เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 จัดการเรื่องหลังความตาย

บทที่ 150 จัดการเรื่องหลังความตาย

บทที่ 150 จัดการเรื่องหลังความตาย


บทที่ 150 จัดการเรื่องหลังความตาย

ซูซินยิ้มอย่างแปลกประหลาด กล้ามเนื้อทั่วร่างกายของเขากระตุก เส้นเลือดสีเขียวขนาดใหญ่ ปรากฏขึ้นใต้ผิวหนังของเขา มันดูน่ากลัวมาก

วิชามังกรคชสารปัญญาขั้นที่สี่ระดับสูงสุด สิ่งที่ซูซินเสริมสร้าง ไม่เพียงแต่พลังกายเนื้อของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการควบคุมร่างกายของเขาด้วย

เยี่ยนหวงจิ่วเบิกตากว้าง

ท่าทางของซูซินในตอนนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาได้ฝึกฝนวิชากำลังภายในที่เน้นการบ่มเพาะกายเนื้อมา

แต่ปัญหาคือ… จงเห้าหยางไม่เคยฝึกฝนวิชากำลังภายในที่เน้นการบ่มเพาะกายเนื้อ!

ต่อให้วิชากำลังภายในที่เน้นการบ่มเพาะกายเนท้อนี้ เป็นวิชาที่จงเห้าหยางได้เรียนรู้มาจากต่างแดน แล้วสอนให้กับเมิ่งชิงเจ๋อ ทำไมเมิ่งชิงเจ๋อถึงไม่เคยใช้มันมาก่อน?

ซูซินใช้พลังทั้งหมดของวิชาลมปราณเมฆม่วง ทำให้ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเมฆสีม่วงจางๆ

มีตุ่มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนแขนของเขา กล้ามเนื้อของเขาขยับอย่างต่อเนื่อง ปราณแก่นแท้ที่รุนแรงพุ่งออกมา หนอนตัวเล็กๆ ก็ถูกบีบออกมาพร้อมกับปราณแก่นแท้ทันที

ซูซินเหยียบเบาๆ หนอนไหมคราม กู่พิษจากมณฑลกุ้ยโจว ก็ถูกเขาเหยียบจนแหลก

“ท่านเจ้าเมืองเยี่ยน ไม่มีใครบอกท่านเหรอ? การใช้กู่ที่ถูกต้อง ต้องทำแบบลับๆ ใช่ไหม? การที่ท่านโยนมันออกมาแบบนี้ มันเหมือนกับการใช้อาวุธลับ ท่านกำลังทำลายกู่พิษที่แข็งแกร่งตัวนี้อยู่” ซูซินพูดอย่างใจเย็น

หนอนไหมครามนี้แปลกมาก อย่างน้อยๆ ซูซินก็เพิ่งเคยเห็นมันเป็นครั้งแรก

ถึงแม้ว่าวิชามังกรคชสารปัญญา จะเน้นการฝึกฝนพลัง ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของร่างกาย แต่ตอนนี้ ความสามารถในการป้องกันของร่างกายของซูซิน ยังคงแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกันมากกว่าสิบเท่า

แต่พอเผชิญหน้ากับหนอนไหมครามนี้ ซูซินกลับไม่มีพลังที่จะต้านทานมันเลยแม้แต่น้อย มันเจาะทะลุผิวหนังของเขา

แต่น่าเสียดายที่เยี่ยนหวงจิ่วใช้หนอนไหมครามนี้ผิดที่ ถ้าหนอนไหมครามนี้เข้าไปในท้องของซูซิน มันก็จะเข้าไปในหัวใจของเขาโดยตรง และไม่สามารถบีบมันออกมาได้อีก

แต่ตอนนี้ หนอนไหมครามนี้แค่เจาะเข้าไปในกล้ามเนื้อของซูซินเท่านั้น มันจึงถูกซูซิน ซึ่งมีความสามารถในการควบคุมร่างกายที่แข็งแกร่ง และพลังของวิชาลมปราณเมฆม่วง บีบมันออกมาจากร่างกาย

สิ่งที่เยี่ยนหวงจิ่วคิดผิดก็คือ… ซูซินยังเชี่ยวชาญวิชากำลังภายในที่เน้นการบ่มเพาะกายเนื้ออีกด้วย

“เจ้า…. เจ้าเป็นใครกันแน่!?” เยี่ยนหวงจิ่วชี้ไปที่ซูซิน แล้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

เขาไม่เชื่อว่าคนที่เขาแอบสังเกตมาเกือบหนึ่งปี และเป็นคนที่เขาเลือกให้มาช่วยบุตรสาวของเขาดูแลเมืองซางซาน จะเป็นคนหลอกลวง! เป็นคนที่เข้ามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง!

ซูซินค่อยๆ ถอดหน้ากากหนังมนุษย์ออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์กว่า “เมิ่งชิงเจ๋อ”

“ขออภัย ท่านเจ้าเมือง ข้าชื่อซูซิน เป็นมือไล่ล่าของลิ่วซานเหมิน” ซูซินพูดอย่างใจเย็น

“อ๊อก!”

เยี่ยนหวงจิ่วอาเจียนเป็นเลือด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ เขาถูกซูซินทำให้โกรธจนตาย!

ถึงแม้ว่าเยี่ยนหวงจิ่วจะใกล้ตายแล้ว และเมื่อกี้ เป็นแค่การคืนชีพชั่วคราวเท่านั้น แต่ด้วยพลังชีวิตของผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมจิตเทวะ เขาไม่น่าจะตายเร็วขนาดนี้

แต่การที่ซูซินเปิดเผยตัวตน ทำให้แผนการทั้งหมดของเยี่ยนหวงจิ่วล้มเหลว เขาโกรธมาก เลือดลมสูบฉีด การที่เขาถูกซูซินทำให้โกรธจนตาย มันย่อมเป็นเรื่องปกติ

ซูซินมองดูเยี่ยนหวงจิ่วที่ตายตาไม่หลับ แล้วถอนหายใจ “เฮ้อ…. ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย? วางแผนอย่างรอบคอบ แต่สุดท้ายกลับล้มเหลว เจ้าคิดถึงอนาคตของเมืองซางซาน เจ้าคิดถึงอนาคตของบุตรสาวเจ้า แต่น่าเสียดายที่เจ้าคิดผิดในเรื่องที่สำคัญที่สุด”

ซูซินสวมหน้ากากหนังมนุษย์อีกครั้ง แล้วปิดตาของเยี่ยนหวงจิ่ว จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตะโกนว่า “คุณหนูเยี่ยน! ท่านเจ้าเมืองจากไปแล้ว!”

เยี่ยนชิงเสวี่ยรีบวิ่งเข้ามา แล้วกอดศพของเยี่ยนหวงจิ่วร้องไห้ ส่วนซูซิน ยืนอยู่ข้างๆ แล้วมองดูเรื่องทั้งหมดอย่างใจเย็น

การตายของเยี่ยนหวงจิ่ว ย่อมเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแคว้นหูหนาน โดยเฉพาะเมืองซางซาน

เมืองซางซานไม่ได้เป็นของราชสำนัก ไม่ได้เป็นของกองกำลังยุทธต่างๆ ในแคว้นหูหนาน มันเป็นของเยี่ยนหวงจิ่วเท่านั้น

พอเยี่ยนหวงจิ่วตาย เมืองซางซานทั้งเมืองก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

ซูซินไม่มีหน้าที่ และไม่มีอารมณ์ที่จะไว้ทุกข์ให้กับเยี่ยนหวงจิ่ว ยิ่งไปกว่านั้น เยี่ยนหวงจิ่วยังถูกเขาทำให้โกรธจนตายอีก

ซูซินต้องการจะจัดการปัญหาสุดท้ายให้กับเยี่ยนชิงเสวี่ยก่อนที่เขาจะจากไป นั่นคือ… พี่น้องของนาง!

เยี่ยนหวงจิ่วรู้ว่าพวกเขาสมคบคิดกับกองกำลังยุทธต่างๆ ในแคว้นหูหนาน หลังจากที่เขาตัดสินใจให้เยี่ยนชิงเสวี่ยเป็นเจ้าเมือง เขาก็ไล่ศิษย์ของนิกายยุทธต่างๆ ในแคว้นหูหนานที่อยู่ข้างๆ พวกเขาออกไป แล้วกักบริเวณพวกเขา

“เสือไม่กินลูก” ถึงแม้ว่าเยี่ยนหวงจิ่วจะเลี้ยงดูบุตรธิดาของเขาราวกับกำลังเลี้ยงหนอนกู่พิษ แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะให้พวกเขาฆ่าฟันกันเอง ถึงแม้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นแบบนั้นก็ตาม

แต่ถ้าให้เขาลงมือฆ่าบุตรธิดาของเขาจริงๆ เขาก็ทำไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้ดีว่าด้วยนิสัยของเยี่ยนชิงเสวี่ย ต่อให้นางได้เป็นเจ้าเมือง นางก็จะไม่ทำอะไรพี่น้องของนาง อย่างมาก นางก็แค่กักบริเวณพวกเขา แล้วให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในช่วงครึ่งหลังของชีวิต

แต่น่าเสียดายที่ซูซินไม่ใช่เยี่ยนชิงเสวี่ย เขาจะไม่เก็บคนพวกนี้เอาไว้ เพื่อสร้างปัญหาในอนาคต!

ถึงแม้ว่าตอนนี้ เมืองซางซานจะมีเฉียนเต้าเหรินคอยปกป้อง และเยี่ยนชิงเสวี่ยก็ได้ป้ายหยกที่ใช้ควบคุมผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดในเมืองซางซานมาแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นลูกหลานของเยี่ยนหวงจิ่ว ถ้ามีคนอยากจะใช้พวกเขาเพื่อสร้างปัญหา มันย่อมจะสร้างปัญหามากมายให้กับเมืองซางซานอยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ ซูซินจึงต้องการจะกำจัดพวกเขา ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเยี่ยนชิงเสวี่ยเป็นครั้งสุดท้าย

ในจวนของเยี่ยนซูเหิง(คนโต) ตอนนี้ เยี่ยนซูเหิงกำลังเดินไปเดินมาอย่างร้อนใจในบ้าน เขาบ่นพึมพำว่า “ทำไมท่านพ่อถึงเลือกนังสารเลวเยี่ยนชิงเสวี่ยนั่น แทนที่จะเลือกข้า? แม้แต่ตอนที่กำลังจะตาย เขาก็ยังปูทางให้นางอีก!

แถมนังสารเลวเยี่ยนชิงเสวี่ย ยังไม่ให้พวกเราไปร่วมงานศพของท่านพ่อ นางหมายความว่าอย่างไร? นางยังเห็นพวกเราเป็นพี่ชายอีกหรือไม่?”

ตอนนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ข้างๆ เยี่ยนซูเหิงและคนอื่นๆ ล้วนถูกเรียกตัวกลับไปแล้ว ในจวนของพวกเขา เหลือแค่คนรับใช้ไม่กี่คนที่คอยดูแลพวกเขา

หน้าประตู มีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนสองคนยืนอยู่ แต่พวกเขามาที่นี่ เพื่อจับตาดูเท่านั้น

“ไม่ใช่เยี่ยนชิงเสวี่ยที่ไม่อนุญาต แต่เป็นบิดาของเจ้าที่เคยสั่งเอาไว้ว่า หลังจากที่เขาตาย ถ้าพวกเจ้าออกจากจวน พวกเจ้าจะถูกฆ่าตาย!” ซูซินเดินเข้ามาจากประตู

“เมิ่งชิงเจ๋อ! เจ้ามาทำอะไร?” เยี่ยนซูเหิงจ้องมองซูซินด้วยความเกลียดชัง

ในความคิดของเขา การที่พวกเขาพ่ายแพ้ ย่อมเป็นเพราะผู้ชายคนนี้

ถ้าไม่มีเขาปรากฏตัวขึ้น แล้วช่วยเหลือเยี่ยนชิงเสวี่ย ผู้หญิงคนนั้น ย่อมไม่มีทางได้เป็นเจ้าเมืองซางซานในตอนนี้แน่นอน

“ข้ามาทำอะไร? เจ้าคิดว่าข้ามาทำอะไร?” ซูซินชักกระบี่โหย่วหลงออกมา รอยยิ้มแปลกๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

ดวงตาของเยี่ยนซูเหิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “เจ้าอยากจะฆ่าข้า? เป็นไปไม่ได้! เยี่ยนชิงเสวี่ยจะไม่มีวันออกคำสั่งแบบนี้!”

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ เขาจะไม่เคยสนใจเยี่ยนชิงเสวี่ย น้องสาวคนนี้ แต่นิสัยของเยี่ยนชิงเสวี่ย เขาย่อมรู้ดี

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยคิดจะฆ่าเยี่ยนชิงเสวี่ย แต่นางก็จะไม่มีวันสั่งให้กำจัดพวกเขาอย่างแน่นอน

ซูซินส่ายหน้า แล้วถอนหายใจ “นิสัยของเยี่ยนชิงเสวี่ยดีเกินไปแล้ว สำหรับพวกเจ้า…. ควรจะฆ่าพวกเจ้าทิ้งซะ จะได้ไม่ต้องสร้างปัญหาในอนาคต”

“เมิ่งชิงเจ๋อ! เจ้ากล้าฆ่าข้าโดยไม่ได้รับคำสั่งจากเยี่ยนชิงเสวี่ยงั้นเหรอ?” เยี่ยนซูเหิงตะโกนอย่างโกรธแค้น จริงๆ แล้ว เขาต้องการจะเรียกผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนสองคนที่อยู่ข้างนอก แต่มันไม่มีประโยชน์

ตอนนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดในเมืองซางซานต่างรู้ดีว่า เยี่ยนชิงเสวี่ยได้เป็นเจ้าเมืองซางซาน เพราะความช่วยเหลือจากเมิ่งชิงเจ๋อ

ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่เยี่ยนหวงจิ่วจะตาย คนที่เขาเรียกเข้าไปพบ มีแค่เยี่ยนชิงเสวี่ย บุตรสาวของเขา และคนนอกอย่างเมิ่งชิงเจ๋อเท่านั้น

ในสายตาของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าเยี่ยนหวงจิ่วยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนแล้ว ในอนาคต คนที่มีอำนาจในเมืองซางซาน ไม่ใช่แค่เยี่ยนชิงเสวี่ยคนเดียว

คุณหนูเยี่ยนใจดี นางไม่กล้าลงโทษพี่น้องที่เคยคิดจะฆ่านาง แต่การที่เมิ่งชิงเจ๋อลงมือ เพื่อกำจัดปัญหาเหล่านี้ให้กับนาง ในสายตาของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนเหล่านั้น มันเป็นเรื่องปกติมาก

ดังนั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้ยินเสียงตะโกนของเยี่ยนซูเหิง พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้ยินมัน

ดวงตาของเยี่ยนซูเหิงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ซูซินขี้เกียจพูดมากกับเขา เขาจึงใช้กระบี่ฆ่าเยี่ยนซูเหิงโดยตรง

ซูซินเดินออกจากจวน แล้วพูดกับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนสองคนที่อยู่ข้างนอกว่า “พวกเจ้าไปเถอะ ต่อไปก็ไม่ต้องเฝ้าที่นี่แล้ว”

ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนสองคนนั้นรีบคุกเข่าคำนับ “ขอรับ คุณชายเมิ่ง”

บุตรธิดาทั้งสิบสองคนของเยี่ยนหวงจิ่ว ถูกซูซินกำจัดภายในครึ่งวัน

ภารกิจในเมืองซางซานเสร็จสิ้น เขาก็สามารถจากไปได้แล้ว

แต่สิ่งที่เขาทำสำเร็จ เป็นเพียงแค่ภารกิจที่ลิ่วซานเหมนมอบให้กับเขา ไม่ใช่ภารกิจของระบบ

หลังจากที่กลับไปที่จวนเจ้าเมือง ซูซินก็พบว่าเยี่ยนชิงเสวี่ยไม่อยู่ที่นั่น เขาถามลวี่หลี ถึงได้รู้ว่าหลังจากที่เยี่ยนชิงเสวี่ยจัดการงานศพของเยี่ยนหวงจิ่วเสร็จแล้ว นางก็ไปที่หน้าผาทางตะวันตกคนเดียว

เมืองซางซานมีประตูเมืองอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนอีกสามด้าน ล้วนเป็นหน้าผาสูงชัน

พอซูซินมาถึงหน้าผาทางตะวันตก เขาก็เห็นเยี่ยนชิงเสวี่ยนั่งอยู่บนหน้าผาคนเดียว นางกอดเข่าของนาง แล้วมองดูทิวทัศน์ที่อยู่ไกลออกไป

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เยี่ยนชิงเสวี่ยยังเด็ก ทุกครั้งที่นางไม่มีความสุข นางจะมาที่นี่ แล้วนั่งมองดูทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของภูเขาและป่าลึกในแคว้นหูหนาน อารมณ์ของนางก็จะดีขึ้น

แต่นับตั้งแต่อายุสิบห้าปี นางก็ไม่ค่อยมาที่นี่ เพราะหลังจากที่นางโตขึ้น ถึงแม้ว่านางจะมีเรื่องไม่สบายใจ นางก็จะเก็บมันเอาไว้

ซูซินถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดว่า “คุณหนูเยี่ยน”

พอได้ยินเสียงของซูซิน ร่างกายของเยี่ยนชิงเสวี่ยก็สั่นสะท้าน นางลุกขึ้นยืน แล้วฝืนยิ้มออกมา “คุณชายเมิ่ง ท่านมาที่นี่ทำไม?”

จริงๆ แล้ว ด้วยความฉลาดของเยี่ยนชิงเสวี่ย นางเดาได้นานแล้วว่าซูซินมาที่นี่ทำไม?

นางอาจจะเดาไม่ออกว่าคุณชายเมิ่งทำให้บิดาของนางโกรธจนตาย แต่นางเดาได้ว่าบิดาของนางต้องพูดเรื่องการแต่งงานของพวกเขากับคุณชายเมิ่งอย่างแน่นอน

แต่สุดท้าย คุณชายเมิ่งก็ไม่ได้พูดอะไรกับนาง เยี่ยนชิงเสวี่ยจึงเดาได้ว่าคุณชายเมิ่งคงจะเลือกที่จะจากไปสินะ?

จบบทที่ บทที่ 150 จัดการเรื่องหลังความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว