- หน้าแรก
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 1259 ราชวงศ์แห่งถั่วประชุม
บทที่ 1259 ราชวงศ์แห่งถั่วประชุม
บทที่ 1259 ราชวงศ์แห่งถั่วประชุม
"อ้อใช่ ผู้นำใหญ่บอกว่าตระกูลอมตะของเราต้องมีระเบียบวินัย ไม่อาจทำเช่นนี้"
อวี้เมิ่งเมิ่งนึกขึ้นได้เสียทีหลัง นางลุกออกจากตัวลู่หยางพร้อมดึงเขาให้ลุกขึ้นด้วย
"ลู่หยางน้อย เจ้าเป็นศิษย์พี่ต้องตอบสนองความต้องการของศิษย์น้อง ข้าจะช่วยเจ้าสั่งสอนเซียนฉี่หลินเอง"
เอ้าหลิงและเจียงเหลียนอี๋มองเซียนอมตะอย่างเต็มไปด้วยความหวัง พวกนางรอคำพูดนี้อยู่พอดี
ลู่หยางไม่กล้าให้เรื่องวุ่นวายบานปลาย: "เอ๊ะ ไม่ใช่นะเซียนน้อย พวกเราใช้หลักการตั้งสติไม่ใช้กำลังกัน"
"หมายความว่าด่าเขาเหรอ? วิชานี้ข้าไม่ถนัดเลยนะ คงต้องพึ่งเจ้าแล้ว"
"พวกเราก็ไม่ถนัดเหมือนกัน"
"......ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!" ลู่หยางร้อนใจจนเหงื่อท่วมใบหน้า
"ผู้นำสอง ท่านด่าไปเลย ข้าจะยืนข้างๆ เรียนรู้ไปด้วย" อวี้เมิ่งเมิ่งพูดอย่างจริงจัง ในตัวผู้นำสองยังมีอีกหลายสิ่งที่นางต้องเรียนรู้
"พี่เมิ่งเมิ่ง เรียนรู้แต่สิ่งดีๆ เถอะ"
"ผู้นำสองก็คือสิ่งดีนี่หน่า"
เซียนอิงเทียนยืนอยู่ข้างๆ แนะนำสหายรักทั้งสอง: "ข้าบอกพวกเจ้าได้เลยว่า มาที่สำนักเวิ่นเต๋าบ่อยๆ เถอะ ที่นี่สนุกมาก ทุกวันมีละครให้ดูไม่ซ้ำกันเลย"
เซียนจิ้วชงและเซียนแห่งกาลเวลาพยักหน้า เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่นี่คึกคักมากกว่าสมัยยุคโบราณเสียอีก เลือกมาชมสำนักเวิ่นเต๋าถูกที่แล้ว
"พี่ใหญ่ทั้งสาม ไม่ได้พบกันนานนะขอรับ"
ชิงเหอเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกมาจากหลังภูเขา มาทักทายเซียนอิงเทียนและอีกสองคน
นางเองก็อยากพบเซียนอมตะ แต่ไม่อาจแสดงความรีบร้อนเช่นเอ้าหลิงและคนอื่นๆ เพราะในฐานะคนรับใช้ของเซียนอมตะ การกระทำและคำพูดทุกอย่างล้วนเป็นตัวแทนของเซียนอมตะ จึงต้องไม่รีบร้อน ไม่วุ่นวาย
ทุกคนส่งเสียงอึกทึกวุ่นวายอยู่พักใหญ่ กว่าจะสงบลงได้
พวกเขายึดภูเขาเป็นที่พำนัก ทำยอดเขาเทียนเป็นเหมือนบ้านตัวเอง นั่งล้อมวงบนพื้น เล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมณฑลซานให้เอ้าหลิงและคนอื่นๆ ฟัง
"พอดีที่นี่มีครัวของข้า ข้าจะแสดงฝีมือให้ดู พวกเจ้าอยากกินอะไร? เกี๊ยวไส้แก่นดาวหรือซาลาเปาไส้พริก?" เซียนอมตะอาสาออกหน้าอีกครั้ง แต่ทุกคนช่วยกันขัดขวางอย่างเอาเป็นเอาตาย
"พวกเรากินโจ๊กที่ดินแดนพุทธมาแล้ว ก็กินดีอยู่ ไม่ต้องกินที่นี่หรอก"
"อย่างนั้นหรือ? ข้าเห็นสีหน้าพวกเจ้าตอนกินโจ๊กไม่ค่อยดีนักนะ"
"ไม่หรอกเซียนอมตะ เจ้าคงมองผิดไปแล้ว"
"ข้าเพิ่งอบขนมมาสองชิ้น อยากกินไหม?" อวี้เมิ่งเมิ่งยกขนมที่เพิ่งออกเตาสองชิ้น เซียนทั้งสี่ยุคโบราณมองมาด้วยสายตาซาบซึ้ง
"เซียนอมตะ อย่าเสียเวลาเลย กินแค่นี้ก็พอแล้ว"
ทุกคนรับประทานขนม ชมฝีมือของอวี้เมิ่งเมิ่งไม่หยุดปาก อวี้เมิ่งเมิ่งไม่เคยได้รับคำชมจากคนมากมายขนาดนี้ ซ้ำยังเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น ได้ยินแล้วก็เอามือปิดปากหัวเราะเขินๆ
"ในยุคโบราณเย่าเซิงฆ่าตัวตาย แล้วยังกล่าวหาว่าเป็นฝีมือข้าอีก พอข้าได้ยินก็โกรธมาก น่าเสียดายตอนนั้นข้าได้รับบาดเจ็บ ได้แต่ยืมร่างของเด็กอวี้ ก็เลยเอามือเท่านี้แล้วจัดการเย่าเซิงไป......"
ทุกคนนั่งล้อมเป็นวงกลม เซียนอมตะอยู่ตรงกลางชูกำปั้น ทำท่าประกอบคำพูดตอนนั้น
แรกทีเดียว เมื่อได้รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเย่าเซิง ชิงเหอ เอ้าหลิง และเจียงเหลียนอี๋ต่างแสดงความโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง แต่เมื่อเห็นท่าทางที่เซียนอมตะแสดงประกอบ นึกถึงท่าทางอันน่าอนาถของเย่าเซิง ก็อดหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้
"จากนั้นข้าก็เบื่อที่จะต่อยแล้ว เลยใช้จิตวิญญาณระเบิดเลย ระเบิดไอ้คนชั่วนั่น......"
ทุกคนต่างยิ้มแย้ม มีความสุขล้นเหลือ
ในตอนท้าย เซียนอมตะยังเล่าถึงแผนการเปิดโลกกล่องของพวกเขา เอ้าหลิงและคนอื่นๆ แสดงความสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยไม่ประหลาดใจแต่อย่างใด
"เรื่องนี้ควรแจ้งโจวเทียนสักหน่อย ให้เขามาร่วมประชุมด้วย"
เจียงเหลียนอี๋กล่าว
แม้นางจะเป็นเจ้าของที่แท้จริงของเขตปีศาจ แต่นางไม่ถนัดในการบริหาร กิจการต่างๆ ในเขตปีศาจล้วนอยู่ในการดูแลของโจวเทียน จะให้นางนั่งฟังการอภิปรายรายละเอียดและข้อควรระวังต่างๆ ในที่ประชุมคงไม่เหมาะ
......
เขตปีศาจ เมืองปีศาจ ในพระราชวัง
โจวเทียนนอนสบายๆ บนบัลลังก์กษัตริย์ อ่านหนังสือพิมพ์ ทั้งซ้ายและขวามีหญิงงามยืนประคองถาดผลไม้ บนถาดเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าและผลไม้วิเศษหายาก แม้มีเงินก็หาซื้อในท้องตลาดไม่ได้
โจวเทียนอารมณ์ดีมาก นับตั้งแต่เปิดเส้นทางการค้ากับแคว้นต้าเซี่ย ได้แลกเปลี่ยนสินค้ากัน เขตปีศาจก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว สินค้าจากแคว้นต้าเซี่ยที่เคยขายในเขตปีศาจด้วยราคาสูงลิบ ตอนนี้กลับถูกลงมาก ชาวปีศาจต่างสรรเสริญเยินยอเขา ขนานนามว่าเป็นกษัตริย์ผู้ทรงปัญญา
"โจวเทียน"
เสียงหนึ่งดึงโจวเทียนกลับสู่ความเป็นจริง ทำให้เขาตกใจจนกลิ้งตกจากบัลลังก์
ผู้มาเยือนย่อมเป็นเจียงเหลียนอี๋ โจวเทียนรีบให้หญิงรับใช้ออกไป แล้วยิ้มประจบ: "พี่สาวเจียงมีอะไรถึงได้มาที่นี่? หากท่านมีความต้องการอะไร ส่งคนมาบอกสักคำข้าก็ทำให้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเอง"
"ในวงการเซียนเกิดเรื่องใหญ่ ทุกอำนาจหลักจะประชุมหารือกัน พวกเราสองคนจะเป็นตัวแทนของเขตปีศาจเข้าร่วม"
"การประชุม?" โจวเทียนรู้สึกตึงเครียดโดยสัญชาตญาณ
"อย่ากังวลไป ล้วนแต่คนคุ้นเคยทั้งนั้น" เจียงเหลียนอี๋กล่าว
โจวเทียนได้ยินแล้วจึงผ่อนคลายลง ถ้าเป็นคนคุ้นเคยก็ดี
......
สำนักเวิ่นเต๋า ยอดเขาเทียน
เมื่อโจวเทียนมาถึงสำนักเวิ่นเต๋า ศิษย์พี่ใหญ่ก็พาเจียงผิงอันมาถึงแล้วเช่นกัน ผู้เข้าร่วมประชุมมาครบ
โจวเทียนเห็นรูปแบบการประชุม ริมฝีปากบนล่างสั่นเทา ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ คนคุ้นเคยพวกนี้คุ้นเคยเกินไปแล้ว!
เซียนทั้งสี่ยุคโบราณทั้งหมดอยู่ที่นี่?!
แล้วยังมีเซียนอมตะ อวี้จือ เจียงผิงอัน......ล้วนเป็นเซียน
ตอนที่เขาเพิ่งฟื้นคืนชีพ เขาเก็บข้อมูลข่าวสารทั่วโลกอย่างมีกลยุทธ์ รู้ว่าไม่มีกึ่งเซียนปรากฏตัว ทำให้คิดว่าตนอาจเป็นกึ่งเซียนเพียงคนเดียว จึงตัดสินใจขึ้นเป็นกษัตริย์ในเขตปีศาจ
แต่ตอนนี้ เซียนมีจำนวนมากกว่ากึ่งเซียนเสียอีก
แม้แต่ในยุคโบราณที่รุ่งเรืองก็ไม่เป็นเช่นนี้นะ
"โจวเทียนน้อย ได้ยินว่าเจ้าเรียกตัวเองว่าฮ่องเต้ปีศาจ?" เซียนฉี่หลินโบกมือเรียกโจวเทียนเข้าไปหา
โจวเทียนขยับเข้าไปอย่างระแวดระวัง ฝืนยิ้มจนดูน่าสงสารยิ่งกว่าร้องไห้ ถ้าจะถามว่าเขากลัวใครมากที่สุด ก็คงต้องเป็นเซียนฉี่หลิน เพราะตอนสถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้ปีศาจ เขาก็อ้างชื่อของเซียนฉี่หลิน และในงานพิธีเปิดตัวยังต่อสู้กับภรรยาของเซียนฉี่หลินอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เซียนฉี่หลินยังมีผลของการบำเพ็ญที่เหนือเขา แค่นึกจะควบคุมเขาก็ทำได้
"พวกปีศาจน้อยเรียกกันเล่นๆ น่ะขอรับ ข้าจะรีบกลับไปสั่งให้พวกเขาปิดปากเดี๋ยวนี้!" โจวเทียนรีบแสดงความจงรักภักดี
"เรื่องพวกนี้แล้วแต่เจ้าเถอะ ข้าได้ยินศิษย์น้องลู่หยางบอกว่าเจ้าบริหารเขตปีศาจได้ดีมาก ทำต่อไปเถอะ"
เซียนฉี่หลินยิ้มพลางตบไหล่โจวเทียน
โจวเทียนไม่คิดว่าเซียนฉี่หลินจะพูดเช่นนั้น รู้สึกตื้นตันในความเมตตา
ที่แท้ติดตามพี่ลู่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง พี่ลู่ยังพูดดีถึงเขาต่อหน้าเซียนฉี่หลินอีก
โจวเทียนตั้งใจจะขอบคุณลู่หยาง แต่เห็นว่าเขากำลังคุยกับใครอยู่ จึงรอต่อไปก่อน
"พี่เมิ่งเมิ่ง ท่านกำลังทำอะไรอยู่?" ลู่หยางถาม อวี้เมิ่งเมิ่งกำลังก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ
"เขียนป้ายชื่อตำแหน่งน่ะ สำหรับใช้ในการประชุม"
"ป้ายชื่อตำแหน่ง?"
ลู่หยางยังไม่เข้าใจ
"ข้าเป็นเสนาบดีกระทรวงพิธีการนี่หน่า นี่คือหน้าที่ของข้า จะต้องเตรียมสิ่งเหล่านี้สิ" อวี้เมิ่งเมิ่งลุกขึ้นนับนิ้ว: "ดูนะ ผู้นำใหญ่เป็นฮ่องเต้ ผู้นำสองท่านเป็นหลักของประเทศ"
"เสี่ยวเหอเป็นนักประวัติศาสตร์หลวง พี่เอ้าหลิง พี่เจียงเหลียนอี๋ และพี่ไฉเหวยทั้งสามท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ ข้าเป็นเสนาบดีกระทรวงพิธีการ"
"พี่เสี่ยวจือเป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ท่านเจียงผิงอันเป็นราชบัณฑิต ฮ่องเต้แคว้นต้าเซี่ยเป็นเสนาบดี พี่โจวเทียนเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธา"
"นี่ก็คือการประชุมของราชวงศ์แห่งถั่วของเราไม่ใช่หรือ?"
เมื่ออวี้เมิ่งเมิ่งพูดเช่นนี้ ลู่หยางจึงเข้าใจว่า คนที่เข้าร่วมประชุมวันนี้ นอกจากเซียนทั้งสี่ยุคโบราณแล้ว ล้วนเป็นคนของราชวงศ์แห่งถั่วทั้งสิ้น
สมกับเป็นราชวงศ์แห่งถั่ว แต่ละคนล้วนตำแหน่งสูงส่ง ไม่มีใครเป็นพลเมืองธรรมดาเลยสักคน
แม้แต่พลเมืองธรรมดายังไม่มี จะมีชาวบ้านได้อย่างไร?
เซียนอมตะคิดถึงประเด็นนี้เหมือนกัน จึงบินไปหาเซียนทั้งสี่ยุคโบราณแล้วถาม: "ข้าก่อตั้งราชวงศ์แห่งถั่วขึ้น พวกเจ้าจะเข้าร่วมไหม?"
"ราชวงศ์แห่งถั่ว?" เซียนจิ้วชงฟังแล้วงุนงง "พวกเราเข้าร่วมแล้วจะได้ตำแหน่งอะไร?"
"พลเมืองธรรมดา"
(แวะมาเม้า - จากเซียนสู่สามัญชนที่แท้ 555555555555555)