เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ผู้ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์

บทที่ 11 ผู้ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์

บทที่ 11 ผู้ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์


บทที่ 11 ผู้ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์

หลังจากหมดเวลา 5 ชั่วโมงผมก็ถูกส่งกลับ แต่แทนที่จะเป็นห้องผม กลับเป็นสถานที่แปลก ๆ ไปซะได้ ผมขยี้ตาอยู่สองสามที ก่อนจะทำใจยอมรับความจริง ว่าตาตัวเองไม่ได้ฝาด

ท้องฟ้าสีครามเบื้องบนมีเมฆลอยไปมาอย่างอ้อยอิ่ง พื้นเบื้องล่างก็ดูเหมือนจะเป็นกระจกที่สะท้อนภาพก้อนเมฆบนท้องฟ้า มันให้ความรู้สึกว่างเปล่า จนทำให้ผมที่ยืนอยู่รู้สึกมวนท้องอยู่นิดหน่อย

“สวัสดีเจ้าหนุ่ม เราพึ่งเคยพบกันตัวเป็น ๆ ครั้งแรกสินะโฮะ ๆ ๆ ๆ” เสียงที่แค่ฟังดูก็ให้ความรู้สึกสบาย ๆ เป็นกันเองดังขึ้นข้างตัวผม เจ้าของเสียงเป็นชายวัยกลางคนผมงอกขาว หนวดเคราถูกถักเป็นเปียกับชุดนักรบสมัยโบราณ

“อย่าบอกนะว่านี่...” ผมตวัดสายตาขึ้นลงมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าของชายแปลกหน้า “เทพเจ้าสูงสุด!”

“ถูกต้อง ตัวจริงข้าหล่อใช่ไหมล่ะหึหึ เจ้าเป็นคนแรกจากผู้คนจำนวนนับหมื่นนับแสนที่ข้าส่งไปต่างโลกเลยนะ ที่ได้เห็นร่างจริงของข้า จงภูมิใจเสียเถอะ” เทพเจ้าสูงสุด แห่งโลกแฟนตาซี เดินเข้ามาตบหลังผมอย่างแรงจนหลังแทบเดาะ

“ไม่น่าดีใจเลยสักนิด โปรดหลอกลวงผม ว่าคุณเป็นเทพธิดาสุดเซ็กซี่ตั้งแต่แรกจะดีกว่ามาก” ผมลูบหลังตัวเองปอย ๆ ด้วยความเจ็บแสบ ตบมาได้นะลุง ดีที่ผมมีกระเป๋ากั้นอยู่อีกที “แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ก็มีภารกิจ ไม่เห็นบอกกันก่อนเลย ผมตกใจแทบแย่ แถมยังเป็นภารกิจมัดมือชกอีกต่างหาก”

“ฮ่า ๆ เจ้านี่ตลกกว่าที่ข้าคิดนะ เรื่องนั้นไม่ต้องถาม ข้าก็กำลังจะบอกอยู่นี่ไง” เทพเจ้าสูงสุดดีดนิ้วขึ้นทีหนึ่ง ก้อนกลม ๆ สีทองก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ซึ่งมันก็คือทีมงานซังนั่นเอง

“จากการที่ข้าเฝ้ามองเจ้าผ่านทีมงานซัง ทำให้ข้ารู้ว่าเจ้ามัน...พิลึก ไม่ใช่สิ โทษที ข้าแค่จะพูดว่าเจ้าช่างแตกต่างจากนักเดินทางข้ามมิติคนอื่น ๆ ไปไกลลิบ”

จะหลุดปากมาขนาดนี้ก็ไม่ต้องแก้คำหรอกเฟ้ย! ผมบ่นอุบอิบเสียงเบา

“คนปกติไปต่างโลกครั้งแรก ส่วนมากจะพยายามกลมกลืนไปกับผู้คน และหาข้อมูลในต่างโลกให้มากที่สุด หรือไม่ก็ตรงไปหากิลนักผจญภัยทำภารกิจ แต่เจ้ากลับวิ่งเข้าสู่เหตุการณ์สำคัญของโลกแฟนตาซีที่ 112 อย่างรวดเร็ว” เทพเจ้าสูงสุดยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว ทำหน้าเข้มแล้วกล่าวต่อ

“ทำให้ข้าต้องร่นเวลาเหตุการณ์พิเศษมาไวขึ้นกว่ากำหนด ที่จริงระบบภารกิจจะถูกเริ่มเมื่อเจ้าเดินทางข้ามมิติในครั้งที่ 7 เพราะใน 6 วันแรก ข้าจะให้เจ้าได้ทำตัวคุ้นชินกับโลกของข้า ในครั้งที่ 7 ข้าก็จะเรียกเจ้ามาคุยสัพเพเหระแบบตอนนี้ และมอบภารกิจแรกที่มีรางวัลเป็นพลังพิเศษให้กับเจ้า ซึ่งมันง่ายกว่าภารกิจที่เจ้าได้รับจากเธอเยอะ”

WTF! นั่นไงตูว่าแล้วววววว ชาติที่แล้วคงเผลอไปโกงกินใครมาแน่ ๆ ชีวิตเลยบัดซบขนาดนี้ ตัวผมที่ได้รับรู้ความจริงอันโหดร้ายทรุดตัวลงไปกองบนพื้น กลายร่างเป็นผ้าขี้ริ้วเปื่อยน้ำตานองหน้า เหมือนสภาพผมตอนนี้จะอนาถาไม่พอ เทพเจ้าสูงสุดเอามือลูบเปียหนวด หรี่ตามมองผมแกมสมเพชเวทนา แล้วเอ่ยประโยคทำร้ายจิตใจกันหนักกว่าเดิม

“แต่ก็อย่างที่พูด ชาล็อต วินเชสเตอร์นับเป็นตัวเอกสำคัญ ถ้าให้เรียกศัพท์เกมง่าย ๆ ก็คือ เธอเป็น NPC พิเศษระดับสูง จึงสามารถมอบภารกิจให้เจ้าได้ เรื่องดีคือถ้าเจ้าทำสำเร็จ พลังพิเศษการันตีแน่นอนว่าเป็นแรงค์ S ตามระดับภารกิจแน่ ๆ ส่วนเรื่องร้าย โอกาสสำเร็จของภารกิจนี้ต่ำกว่า 1% และภารกิจที่มอบพลังพิเศษให้ก็มีได้เพียงครั้งเดียว”

ถ้าผมไม่รู้ความจริงผมคงไม่เศร้าขนาดนี้!! บัดซบ ๆ ๆ ผมเอามือทุบพื้นอย่างแรงด้วยความคับแค้นใจ ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะโง่ไปกว่านี้คงเอาหัวโขกพื้นไปแล้ว ตาลุงบ้านี่ไม่คิดถึงจิตใจดวงน้อย ๆ ของผมบ้างเลยรึไง เรื่องนี้ไม่พูดออกมาก็ไม่มีใครว่าลุงหรอกนะรู้ไหม!

เหมือนเทพแห่งความซวยยังไม่สะใจพอ ในระหว่างที่ภาวินด่าพ่องอยู่ในใจก็สะดุดเข้ากับบ้างเรื่อง จึงยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว“เดี๋ยวนะลุง ในรายละเอียดภารกิจ ไม่เห็นบอกไว้เลยว่าจะไม่ได้พลังพิเศษอีก”

“ก็ข้าบอกเองอยู่นี่ไง”

“เรื่องแบบนี้ก็ควรเขียนบอกให้ครบสิ! อ๊ากกกก ทุกอย่างเลยตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้งั่ง”

เทพเจ้าสูงสุดก้มมองมนุษย์ตัวควาย ๆ ที่กำลังดีดดิ้นกรีดร้อง ราวไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวกบนพื้น เขาไม่อาจทนมองสภาพอุจาดตาของชายหนุ่มได้ จึงเบือนหน้าหนีและส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ

“เรื่องแบบนี้ใครเขาจะบอกกัน นายต้องค้นหาด้วยตัวเองสิ ตัวอย่างง่าย ๆ ทำไมเพียงแค่สองวันแรกเจ้าดันได้รับภารกิจระดับ S ที่ชั่วชีวิตใครบางคนกลับไม่มีโอกาสจะได้รับมัน”

“ก็มันพลาดไง! ผมสมควรรู้เรื่องต่างโลกก่อนจะโดนส่งไปด้วยซ้ำ”

คำตอบของชายหนุ่มเรียกสายตาของเทพเจ้าสูงสุดให้หันกลับมามองได้อีกครั้ง

“หืม...ถ้าอย่างนั้นหลังจากเจ้าได้ศึกษาเรื่องต่างโลกมาแล้วล่ะ เจ้าจะทำอะไร”

“วันนี้ผมเตรียมเอาของไปขายหาเงินใช้หนี้ แล้วไปสมัครกิลนักผจญภัย แต่ดันโดนจับไปหาชาล็อตซะก่อน” ผมพูดขึ้นอย่างหัวเสีย ลุกขึ้นนั่งให้มันดี ๆ อีกครั้ง

“งั้นเจ้าลองคิดแบบนี้ ถ้าเจ้ารู้ตั้งแต่แรกว่ามาต่างโลกต้องไปไหน ทำอะไร เจ้าจะได้พบทีน่ากับนาตาเลีย เอลฟ์สาวที่ชาติหนึ่งจะโผล่มาในเมืองมนุษย์สักตนรึเปล่า เจ้าจะได้รู้จัก และสนิทกับชาล็อตที่เป็นเจ้าเมืองหรือไม่”

“เอ่อ...คงไม่” คำถามของเทพเจ้าสูงสุดเรียกสีหน้าเอ๋อ ๆ ของภาวินออกมา

“ข้าถามอีกข้อ ระหว่างเจ้าขายของให้ชาล็อต กับไปขายตามร้านเอง เจ้าว่าแบบไหนดีกว่า”

“ขายให้ชาล็อต”

เทพเจ้าสูงสุดหัวเราะเสียงดังกับคำตอบอัตโนมัติของชายหนุ่ม

“แล้ว ฮ่า ๆ แล้วเจ้ายังอยากทำตามคู่มือไร้สาระของเจ้าอีกหรือไม่?”

“ผมทำตามคู่มือก็ถูกแล้วนิ เพราะมันดีมันถึงได้เป็นคู่มือไงล่ะ” อะไรของตาลุงเทพเจ้าสูงสุดฟะ ถามไรไม่เห็นจะรู้เรื่อง “คุณคงไม่ได้เรียกผมมาด้วยเรื่องแค่นี้หรอกใช่ไหม เพราะทุกอย่างที่พูดมันผ่านมาหมดแล้ว ผมช้ำใจพอแล้ว”

เทพพระเจ้าสูงสุดส่ายหน้าอย่างปลง ๆ กับสมองของคนตรงหน้า อยากจะตะโกนด่ามันจริง ๆ ว่าเพราะเอ็งทำตามคู่มือไงเลยไม่ดังเหมือนชาวบ้านเขาสักที สิ่งที่กลายเป็นของดาษดื่นผู้คนจะให้ความสนใจได้ยังไงกัน

“เรื่องสำคัญที่อยากพูดคือ โลกทุกใบมีประวัติศาสตร์ มีเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ มีความชั่วร้าย มีความดี และมีวีรบุรุษ เนื่องจากเจ้าได้รับภารกิจหลักและเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อโลกทั้งใบ โลกจึงนับรวมตัวเจ้าเป็น NPC พิเศษอีกตัวตนหนึ่ง หรือสิ่งที่เรียกขานกันว่า ผู้ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ นับจากวันนี้เจ้าจะไม่ได้เป็นแค่นักเดินทางข้ามมิติ การกระทำของเจ้าจะมีผลต่อความเป็นไปของโลก...”

“เดี๋ยว ๆ ๆ มันเวอร์เกินไปรึเปล่า” ถึงมันจะให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ดีแต่มันทะแม่ง ๆ ในความรู้สึกผมยังไงไม่รู้

“มันเวอร์ก็ถูกแล้ว ที่จริงวันนั้นนาตาเลียต้องถูกสังเวย เพื่อแลกกับเหรียญอัญเชิญอสูรนรก 101 ตน ทีน่าจะตาย อัศวินของชาล็อตช่วยได้เพียงตัวเธอเท่านั้น เทพแห่งความมืดจะมีพลังมากกว่าเทพแห่งแสง ทัพอสูรจะกวาดทำลายบ้านเมือง ผู้กล้าจะถือกำเนิดขึ้น ที่จริงแล้วข้าเรียกเจ้ามาเป็นพิธีกรรายการผู้กล้ากู้โลก เพราะข้ารู้ว่าพล็อตแบบนี้มันขายดี แต่ทุกอย่างมันเพี้ยนเพราะสมองเจ้าไม่เหมือนชาวบ้าน เป็นคนธรรมดาแท้ ๆ ดันฟลุ๊คฝ่าด่านคำสาปสาวกวิหารเทพแห่งความมืดด้วยเพลง BNK เมื่ออสูรไม่มี ผู้กล้าไม่เกิด โบสถ์เทพแสงก็ไม่ปรองดองกัน”

“ก็ดีแล้วนิ โลกสงบสุข” โลกสงบไม่ดีตรงไหนกัน ผมก็ดีใจอยู่ลึก ๆ นะ ที่การตัดสินใจในช่วยเหลือทีน่ามันถูกต้อง

“เปล่า ที่เลวร้ายคือ เทพแห่งความมืดดันมากับดวง การพลาดเหรียญอัญเชิญอสูรดันเป็นสิ่งดี พวกสาวกที่เหลือรอดจากเหตุการวันนั้น ดันหลบหนีไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ ๆ นักบุญหญิงถือกำเนิด เธอคือมนุษย์เพียงผู้เดียวที่มีพลังปฏิเสธเทพเจ้า และธำรงไว้ซึ่งคุณความดีมหาศาล ผู้ชำระล้างโลกทั้งใบให้ใสสะอาด ถ้าหล่อนถูกสังเวยให้เทพแห่งความมืด ความฉิบหายจะบังเกิด เพราะหล่อนสามารถอัญเชิญเทพแห่งความมืดตัวเป็น ๆ ลงมายังโลกมนุษย์ได้เลยล่ะ ให้รอผู้กล้าเกิดคงจะไม่ทันกว่าจะคลอดกว่าจะอย่านม ตายกันหมดพอดี ทำโอกาสกำเนิดผู้กล้าที่ 100 ปีจะมีสักคนเสียเปล่า”

หา..เมื่อกี้ว่าไงนะ เรื่องนี้มันจะโกงเกินไปแล้ว “ไอ้ตัวตนที่ดูเหมือนของเติมเงิน ไอ้คนที่เหมือนไอเทมกดใช้แล้วจะเทพจนพลิกกระดานได้แบบนั้น มันสมควรมีอยู่ในโลกรึไง!”

“ฮ่า ๆ โลกแฟนตาซีทุกแห่งไอเทมโกงก็มีดาษดื่น อยู่ที่ว่าเจ้าจะมีบุญได้เจอ และรู้ตัวว่ามันเป็นไอเทมโกงรึเปล่าเท่านั้นเอง สำหรับนักบุญหญิง ที่เหมาะแก่การสังเวยก็มีเพียงตอนนี้เท่านั้น เมื่อเธอลืมตาตื่น กลายเป็นนักบุญหญิงเต็มตัว แม้แต่เทพก็ยังต้องให้ความเคารพเธอ แต่เพราะพลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมอุปสรรคที่ใหญ่ยิ่งไงล่ะ ในช่วงพันปีที่ผ่านมาเธอเลยลืมตาไม่ขึ้นสักที เกิดกี่ครั้ง ๆ ก็ตายก่อนเสมอ เธอเปรียบเสมือนพระเยซูที่ต้องโดนตรึงกางเขน”

ผมแทบจะกุมขมับกับเรื่องราวรันทดของแม่นั่น ขนาดยังไม่เห็นหน้าชีวิตหล่อนยังโหดร้ายได้ขนาดนี้

ไม่ใช่แค่นายภาวินคนเดียวที่ปวดหัว เทพเจ้าสูงสุดก็เช่นกัน เขาถอนหายใจแรง แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เซ็ตติ้งโลกใหม่คือสิ่งที่เขาต้องการจากเหล่านักเดินทาง และนี่คือเซ็ตติ้งโลกใหม่ที่บ้าบอที่สุดทั้งแต่เขาเคยอัญเชิญมา จะรุ่งก็รุ่งในทันทีจะร่วงก็จมมิดจนโงหัวไม่ขึ้นกันทั้งโลก

ผู้คนที่เขาอัญเชิญมาส่วนมาก มักมีแนวทางเปลี่ยนแปลงโลกไปตามสิ่งที่ตนถนัดและชื่นชอบ หรือไม่ก็เป็นได้แค่ตัวเอกในบทเล็ก ๆ ในสถานที่ใดที่หนึ่งบนโลก แต่สำหรับเจ้าภาวิน...คงต้องเรียกได้ว่าดวงซวยของแท้ เข้ามาอยู่ในวังวนหลักของเนื้อเรื่อง ที่เกี่ยวพันถึงชีวิตผู้คนทั้งโลกตั้งแต่ 2 วันแรก

“ข้าเพียงอยากให้เจ้าระลึกไว้ว่า ถ้าโลกจะถล่มก็ถล่มคามือเจ้านั่นแหละ จะทำอะไรก็คิดดี ๆ เพราะข้าจะไม่แทรกแซงอะไรทั้งนั้น ข้าต้องดูแลโลกแฟนตาซีหลายแสนหลายล้านใบ”

“ที่พูดมาขนาดนี้จะบอกให้ผมไปช่วยหล่อนรึไง? แล้วถ้าผมไม่ช่วยล่ะ”ผมถามกลับไป เรื่องใหญ่อย่างการกู้โลก แทบไม่เคยอยู่ในหัวเขาเลยสักนิด โลกก็ยังอยู่ที่เดิม ใบเดิม ๆ แค่เปลี่ยนมือคนดูแลก็เท่านั้น ยังไงสักวันโลกก็ต้องเปลี่ยน และโลกจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย เขาไม่สนใจหรอกนะที่คนไม่รู้จักต้องตายไปเงียบ ๆ วันทุกวันก็มีคนตายเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว

“ตามใจเจ้าเลย ใจจริงก็อยากให้ไปช่วยแหละ ถ้าเจ้าคิดว่าผู้คนบนโลกของข้า มีคุณค่าเท่าคนบนโลกของเจ้า และเจ้ายังอยากอยู่อย่างสบาย ๆ ในต่างโลก ที่สำคัญข้าเตือนไว้ก่อน ผู้คนคงไม่อยากเห็นไลฟ์สตรีมที่มีเจ้าวิ่งหนีอสูร หรือจอดำเพราะเจ้าตายทุก EP. หรอก”

อะไรนะ จอดำ ตายทุก EP. วิ่งหนีอสูร? ตาลุงเทพเจ้าจะบอกว่า ถ้าเจ้าพวกนั้นอัญเชิญเทพแห่งความมืดได้ โลกจะมีแต่ความฉิบหายแล้วเขาจะต้องใช้ชีวิต 5 ชั่วโมงอยู่ในโลกที่เลวร้าย เวรล่ะ!

ภาพตัวเองหน้าดำเปื้อนฝุ่นเสื้อผ้าขาดวิ่น วิ่งหลบคำสาปแช่ง จากพวกสาวกบูชาเทพแห่งความมืดสุดจูนิเบียว ตามซากปรักหักพัง หรือไม่มันก็รู้ความลับของผม เลยจับผมไปขังและทรมานตลอด 5 ชั่วโมง กลับมาอีกทีก็ยังโดนมันทรมานอยู่ที่เดิมทุก ๆ วัน แค่คิดผมบนหัวก็ร่วงลงมาหลายเส้นแล้ว ถ้าเป็นเรื่องจริงหัวต้องล้านตั้งแต่ยังหนุ่มแน่ ๆ

“ลาออกตอนนี้ทันไหม”ผมพูดออกมา เสมือนวิญญาณได้หลุดออกจากร่างเรียบร้อย

"อาชีพนี้เป็นจนวันตาย ดูสิพวกเรามีสัญญาเลือดต่อกัน"เทพเจ้าสูงสุดจัดการดีดนิ้วเรียกสัญญายาวเฟื้อยที่มีรอยเลือดประดับอยู่ชวนสยอง

"เฮ้ เดี๋ยวก่อนผมไปทำสัญญาเลือดตอนไหนฟะ"ถึงเมื่อวานผมจะเมาผมก็จำทุกอย่างได้นะเว้ย

"ล้อเล่น นี่ของคนอื่น แต่ข้าพูดจริงนะเจ้าเลิกไม่ได้ เจ้ามีตราประทับแห่งมิติแล้ว"ตาลุงเทพเจ้าโบกมือเก็บสัญญาเลือดสุดสยองกลับไป แล้วเอานิ้วจิ้มลงบนหน้าผากผม

"แล้วแม่นักบุญหญิงนั่นเป็นใครอยู่ที่ไหน” เนื่องจากไม่มีวิธีอื่นแล้ว ไฟความฮึดในการกู้โลกจึงถูกจุดขึ้นในทันที โลกไหนจะแตกเขายอมได้ แต่เรื่องนี้เขายอมไม่ได้ ถ้าเขาต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน หรือโดนทรมานจนผมร่วงหมดหัวออกสื่อทุกวัน เขาไม่มีทางได้เป็นซุปตาร์อย่างที่ฝันแน่ ๆ

“เรื่องนักบุญหญิงเจ้าต้องเอาหาเอง”

“พูดมาขนาดนี้จะไม่ใบ้หน่อยเหรอลุงงงง อีกอย่างดูผมสิตัวเปล่า ๆ ปลี้ ๆ จะเอาอะไรไปงัดข้อกับเทพแห่งความมืดกัน ทีในนิยายต่างโลกลุงยังแจกพรตั้งเยอะแยะ”

“เจ้าก็ทำภารกิจให้ผ่านไงล่ะ พลังพิเศษระดับ S ก็จะมาหาเจ้า ข้าใบ้เยอะแล้วนะ ที่ข้าให้พรคนอื่นเพราะมันมีโอกาศตายในต่างโลก ต่างจากเจ้าที่ไปกลับได้ แถมยังไม่ตายจริง ๆ เพราะงั้นไม่ต้องอ้อน ข้าหยะแหยง ไปได้แล้ว ข้าจะได้ทำงานต่อสักที อย่าลืมล่ะว่าเจ้าเป็นคนแรกที่ได้ทดลองระบบยูทูบ ถ้าเจ้าไม่ดัง รุ่นสองจะไม่ตามมา เพื่ออนาคตของน้องใหม่ เจ้าควรทำให้ดี”

“ใครสนน้องใหม่กัน ผมต้องเป็นซูเปอร์สตาร์อยู่แล้ว พวกเจริญรอยตามน่ะของธรรมดา วะฮ่า ๆ ๆ”ผมที่ลืมตัวว่ากำลังคุยเรื่องกู้โลกสุดเคร่งเครียด ดันยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นหัวเราะอย่างหนักหน่วง แถมพอรู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในห้องตัวเองซะแล้ว ไหงงั้น เป็นแบบนี้ตลอดยังคุยกันไม่ถึงไหนเลยนะลุงงงงงงงงงง เผลอตัวอวยตัวเองไปหน่อยเดียว โดยส่งกลับเฉย

จบบทที่ บทที่ 11 ผู้ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์

คัดลอกลิงก์แล้ว