- หน้าแรก
- ผมทะลุมิติมาพร้อมระบบนิ้วทอง ที่รีเซ็ตได้ทุกเดือน
- บทที่ 49 - ภูตผีที่หายไป
บทที่ 49 - ภูตผีที่หายไป
บทที่ 49 - ภูตผีที่หายไป
บทที่ 49 - ภูตผีที่หายไป
เมืองเมฆาดำรวมกับหมู่บ้านและทุ่งร้างโดยรอบ ถือว่ามีพื้นที่ไม่เล็กเลย
แต่โจวชิงและอวิ๋นตั่วต่างก็มีพลังบ่มเพาะติดตัว ยังสามารถใช้ยันต์กระดาษในการเดินทางได้ ความเร็วเลยสูงมาก
ในฐานะคุณหนูสกุลอวิ๋น การที่อวิ๋นตั่วพกพาสมบัติต่างๆ ติดตัวจึงเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง
ซื่อบื้อก็ซื่อบื้อจริง แต่รวยก็รวยจริง
สถานที่แรกที่โจวชิงและพวกมาถึง ยังคงเป็นที่เก่า หมู่บ้านสกุลเกาที่เคยมาครั้งก่อน
โจวชิงกวาดสายตามองไปทั่วทั้งหมู่บ้าน พบว่ามีไอเย็นจางๆ อยู่ในบางตำแหน่ง เมื่อแสงแดดเริ่มแผดจ้าขึ้น ไอเย็นก็ยิ่งจางลง
ส่วนอวิ๋นตั่วที่อยู่ข้างๆ ก็มีวิธีของเธอ เธอนำวัตถุรูปร่างคล้ายเข็มทิศออกมา ส่งพลังจิตเข้าไป เข็มทิศด้านบนก็เริ่มสั่นไหวทันที
ทิศทางที่ชี้ในตอนท้าย ก็ไม่ต่างจากตำแหน่งที่โจวชิงมองเห็นมากนัก
"นี่คือจานค้นหาผี ใช้สำหรับค้นหาไอเย็นและระบุตำแหน่งของภูตผีโดยเฉพาะ ถือเป็นศาสตราอาคมที่ธรรมดาที่สุด ไม่ได้ล้ำค่าอะไร" อวิ๋นตั่วอธิบาย
อุปกรณ์เยอะจริงๆ...
โจวชิงถอนหายใจในใจ อวิ๋นตั่วนี่มันติดอาวุธเต็มยศชัดๆ เตรียมพร้อมในทุกด้านอย่างครบครัน
ไม่เหมือนโจวชิง ที่มีเพียงพรสวรรค์ดวงตาหยินหยาง
หากไม่มีดวงตาหยินหยาง ก็ทำได้เพียงใช้พลังจิตค้นหาแบบดื้อๆ ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นตอนกลางวันแสกๆ พลังหยางแข็งแกร่ง ไอเย็นเบาบาง ภูตผีซ่อนเร้น การใช้พลังจิตค้นหายังมีความเป็นไปได้สูงที่จะพลาดไป
นี่ยังเป็นตอนเช้า หากถึงยามอู่ (เที่ยงวัน) พลังหยางจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอีก
ในเวลากลางวันภูตผีจะถูกพลังหยางข่มไว้ น้อยครั้งที่จะปรากฏตัว แต่นี่กลับเป็นโอกาสของโจวชิงและพวก การจัดการกับวิญญาณในช่วงเวลานี้ ง่ายกว่าตอนกลางคืนมาก
นี่คือการฉวยโอกาสตอนที่มันอ่อนแอ ต้องเอาให้ตาย ตราบใดที่สามารถจัดการกับวิญญาณที่อ่อนแอในตอนกลางวันได้ ใครจะโง่เง่าต้องรอจนถึงตอนกลางคืน
ไม่ใช่มาเล่นหนังตะลุงเสียหน่อย
โจวชิงและอวิ๋นตั่ว คนหนึ่งอาศัยพรสวรรค์ อีกคนอาศัยศาสตราอาคม การตามหาผีในตอนกลางวัน จึงไม่มีความยากเย็นอะไร
ตามการชี้แนะของจานค้นหาผี ทั้งสองคนลอบเข้าไปในหมู่บ้านเงียบๆ ไม่ให้คนอื่นพบเห็น
กำจัดผีอย่างเงียบเชียบ ไม่ต้องโดดเด่น
"โจวชิง ข้ามีคาถาสงบวิญญาณ เดี๋ยวข้าลงมือเอง"
คาถาสงบวิญญาณ เป็นวิชาอาคมประเภทส่งวิญญาณ สามารถทำให้วิญญาณเร่ร่อนสงบลงได้
แต่โจวชิงไม่ตอบตกลง "ให้ข้าลงมือเถอะ อันที่จริงข้าก็มีวิชาส่งวิญญาณเหมือนกัน"
"เจ้ามีด้วยเหรอ" อวิ๋นตั่วเอียงคอ
เจ้ายังอยู่แค่ชั้นเตรียมอนุบาลอยู่เลยไม่ใช่เหรอ เจ้ารู้วิชาอาคมส่งวิญญาณได้ยังไง
"ก่อนที่จะมาที่นี่ของน้าโม่ ข้าได้ฝึกฝนพลังแบบนี้ด้วยวิธีพิเศษ อาจารย์ข้าก็รู้เรื่องนี้ แต่ก่อนหน้านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ ก็เลยไม่ได้บอกน้าโม่"
โจวชิงแต่งเรื่องขึ้นมา ต่อให้อวิ๋นตั่วนำเรื่องนี้ไปบอกลู่ชิงโม่ โจวชิงก็ไม่กลัว
ยังไงเสียไป๋เทียนก็รู้เรื่องที่เขาเป็นคนธรรมดาส่งวิญญาณมาตั้งนานแล้ว อย่างมากก็ให้พวกเธอไปถามไป๋เทียนเอาเอง
อาจารย์ไป๋เทียนผู้ชาญฉลาดจะให้คำตอบแก่พวกเธอเอง
วิชาส่งวิญญาณที่โจวชิงพูดถึง โดยธรรมชาติแล้วก็คือศาสตราอาคมกระจกสามแสงวาสนาวิญญาณที่หลอมขึ้นจากพลังสามแสงตะวันจันทราดาราบวกกับปราณวาสนาวิญญาณ
คำถามที่โจวชิงแอบถามลู่ชิงโม่ในป่าท้อ ก็ถามเพราะกระจกสามแสงวาสนาวิญญาณนี่แหละ
ภูตผีตนแรกที่โจวชิงใช้กระจกอาคมจัดการ เธอยังทิ้งพลังงานจิตวิญญาณบริสุทธิ์สายหนึ่งไว้ให้โจวชิงเลย
ตอนนี้ต้องมาส่งวิญญาณอีก โจวชิงจึงนึกถึงเรื่องในวันนั้นขึ้นมา เลยอยากรู้ว่าการที่ส่งวิญญาณแล้วมีพลังงานจิตวิญญาณบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นมา มันเป็นเรื่องปกติหรือไม่
คำตอบที่ลู่ชิงโม่ให้คือไม่ปกติ
แต่กลับเป็นการทำความดี
ดังนั้นโจวชิงจึงตัดสินใจว่าการลาดตระเวนทุ่งร้างและหมู่บ้านภูเขาในครั้งนี้ เขาจะเป็นคนลงมือเอง
ทั้งสามารถส่งวิญญาณประทานพรให้วิญญาณเร่ร่อนเดียวดายเหล่านี้ และยังสามารถได้รับค่าตอบแทนจากพวกเขาด้วย
เรียกได้ว่าชนะชนะทั้งสองฝ่าย
โจวชิงสงสัยว่า น่าจะเป็นเพราะปราณวาสนาวิญญาณในกระจกสามแสงวาสนาวิญญาณ ที่ทำหน้าที่ประทานพรในระหว่างกระบวนการส่งวิญญาณ
สมกับที่เป็นรางวัลที่ดรอปจากการตัดต้นไม้ครั้งแรก ทรงพลังจริงๆ
เมื่อนึกถึงภูตผีตนแรกที่เขาเจอ ถ้าหากเธอสามารถได้รับพรจากปราณวาสนาวิญญาณจริงๆ ได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง
ภูตผีที่หวงสือเหรินควบคุม ล้วนเป็นคนที่น่าสงสารถูกเขาลักพาตัวไปที่จวน สุดท้ายก็ถูกทรมานจนตาย
ในที่สุดอวิ๋นตั่วก็ยอมตกลงตามคำขอของโจวชิง แต่เธอมีเงื่อนไขว่าหลังจากกลับไปแล้วโจวชิงต้องเป็นพยานให้เธอ ว่าเธอไม่ได้ลืมที่จะลงมือ แต่แค่มอบโอกาสให้โจวชิง
เธอไม่ได้ซื่อบื้อนะ~
เมื่อมาถึงสถานที่ที่มีไอเย็น ที่นี่เป็นบ้านที่สร้างอย่างง่ายๆ ในบ้านยังมีศพอยู่หนึ่งศพ ข้างๆ ยังมีคนเฝ้าอยู่ แต่พวกเขาไม่สามารถพบโจวชิงทั้งสองคนได้
ผีสามารถบังตาคนได้ ผู้ฝึกตนย่อมทำได้เช่นกัน
"คนที่เพิ่งตายในช่วงไม่กี่วันนี้ พอดีมาเจอแผ่นดินไหว เลยกลายเป็นวิญญาณสินะ..." โจวชิงครุ่นคิด
ภายใต้ดวงตาหยินหยาง ทุกสิ่งล้วนไม่อาจซ่อนเร้น
โจวชิงพบบนท่อนไม้ท่อนหนึ่ง มีวิญญาณที่เลื่อนลอยสับสนซ่อนตัวอยู่
คนกับผีอยู่คนละเส้นทาง สถานการณ์ส่วนใหญ่ที่ภูตผีตกค้างอยู่บนโลกมนุษย์ มักจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เลวร้าย
หากเป็นผีที่มีสติปัญญาก็ยังดี ยังมีทางเลือกมากกว่า
แต่สำหรับวิญญาณที่สับสนเลื่อนลอยเช่นนี้ การไปยังสถานที่ที่พวกเขาควรไป คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
โจวชิงยื่นมือออกไป แอบกระตุ้นกระจกอาคม แสงสีขาวสว่างวาบ ภูตผีตนนั้นก็หายตัวไป ทิ้งไว้เพียงพลังงานจิตวิญญาณบริสุทธิ์ขนาดเท่าเมล็ดข้าว
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
"เมล็ดข้าว" เพิ่งจะปรากฏขึ้นก็มุดเข้าไปในร่างของโจวชิงทันที อวิ๋นตั่วไม่ทันสังเกตเห็น
แม้โจวชิงจะไม่ได้มองเข้าไปในบ้านเกิดแห่งวิญญาณ แต่ก็รู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณของตนสั่นไหวเล็กน้อย ก้าวหน้าไปนิดหน่อย
พลังงานจิตวิญญาณบริสุทธิ์ระดับและขนาดเท่านี้ สำหรับโจวชิงในขอบเขตปัจจุบัน พูดได้แค่ว่าดีกว่าไม่มี
"ถ้าหากนี่คือการประทานพรให้ไปเกิดใหม่ เป็นค่าตอบแทนที่วิญญาณให้ข้า..." โจวชิงครุ่นคิด
เช่นนั้นเรื่องการไปเกิดใหม่ หรือว่าจะเป็นเรื่องจริง
งั้นนรกยมโลก หรือว่าก็มีอยู่จริง
"ส่งวิญญาณได้จริงๆ ด้วย"
ส่วนอวิ๋นตั่วนั้นดีใจมาก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องลงมือแล้ว
จะได้อู้งานอีกแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงความดีใจของอวิ๋นตั่ว โจวชิงก็พอใจมากเช่นกัน
ดูเหมือนว่าการที่เขาลงมือส่งวิญญาณ จะไม่ใช่แค่ชนะชนะสองฝ่าย แต่เป็นชนะสามฝ่ายเลย
นี่มันชนะรัวๆ เลยนี่นา
ในหมู่บ้านสกุลเกายังมีสถานที่ที่มีไอเย็นอยู่อีกสองแห่ง โจวชิงไปส่งวิญญาณพวกเขาทีละตน พลังงานจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่ได้รับก็พอๆ กับภูตผีตนแรก
ในโลกเช่นนี้ ผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งเดียวมันรุนแรงเกินไป
หลังจากออกจากหมู่บ้านสกุลเกา โจวชิงและอวิ๋นตั่วก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านสกุลหนิว
เรื่องราวมีหนักมีเบา ต้องจัดการวิญญาณในหมู่บ้านและสถานที่ที่มีคนอยู่ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาทำร้ายคน
ส่วนทุ่งร้างที่ไม่มีคนอยู่ ย่อมต้องเก็บไว้ทีหลัง
หมู่บ้านสกุลหนิว หมู่บ้านป้อมสกุลถัง...
โจวชิงและอวิ๋นตั่วเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ภัยพิบัติผีในหมู่บ้านอีกสองแห่งก็ถูกพวกเขากวาดล้างอย่างง่ายดาย
แต่เมื่อทั้งสองก้าวเข้าสู่หมู่บ้านแห่งที่สี่ กลับพบความผิดปกติ
ไอเย็นที่จางจนเกือบจะหายไปพิสูจน์ว่าที่นี่เคยมีภูตผีอยู่ แต่ในสถานที่ที่ไอเย็นหลงเหลืออยู่ กลับหาภูตผีไม่พบ
"เกิดอะไรขึ้น หรือว่าคนของกองปราบปรามภูตผีปีศาจแบ่งมือมาจัดการแล้ว" อวิ๋นตั่วสับสนเล็กน้อย
"เกรงว่าจะไม่ใช่แบบนั้น..."
โจวชิงจ้องมองไหดินใบหนึ่ง ที่นั่นคือสถานที่ซ่อนตัวของวิญญาณก่อนที่จะหายไป
ในดวงตาทั้งสองข้างของโจวชิง นอกจากไอเย็นของวิญญาณในไหดินแล้ว ยังมีไออีกสายหนึ่งหลงเหลืออยู่
กลิ่นอายที่เย็นเยียบ กระหายเลือด และโหดเหี้ยม กลิ่นอายเช่นนี้ เขาเคยสัมผัสมาก่อน
ศาสตราอาคมที่แตกหักซึ่งหวงสือเหรินใช้ควบคุมภูตผี ก็มีกลิ่นอายคล้ายๆ กันนี้
ตอนนี้โจวชิงไม่ใช่คนที่ไม่รู้เรื่องจิตวิญญาณอีกต่อไปแล้ว เขารู้แล้วว่าศาสตราอาคมนั้นคืออะไร—ธงหลอมวิญญาณ
คนของกองปราบปรามภูตผีปีศาจไม่ใช้ศาสตราอาคมแบบนั้น
ถ้าหากใช้ เขาคงถูกเชิญไปดื่มชาแล้ว
[จบแล้ว]