- หน้าแรก
- จ้าวแห่งยุทธภพ เริ่มต้นด้วยระบบจอมวายร้าย
- บทที่ 119 ตื่นจากการจำศีล ได้ยินเสียงฟ้าร้อง
บทที่ 119 ตื่นจากการจำศีล ได้ยินเสียงฟ้าร้อง
บทที่ 119 ตื่นจากการจำศีล ได้ยินเสียงฟ้าร้อง
บทที่ 119 ตื่นจากการจำศีล ได้ยินเสียงฟ้าร้อง
ซูซินตัดสินใจที่จะทำให้เยี่ยนชิงเสวี่ยมีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองซางซาน เขาต้องสร้างความประทับใจให้กับทุกคน
เยี่ยนจ้งเหิงและคนอื่นๆ พาคนมาไม่น้อย มีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนหลายคน พอดีเลย วันนี้ ซูซินจะใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือในการสร้างชื่อเสียง
“พวกเรารู้ว่าพวกเจ้ามาทำอะไร ไม่ต้องพูดมากแล้ว พอดีเลย วันนี้ พวกเจ้าพาคนมาไม่น้อย มาสู้กับข้าเถอะ ถ้าพวกเจ้าชนะข้า เมิ่งชิงเจ๋อผู้นี้จะออกจากเมืองซางซานทันที และจะมอบป้ายหยกของคุณหนูเยี่ยนให้กับพวกเจ้า
แต่ถ้าพวกเจ้าแพ้ ก็อย่ามาพูดมาก รีบไสหัวกลับบ้านไป พวกเจ้ากล้าหรือไม่?”
พอได้ยินซูซินพูดแบบนี้ เยี่ยนจ้งเหิงและคนอื่นๆ ก็รู้สึกหวั่นไหว
การที่พวกเขาสามารถจัดการกับเมิ่งชิงเจ๋อและเยี่ยนชิงเสวี่ยได้ในการต่อสู้ครั้งเดียว มันย่อมเป็นเรื่องดี ถึงแม้ว่าเมิ่งชิงเจ๋อจะเอาชนะเยี่ยนจ้งเหิงเมื่อวานนี้ แต่มันไม่ได้มีความหมายอะไรนัก
เยี่ยนจ้งเหิงเพิ่งทะลวงไปถึงขั้นทะเลปราณได้ไม่ถึงครึ่งปี ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของพวกเขา มีหลายคนที่แข็งแกร่งกว่าเยี่ยนจ้งเหิงมาก
เยี่ยนจ้งเหิงมองไปที่เยี่ยนชิงเสวี่ย “น้องสาว เจ้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขาหรือเปล่า? อย่าให้พวกเราเอาชนะเขาแล้ว พวกเจ้ากลับมาผิดคำพูดล่ะ”
เยี่ยนชิงเสวี่ยพูดอย่างใจเย็นว่า “คำพูดของคุณชายเมิ่ง คือคำพูดของข้า”
เยี่ยนชิงเสวี่ยมั่นใจในพลังของซูซินมาก ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ นางได้เดิมพันทุกอย่างกับซูซินแล้ว ต่อให้นางต้องเสี่ยง นางก็ต้องเชื่อว่าซูซินจะชนะ
เยี่ยนจ้งเหิงหัวเราะเยาะ “ดีมาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็เริ่มกันเลย”
ซูซินโบกมือ “ไม่ต้องรีบร้อน ไปที่อื่นกันก่อน ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับต่อสู้ ถ้าทำลายโรงเตี๊ยมของคนอื่น มันจะไม่ดี”
เจ้าของโรงเตี๊ยมที่หลบอยู่ข้างๆ มองซูซินด้วยความขอบคุณ
นี่สิ ถึงจะเป็นจอมยุทธ์ที่ติดอันดับในรายนามมนุษย์ ขนาดตอนนี้ เขายังคิดถึงคนตัวเล็กๆ อย่างเขา ไม่เหมือนกับเยี่ยนจ้งเหิงและคนอื่นๆ พวกเขาดูเหมือนกับโจร ตอนที่พวกเขาเข้ามา พวกเขายังเตะประตูโรงเตี๊ยมของเขาจนพังอีก
“ไปข้างนอกก็ไปข้างนอก ไปกันเถอะ!” เยี่ยนจ้งเหิงโบกมือ แล้วพาคนออกจากโรงเตี๊ยม
บนถนนสายยาว พวกเขาเคลียร์พื้นที่ว่าง ยาวประมาณร้อยจั้ง มันกว้างพอสำหรับพวกเขา
เยี่ยนจี้เหิงพูดขึ้นก่อน “ให้คนของข้าไปก่อน!”
เยี่ยนจ้งเหิงยิ้มแล้วพูดว่า “ในเมื่อน้องสิบสามอยากจะลงมือ งั้นเจ้าก็ไปก่อนเลย”
เขาเคยต่อสู้กับซูซินเมื่อวานนี้ เขารู้ดีว่าซูซินน่ากลัวมากแค่ไหน?
ยิ่งไปกว่านั้น จางกวง ลูกน้องของเขา ก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะซูซินได้ ในเมื่อเยี่ยนจี้เหิงอยากจะลงมือเป็นคนแรก เขาก็ยินดีมาก
“ลุงจง ฝากด้วยนะ” เยี่ยนจี้เหิงพูดกับชายร่างกำยำที่อยู่ข้างๆ เขา
ชายร่างกำยำคนนั้นอายุประมาณสี่สิบปี เขาสะพายดาบประหารหัวตัดขนาดใหญ่ไว้ข้างหลัง เขาดูแข็งแกร่งมาก
“คุณชายวางใจเถอะ ติดอันดับในรายนามมนุษย์แล้วไง? ถ้าข้าไม่แก่ ข้าก็อาจจะติดอันดับในรายนามมนุษย์ได้เช่นกัน!” ชายร่างกำยำที่ชื่อจงควางเหรินหัวเราะเสียงดัง
ผู้ชมที่อยู่รอบๆ พอเห็นจงควางเหรินลงมือ พวกเขาก็เริ่มตื่นเต้น คราวนี้ คงจะสนุกแน่ๆ
จงควางเหรินเป็นคนหยิ่งยโสสมชื่อ (狂人 kuángrén แปลว่าคนคลั่ง หรือโอหัง)
แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนหยิ่งยโส แต่เขาก็มีดีพอที่จะหยิ่งยโส
จงควางเหรินอยู่ในอันดับที่ยี่สิบห้าของเวทีเมฆาวายุ สูงกว่าจางกวงสองอันดับ
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ติดหนึ่งในสามสิบอันดับแรกของเวทีเมฆาวายุ พวกเขาจะไม่ท้าทายคนอื่นๆ อีก พวกเขารอให้คนอื่นมาท้าทาย แล้วรับเงินก็พอแล้ว
แต่จงควางเหรินไม่เหมือนกัน เกือบทุกเดือน เขาจะท้าทายผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่า ถึงแม้ว่าเขาจะล้มเหลวทุกครั้ง และเสียเงินจำนวนมาก แต่เขาก็ไม่สนใจ
หนึ่งคือ จอมยุทธ์ที่เพิ่งติดอันดับในรายนามมนุษย์ อีกหนึ่งคือ ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียน ที่ติดหนึ่งในสามสิบอันดับแรกของเวทีเมฆาวายุมาเป็นเวลานาน และเป็นคนที่ชอบต่อสู้ การต่อสู้ระหว่างพวกเขา คงจะน่าตื่นเต้นมาก
จงควางเหรินเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชา เขาชักดาบประหารหัวตัดออกมาจากด้านหลัง กลิ่นอายบนร่างกายของเขาก็เริ่มรุนแรงขึ้น
บอกตามตรง เขาไม่ได้ดูถูกจอมยุทธ์ที่ติดอันดับในรายนามมนุษย์
ในความคิดของเขา ทำไมรายนามมนุษย์ของราชสำนัก ถึงต้องจำกัดอายุ? มันไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ฝึกยุทธ์อิสระ หรือผู้ฝึกยุทธ์ที่มาจากนิกายเล็กๆ
ผู้ฝึกยุทธ์ที่มาจากนิกายใหญ่ๆ เริ่มฝึกฝนวิทยายุทธ์ตั้งแต่เด็ก พวกเขามีอาจารย์คอยสอน และมีโอสถมากมายให้พวกเขากิน จุดเริ่มต้นของพวกเขา ย่อมสูงกว่าผู้ฝึกยุทธ์อิสระ
ถ้ารายนามมนุษย์เป็นเหมือนกับรายนามปฐพี ตราบใดที่มีพลังมากพอ ก็สามารถติดอันดับได้ บางที เขาก็อาจจะติดอันดับได้เช่นกัน
“เจ้าหนู วันนี้ ข้าจะดูว่า จอมยุทธ์ที่ติดอันดับในรายนามมนุษย์อย่างเจ้า มันแข็งแกร่งตรงไหน?”
จงควางเหรินตะโกนอย่างโกรธแค้น แล้ววิ่งไปหาซูซิน
ทุกครั้งที่เขาก้าวเท้าออกไป กลิ่นอายบนร่างกายของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้น พลังจากฝ่าเท้าของเขา ทำให้แผ่นหินบนพื้นถนนแตกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากที่เขาก้าวเท้าออกไปสิบกว่าก้าว ถนนข้างหลังเขาก็ดูไม่จืด เต็มไปด้วยเศษหิน
วิชายุทธของจงควางเหริน เน้นการใช้กลิ่นอาย กระบี่เล่มแรกของเขา ได้รวบรวมจิตวิญญาณของเขาทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้พลังของเขาถึงขีดสุด
ในอดีต บนเวทีเมฆาวายุ มีผู้ฝึกยุทธ์มากมายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถูกสังหารจากกระบี่เล่มแรกของเขา หลังจากที่กระบี่เล่มแรกฟันลงไป ต่อให้ศัตรูยังไม่ตาย พวกเขาก็ไม่มีพลังที่จะต่อสู้อีกต่อไป
ตอนนี้ ซูซินที่กำลังเผชิญหน้ากับกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวของจงควางเหริน เขายังเห็นภาพลางๆ ของผีร้ายที่กำลังคำรามอยู่ตรงกลางดาบประหารหัวตัด มันน่ากลัวมาก
แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้ จงควางเหรินต้องเผชิญหน้ากับซูซิน
ไม่ว่าจะเป็นพลัง หรือวิชายุทธ ซูซินล้วนแข็งแกร่งกว่าเขามาก!
ดาบฟันลงมา ด้วยพลังอันแข็งแกร่ง แต่ซูซินกลับยื่นนิ้วชี้ไปข้างหน้า แล้วจิ้มไปที่ดาบ!
เคล็ดดัชนีสยบเทวะยี่สิบสี่ฤดู มีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันยี่สิบสี่แบบ ในนิยาย ไป๋โฉวเฟยมักจะใช้ “จิ้งเจ๋อ(ตื่นจากการจำศีล)” ซูซินก็จะใช้ “จิ้งเจ๋อ” เช่นกัน
ตื่นจากการจำศีล ได้ยินเสียงฟ้าร้อง พลังดัชนีก็เหมือนกับสายฟ้า เคลื่อนไหวราวกับสายฟ้า รวดเร็วมาก และมีพลังทำลายล้างสูง
แต่นอกจาก “จิ้งเจ๋อ” แล้ว การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ของเคล็ดดัชนีสยบเทวะยี่สิบสี่ฤดู ก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน และตอนนี้ ซูซินกำลังใช้ “ต้าหาน(หนาวจัด)” ความหนาวเย็นที่สุดในฤดูหนาว!
พลังดัชนีที่เย็นเยียบ ราวกับว่ามันได้แช่แข็งพลังดาบของจงควางเหรินเอาไว้ พลังอันแข็งแกร่งโถมเข้าไป ทำให้ดาบของจงควางเหรินไม่สามารถฟันลงมาได้อีก!
พลังดัชนีอันแข็งแกร่งของเคล็ดดัชนีเทวะ บวกกับพลังร่างกายอันแข็งแกร่งจากวิชามังกรคชสารปัญญา ทำให้ซูซินสามารถป้องกันดาบที่แข็งแกร่งที่สุดของจงควางเหรินได้ด้วยนิ้วเดียว
แต่ในสายตาของคนอื่นๆ ฉากนี้คือ ซูซินใช้แค่นิ้วเดียว ก็สามารถต้านทานจงควางเหรินได้ มันน่ากลัวมาก ถ้าซูซินออกหมัด เขาคงจะฆ่าจงควางเหรินได้โดยตรง ใช่ไหม?
แน่นอนว่า ในสายตาของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนอย่างจางกวง พวกเขาย่อมจะไม่มองแบบผิวเผินเหมือนกับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป
จางกวงพูดกับเยี่ยนจ้งเหิงด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “นี่เป็นเคล็ดดัชนีที่แข็งแกร่งมาก มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้หลายรูปแบบ ผสานกับความลึกลับของสวรรค์และปฐพี รากฐานของมันไม่ธรรมดาเลย ข้าไม่รู้ว่าจงเห้าหยางได้รับโอกาสอะไรในต่างแดน? ถึงได้เคล็ดดัชนีที่แข็งแกร่งขนาดนี้มา
ในยุทธภพของดินแดนจงหยวนภาคกลาง มีเคล็ดดัชนีมากมาย ในวิชาเจ็ดสิบสองกระบวนท่าของวัดเส้าหลิน ย่อมมีเคล็ดดัชนีเช่นกัน อาทิเช่น ดัชนีจิตดีดดอกไม้ ดัชนีไร้ลักษณ์ ดัชนีตาลปัตร และนิกายหวงเฉวียน(แม่น้ำเหลือง) หนึ่งในเก้าขุมมารร้าย ก็มีเคล็ดดัชนีหวงเฉวียน แต่ข้ารู้สึกว่า ถ้าเคล็ดดัชนีนี้ใช้ถึงขีดสุด พลังของมันจะไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดดัชนีเหล่านั้นเลย!”
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียนที่อยู่ตรงนี้ สายตาของพวกเขาล้วนเฉียบคม พวกเขามองออกถึงพลังของเคล็ดดัชนีสยบเทวะยี่สิบสี่ฤดู ส่วนจงควางเหรินที่ได้สัมผัสกับมันด้วยตัวเอง เขายิ่งรู้สึกถึงมันอย่างลึกซึ้ง
พลังดัชนีอันแข็งแกร่ง ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาราวกับน้ำแข็ง ทำให้เส้นชีพจรของเขาติดขัด จงควางเหรินรีบตะโกนอย่างโกรธแค้น แล้วเก็บดาบ ปราณแก่นแท้ที่ร้อนแรงราวกับเปลวไฟ พุ่งออกมาจากร่างกายของเขา ขับไล่พลังดัชนีของซูซินออกไป
พอศัตรูถอยกลับ ซูซินก็เริ่มรุก!
พลังดัชนีพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า จิ้มใส่จงควางเหรินอย่างต่อเนื่อง ตื่นจากการจำศีล ได้ยินเสียงฟ้าร้อง!
จงควางเหรินรีบใช้ดาบป้องกัน พลังดัชนีอันแข็งแกร่งที่ได้รับการเสริมพลังจากปราณแก่นแท้ กระทบกับดาบประหารหัวตัดของเขา เกิดเสียงดังสนั่น พอมันกระทบกับพื้น ก็เกิดหลุมลึกหลายฉื่อ รอบๆ เต็มไปด้วยรอยแตก
พลังดัชนีราวกับสายฟ้า ทำให้จงควางเหรินไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาได้
ผู้ชมที่อยู่ข้างๆ ต่างก็โห่ร้องออกมา พวกเขารู้สึกว่าจงควางเหรินกำลังจะพ่ายแพ้!
จงควางเหรินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังระเบิดสูง วิชายุทธของเขาก็เน้นการโจมตีอย่างรวดเร็ว เพื่อปราบปรามคู่ต่อสู้โดยตรง
แต่ถ้าเขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาก็ยากที่จะพลิกสถานการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังอาจจะยิ่งต่อสู้ยิ่งแย่ลง
ตอนนี้ เขาก็เป็นแบบนั้น ความมั่นใจในใจของเขา ถูกซูซินทำลายไปหมดแล้ว สุดท้าย เขาก็พลาดท่า ถูกซูซินจิ้มเข้าที่ไหล่ขวา ทำให้ดาบประหารหัวตัดในมือของเขาร่วงหล่นลงพื้น จากนั้น ซูซินก็จิ้มนิ้วเข้าที่หน้าอกของเขา ทำให้เขาอาเจียนเป็นเลือด แล้วกระเด็นออกไป
การโจมตีที่ต่อเนื่องนี้ ทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจ ในอดีต จงควางเหรินมักจะปราบปรามคนอื่นๆ แต่เขาไม่คิดเลยว่า วันนี้ เขาจะถูกคนอื่นปราบปรามอย่างง่ายดาย!
ซูซินยืนกอดอก แล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “ยังมีใครอีกไหม?”
ท่าทางที่ใจเย็นของเขา ทำให้ผู้ชมที่อยู่รอบๆ ต่างก็ปรบมือให้ สมกับเป็นจอมยุทธ์ที่ติดอันดับในรายนามมนุษย์ กลิ่นอายของเขาช่างไม่ธรรมดา
ลวี่หลีที่อยู่ข้างๆ ตื่นเต้นมาก นางดึงแขนของเยี่ยนชิงเสวี่ย แล้วพูดว่า “คุณหนู ท่านดูสิๆ! คุณชายเมิ่งเก่งมาก หล่อมาก!”
จื่อเจียงที่อยู่ข้างๆ รู้สึกอิจฉา “คุณชายเมิ่งเก่งก็จริง แต่พอชนะแล้ว ก็ทำเป็นวางท่า ข้าก็ทำได้นะ”
ลวี่หลีมองเขาอย่างดูถูก “เชอะ… คุณชายเมิ่งเป็นคนที่แข็งแกร่งจนรู้สึกเหงา ส่วนเจ้า แค่ทำเป็นอวดดี”
จื่อเจียงพูดไม่ออก
เยี่ยนจี้เหิงทำหน้าบึ้งตึง เขาให้คนพาจงควางเหรินที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เขาอยากจะจากไปเดี๋ยวนั้นเลย
มันน่าอายมาก!
เมื่อกี้ เขายังแย่งลงมือเป็นคนแรก แต่กลับถูกอีกฝ่ายจัดการได้อย่างรวดเร็ว
เขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเสียนเทียน สายตาของเขายังไม่กว้างพอ เขาจึงมองไม่ออกถึงความแข็งแกร่งของซูซิน เขาเห็นแค่ว่าจงควางเหรินไร้ประโยชน์
ดังนั้น เยี่ยนจี้เหิงจึงตัดสินใจว่า พอกลับไป เขาจะไล่จงควางเหรินออกไป เขาให้เงินและทรัพยากรการฝึกฝนมากมายแก่จงควางเหริน แต่จงควางเหรินกลับไร้ประโยชน์สิันดี!
เยี่ยนซูเหิงกับเยี่ยนเซิ่งเหิงมองหน้ากัน พวกเขาต่างก็ยิ้มแห้งๆ
เยี่ยนซูเหิงเป็นบุตรชายคนโตของเยี่ยนหวงจิ่ว แน่นอนว่า เขารวบรวมคนมาไม่น้อย
ส่วนเยี่ยนเซิ่งเหิง เขามีชื่อเสียงในด้านการคบค้าสมาคม และความใจกว้าง ลูกน้องของเขายิ่งมากกว่า
แต่ตอนนี้ พลังที่ซูซินแสดงออกมา ทำให้พวกเขาหวาดกลัวเล็กน้อย ดูเหมือนว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่พวกเขารวบรวมมาจากเมืองซางซาน จะไม่มีใครสามารถเอาชนะซูซินได้อย่างแน่นอน
นิกายที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสียนเทียนมากมาย แต่เพราะเยี่ยนหวงจิ่ว พวกเขาจึงไม่สามารถพาคนเหล่านั้นมาได้อย่างเปิดเผย ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขานึกไม่ออกว่าจะส่งใครออกไปดี?