาฝึกฝนวิชาฝ่ามือทรายเหล็กจนถึงขั้นสุดยอด พวกเขาก็สามารถใช้ฝ่ามือหนึ่งฝ่ามือ เพื่อทำลายหินสีเขียวที่หนาหนึ่งฉื่อได้

แต่การทำลาย กับการจิ้มจนเป็นรูแบบซูซิน มันเป็นคนละเรื่องกัน พลังแบบนี้ น่ากลัวกว่ามาก

พอพวกบ่าวที่เฝ้าประตูจากไป คนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไป ฟางเฉี่ยวฮวาพาลูกชายโค้งคำนับซูซิน แล้วพูดด้วยความขอบคุณว่า “ขอบคุณมาก คุณชาย ข้ารู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ไม่ทราบว่าคุณชายชื่ออะไร?”

ฟางเฉี่ยวฮวารู้ดีว่าเงินเดือนสิบตำลึงของนาง ไม่สามารถจ้างผู้ฝึกยุทธ์มาเป็นอาจารย์ได้ การกระทำของนางในวันนี้ เป็นเพราะนางไม่มีทางเลือก นางติดประกาศนี้ เพราะนางอยากจะดูว่าจะมีผู้ฝึกยุทธ์คนไหนสงสารแม่ลูกของนาง แล้วช่วยเหลือพวกนางหรือไม่? นางไม่คิดเลยว่าจะมีคนยอมช่วยเหลือจริงๆ แถมพลังของเขายังแข็งแกร่งอีกด้วย

ซูซินพูดอย่างใจเย็นว่า “ไม่ต้องเกรงใจ ข้าชื่อซูชิงเจ๋อ”

“ชิงเอ๋อร์ รีบมาคารวะอาจารย์เร็วเข้า” ฟางเฉี่ยวฮวาเร่งบุตรชายของนาง

หลินชิงซึ่งดูงุนงง รีบโค้งคำนับ แต่กลับถูกซูซินขัดขวางเอาไว้

“ข้าเป็นแค่อาจารย์ผู้สอน(老师เล่าซือ) ไม่ใช่อาจารย์ถ่ายทอดวิชา(师父ซือฝู) ตอนนี้ ข้ายังไม่คิดจะรับศิษย์อย่างเป็นทางการ” ซูซินพูด

อาจารย์ผู้สอนกับอาจารย์ถ่ายทอดวิชา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่คำเดียว(师) แต่มันมีความหมายที่แตกต่างกันมาก ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่ง สามารถมีอาจารย์ผู้สอนได้หลายคน แต่อาจารย์ถ่ายทอดวิชามีได้แค่คนเดียวเท่านั้น

ฟางเฉี่ยวฮวาไม่ใช่คนในยุทธภพ นางไม่รู้ว่าการคารวะอาจารย์นั้น มีธรรมเนียมมากมายขนาดนี้

หลังจากที่หลินชิงคารวะซูซินแล้ว นางก็พาซูซินเข้าไปในจวนขุนนางหลิน เพื่อจัดหาที่พักให้กับเขา

หลังจากที่หลินว่านเจ๋อตาย ฟางเฉี่ยวฮวากับบุตรชายของนาง ก็ถูกย้ายมายังสถานที่ที่ห่างไกลที่สุดในจวนขุนนางหลิน ถึงแม้ว่าที่นั่นจะมีบ้านพักหลายหลัง แต่มันก็เทียบกับที่พักเดิมของพวกนางไม่ได้

ในใจของฟางเฉี่ยวฮวา ยังคงระมัดระวังซูซิน เพราะเรื่องของหลินว่านเฉิง ทำให้นางระมัดระวังผู้ชายทุกคน ดังนั้น นางจึงจัดหาที่พักที่อยู่ไกลจากนางและบุตรชายของนางให้กับซูซิน

แต่นางไม่รู้เลยว่า ซูซินไม่ได้สนใจนาง แต่สนใจหลินชิง ซึ่งดูงุนงงมากกว่า

ส่วนในจวนขุนนางหลิน หลินว่านเฉิงกับเนี่ยหานเหมย ฮูหยินของเขา กำลังฟังบ่าวรายงาน

เนี่ยหานเหมยทำหน้าบึ้งตึง แล้วด่าทอว่า “นังสารเลวนั่น! ยังไม่รู้จักประมาณตนอีกเหรอ? นางยังคิดจะหาอาจารย์ให้กับบุตรชายของนางอีกเนี้ยนะ? วันนี้ ข้าจะไล่พวกนางออกจากจวนขุนนางหลิน!”

หลินว่านเฉิงรีบปลอบใจนาง “ฮูหยิน เจ้าใจเย็นๆ ก่อน ผู้หญิงคนนั้น แค่หาผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นต้นมาคนหนึ่งเท่านั้น การที่เขาไปสอนหลินชิง มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ใช่ไหม?”

เนี่ยหานเหมยมองเขาอย่างเย็นชา “เจ้ากล้าเข้าข้างนังสารเลวนั่น เจ้าคิดจะทำอะไรกับนางงั้นเหรอ?”

หลินว่านเฉิงรีบสาบาน “แน่นอนว่าไม่! นังสารเลวนั่น ทำให้ข้าเสียชื่อเสียงในเมืองหลิงโจว ข้าจะไปปกป้องนางได้อย่างไร?

แต่เจ้าก็รู้ว่าตระกูลหลินของพวกเรามีที่มาที่ไปอย่างไร? ไม่ว่ายังไง? หลินชิงก็เป็นลูกหลานของตระกูลหลิน ถ้าข้าไล่พวกเขาออกไป พอคนของตระกูลหลักรู้เรื่องนี้ ข้าจะต้องซวย”

เนี่ยหานเหมยเบะปากอย่างดูถูก “เจ้าเอาแต่พูดถึงตระกูลหลัก ตระกูลหลินของพวกเราอยู่ในเมืองหลิงโจวมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่เห็นคนของตระกูลหลักมาที่นี่เลยแม้แต่คนเดียว”

หลินว่านเฉิงยิ้มแห้งๆ “ไม่แน่ วันหนึ่ง พวกเขาอาจจะมาที่นี่ก็ได้ เจ้าสบายใจได้ ตอนนี้ ข้าเป็นหัวหน้าตระกูลหลิน ในอนาคต บุตรชายของพวกเราจะเป็นหัวหน้าตระกูล การที่หลินชิงอยากจะเรียนวิทยายุทธ์ ก็ให้เขาไปเรียนกับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตโฮ่วเทียนคนนั้นเถอะ เขาสร้างปัญหาอะไรไม่ได้หรอก”

การที่ตระกูลหลินสามารถตั้งรกรากอยู่ในเมืองหลิงโจวได้ ก่อนหน้านี้ เป็นเพราะพี่ชายของเขา แต่ตอนนี้ เป็นเพราะเนี่ยหานเหมย ภรรยาของเขา ดังนั้น หลินว่านเฉิงจึงได้แต่พูดจาไพเราะกับเนี่ยหานเหมย สุดท้าย เขาก็จัดการทำให้นางมีความสุขบนเตียง แล้วนางก็ไม่พูดถึงเรื่องการไล่ฟางเฉี่ยวฮวากับบุตรชายของนางออกจากจวนขุนนางหลินอีกต่อไป

ในสายตาของหลินว่านเฉิง แม่ลูกคู่นั้น ไม่มีความหมายอะไร ถ้าเขาถูกตระกูลหลักลงโทษเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ มันช่างไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ

คนของตระกูลหลินสายนี้ ออกจากตระกูลหลักมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น เขาก็ยังคงไม่ลืมความกลัวที่กฎของตระกูลหลักมอบให้กับเขา

หลังจากที่ซูซินตั้งรกรากอยู่ในตระกูลหลินแล้ว เขาก็เริ่มเตรียมที่จะสอนหลินชิง

เขามีหลายอย่างที่ต้องยืนยันเกี่ยวกับรากฐานของวิทยายุทธ์ เพราะวิชาทั้งหมดที่เขามี ไม่ได้มาจากการเรียนรู้โดยตรง แต่เป็นระบบที่มอบความเชี่ยวชาญ 5% ให้กับเขาโดยตรง

หลินชิงผู้นี้ ซึ่งดูเหมือนเป็นเด็กโง่เขลา เขามีอายุแค่สิบขวบ และเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมกับการเรียนรู้วิทยายุทธ์ ซูซินจึงคิดว่าจะใช้เขาเป็นหนูทดลอง เพื่อยืนยันการคาดเดาของเขา

“เจ้าเคยเรียนรากฐานของวิทยายุทธ์อะไรมาบ้าง?” ซูซินถาม

หลินชิงตอบอย่างเชื่อฟังว่า “ข้าน้อยเคยเรียนแค่เคล็ดวิชากำลังภายในขั้นต้นที่สืบทอดมาจากตระกูล ข้าน้อยเปิดชีพจรวิญญาณได้หนึ่งจุดแล้ว แล้วยังมีวิชากระบี่ที่สืบทอดมาจากตระกูลอีกอย่าง”

“งั้นเจ้าก็แสดงให้ข้าดูหน่อย”

หลินชิงพยักหน้า เขาหยิบกระบี่ไม้เล่มเล็กๆ ขึ้นมา แล้วเริ่มโบกไปมา ท่าทางของเขาดูจริงจังมาก

ซูซินมองดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า วิชากระบี่นี้ ดูธรรมดามาก แต่พอหลินชิงใช้มัน มันกลับดูแข็งทื่อ ราวกับว่าเขากำลังเต้นแอโรบิกงั้นแหละ

“เอาล่ะ หยุดก่อน”

ซูซินให้เขาหยุด แล้วขมวดคิ้ว “เจ้าเรียนวิชากระบี่จากใคร?”

“บิดาของข้าน้อย”

ซูซินพูดว่า “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าไม่ต้องฝึกฝนวิชากระบี่นี้แล้ว”

หลินชิงถามอย่างงุนงงว่า “งั้นข้าน้อยจะฝึกฝนอะไรล่ะ? เล่าซือ ท่านจะสอนวิชากระบี่ใหม่ให้กับข้าน้อยหรือเปล่า?”

ซูซินส่ายหน้า “ไม่ ข้าจะสอนวิธีการใช้กระบี่ให้กับเจ้า”

“วิธีการใช้กระบี่?”

ซูซินหยิบกระบี่ไม้เล่มเล็กๆ ของหลินชิงขึ้นมา แล้วจิ้มไปรอบๆ ตัวเขา เขาก็ใช้วิชากระบี่ที่หลินชิงใช้เมื่อกี้ แต่ความรู้สึกที่แสดงออกมา กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หลินชิงลูบหัวอย่างงุนงง เขาไม่รู้ว่าวิชากระบี่ที่เล่าซือใช้ เป็นวิชากระบี่ที่สืบทอดมาจากตระกูลของเขาหรือไม่?

ซูซินเก็บกระบี่ แล้วชี้ไปที่หน้าอกของหลินชิง “วิทยายุทธ์คงที่ แต่คนไม่ตายตัว กระบวนท่านี้ ต้องแทงขึ้นข้างบน ทำไมข้าถึงแทงลงล่างไม่ได้? ในการต่อสู้ ศัตรูจะไม่ลงมือตามที่เจ้าคิด

ดังนั้น เจ้าต้องจำเอาไว้ว่า การต่อสู้กับคนอื่นๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ… จิตใจ! การเปลี่ยนแปลงของกระบวนท่า ขึ้นอยู่กับจิตใจของเจ้า! ทำตามใจของเจ้า แล้วบังคับให้อีกฝ่ายทำตามจังหวะของเจ้า นี่คือวิถียุทธ์ที่แท้จริงของเจ้า!”

ตอนที่ซูซินกำลังสอนหลินชิง เขาก็วิเคราะห์วิชาต่างๆ ที่เขาเรียนรู้มาตลอดทาง

วิชาที่เขาเรียนรู้ มันยุ่งเหยิงมาก ไม่ว่าจะเป็นวิชากระบี่ วิชามวย วิชาฝ่ามือ วิชาดัชนี หรือแม้แต่วิชาฝึกฝนร่างกายเขาก็รู้ คาดว่าในยุทธภพนี้ คงจะไม่มีใครเรียนรู้วิชาที่ยุ่งเหยิงแบบเขา

“การรู้หลายอย่าง แต่ไม่เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง ย่อมไม่ดีเท่ากับการเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง” นี่เป็นเรื่องพื้นฐาน แม้แต่เด็กน้อยก็ยังรู้

แต่ซูซินมีระบบ ถ้าเขาไม่ได้มีคะแนนวายร้ายมากมาย เพื่อซื้อวิชาประเภทใดประเภทหนึ่ง แล้วสร้างระบบการฝึกฝนที่สมบูรณ์แบบละก็… การสุ่มอาจจะทำให้เขาได้วิชาอะไรก็ได้

ถ้าเป็นวิชาขยะ มันก็คงจะไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นวิชาที่มีระดับสูงมาก ต่อให้มันไม่ตรงกับเส้นทางของเขาในตอนนี้ เขาก็ต้องฝึกฝนมัน

จบบทที่ บทที่ 183 เส้นทางวิทยายุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว