เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ข้าคือนาตาเลีย

บทที่ 4 ข้าคือนาตาเลีย

บทที่ 4 ข้าคือนาตาเลีย


บทที่ 4 ข้าคือนาตาเลีย

ไม่กี่นาทีต่อมา ระหว่างที่เดินลงบันไดผมก็มองเห็นแสงสว่างจากคบไฟ สะท้อนเข้ากับผนังหินเป็นแสงสีแดงส้ม เป็นสัญญาณว่าน่าจะใกล้ถึงชั้นล่างสุดของวิหารแล้ว เพราะทางลงไปชั้นใต้ดินที่พวกเราอยู่ในตอนนี้เป็นบันไดเวียน ผมเลยยังไม่เห็นว่าด้านใต้นั่นมีอะไรอยู่กันแน่

“เหมือนเราจะถึงชั้นใต้ดินแล้ว ผมจะปิดไฟฉายก่อน เธอมองเห็นอยู่ใช่ไหม” ผมหันไปกระซิบบอกทีน่าที่เดินอยู่ข้าง ๆ

ตั้งแต่เราเดินลงบันไดมาได้สักพัก พวกชุดคลุมเทาก็ไม่ตามลงมาสวดคำสาปแช่งแล้ว

“พอจะเห็นแล้วล่ะ” ทีน่ากระซิบตอบกลับ พร้อมเอาหลังแนบผนังหินแล้วค่อย ๆ ก้าวลงบันได เพื่อหวังสำรวจทางเบื้องหน้า

ผมที่เห็นเธอทำท่าทางแบบนั้น คิดว่าคงจะไม่รอดเลยดึงแขนเธอเอาไว้ จะทำตัวให้ลำบากทำไมในเมื่อเรามีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ!

เอลฟ์สาวทำหน้างงใส่ผม ผมเลยชี้ไปที่โทรศัพท์ในมือ เธอเลยพยักหน้าให้อย่างว่าง่ายและกลับมายืนท่าปกติ ผมก้มไปกดเลือกแอปถ่ายภาพในโทรศัพท์แล้วยื่นมือออกไปเลยโค้งบันไดเวียน และกดถ่ายภาพแบบไร้เสียง

ภาพที่ถ่ายออกมาแม้จะมืดเพราะไม่ได้เปิดแฟลชแต่ก็ยังพอมองเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ได้ครบถ้วน จากที่เห็นในภาพคือ ทางเดินแคบ ๆ ที่มีซี่ลูกกรงเรียงรายสองฟากฝั่ง ราวกับคุกชั่วคราวที่ผมเคยไปนอนค้างในสถานีตำรวจแถวหอพัก ต่างกันแค่คุกที่นี่มันสกปรกกว่านับ 10 เท่าแล้วก็ทั้งมืดทั้งอับชื้น ตัวผมที่อยู่ไม่ไกลสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ

อ๊อก! เหม็นฉิบ... ก็ว่ายิ่งลงมาลึกยิ่งเหม็นขึ้นทุกที

นอกจากความโสโครก ก็ยังมีคบไฟคอยให้แสงสลัว ๆ อยู่ตามรายทางแลดูหลอน ๆ และเหมือนจะมีผู้คุมเฝ้าอยู่ด้วย 1 คน เพราะภาพที่ถ่ายได้มันเดินอยู่ตรงกลางทางเดินระหว่างคุกทั้งสองฟากฝั่ง

ผู้คุมคุกในภาพ มีลำตัวผอมแห้งเก้งก้างแทบจะเหลือเป็นหนังหุ้มกระดูก ใส่ชุดคลุมเทา ๆ ดำ ๆ ที่ขาดแหว่งราวผ้าขี้ริ้วดูซกมก ช่างเข้ากับบรรยากาศคุกสมัยโบราณสุด ๆ ถ้าไม่บอกว่านี่เป็นคุกในวิหารลับเทพแห่งความมืดและไอ้ผู้คุมมันมีขา ผมคงจะคิดว่านี่มันคุกอัซคาบัน ลักษณะโดยรวมของมันทำเอาผมใจเต้นตึกตัก จนอยากจะลงไปขอเซลฟี่

“นั่นมันกูล อสูรนรกระดับต่ำ!” ทีน่าที่เพ่งมองจอโทรศัพท์ผมจนหน้าแทบจะติดจอ พูดออกมาเสียงเบาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

ผมที่ได้ยินทีน่าพูดได้แต่ทำหน้างง กูลคือไรวะ? นั่นผู้คุมวิญญาณเวอร์ชันมีขาชัด ๆ ด้วยความสงสัยผมเลยหันไปมองทีมงานซังที่ลอยอยู่ข้างหน้า

ทีมงาน : กูลคือเผ่าพันธุ์หนึ่งในขุมนรก เป็นอสูรระดับต่ำเรียกได้ว่าอยู่ล่างสุดในลำดับชั้นพวกอสูร พวกมันเป็นอันเดธที่ชอบกินซากศพและสิ่งปฏิกูล พวกมันพูดไม่ได้แต่เป็นแรงงานทาสชั้นเยี่ยม เพราะถึงจะใช้งานมันหนักแค่ไหนก็ไม่ปริปากบ่นออกมาสักคำ

กู๊ดจ๊อบมากทีมงานซัง! ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ผมยกนิ้วโป้งส่งให้ทีมงานซังพร้อมรอยยิ้มมุมปากในท่าที่คิดว่าหล่อที่สุด ถึงยังไงเวลาหันไปมองสบตาทีมงานซัง ก็เหมือนหันไปมองกล้องต้องดูดีไว้ก่อน ถึงคำอธิบายจะไม่ได้ช่วยอะไรในสถานการณ์ตอนนี้เลยก็เถอะ มันพูดไม่ได้จะให้บ่นยังไงล่ะเฟ้ย โธ่เอ๊ย ที่อยากรู้คือวิธีจัดการต่างหาก

“มายกนิ้วโป้งชื่นชมอะไรตอนนี้” ทีน่าที่เงยหน้าออกจากจอโทรศัพท์ ตบมือผมดังป้าบ ก่อนที่เธอจะทำหน้าประหนึ่งบรรลุสัจธรรมบางอย่าง “อ่ะ หรือว่าเจ้ามีเวทมนตร์จัดการมันงั้นหรือ”

“ไม่มีอ่ะ ไอ้ตัวนี้มันโหดขนาดนั้นเลยรึไง”

ผมสะบัดมือที่โดนทีน่าฟาดเบา ๆ ตบมาได้ อูยเจ็บ นี่เธอเป็นประเภทใช้ความรุนแรงก่อนใช้หัวงั้นเหรอ ภาพลักษณ์เอลฟ์ในจินตนาการผมป่นปี้หมด นอกจากจะสายตาแย่ยังเป็นพวกใช้ความรุนแรงไม่เข้ากับหน้าตาแบบเอลฟ์ ๆ เลยสักนิด

“มันแค่ฆ่ายาก อึดถึกทนเป็นของแสลงสำหรับนักรบที่ถนัดมีดสั้นเช่นข้ามาก” ทีน่าถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ท่าทางยุ่งยากใจ

“แล้วเราจะทำยังไง?”

“เดี๋ยวข้าจะถ่วงเวลากูลไว้ ส่วนเจ้าตามหาน้องสาวข้าให้เจอแล้วกัน ยิ่งเจอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

ดีมากที่ไม่เอาผมไปไฟว้กับไอ้กูลบ้ากูลบออะไรนั่น ผมเลยพยักหน้าให้เธอย่างว่าง่าย

“OK แต่ผมจะรู้ได้ไงว่าน้องเธอคนไหน?”

“เธอชื่อนาตาเลีย สังเกตง่าย ๆ ว่าเธอก็คือเอลฟ์สาวที่สวยน้อยกว่าข้านิดหนึ่งยังไงล่ะ” แล้วทำไมต้องจิกตาทำท่าเซ็กซี่ตอนบอกว่าน้องสาวสวยน้อยกว่าด้วยฟะ

อ่า รู้สึกว่าตรงนี้มัน Hot ผิดปกติไหมครับ? ด้วยความที่เธอเป็นสาวงามชนิดที่ในชีวิตผมพึ่งเคยเจอตัวเป็น ๆ แล้วมาพูดอยู่ใกล้ ๆ พร้อมทำท่าเซ็กซี่ขนาดนี้ ถึงเธอจะไม่ใช่สเปคผม แต่ก็ทำเอาใจผมเต้นตึกตัก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้ผมหน้าแดงขนาดไหน ดีนะที่ชั้นใต้ดินมันมืด

เมื่อเราตกลงกันได้แล้วทีน่าก็เดินนำลงไปด้านล่าง พร้อมนำมีดสั้นที่ยาวกว่าเล่มอื่นมากกว่าครึ่งออกมาควงทั้งสองมือ “เฮ้ ไอ้กูลอัปลักษณ์!” ทีน่าตะโกนด่าดึงดูดความสนใจของมัน และถีบตัวพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

ฉั๊วะ! มีดสั้นในมือทีน่าตวัดเฉือนเข้าที่คอกูลอย่างแม่นยำ

กี๊สสสสสสส!

แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่น่าพอใจนัก ลำคอที่โดนมีดเฉือนมีเพียงแค่รอยแดงจาง ๆ เท่านั้น กูลที่รับรู้ถึงตัวตนผู้บุกรุกขยับร่างกายโจมตีส่วนกลับทีน่าด้วยท่อนแขนอันเก้งก้าง

ตึง! ฟาดเข้าใส่กรงเหล็กอย่างจัง

ไม่เสียแรงที่ทีน่าเป็นเอลฟ์ เธอสามารถดัดตัวหลบในท่ายาก ทำให้รอดพ้นการโจมตีของกูลได้แม้อยู่ในที่แคบ เธอดีดตัวขึ้นและพยายามโจมตีผลักดันกูลเข้าไปให้ลึกที่สุดเพื่อเปิดทางให้ผมตามหานาตาเลีย

ระหว่างที่เอลฟ์สาวเข้าไปสู้เพื่อถ่วงเวลา ทางผมก็ไม่ได้อยู่เฉย เดินสาดไฟฉายส่องทีละห้องเลยครับ

ตึง! แค่ห้องแรกก็โดนของเข้าให้ ผมนี่สะดุ้งสุดตัว หญิงสาวสองคนโผล่เข้ามาเกาะซี่ลูกกรงอย่างแรง เมื่อโดนไฟฉายจากโทรศัพท์สาดใส่ จนทำผมแทบผงะกับสภาพเหมือนผีของพวกเธอ ใจผมหายแวบเลยทีเดียว ขวัญเอ๊ย ขวัญมา ผมพยายามหายใจเข้าออกลูบอกปลอบใจตัวเอง

“ท่าน ท่านพาเราออกไปทีได้โปรด” เสียงอันแหบแห้งปานขาดน้ำมานานเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน

เมื่อผมลองทำใจและพยายามสังเกตดี ๆ พวกเธอทั้งสองเป็นหญิงสาวหน้าตามอมแมมผมเผ้ากระเซิง แต่ไม่ใช่เอลฟ์ทั้งคู่

“เอิ่ม...” ผมทำตาล่อกแล่กไม่กล้าสู้หน้า กลัวก็กลัวสงสารก็สงสารให้ตายสิ

“ผมกำลังตามหานาตาเลียอยู่ครับพวกคุณรู้ไหมว่าเธอถูกขังอยู่ตรงไหน”

“ไม่ เราไม่รู้”

“งั้นพวกคุณรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวผมวนกลับมาใหม่” ผมถอนหายใจเบา ๆ ก็ไม่คิดว่าจะเจอตัวง่าย ๆ อยู่แล้วอะนะ

“ดะ เดี๋ยว อย่าลืมพวกข้านะ” พอผมจะเดินออกไป พวกเธอก็ยื่นมือออกมากระชากเสื้อรั้งผมไว้

“ครับ ๆ ปล่อยก๊อนนน เดี๋ยวผมวนมา OK รับรอง รับทราบไม่ทิ้ง” สภาพก็โคตรจะหลอนอยู่แล้วยังทำตัวหลอน ๆ อีกนะพวกเธอ!

ระหว่างที่ผมโดนสองสาวสุดหลอนยื้อยุดฉุดกระชากเสื้ออยู่นั้น เสียงของหญิงสาวจากห้องขังตรงข้ามก็ดังขึ้น พร้อมเรียวแขนขาวนวลโดดเด่นแม้อยู่ในที่มืด ยื่นออกมาโบกไปมานอกซี่ลูกกรง

“เจ้า ๆ กำลังตามหานาตาเลียอยู่ใช่หรือไม่ ข้านี่แหละนาตาเลีย”

ถึงจะดูหลอน ๆ แต่น่าจะใช่ดูจากแขนสวย ๆ นั่นแล้ว มีความคล้ายคลึงกับแขนทีน่าอยู่ 70 เปอร์เซ็นต์

ผมตบแปะ ๆ ลงบนมือยัยผู้หญิงสองคนนั้น จนพวกเธอยอมปล่อยแล้วยกไฟฉายขึ้นส่องห้องตรงข้าม ปรากฏว่า...

“ยัยคนหลอกลวง!” ใบหน้าที่ปรากฏไม่เข้าข่ายคนสวยเลยสักนิด หูก็ไม่ได้เป็นเอลฟ์ เอามโนภาพเจ้าของเรียวแขนแสนสวยผมกลับคืนมาเลยนะ

ผมเดินจากไปทันทีไม่เข้าไปใกล้ให้โดนฉุดเหมือนสองสาวนั่นอีก ทิ้งให้นาตาเลียของก๊อปยืนกรีดร้องเกาะซี่ลูกกรงทั้งอย่างนั้น “กรี๊ดดด กลับมาช่วยเดี๋ยวนี้เลยนะ กลับม๊าาาา ข้าก็ชื่อนาตาเลียเหมือนกันนะ”

แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงของหญิงสาวแต่ละห้องดังระงม แข่งกันพูดว่าเธอคือนาตาเลีย

“ข้า ข้านี่แหละนาตาเลีย ช่วยข้า ๆ”

“ไม่ข้าต่างหากนาตาเลีย อีหน้าปลวกเงียบไปเลยนะ”

“เจ้าสิหน้าปลวก ถ้าข้าได้อาบน้ำยังไงข้าก็งามกว่าเจ้า!”

“เจ้า ๆ ไม่ต้องสนใจพวกนาง ข้าสินาตาเลียตัวจริง”

“หล่อนโกหก ข้าเองนาตาเลีย ตอนนี้เจ้าอาจจำไม่ได้ แต่ถ้าข้าได้ล้างหน้าละก็เจ้าจะจำได้แน่นอน”

“โว้ย ไม่ต้องโวยวาย นาตาเลียเป็นเอลฟ์เฟ้ย! ถ้ารู้ก็รีบบอกมาว่าอยู่ไหน จะได้รีบกลับมาช่วย” ผมที่หมดความอดทนในการฟังเสียงทะเลาะตบตีข้ามกรงขังของพวกเธอ ตะโกนขึ้นมากลางปล้อง มองผ่าน ๆ ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เอลฟ์กันสักคน

สิ้นเสียงตะโกนของผม รอบข้างก็กลับมาเงียบสนิทดังเช่นในตอนแรก ดูท่าแล้วการที่พวกหล่อนเงียบกริบ น่าจะไม่รู้ว่านาตาเลียอยู่ที่ไหน อีกอย่างถ้าน้องสาวทีน่าอยู่แถวนี้จริง ๆ คงเรียกให้ผมไปช่วยออกมาแล้วล่ะ ผมเลยเดินต่อไปเรื่อย ๆ ทำเวลาในการตามหา ไม่เสียเวลาส่องไฟฉายดูรายคนอีกต่อไป

ในระหว่างที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งจู่ ๆ ก็มีเสียงใสกังวานดังจากกรงขังใกล้ ๆ จนผมที่เดินเลยไปแล้ว ต้องย้อนกลับไปมอง

“ท่านตามหาเอลฟ์หรือ?” เจ้าของเสียงเรียกคือหญิงสาวหน้าตางดงามอ่อนหวาน ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวถึงกลางหลัง ตาสีเขียวใสและหน้าอกคัพ E ในชุดที่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่ ๆ แม้ตามเนื้อตัวจะไม่ได้สะอาดสะอ้านนัก แต่สภาพของเธอช่างขัดกับบรรยากาศโดยรอบอย่างสิ้นเชิง

“อ่า...ใช่” ผมได้แต่อ้ำอึ้ง ทำไงได้นี่มันสเปคผมเลยนะ และผมก็เชื่อว่าเธอคือสาวงามในฝันของผู้ชายหลาย ๆ คนเลยล่ะสำหรับทีน่าเธอเป็นเอลฟ์แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องงดงามเหนือมนุษย์ แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรมากมาย ทีน่าก็แค่สวยในสายตาผม ต่างกับเธอคนนี้ที่แค่แวบแรกที่มองก็ทำเอาใจผมเต้นแรง

“ข้าถูกจับมาพร้อมนางเราเป็นเพื่อนกัน จากที่ดูท่านเป็นพ่อมดใช่หรือไม่”

“อ่า จะว่างั้นก็ได้”

“ถ้อยคำพิลึกนัก ได้ยินเช่นนี้ข้าก็เบาใจนางถูกแยกไปขังเดียว ห้องขังในสุด”

“ขอบคุณมาก เดี๋ยวผมจะกลับมาช่วยคุณ” ผมเบิกตาโตกล่าวขอบคุณเธอที่ให้ข้อมูลสำคัญ นึกว่าต้องเดินหาเองเองซะแล้ว แต่ก่อนจะได้ก้าวออกไปเธอก็เรียกผมไว้

“แต่เดี๋ยวท่านรู้ใช่หรือไม่ นางโดนปรสิตผนึกเวทของพวกวิหาร ถ้าไม่นำปรสิตออกมานางจะตายภายใน 3 วัน”

“ห๊ะ! อะไรนะ” ผมที่ได้ยินแบบนั้น ถึงกับพุ่งเข้ามาเกาะลูกกรงห้องขังด้วยสีหน้าตื่นตกใจ จนทำเธอสะดุ้งก้าวถอยหลัง

“ก็ปรสิตผนึกเวทอย่างไรเล่า นางเป็นเอลฟ์ที่ใช้เวทได้ นางเป็นส่วนสำคัญของพิธีกรรมพวกมัน”

“แล้วจะเอาออกยังไง๊”ผมถามกลับเสียงสูง เพราะแบบนี้สินะทีน่าถึงต้องการตัวพ่อมด

“ข้าไม่รู้ ท่านเป็นพ่อมดไม่ใช่หรือ”

“อ่ะใช่ ผมเป็นพ่อมด ผมจะรีบไปรีบมาขอบคุณอีกที” ผมพยักหน้าขอบคุณเธออีกรอบก่อนจะเดินจากไป เอาวะ ไปเอาตัวออกมาก่อนเรื่องปรสิตค่อยกว่ากันอีกตั้ง 3 วันหล่อนถึงจะตาย

“แต่เดี๋ยวนะคุณชื่ออะไร” ผมที่พึ่งนึกได้ว่ายังไม่รู้ชื่อเธอ เลยเดินถอยหลังกลับมาอีกรอบ

สาวงามในห้องขังหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทางเปิ่น ๆ ของผม

“ข้าชื่อชาล็อต ชาล็อต วินเชสเตอร์แล้วท่านเล่า”

“ผม เอ่อ ผมชื่อภาวิน เรียกภาก็ได้ครับ” ผมที่เขินเมื่อถูกสาวงามในสเปคถามชื่อ ถึงกับยกมือเกาหัวแก้เขิน คุณควรรู้ว่าหน้าเห่ย ๆ อย่างผมการถูกสาวงามถามชื่อเป็นสิ่งที่แรร์ขนาดไหน! ถึงนี่จะเป็นประโยคถามกลับตามมารยาทก็ตาม

[แรร์ : ในศัพท์เกมหมายถึงสิ่งที่หายาก]

 

“ผม...ผมไปล่ะ” อะไรคือฉากใจเต้นในคุกครับ ตั้งแต่ลงมาในคุกผมใจเต้นไป 3 รอบแล้วให้ตายเถอะ รีบไปช่วยนาตาเลีย ใช่ ๆ รีบไปช่วยนาตาเลีย ผมที่เอาแต่อ้อยอิ่งอยู่หน้าห้องขังชาล็อตพยายามปลุกใจลากขาตัวเองออกมา

“ขอบคุณมากท่านภา ช่วยนางให้ได้นะ” ชาล็อตที่เห็นผมเดินจากไป พูดเสียงดังออกมาตามหลัง

“คร้าบบบบ” ผมได้แต่เอามือกุมอกตรงตำแหน่งหัวใจ แล้วทำทำหน้าฟินสุด ๆ เมื่อได้ยินเสียงเธอให้กำลังใจ รีบสับขาเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ใจพร้อม กายพร้อม เราทำได้! หลังจากเดินผ่านห้องขังชาล็อต ผมก็เริ่มวิ่งทำเวลาเพราะตอนนี้เป็นเวลา 07:25 แล้วอีกแค่ครึ่งชั่วโมงผมจะถูกส่งกลับห้อง แต่พอวิ่งมาได้ถึงเกือบสุดทาง ก็เจอทีน่ากำลังหลบหลีกการโจมตีของผู้คุมวิญญาณ เอ๊ย! กูล ขวางทางอยู่

“ทีน่า นาตาเลียถูกขังในห้องด้านหลังผู้คุม!”

เอลฟ์สาวที่ได้ยินเสียตะโกนของผมหันมามอง “อะไรนะ”

“เฮ้ย ระวัง! ระวังลำตัว!”ผมร้องเสียงหลงเพราะเธอเอาแต่หันมามองผม จนไม่ได้ดูการโจมตีของกูล

ทีน่าได้ยินเสียงร้องเตือน เอนตัวทำสะพานโค้งหลบรอดการโจมตีของกูลได้ในวินาทีสุดท้าย

“สุดยอด! นายถ่ายทันไหมทีมงานซัง” จบคำของผมบับเบิ้ลข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้นเหนือหัวลูกบอลสีทอง

ทีมงาน : แน่นอน [อีโมติคอนยิ้มแฉ่ง]

หลังจากทีน่าทำสะพานโค้งหลบรอดการโจมตีของกูล เธอก็ตีลังกากลับหลัง 5 ตลบมายืนใกล้ ๆ ผม

“เจ้าเจอน้องสาวข้าแล้วใช่ไหม?”

“เปล่า มีคนบอกว่าเธออยู่ห้องด้านหลังไอ้ตัวประหลาดนี่”

ระหว่างที่พวกผมคุยกันอยู่ กูลก็พุ่งเข้ามาอย่างไม่รีรอ ยัยเอลฟ์บ้าจะลากมันมาตรงนี้ทำไมมมมม ตะโกนคุยกันก็ได้ผมไม่ถือ ผมเลยจำต้องถอยหลังหลบตีนผู้คุมคุกอย่างทุลักทุเล

โครม! เสียงท่อนขาของกูลฟาดโดนลูกกรงเหล็กห้องขังจนดังลั่น

“ถ้างั้นเราจะฝ่าข้ามไปยังไง ทางเดินนี่ก็แคบชะมัดมันยืนตัวเดียวก็เต็มแล้ว” ทีน่าบ่นเบา ๆ ระหว่างที่ดัดตัวหลบกูลไปด้วย

“ไม่รู้!” ผมที่หลบลูกหลงของทั้งสองอย่างทุลักทุเลตะโกนตอบ ตอนนี้ใครจะมีเวลามานั่งคิดฟะ

ในระหว่างที่กลิ้งหลบผมก็ทำการล่าถอยไปหลบมุมหลังคบไฟหน้ากรงขัง มองการต่อสู้รุกรับของหนึ่งเอลฟ์หนึ่งกูล ก็ได้แต่คิดว่านี่มันการต่อสู้หรือแข่งกันทำท่าดัดตนกันแน่ ถึงทีน่าจะดัดตนหลบได้พลิ้วไหวปานนักกีฬากายกรรมโอลิมปิกเหรียญทองแต่ไอ้ตัวประหลาดนั่นดัดได้มากกว่าหลายเท่า

อธิบายง่าย ๆ เอาเป็นว่า ถ้าคุณเคยดูหนังผี ที่ผีมันส่งเสียงดังกร๊อบแกร๊บตลอดการเคลื่อนไหว ดัดกระดูกได้ทุกท่อน แล้วยังบิดแขนขาและคอได้ถึง 360 องศา นั่นแหละใช่ไอ้ตัวนี้เลย เวรเอ๊ยไอ้ผู้คุมมันหลอนโคตร เช้านี้ตูต้องเก็บไปฝันร้ายแน่ ๆ เพราะมันทำเอาภาพชาล็อตสุดสวยปลิวออกจากหัวผมทันที ความฟินผมบินหายไปหมดแล้ว บ้าจริง!

จบบทที่ บทที่ 4 ข้าคือนาตาเลีย

คัดลอกลิงก์แล้ว